10 | ความโชคดีที่ซ่อนอยู่
พอถึงสิบโมงเช้าอันเป็เวลานัดหมาย เพลงพนัสก็เห็นทอรุ้งขับรถมาจอดหน้าร้านกาญจน์กาแฟชนิดที่แทบจะเรียกได้ว่าปาดแย่งเธอจอด นี่คงรีบเพราะกลัวเธอรอละมั้ง
“รุ้ง! รอเดี๋ยว” หญิงสาวเปิดกระจกรถร้องเรียกเมื่อจอดเทียบข้างรถเพื่อนเรียบร้อย “เปิดกระโปรงหลังก่อน”
อีกฝ่ายมีท่าทีแปลกใจ แต่ก็ยอมเปิดกระโปรงหลังรถให้โดยไม่ถาม เพลงพนัสก้าวลงรถกระบะสีขาวคู่ใจอย่างคล่องแคล่ว อ้อมมาข้างหลังกระบะ ออกแรงฮึดยกลังน้ำเขียวไปใส่ไว้ท้ายรถเพื่อนอย่างทะมัดทะแมง
“เฮ้ย!” ทอรุ้งร้องเสียงดังแล้วหัวเราะลั่น “นี่แกซื้อมาให้ฉันจริง ๆ เหรอ”
“ยัง ยังมีน้ำแดงอีกลัง” จบคำ ลังน้ำแดงก็ถูกยกลอยหวือจากกระบะมาวางตึงข้าง ๆ ลังน้ำเขียว
“โธ่ ไอ้ลูกไม้ วันนั้นฉันล้อแกเล่น แกเก็บไว้กินเองเถอะ”
“ไม่ได้ ๆ ฉันบอกแล้วไงว่าจะเอาน้ำแดงน้ำเขียวมาเซ่นแก ก็ต้องทำจริงสิ”
ทอรุ้งมองลังน้ำอัดลมในท้ายรถ ส่ายหน้ายิ้ม ๆ
“ยังไงก็ขอบคุณแกมากนะ มา ๆ มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง”
เพลงพนัสกับทอรุ้งมานั่งโต๊ะประจำริมหน้าต่าง จากนั้นไม่นานบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลอ่อนสะอาดสะอ้านก็เริ่มมีอาหารหน้าตาน่ารับประทานทยอยมาวางเรียงราย ทอรุ้งยกแก้วเสาวรสโซดาชูไปตรงหน้า ร้องเสียงสดใส
“มา ๆ ฉลองกัน เอ้า ชนแก้ว!”
เพลงพนัสร้องเฮ ยกแก้วโกโก้มินต์ของโปรดไปชนด้วย แม้ว่าพอชนแล้วจะต้องขมวดคิ้วฉงนก็ตาม
“ฉลองเนื่องในโอกาสอะไรน่ะ”
“อ้าว นึกว่ารู้” ทอรุ้งจิบเครื่องดื่มแล้วจึงตอบ “ก็ฉลองที่แกได้คุยกับคุณแสนย์แล้วไง”
“โธ่ ถ้าจะฉลองเื่นี้นะ อย่าเลย ที่ผ่านมาคุยก็เหมือนไม่ได้คุยแหละแก เขาเหมือนตอบตามมารยาท ตอบผ่าน ๆ ตอบคำถามแฟนคลับ นี่ถ้าไม่ติดว่าตั้งใจจะทำตามกฎ 21 วันนะ ฉันคงหยุดตามตื๊อไปนานแล้ว”
“ดีมากที่แกยังไม่หยุด” เพื่อนสาวผิวน้ำผึ้งหั่นสเต๊กไก่ ตักใส่จานเธอ “รู้ไหมว่าแกโชคดีแค่ไหนที่มาถึงจุดนี้ได้น่ะ”
“หือ...โชคดีตรงไหนล่ะ มีใจให้คนที่เขาไม่แม้แต่จะอยากรู้จักฉันเนี่ยนะ”
“ฉันนับได้ห้าข้อ” ทอรุ้งกางมือ ยื่นไปตรงหน้า “ข้อที่หนึ่ง แกมีคนที่ชอบ รู้ไหมว่ามีคนอีกตั้งมากมายที่ยังไม่เจอคนที่ชอบ มองไปรอบตัวก็ไม่เจอใครน่าสนใจ มีหัวใจแต่ไม่รู้จะฝากไว้กับใคร แกน่ะโชคดีแค่ไหนที่ได้เจอคนที่ใช่ แล้วคนคนนั้นยังถอดแบบชายในฝันมาเป๊ะ ๆ ด้วย โอกาสแบบนี้หาได้ง่าย ๆ เหรอ”
“ก็จริงนะ เกิดมายี่สิบแปดปีก็เพิ่งเคยเจอคนแบบนี้”
“ข้อที่สอง แกได้เจอคนที่ชอบในวันที่เขายังโสด”
เพลงพนัสได้ยินเข้าก็แทบผงะ “จริงด้วยสิ มีคนตั้งมากมายชอบคนมีแฟนแล้ว หรือไม่ก็เพิ่งมารู้ทีหลังว่ามีแฟน จะตัดใจก็ทำไม่ได้เพราะว่ารักไปแล้ว”
“ยิ่งไปกว่านั้น หลายคนต้องตกเป็เมียน้อยโดยไม่รู้ตัว หรือร้ายกว่านั้น รู้ทั้งรู้ก็ยังยอมเป็เมียน้อยเขา แกน่ะโชคดีแค่ไหนที่ได้เจอคุณแสนย์ในวันที่เขายังโสด”
หญิงสาวคิดตามแล้วเริ่มยิ้มออก
“ความโชคดีข้อที่สาม แกสามารถแสดงออกว่าชอบหรือบอกรักเขาได้”
เพลงพนัสเอียงคอสงสัย ทอรุ้งจึงช่วยขยายความต่อ
“มีคนตั้งมากมายที่ทำได้แค่แอบชอบ แอบรัก ไม่กล้าพูดไป กลัวผิดหวังบ้างละ กลัวว่าบอกรักไปอะไร ๆ จะไม่เหมือนเดิม กลัวมองหน้ากันไม่ติดบ้างละ หรือแย่กว่านั้น ต่อจากข้อที่สอง ไปแอบชอบคนมีเ้าของ ทำได้แค่เก็บความรู้สึกไว้ในใจ แต่แกไม่เป็แบบนั้นน่ะสิ แกสามารถแสดงออกได้ชัดเจนว่าชอบคุณแสนย์ และแกก็ทำไปแล้วด้วย”
“จริงสิ จะว่าไป ฉันข้ามขั้นการแอบชอบไปเลยนะเนี่ย เริ่มแรกก็บอกไปชัดเจนเลยว่ามาจีบ น่าอายชะมัด”
“ไม่ทันแล้วละ” ทอรุ้งหัวเราะชอบใจยกใหญ่ เพลงพนัสเลยได้แต่หน้าง้ำหน้างอ “ทำไมล่ะ ดีจะตาย รู้สึกยังไงก็บอกไปเลยตรง ๆ แมน ๆ ถ้าฉันเป็คุณแสนย์ ฉันว่าฉันชอบนะ”
เพลงพนัสใช้ส้อมม้วนเส้นสปาเกตตีเข้าปาก “ช่างเถอะ ขอข้อสี่เลยแล้วกัน”
“ข้อที่สี่ แกโชคดีที่แสดงออกว่าชอบเขาไปแล้ว เขาก็ยังคุยกับแกอยู่”
ปลายส้อมที่เพิ่งพ้นจากริมฝีปากชะงักเล็กน้อย หญิงสาวลืมตาโตจ้องตอบเพื่อนทันที “จริงด้วย!”
“ใช่ไหมล่ะ!” ทอรุ้งเองก็ดูตื่นเต้นไม่น้อยเช่นกัน “ลองคิดดูว่าถ้าเป็แก มีผู้ชายที่ไม่ชอบเลยเข้ามาจีบ แกจะตอบข้อความเขาไหม ถ้าจะบอกว่าแค่ตอบตามมารยาท แกจะรักษามารยาทได้สักกี่วันกันเชียว และถ้าเขาบอกชอบแกแล้ว แต่แกไม่ชอบ แกจะไม่คิดหาทางปฏิเสธให้เด็ดขาดไปเหรอ”
เพลงพนัสย้อนนึกไปถึงตอนที่พิมพ์บอกคุณแสนย์ว่า ‘แหม คุณแสนย์เนี่ย การ์ดแข็งจังเลยนะคะ แต่ไม่เป็ไรค่ะ ลูกไม้รอได้ 55’ ในตอนนั้นเขาจะตอบว่า ‘อย่ารอเลยครับ’ ก็ได้นี่นา แต่ก็ไม่...และที่สำคัญ เขายังตอบข้อความเธออยู่ ถึงจะตอบช้า แต่ก็ตอบนี่นา
“และข้อสุดท้ายคือ แกติดต่อเขาได้” ทอรุ้งยิ้ม ดวงตาเป็ประกายสดใส “บางคนชอบกันแค่เพียงสบตา แต่พอเดินผ่านไปแล้วก็หายวับ หากันไม่เจออีกเลย แต่ดูแกสิลูกไม้ เฟซบุ๊กของเขาแกก็มี ส่วนไลน์ ถึงเขาไม่ให้ แกก็คุยทางอื่นได้ ออฟฟิศเขาอยู่ไหนแกก็รู้ โรงเรียนยูโดของเขาแกก็รู้ บ้านเอย คอนโดเอย แกมีที่อยู่หมด มากกว่านี้ก็คงไปยืนเคาะห้องเขาแล้ว”
คนฟังคิดตาม เริ่มมีรอยยิ้มจุดขึ้นที่มุมปาก “มันก็จริงของแกนะ ถึงจะดูเป็เื่ทั่วไป แต่ก็เป็ความโชคดีที่อะไร ๆ มันไม่แย่ไปกว่านี้”
“แกโชคดีจะตาย ฉันขอยืนยันอีกที ดูอย่างฉันสิ สอบตกั้แ่ข้อแรกแล้ว ไม่เห็นเจอใครน่าชอบเลยสักคน” ทอรุ้งหัวเราะ
เพลงพนัสยิ้มตาม เธอชอบรอยยิ้มของทอรุ้ง มันสวยคมอย่างคนที่มั่นใจในตนเอง
“แกมีโอกาสดีขนาดนี้อยู่ในมือแล้ว อย่าปล่อยให้หลุดลอยไปล่ะ”
เพลงพนัสพยักหน้ารับหนักแน่น ได้คุยกับทอรุ้งทีไรเหมือนได้ชาร์จแบตเตอรี่
“นี่ ลูกไม้ ฉันว่านะ แกต้องหาทางนัดเจอกับคุณแสนย์ให้เร็วที่สุดแล้วละ”
“หา!” เพลงพนัสแทบปล่อยช้อนส้อมหล่นจากมือ “แกจะบ้าเหรอ แค่ขอไลน์เขายังไม่ให้เลย แล้วเขาจะยอมมาเจอฉันเหรอ”
“แล้วจะให้ทำยังไงเล่า ถ้าจะสมัครเรียนยูโด ก็ต้องรอเปิดคอร์สรอบหน้า เดี๋ยวจะช้าไปอีก”
“หมายความว่าไง แกไปรู้อะไรมาน่ะ”
“ไม่ได้รู้อะไรหรอก แต่ฉันว่าผู้หญิงที่บุกเข้ามาจีบคุณแสนย์ไม่ได้มีแค่แกคนเดียวแน่ ๆ ลำพังแค่พวกนักเลงคีย์บอร์ดจีบออนไลน์เหมือนแกก็คงมีเป็ร้อยแล้ว ไหนจะพวกที่อยู่รอบ ๆ ตัวเขาอย่างเพื่อนสนิท เพื่อนของเพื่อน คนในบริษัทอีกล่ะ นี่เผลอ ๆ นะ อาจมีคนเข้ามาเรียนยูโดเพื่อจีบคุณแสนย์โดยเฉพาะด้วยก็ได้ แล้วแกอยู่ไกลขนาดนี้จะเอาอะไรไปสู้เขา ฮึ!”
“โห แกเว่อร์ไปหรือเปล่า ถ้าเป็พวกนักเรียนของเขาฉันพอเข้าใจได้ แต่มันจะมีเหรอ คนที่ยอมลงทุนขนาดเข้าไปเรียนยูโดเพื่อจีบโดยเฉพาะน่ะ ไม่ดูเป็การ์ตูนไปหน่อยเรอะ”
“ทำไมจะไม่มี” ทอรุ้งกระแทกเสียงต่ำ จิ้มนิ้วชี้เข้าหน้าตัวเอง “ฉันนี่ไง! ขนาดว่าไม่ได้จีบเองนะ เข้าไปจีบแทนเพื่อนยังมีเลย หลักฐานตัวเป็ ๆ ดูไว้ซะให้เต็มตา”
เท่านั้นละ เพลงพนัสก็ตาโต อ้าปากค้าง รวบเนื้อรวบตัวให้สุภาพ แล้วก้มกราบลงกับโต๊ะสามที
“ไอ้บ้า ฉันไม่ใช่พระ” ทอรุ้งโวย แล้วทั้งสองก็หัวเราะให้กัน
กินอาหารกันจนหมดแล้ว ทั้งสองก็ลุกไปเลือกเค้กจากในตู้มาคนละชิ้นสองชิ้น เพลงพนัสรู้สึกรื่นรมย์อย่างบอกไม่ถูกเพราะไม่บ่อยนักที่จะได้เจอขากินแหลกอย่างนี้สักคน เพื่อน ๆ สาวนักวิจัยมักจะกลัวอ้วน ผิดกับทอรุ้ง สาวร่างสมส่วนกลมกลึงผิวสีน้ำผึ้งผู้นี้บอกว่า กลัวทำไมกับความอ้วน กินหนักแค่มื้อนี้ กินดี ๆ อีกสิบมื้อ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เดี๋ยวก็ผอมเอง
“เฮ้ย เดี๋ยวนะ” เพลงพนัสนึกขึ้นได้ “วันนี้วันจันทร์นี่นา แกไม่ต้องไปทำงาน ไปเรียนยูโดเหรอ คลาสของแกเรียนทุกวันจันทร์กับอังคารไม่ใช่เหรอ”
ทอรุ้งส่ายหน้าพรืด “ฉันลาพักร้อนน่ะ เลยขาดเรียนยูโดด้วย ช่างมันเถอะ เบื่อโคชโอห์ม”
“โคชโอห์ม?”
“ก็ใช่น่ะซี้” เพื่อนสาวใช้ส้อมคันเล็กตัดเค้กแล้วตักเข้าปาก ราวกับว่ามันเป็อะไรที่น่าสนใจกว่าคนที่กำลังพูดถึงตั้งเยอะ “ฉันละไม่เข้าใจเลย โคชที่ยูโดซันมีตั้งหลายคน แต่ละคนก็รับหน้าที่สอนต่างกัน คุณแสนย์สอนคลาสเบื้องต้น ส่วนอีตาโคชโอห์มสอนคลาสขั้นสูงกับเทรนพิเศษพวกนักกีฬา แล้วนี่คืออะไร ในขณะที่เด็กใหม่คนอื่น ๆ ได้เรียนกับโคชแสนย์ ฉัน...อีรุ้ง กลับเป็เด็กใหม่คนเดียวที่ต้องเรียนกับโคชโอห์มในคลาสไพรเวต ซวยชะมัด เบื่อว่ะ อยากลาออก แกรีบ ๆ จีบคุณแสนย์ให้ติดเร็ว ๆ ทีเถอะ ฉันจะได้ลาออกไปให้พ้น ๆ ซะที”
เพลงพนัสได้แต่ยิ้มอ่อนใจ ถ้าจีบคุณแสนย์เป็เื่ง่าย ก็คงไม่ต้องมานั่งกุมขมับกันสองคนแบบนี้
“แล้วโคชโอห์มเขาสอนไม่ดีเหรอ แกถึงไม่ชอบน่ะ”
ทอรุ้งเขี่ยวิปครีมไปมา “จริง ๆ ก็สอนดีแหละ แต่ทั้งดุ ทั้งโหด สอนฉันซะเข้มยังกับเทรนนักกีฬาทีมชาติ นี่ฉันเป็ผู้หญิงนะ สายขาวด้วย นักเรียนใหม่ใสกิ๊งขนาดนี้ ไม่รู้จะมาจริงจังอะไรกับฉันนักหนา”
คนฟังได้แต่ยิ้มแหย ไม่อาจช่วยอะไรได้ คิดว่าเปลี่ยนเื่น่าจะดีกว่า
“แล้วโคชแสนย์ล่ะ เป็ไงบ้าง”
และแล้วคำถามที่เธออยากจะถามั้แ่เดินเข้าร้านก้าวแรกก็ได้พูดออกไปเสียที
“ยังไม่เจอเลย” ทว่าคำตอบจากลูกศิษย์คนใหม่ของยูโดซันกลับเป็เช่นนี้ “คุณแสนย์ยังไม่เข้ามาเลยแก เห็นมะกอก เอ่อ...แม่บ้านที่โรงเรียนบอกว่าลาไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนน่ะ เพิ่งกลับมาจากอังกฤษ เลยต้องเดินสายเจอเพื่อนหลายกลุ่มหน่อย แต่เห็นว่าจะเริ่มเข้ามาที่โรงเรียนพรุ่งนี้แล้วละ”
เพลงพนัสอมยิ้ม อิจฉาทอรุ้งเหลือเกินที่จะได้เจอกับคุณแสนย์ตัวจริง แต่ก็พูดไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าขืนพูดไป มีหวังต้องโดนด่าว่า ‘สมน้ำหน้า ไม่ยอมมาเรียนเอง’ เป็แน่
ทอรุ้งยิ้มหมายมาด ยักคิ้วให้ด้วยขณะพูดว่า
“แกก็เตรียมตัวขัดสีฉวีวรรณได้เลยนะลูกไม้ อีกไม่ช้าไม่นานฉันจะทำให้แกได้เจอกับคุณแสนย์ให้ได้ เชื่อมืออีรุ้งเถอะ!”
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
ชอบทัศนคติของทอรุ้งอ่า 555 มองให้ดีมันก็ดีอะเนอะ อ้ะ…แล้วถ้าเป็อย่างทอรุ้งว่า แล้วคุณแสนย์คือสเตตัสไหนกันละเนี่ย… ภายใต้ความเฉยๆ นี้มีอะไรซ่อนอยู่รึเปล่าน้อ… ฝากไลค์ คอมเมนต์ พูดคุยกันได้น้าาา