ฉวนลี่ถิงกับองค์ชายเฉินเล่อกลับถึงตำหนักเหมันต์พิศุทธิ์เอาเมื่อบ่ายคล้อยเด็กน้อยออกอาการง่วงสุดง่วง นางจึงส่งตัวเขาไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและเข้านอนยามบ่าย่หัวค่ำจึงออกไปพบเ้าของตำหนักที่ห้องโถงรับรอง
“บอกหม่อมฉันได้หรือไม่เพคะว่าใครจะได้ดูแลอาเฉินเมื่อเข้าไปอยู่ในวัง”
“จนกว่าพระองค์จะแต่งตั้งนั่นแหละเราถึงจะรู้ ที่ผ่านๆ มา นอกจากได้อยู่กับมารดาจนถึงอายุแปดขวบคนเลี้ยงดูเหล่าองค์ชายก็คือแม่นมกับพวกขันทีจะมีบางคนเท่านั้นที่องค์จักรพรรดิทรงมอบให้สนมบางนางดูแล”
“แม่นมขันทีอย่างนั้นหรือ” ด้วยหน้าที่เขาเ่าั้ต้องดูแลหลานนางดั่งบ่าวดูแลนายแต่ความรักคงไม่เทียมเท่าอย่างได้จากมารดาหรือญาติอีกทั้งอาเฉินก็มีพระมเหสีและเหล่าสนมเป็แม่ใหญ่แม่รองมากมาย บางนางมีลูกแล้วที่ยังไม่มี สักวันก็ต้องมีลูกของตัวเองให้ได้เช่นกันต่างคนก็ต่างทุ่มเทความรักให้ลูก...ลูกซึ่งวันข้างหน้าจะเป็ฐานอำนาจของมารดาในวังหลังอย่างนี้แล้วจะยังมีใครสนใจหลานชายนางบ้างเล่า
“หม่อมฉันมีคำถาม”
“ว่ามาเถอะ”
“เื่องค์ชายองค์หญิงน้อยที่เกิดจากพระมเหสีเพคะ”
“นางแต่งเป็พระชายาั้แ่อายุสิบหกผ่านมาแล้วหลายปี แต่ยังไม่มีทายาท”
ไม่มีทายาท...คำนี้ช่างขมขื่นนักกับคนเป็ภรรยาหลวง
พระมเหสีถูกแบ่งปันสามีหนำซ้ำยังต้องทนมองหญิงอื่นมีลูกกับสามีตนเองคนแล้วคนเล่าการปรากฏตัวของอาเฉินจะทำให้พระมเหสีไม่พอพระทัยหรือไม่คนเขายิ่งว่าแม่เลี้ยงมีใจเมตตานั้นมีน้อย
“นิสัยใจคอของพระมเหสีเป็เช่นไรทรงบอกหม่อมฉันได้หรือไม่” เท่าที่นางพบเห็นและพูดคุยด้วยวันนี้คงจะฟันธงว่าทรงมีใจเมตตาแท้จริงยังไม่ได้กระมัง
ไม่แน่...ใบหน้าฉาบรอยยิ้มอาจจะมีมีดซ่อนอยู่นางครุ่นคิดวิตกกังวล
หรือนางคิดจะฝากฝังอาเฉินกับพระมเหสี...เสวี่ยอ๋องได้ฟังก็คาดเดาในใจพลางเอ่ย
“นางใจเย็น ใจดี มีเมตตาอารีต่อผู้น้อยหลายปีที่นางเป็พี่สะใภ้ข้า ข้าเห็นเช่นนี้”
“แล้วทรงคิดว่าพระมเหสีทำให้ทรงเห็นหรือนั่นคือพื้นเพนิสัยของพระนางจริงๆ” ดั่งคำกล่าวเมื่อขึ้นสู่สถานะสูงส่ง ใจคนยิ่งล้ำลึกความคิดและวิธีแสดงออกย่อมแตกต่างจากคนธรรมดา
นับว่าเยี่ยมที่หญิงสาวเป็คนคิดมากรู้จักระแวดระวังภัย
“นั่นคือสิ่งที่ข้าเห็นและรับรู้ก่อนนางจะย้ายเข้าสู่ตำหนักในก่อนที่จักรพรรดิจะรับสนมเข้ามาเติมเต็มวังหลัง”
ได้รับคำตอบไขข้อข้องใจส่วนหนึ่งแล้วฉวนลี่ถิงจึงพยักหน้า นางนิ่งใช้ความคิดของตัวเองเงียบๆ คู่สนทนาจึงทรงถามต่อว่า
“มั่นใจแล้วหรือว่าจะเดินไปตามเส้นทางนี้”
“ในเมื่อหม่อมฉันอยู่กับอาเฉินไม่ได้ก็จำเป็ต้องหาคนที่จะคุ้มครองเขาได้ พระองค์อยู่ที่นี่ย่อมจะมองได้ไม่ไกลถึงหลังกำแพงสูงนั่นหรอก จะหวังพึ่งขันทีนางกำนัลเลี้ยงดูเขาหม่อมฉันก็ยังห่วง ห่วงมากด้วย”
“เ้ายังมีทางที่จะได้อยู่กับอาเฉินอยู่นะ”ดวงเนตรคมกล้ามองมา หวังค้นลึกเข้าไปถึงความคิดความรู้สึกนาง
“หม่อมฉันยังยืนยันคำตอบเดิมเพคะต่อให้ตาย หม่อมฉันก็ไม่อาจมีสามีร่วมกับพี่สาวถึงตอนนี้พี่สาวหม่อมฉันจะไม่อยู่แล้วก็ตาม” นางตอบแน่วแน่
“หากว่าทรง...” ถ้าเกิดจักรพรรดิทรงมีข้ออ้างหรือมีเล่ห์กลหลอกล่อนางจะยังยืนยันคำนี้ได้อีกหรือ
“ใครก็บังคับใจหม่อมฉันไม่ได้อย่างมากก็แค่ตาย แต่คงตายหลังจากอาเฉินรู้ประสากว่านี้” เพื่ออาเฉินต่อให้มากกว่านี้ นางก็คิดว่าตนเองจะต้องทนได้
นับว่าหญิงสาวมีใจเด็ดเดี่ยวหายากยิ่งทรงตั้งพระทัยแล้วว่าจะอยู่ข้างนางจะทำทุกวิถีทางไม่ให้นางตกเป็ผู้หญิงขององค์จักรพรรดิ
ทั้งหมดที่จะทรงทำนั้นเพื่อนางและเพื่อ...พระองค์เอง
“เวลาห้าเดือนที่มี หม่อมฉันจะพยายามเรียนรู้น้ำพระทัยพระมเหสีให้ถ่องแท้และอยากขอความร่วมมือจากพระองค์ด้วย ได้หรือไม่เพคะ”
“สำหรับเ้า ได้เสมอ”
ทรงดีกับนางมากเหลือเกินความหวามไหวก่อตัวขึ้นในใจอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ครั้นความรู้สึกนี้เกิดขึ้นแล้วฉวนลี่ถิงก็รีบปัดมันให้พ้นตัว ที่ทรงทำทั้งหมดก็เพราะเมตตาอาเฉิน นางนี่อย่างไร เหตุไฉนมีใจมักใหญ่อาจเอื้อมชอบคิดเข้าข้างตัวเองนักเชียว รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองมีเวลาไม่มากที่จะอยู่ที่นี่เส้นทางชีวิตแท้จริงของนางอยู่ที่เมืองซานเทียน ไม่ใช่ถูหยาง
“ขอบพระทัยที่ทรงทำเพื่อเด็กน้อยอาภัพอย่างอาเฉินเพคะบุญคุณชาตินี้ หม่อมฉันทดแทนอย่างไรก็คงไม่หมด”
“ใช้ไม่หมดชาตินี้ ค่อยกลับมาเจอกันชาติหน้า”หากได้พบเจอนางทุกชาติ นับเป็เื่ดีไม่ใช่หรือไร
ฉวนลี่ถิงยิ้มยินยอมจะติดตามพระองค์ในทุกชาติหากเป็ไปได้
“หม่อมฉันทำให้ทรงเหนื่อยมาพักใหญ่แล้วถึงเวลาที่พระองค์จะทรงได้พักผ่อนบ้าง หม่อมฉันขอตัวนะเพคะ” กล่าวแล้วหญิงสาวก็ลุกขึ้นย่อกายอย่างแช่มช้อย ก่อนหันกายเดินจากไป
ถึงเวลาที่ควรบอกนางดีหรือไม่เมื่อมีนางอยู่ใกล้ๆทรงไม่้าเวลาส่วนตัวเลยสักนิด...เสวี่ยอ๋องครุ่นคิดขณะทอดพระเนตรตามแผ่นหลังบอบบางไป
ทางฝั่งฉวนลี่ถิงใจหนึ่งนั้นก็อยากมองดวงพักตร์คมคายของคนที่เข้ามาอยู่ในความคิดความรู้สึกส่วนใหญ่ของนางต่ออีกสักหน่อยหากไม่มีเื่เกี่ยวกับอาเฉินนางจะมีโอกาสพูดคุยกับพระองค์ในเื่อื่นหรือไม่หนอเมื่อความคิดส่วนตัวเลยเถิดเกินวิสัยสตรีที่ต้องอยู่ในกรอบ หญิงสาวก็ยิ่งหน้าแดง
ทว่าความรู้สึกของคนนั้นห้ามกันได้ยากนางจึงค่อยๆ เอี้ยวหน้ากลับไปมองเส้นทางเดิมที่เดินจากมา
ฉวนลี่ถิงถึงกับสะดุ้งใจเต้นระรัว เมื่อพบว่าคนที่นางกำลังคิดถึงได้ส่งสายพระเนตรคมกริบมาสบตากับนางหญิงสาวจึงรีบหันหน้าหนี ก้าวขาเดินลิ่วเพื่อให้ตัวเองพ้นจากสายตาล่อลวงหัวใจคู่นั้น