...ช่างเป็คนที่อุกอาจยิ่งนัก…
เตปูจินบอร์เตได้แต่รำพึงในใจหลังจากที่ได้อ่านเนื้อความในราชสาส์นจากต้าซี เหนือหัวแห่งต้าซีเล่าลือมาว่าเป็สตรี แต่มีด้วยหรือสตรีที่ทั้งอุกอาจทั้งหยาบคายเช่นนี้ แน่นอนว่าด้วยศักดิ์ศรีและความเป็เอกราชของดินแดนของพระนางจึงเขียนราชสาส์นแจ้งข่าวเป็อักษรฮั่น จากเสียงเล่าลือเื่การผิดแผนของเอวี่ยผิงเกี๋ยที่ถูกหนวี่หวงตี้รู้ถึงแผนการของตนผ่านสารลับจนทำให้โลหยางโดนบุกนั้นยากที่จะเชื่อว่าพระนางไม่ทราบภาษามองโกลเลยแม้แต่ตัวเดียว ที่จริงหากว่าพระนางรู้สึกนอบน้อมและเกรงใจจริงดั่งที่เขียนมาในราชสาส์น เขาคิดว่าพระนางควรจะเขียนมันด้วยภาษามองโกล แต่การที่พระนางไม่ยอมใช้ภาษาถิ่นอื่นนั้นก็เป็เครื่องชี้ชัดแล้วว่าสตรีผู้นี้จะไม่ก้มหัวหรือยอมตกอยู่ใต้อำนาจผู้อื่นแม่แต่ฉื่อเดียว
“เซาเตียวยังไม่กลับมาหรือ” เตปูจินเอ่ยถามถึงชายที่เขาสั่งให้ไปสืบความเื่ของต้าซีมา
“ยังขอรับท่านเตปูจิน” เซาตี้ตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ทั้งเขาและเซาโปทำหน้าที่ส่งต่อราชสาส์นสำคัญจากหัวเมืองทางใต้จากทัพของท่านเตปูจินจาเตียวให้กับท่านเตปูจินบอร์เต ไม่ต้องบอกเลยว่ามันเป็งานที่เสี่ยงอันตรายแค่ไหน แน่นอนว่าแม้ไม่ได้รบทัพจับศึกก็จัดว่าอันตรายอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็คำสั่งที่ชวนให้เสี่ยงตายของท่านเตปูจินผู้พ่อก็ดีหรือจะอารมณ์อันแสนจะหุนหันของท่านนายกองเตปูจินผู้ลูกก็ดี การที่ต้องทำหน้าที่รับส่งสารระหว่างสองคนนี้ พวกเขามีอีกสักเก้าชีวิตก็เห็นทีจะไม่พอ…
…แต่ตอนนี้คงต้องอุทิศสักแปดชีวิตให้กับทหารประจำการทางใต้เสียก่อน…
“แล้วจาเตียวว่าอย่างไรบ้าง” เตปูจินผู้พ่อเอ่ยถามไถ่ถึงสถานการณ์ที่เขาก็ไม่คาดว่าจะได้รับคำตอบดีนัก
“ไม่ว่าอย่างไรขอรับ ท่านจาเตียวเพียงแต่ขอให้ท่านจาบอร์ส่งกองลาดตระเวนด้านตะวันตกมาเสริมเท่านั้น”
...เดาไม่ผิดสักนิด…
เตปูจินบอร์เตที่เคยเป็ชายใจร้อนเด็ดเดี่ยวก้มลงอ่านราชสาส์นอีกครั้ง เขาไม่คิดว่าการตัดสินใจเตรียมปะทะของเตปูจินจาเตียวจะเป็ทางเลือกที่ดีนัก ถึงเขาจะ้าบุกและฮั่นมาทั้งชีวิตทั้งที่นี่น่าจะเป็โอกาสการบุกที่ดีที่สุด ราชสาส์นฉบับนี้จากต้าซีเป็ตัวยืนยันได้อย่างดีว่าฮั่นเริ่มสั่นคลอนแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่คิดว่าเป็แผนที่ดีนักที่จะบุกตอนนี้ สัญชาตญาณของเขาร้องเตือนว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น…
เรียน องค์เตปูจินแห่งมองโกล
ข้าหยางเยว่ซือหนวี่หวงตี้แห่งต้าซีขอคารวะอย่างนอบน้อม สิ้นตงเทียน* (冬天 ตงเทียน ฤดูหนาว) แล้วหวังว่าพืชผลทางเหนือจะออกผลดีอย่างรวดเร็วทันกินทันใช้กันทั่วเมือง ข้าทราบมาว่าแสงอาทิตย์ในฤดูเพาะปลูกเป็ดั่งคำอวยพรจากเทพเ้าสำหรับมองโกล ขอให้เป็ชุนเทียน* (春天 ชุนเทียน ฤดูใบไม้ผลิ) ที่ดีสำหรับชาวมองโกล เป็เื่เสียมารยาทเป็อย่างมากที่ข้าและทหารต้าซีส่งเสียงดัง และทำให้บรรยากาศที่ชายแดนของท่านเตปูจินต้องหม่นหมอง แต่จะขอรบกวนอีกเพียงไม่นานเท่านั้น ขออภัยที่ต้องทำให้ขุ่นเคือง ขอให้ท่านและชาวมองโกลมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ แผ่นดินมีความสุขสงบร่มเย็น
ขอแสดงความเคารพอย่างนอบน้อม
หยางหนวี่หวงตี้
เนื้อความของราชสาส์นนั้นแจ้งเพียงแค่เื่การเผาชายแดนเพื่อปิดทางการหนีเท่านั้น หาได้กล่าวถึงเื่ของโลหยางไม่ ไม่มีเลยสักนิด จากเนื้อความหากคิดตื้น ๆ แล้วก็คงเป็เพียงสารที่จงใจปกปิดเื่ที่เกิดในฮั่น ตื้นในที่นี้เขาหมายถึงตื้นในขนาดที่เด็กที่เริ่มปาหินใส่จามรีเท่านั้นจะคิด
ความหมายที่แท้จริงก็คือ การเขียนใจความที่ไม่ได้กล่าวถึงเื่การต่อสู้กันในโลหยางนั้นมันก็หมายความว่าเหนือหัวผู้นี้หาได้มองเื่ของโลหยางเป็เื่ใหญ่ไม่... ทั้งที่หากนางสามารถที่จะบุกโลหยางได้ขนาดนี้นางย่อมรู้ถึงฐานะของเอวี่ยผิงเกี๋ยต่อมองโกลดีด้วยซ้ำ อีกทั้งยังกล่าวถึงการสิ้นฤดูกาลและการเริ่มฤดูกาลใหม่ น่ากลัวว่านางจะรู้ดีว่าในตอนนี้มองโกลหาได้พร้อมต่อกาลศึกไม่
…มองโกลไม่พร้อมทำศึก เื่โลหยางเป็เพียงเื่เล็กน้อย ถ้าฉลาดก็อยู่นิ่ง ๆ เสีย…
เหนือหัวแห่งต้าซีช่างเป็คนที่ถือดีและน่าชังยิ่งนัก เตปูจินบอร์เตลูบเคราตัวเองอย่างใช้ความคิด คนแซ่หยางที่เตปูจินผู้พ่อเคยเห็นนั้นล้วนแล้วแต่เป็กลุ่มบุรุษผ้าแพรดำทำท่าวางมาดขรึม หากแต่เก่งกาจเื่การรบพุ่ง พูดน้อย สมถะ ดูจะเป็คนที่ไม่มักใหญ่ใฝ่สูงทำการเช่นนี้ หากแต่วิถีการฆ่าฟันของเหล่าทหารต้าซีเองก็มีเอกลักษณ์เช่นกันคนเหล่านี้มักจะมีวิถีการสังหารที่เหี้ยมโหดกว่าทหารกองอื่น
…ต้าซีอย่างนั้นหรือ…
แม้จะรู้สึกขอบใจต้าซีที่เปิดการบุก แต่ถึงอย่างนั้นความอหังการแบบนี้ดูอย่างไรก็ไม่ใช่คนแซ่หยาง มันก็อาจเป็ไปได้ที่จะเป็แผนการรอบจัดของพวกฉินที่วางแผนกับหยาง แสร้งทำเป็ว่ามีเื่ในฮั่น หากมองโกลสุ่มสี่สุ่มห้าบุกไปทั้งที่ใจร้อนแบบนี้ก็อาจทำให้เสียเปรียบได้
ข่าวเื่ฉินกับหยางแตกกันยังไม่ได้รับการยืนยันใด ๆ ครั้นจะหวังพึ่งพาความฉลาดเฉลียวของบุตรที่อยู่ตามเมืองชายแดนวิเคราะห์สถานการณ์ก็คงไม่ไหว เพราะบัดนี้เ้าจาเตียวคงจะส่งสารเล่าเื่ราวของต้าซีไปทั่วทุกฝั่งชายแดนแล้ว ถ้าบุตรคนอื่นทราบข่าวจากจาเตียวแล้วก็คงยากที่จะสามารถสังเกตสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงได้ หากถามไถ่ไปก็คงจะได้รับคำตอบที่ไม่เป็กลางเท่าไหร่นัก…
“ข้าจะลงไปดูที่ชายแดนเอง”
หากคิดว่าเตปูจิบอร์เตและมองโกลอยู่ในสถานการณ์ที่หวาดระแวงแล้วนั่นคงจะรุนแรงเกินไปมากสำหรับสถานการณ์ของเมืองเจียงซู เจียงซูเป็ทั้งเมืองท่าตะวันออกและเมืองที่เต็มไปด้วยศิลปวิทยาและว่ากันว่าเป็แหล่งผลิตนักปราชญ์ของกลุ่มชาวฮั่นเลยทีเดียว สมกับคำเล่าลือที่ว่านักรบหาญกล้ามาจากต้าซี ปราชญ์ปัญญาดีอยู่ที่เจียงซู แต่ถึงอย่างนั้นในครั้งนี้ไม่รู้ว่าปรัชญาจะคมได้กว่าคมดาบหรือไปเหมือนกัน
เนื่องจากเป็เมืองท่า เื่ของข่าวสารในเจียงซูนั้นก็ถือว่าไม่แพ้ใครเช่นกัน พวกเขาเป็ทั้งนักปราชญ์และนักสังเกตการณ์และบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในยุคสมัยฮั่น ซึ่งนั่นก็รวมถึงสถานการณ์ั้แ่การขึ้นครองราชย์ของเหนือหัวแห่งต้าซีเช่นกัน พวกเขาต่างจากเมืองอื่น ๆ ตรงที่พวกเขารู้และเข้าใจถึงการเคลื่อนไหวของหนวี่หวงตี้แห่งต้าซีมาตลอด นางทั้งฉลาดและกล้าหาญ แต่นั่นก็ยังเป็ข้อถกเถียงกันอยู่…
“ความกล้าของนางเป็ไปเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวเท่านั้น” มหาบัณฑิตผู้หนึ่งกล่าวขึ้นเมื่อถกกันถึงเื่ที่พระองค์บุกตีโลหยาง
“แม้จะเป็ศึกใกล้เมือง แต่เราไม่ต้องยื่นมือเข้าไปยุ่งจะดีกว่า เจียงซูต้องเป็กลาง” ความเห็นทำนองนี้เองก็ได้รับการตอบรับเช่นกัน
“ข่าวว่าเซวี่ยไท่จื่อแห่งลู่ซุนอยู่ข้างต้าซี”
“สกุลเซวี่ยนั้นมีกำลัง หากแต่เซวี่ยไท่จื่อนั้นอ่อนแออีกทั้งยังเบาปัญญา แม้จะแผ่นดินใหญ่ก็หาใช่จะเลือกข้างถูกเสมอไป”
“ไม่ว่าอย่างไรเฉียนฉินก็คงไม่ยอมให้ต้าซีกำเริบเสิบสานโดยง่ายนัก ไม้เล็กไม่อาจเติบโตใต้ร่มไม้ใหญ่”
“ไม่ยินยอมก็จริง แต่หักห้ามคงไม่ง่าย บัดนี้เฉียนฉินก็เหมือนกันไม้ลำใหญ่หากแต่ไส้ในกลวง การก่อฏภายในหากกล่าวว่าไม่กระทบเฉียนฉินเลยก็คงเป็การโกหกไปมาก”
“แต่ถึงอย่างนั้นเฉียนฉินก็หาใช่เมืองเล็กด้อยปัญญา ฉินหวางทั้งสามก็ทรงปรีชาสามารถ”
“ต้าซีได้ทั้งลู่ซุนเป็พวกและกำลังจะได้โลหยางเป็เมืองของตน”
“คงไม่ง่ายเช่นนั้น เฉียนฉินกำลังรวบรวมฝู่ซุนกับฉางซุน หากได้ชนเผ่ากุยเกอด้วยก็จะเข้มแข็งขึ้น”
“ฉินฮ่องเต้ไม่อาจรวมทัพใหญ่ได้”
“แต่ฉินหวางทำได้! ฉินหานเฟิงเป็ยอดแม่ทัพ อีกทั้งฮัวเฟยเทียนก็ฝีมือไม่เป็รองใคร”
“ข่าวเล่าว่าหนวี่หวงตี้ชี้กระบี่ที่ได้จากฉินหวางใส่พระพักตร์ฉินหวาง”
“ท่านพูดจาเช่นนี้ทำตัวดุจจะรวมกับต้าซี ศักดิ์ศรีของท่านไปไหนหมด ต้องอยู่ใต้ชายผ้าสตรีหรือไร”
“นั่นไม่ใช่เื่ของศักดิ์ศรี หากแต่เป็เื่ของดินแดน พื้นที่ของเราติดกับดินแดนภายใต้การปกครองของต้าซี ถ้าเผื่อท่านไม่รู้สึกตัว หากเราไม่เป็มิตรกับต้าซี พันธมิตรเดียวของเราที่พอจะเหลือก็มีแต่เ้าบาดาลเท่านั้น!”
เสียงการทุ่มเถียงกันของเหล่าขุนนางและนักปราชญ์ในเมืองเจียงซูดังขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีท่าทีจะอ่อนลงเลยแม้แต่น้อย ยิ่งพูดก็ราวกับช่วยกันราดน้ำมันลงบนกองไฟ ไม่มีฝ่ายใดยอมถอยให้แก่กันแม้เพียงครึ่งก้าว ฝ่ายที่คิดถึงการอยู่รอดของชาวเมืองและเจียงซูที่สงบสุขนั้นต่างก็คิดเื่การเข้ากับต้าซี แต่ดูเหมือนว่าความอยู่รอดจะไม่สามารถเป็คำอธิบายที่จะทำให้คนหัวเก่ายอมรับได้
“เ้าบาดาลก็ยังดีกว่าสตรี!” เสียงของมหาบัณฑิตกระชากขึ้นทุกครั้ง “อย่างน้อยเ้าบาดาลก็ไม่หาเื่กับผู้มีพระคุณของตัวเอง จะเจียงซูก็ดี ต้าซีก็ดี ต่างก็ได้รับการช่วยเหลือจากเฉียนฉินให้แผ่นดินสงบทั้งนั้นเราไม่ควรจะลืมเื่นั้น”
“ความสงบอย่างนั้นหรือ ตอนนี้ยังเหลือความสงบอะไรอีก ศึกประชิดประตูเมืองแล้วกระมัง”
“ข้าเห็นด้วยกับท่านไท่ หากเราไม่รวมกันดินแดนต่อไปที่ต้าซีจะตีย่อมเป็ดินแดนเรา”
“ท่านไท่ ท่านเป่า พวกท่านทั้งสองช่างขลาดขาวเช่นนั้น เจียงซูของเราย่อมต้องอยู่ฝั่งเฉียนฉิน ธิดาแห่งมหาบัณฑิตจางจากเมืองเจียงซูก็คือจางเสียนเฟย โอรสของพระนางก็คือองค์ชายฉินชงหยวน เราคือเืเดียวกันใต้การปกครองของเฉียนฉิน ไม่ว่าจะศึกหรือจะมารประชิดเมืองเราก็ต้องสู้”
มหาบุรุษเก้อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระชากกระชั้น เขาไม่เห็นด้วยสักนิดกับเหล่าบัณฑิตขลาดเขลาที่เอาแต่กลัวาประชิดเมือง ทำมาเป็พูดดีถึงประชาชนเจียงซูและศึกในเมืองที่แท้แล้วก็แค่หวาดกลัวการสู้รบเท่านั้น ทำอย่างกับหากรวมกับต้าซีแล้วจะไม่ต้องสู้ศึกอย่างนั้น หากรวมกับต้าซีมีหรือต้าซีจะไม่เรียกทหารของเจียงซูไปร่วมรบกับเฉียนฉิน การศึกที่แบ่งเป็สองฝ่ายชัดเจนนั้นไม่อาจจะชนะคะคานกันได้ ยิ่งสองฝ่ายเป็ฝ่ายที่มีกำลังมากทั้งคู่แล้วด้วย
”สู้เพื่ออะไร ข้าบอกท่านให้อย่างหนึ่งถือว่าเป็บัณฑิตร่วมงานกันมานาน หากเกิดปัญหาขึ้นในเจียงซู เฉียนฉินจะทิ้งเราก่อน เพราะไม่อาจส่งกำลังข้ามมาถึงได้ ท่านคิดว่าเฉียนฉินจะส่งทัพข้ามมองโกลมาเจียงซูหรือไร หากทำเช่นนั้นได้จริงป่านนี้คงปราบต้าซีพ่ายไปแล้ว เราไม่ได้พูดถึงทางเลือกท่านเก้อเราไม่มีทางเลือกแล้ว”
“พวกเรายังมีทัพเรือ”
“ทัพเรือ ท่านคงกล่าวเพื่อความหรรษากระมัง ทัพเรือไม่อาจทำอะไรได้หากคนพวกนั้นรุกคืบมาทางบก เรือคงมีประโยชน์แค่ลำเลียงชาวเจียงซูหนี” บัณฑิตไท่เอ่ยพลางยิ้มเยาะ
“หากเจียงซูแปรพักตร์ฉินชงหยวนจะลำบาก ไหนจะจางเสียนเฟย”
“หากไม่แปรพักตร์ชาวเจียงซูทั้งหมดจะลำบาก” บัณฑิตเป่ากล่าว
“เฉียนฉินไม่มีทางทอดทิ้งพวกเรา ชาวเจียงซูภักดีต่อเฉียนฉินมาตลอด ไม่มีทางที่เฉียนฉินจะทอดทิ้งพวกเรา” มหาบุรุษเก้อยังคงเอ่ยด้วยความภักดี
ความภักดีของมหาบุรุษเก้อผู้มีอายุร่วมแปดสิบปีนั้นหาใช่เื่ผิดไม่ เขาเกิดมาก็อยู่ในยุคของอดีตฮ่องเต้ฉินผู้รวมฮั่นและขับไล่มองโกลรักษาดินแดนให้แก่ฮั่นมาโดยตลอด หากไม่มีเฉียนฉินแล้วฮั่นคงไม่สงบมาถึงทุกวันนี้ จริงอยู่ที่ในตอนนี้เฉียนฉินกำลังลำบากและตกต่ำ แต่การทิ้งมิตรตอนลำบากและตกต่ำนั้นหาใช่เื่ควรทำไม่ ต่อให้เจียงซูต้องกัดเนื้อกลืนเืพวกเขาต้องช่วยเหลือมิตร
“จางเสียนเฟยได้ขึ้นตำแหน่งเสียนเฟยเพียงเพราะองค์ฮ่องเต้แห่งฉิน้าคานอำนาจเจียงซูกับฉางซุนเท่านั้น หาได้เพราะรักและเมตตาไม่ ตอนนี้พระนางจางอภิเษกเข้าไปในเฉียนฉินก็ถือเป็ชาวเฉียนฉินหาได้มีสิ่งใดเกี่ยวกับเจียงซูไม่”
“หากท่านกล่าวเช่นนั้น เราก็รับแม่นางเอวี่ยมาเป็ฟูเหรินในบัณฑิตของเราแล้ว นางจะต้องอยู่ในความดูแลของเราตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้วหากต้าซีมุ่งเข้ามาตีเราเพราะแม่นางเอวี่ยธิดาแห่งโลหยางเข้าเล่า ท่านจะไม่จับดาบขึ้นต่อสู้เพื่อคนของเราเชียวหรือ!” บัณฑิตถ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบหากแต่เป็ความจริง
…ธิดาแห่งโลหยางเป็คนของเจียงซูแล้ว…
หากจะพูดว่าธิดาจางเมื่อแต่งเข้าฉินก็กลายเป็คนของฉิน เป็หน้าที่ของฉินที่ต้องดูแลนาง แต่หากกล่าวเช่นนั้นธิดาของเอวี่ยแต่งเข้าตั้ว ก็ต้องเป็คนของตั้วเป็หนึ่งในการดูแลของเ้าเมืองเจียงซู หากวันใดที่ต้าซีหาเื่เจียงซูด้วยธิดาของเอวี่ยพวกเขาก็ย่อมต้องปกป้องนาง ความเงียบเกิดขึ้นในหอบัณฑิตทันที การเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งย่อมไม่ใช่ผลดี หากว่าฮั่นแตกนอกจากการเลือกข้างแล้ว สายลมจากทางเหนือก็ถือเป็เื่อันตรายเช่นกัน เจียงซูเองก็มีพื้นที่ติดกับมองโกล ไม่ว่าอย่างไรก็คงปฏิเสธได้ยากเต็มที
“ช่างเป็โชคร้ายของเมืองเรายิ่งนัก” เสียงของใครบางคนที่พึมพำออกมาทำให้บรรยากาศในห้องบัณฑิตหนักอึ้งกว่าเดิม แต่ในสถานการณ์ที่คิดว่าเลวร้ายแล้ว จงตระหนักไว้เสมอว่าเื่ที่เลวร้ายกว่านั้นกำลังจะตามมา
“แจ้งข่าวขอรับ!” เสียงทหารคนหนึ่งฟังดูแตกตื่นดังขึ้นหน้าประตูของหอหนังสือ
“ใจเย็นค่อย ๆ พูด” บัณฑิตเก้อเอ่ยเมื่อเห็นสีหน้าตื่น ๆ ของทหารประจำการคนนั้น
“สะ สาร สาร จากต้าซีขอรับ”