หลังจากที่ทำการลงสีอารักษ์แล้วเสร็จ หานลี่ได้นำอารักษ์ไปไว้ยังร้าน
หานลี่นั่งดื่มสุราแลบรรเลงเพลงพิณ เสียงก้องกังวานขานขับดังทั่วเมืองเล็กๆ
หมูชนที่นั่งอยู่กลางลานกว้างต่างสดับรับฟังเพลงพิณขับกล่อม
" ข้าว่า วันนี้อาจารย์หานเล่นพิณได้ไพเราะยิ่งนัก "
" ต่างจากวันนั้นลิบลับ วันนั้นเจือปนโศกเศร้า วันนี้คล้ายกับพร่ำพรรณนา "
" เ้าแตกฉานเพลงพิณั้แ่เมื่อใด "
" ข้าฟังมาทุกวัน ย่อมต้องเข้าใจ "
ชาวบ้านแม้นมิรู้เื่พิณหรือสรรพสำเนียงแห่งพิณ แต่เมื่อได้ฟังทุกวันก็ย่อมที่จะแยกแยะได้
หานลี่ยกมือขึ้นหลังจากที่บรรเลงเพลงพิณไปนานถึงสองชั่วยาม
" อึก " สุราหมักจอกสุดท้ายถูกกลืนลงไป
" ฮื่อห์ " หานลี่ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแรง
สองตามองยังใบหน้างดงามของสวีอวี้ซวง แลยกยิ้มออกมา
นางนั้นมิได้สนใจในหานลี่เพราะว่าเวลานี้นางกำลังเข้าสู่สภาวะควบรวมปราณ
" วู๊มม " มวลอากาศรายรอบร่างบางพลันบีบอัดอย่างหนักหน่วง
" วิ้ง " แสงสีขาวพร่างพรายออกทั่วร่าง รัศมีแสงขาวพร่าเลือนมวลอากาศ
" หือ " หานลี่คิ้วขมวด เมื่อพบเห็นสิ่งผิดปกติรายรอบตัว
" เกิดสิ่งใดขึ้น " หานลี่พึมพำ
หานลี่ััได้ว่าเกิดการแปรปรวนของมวลอากาศรายรอบตัว เขากวาดตามองทั่วแต่ก็มิพบพานสิ่งใด
" นี่มันอะไรกัน " หานลี่ได้แต่งุนงงสงสัย
เขามิใช่ผู้ฝึกยุทธจึงมิอาจมองเห็นนิมิตหรือสิ่งที่เกิดขึ้นได้
" ทะลวง " สวีอวี้ซวงร้องออกมา พลางทะยานร่างขึ้นสู่กลางเวหา
หานลี่จ้องมองยังร่างบาง ที่ะเิพลังออกทั่วร่าง
ปราณพลังะเิออกอย่างบ้าคลั่ง คลื่นลมวายุโถมถั่งปั่นป่วนทั่วแดนดิน
ประกายแสงหลากสีสาดส่องอาบย้อมทั่วร่างราวกับเซียน์ แสงเซียนพร่างพรายกำจายออก รัศมีเรืองรองขับผิวขาวให้ผุดผ่อง
" ขั้นสรรสร้างแล้ว " สวีอวี้ซวงพึมพำ
ร่างบางทะยานร่างลงยังพื้น พลางย่อตัวให้กับชายหนุ่ม
" ขอบพระคุณผู้าุโที่เมตตา " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
แม้นในใจจะมิรู้ว่านางเอ่ยถึงสิ่งใด แต่เขาก็ต้องวางมาดเช่นเดิม " อืม " หานลี่แสร้งพยักหน้า
" . . . " สวีอวี้ซวงพลันนิ่งเงียบ แลพยักหน้าช้าๆ
" ผู้าุโ ข้าต้องไปแล้ว " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
" คนของตระกูลตามหาข้าพบแล้ว หากปล่อยให้ทุกคนรอข้าคงมิดี " นางเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้า
" เ้าไปเถิด " หานลี่เอ่ยออกมา
" ผู้น้อยขอลา " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา แลทะยานร่างขึ้นสูงหายลับไปในราตรี
" ฮื่อห์ " หานลี่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง
" อะไรกัน ผู้ใดมาที่นี่ ล้วนแล้วแต่ได้รับประโยชน์ แต่ตัวข้ากลับมิรู้อะไร " หานลี่พึมพำ
เขาครุ่นคิดอยู่นานจนเวลาล่วงเลยไปถึงยามโฉ่ว เขาถอนหายใจออกมาอย่างแรง แลเดินเข้าห้องนอน
" อ้าก " เสียงร้องคร่ำครวญดังขึ้น
หานลี่หยัดกายตั้งตรง พลางเงี่ยหูฟัง
" อือ " เสียงครวญครางดังออกมาจากในร้าน
" ขโมย " หานลี่พึมพำ พลางทะยานร่างออกจากห้องอย่างรวดเร็ว
เขาเข้ามาในร้านพบพานกับชายชุดดำนับสิบที่นอนนิ่งที่พื้น สองตากวาดมองทั่วร่างของชายชุดดำ
" แน่นิ่งมิไหวติง " หานลี่พึมพำ
สองเท้าของหานลี่เดินเข้าหาชายชุดดำ เขาย่อตัวลงพลางยื่นสองนิ้วออกไปแตะยังเส้นชีพจร
" ตายแล้ว " หานลี่พึมพำ
" ตายได้เช่นใด " หานลี่พึมพำ
ชายหนุ่มเร่งสำรวจทั่วร่างของชายชุดดำ สองตาของเขาพลันเบิกโพลง
" กระดูกทั่วร่างแตกหักป่นปี้ ทั้งอวัยวะยังแหลกสลาย " หานลี่พึมพำ
" รึว่า " หานลี่มองยังภาพั แลอารักษ์
" เป็เ้าทั้งสองรึ " หานลี่พึมพำ
หานลี่ก้มหน้ามองยังร่างทั้งของชายชุดดำ พลางครุ่นคิด
" หากมีคนรู้ว่าที่นี่มีคนตาย มิแคล้วข้าต้องลำบากเป็แน่ " หานลี่พึมพำ
" ทั้งสำนักของคนเหล่านี้คงจะต้องมาทวงถามกับข้าเป็แน่ " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" ต้องทำลายหลักฐาน " หานลี่พึมพำ แลเร่งลากร่างของชายชุดดำไปยังโรงปั้น
เขาเร่งจุดไฟที่เตาเผา แลยัดฝืนใส่ลงไป " ฟู่ว " หานลี่เป่าปากออกสุดแรง
หลังจากค้นตัวของชายชุดดำแล้วเสร็จ หานลี่ทำการโยนร่างของชายชุดดำเข้าไปในเตาเผาอย่างรวดเร็ว
ราวหนึ่งชั่วยาม กว่าที่ร่างของชายชุดดำจะมอดไหม้
หานลี่เปิดฝาเตา แลมองจ้องเข้าไปในเตาเผาพลางพยักหน้า
หานลี่ปิดเตาเผา แลเร่งไปเก็บข้าวของอย่างรวดเร็ว
หานลี่มายังอารักษ์ พลางยื่นมือออกไปหมายเก็บอารักษ์
" แกร็ก " เสียงบางสิ่งนอกร้านแตกหัก
หัวคิ้วของหานลี่พลันพุ่งเข้าชนกัน เขาย่องออกจากในร้านอย่างอย่างรวดเร็ว
แลทะยานออกทางช่องลับที่โรงปั้นอย่างรวดเร็ว
" ดีนะที่ไหวตัวได้ทัน " หานลี่เร่งทะยานร่างฝ่าความมืดเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว
หานลี่วิ่งหน้าตั้งในป่าอย่างว่องไว เพราะป่าแถบนี้เขาหลับตาก็สามาถเดินได้ จึงมิเป็การเสียเวลา เพียงพริบตาชายหนุ่มก็ไปไกลกว่าที่คิด
" ครานี้อย่าให้พลาดเหมือนครู่ ไอ้สวะเ่าั้คงตกตายแล้วเป็แน่จึงได้เงียบกริบเช่นนี้ " เสียงลึกลับดังขึ้น
" เตรียมตัว "
เหล่าชายชุดดำอีกชุดพุ่งทะยานร่างเข้าไปในร้านของหานลี่อย่างรวดเร็ว
สองตาของชายชุดดำกวาดมองทั่วร้าน เขาถึงมองเหม่อ
" มิมีสิ่งใดหลงเหลือ " ชายชุดดำคนหนึ่งเอ่ยออกมา
" เ้าว่าเช่นใดนะ " หัวหน้ากลุ่มทะยานร่างเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเข้ามา เขากวาดตามองทั่ว " ไอ้สาระเลวพวกนั้น มันบังอาจหลอกข้า "
" มันเก็บกวาดจนหมดสิ้น แลทำทีเป็ร้องโอดโอย สุดท้ายหนีหายไปกับสมบัติเต๋ามากมาย " หัวหน้ากลุ่มเอ่ยออกมา
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเคียดแค้น เสียงหอบหายใจถี่หนักดังขึ้น
" กลับไปข้าจะถลกหลังพวกเ้า " หัวหน้ากลุ่มเอ่ยออกมา
" ไป " หัวหน้ากลุ่มเร่งทะยานร่างออกจากร้าน แลพุ่งทะยานเป็ลำแสงหายไปในความมืด
หานลี่วิ่งหน้าตั้งมานานถึงสองชั่วยามโดยมิมีเหน็ดเหนื่อย เขามิได้หยุดพัก ทำเพียงห้อตะบึงอย่างมิคิดชีวิต
" จวนรุ่งสางแล้ว หาที่พักสักหน่อยก็ดี " หานลี่พึมพำ
หานลี่กวาดตามองหาถ้ำ เมื่อพบเจอเขาทะยานร่างเข้าไปในถ้ำอย่างรวดเร็ว
หลังจากทำความสะอาดอย่างลวกๆแล้ว หานลี่เร่งนำอาหารแลน้ำดื่มออกมา
" คนเหล่าเป็ผู้ใดกัน " หานลี่ครุ่นคิด ทั้งทานอาหารไปด้วย
" รึว่าจะเกี่ยวข้องกับเ้าสำนักจื่อเสียน " หานลี่พึมพำ
" ตาแก่นั่นคราสุดท้ายที่พบ ทำตัวแปลกประหลาด " หานลี่พึมพำ
" หากอยากได้ใยมิพามา ข้าจะเลือกให้ แต่นี่กลับทำหมายขโมย " หานลี่พึมพำ
" มิเข้าใจจิตใจของมนุษย์จริงๆ " หานลี่พึมพำ
เขาครุ่นคิดว่าเหตุใดสิ่งที่เขาสร้างขึ้น ใยจึงเป็ที่้าของจอมยุทธ
" คนพวกนั้นได้ประโยชน์จากข้าไปมากมาย แต่ข้ากลับมิรู้เื่อะไรเลย " หานลี่พึมพำ
เขาเรียกกระบี่ไม้สีดำออกมา พลางกวาดตามองทั่ว ชายหนุ่มได้แต่ทำหน้าย่น แลส่ายไปมา
" ฝึด ฝึด " เสียงกระบี่ไม้แหวกอากาศ
" ก็มิเห็นมีสิ่งใด " หานลี่พึมพำ
หานลี่ไล่เรียงเื่ราว " ก่อนนี้มิเคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นสักครา " หานลี่พึมพำ
" คืนวันที่ข้าฝันร้าย พอรุ่งเช้าก็เป็วันที่เริ่มเื่ราวต่างๆ " หานลี่พึมพำ
่สามเดือนกว่านั้นเป็่ที่เหล่าจอมยุทธของสำนักจื่อเสียน เข้ามาซื้อของในร้านทุกวันจนทำออกมามิทัน
" นี่เราต้องออกจากเมืองม่อเสียนจริงๆรึนี่ " หานลี่พึมพำ
" คิดแล้วใจหายยิ่งนัก " หานลี่พึมพำ
" อยู่มานานถึงสิบปี ใยจะมิห่วงหาอาวรณ์ " หานลี่พึมพำ
" ลมบูรพาพัดพายังม่อเสียน แสงแดดสาดส่องกล้ำกลืนฝืนใจลา "
" แหงนหน้ามองจันทรา ถิ่นที่ใดก็คงเป็ดวงเดียวกัน "
" ต้องไปอยู่ยังเมืองใหญ่ ที่ไร้ผู้คนรู้จัก " หานลี่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง
สวีอวี้ซวงพลันรั้งกายไว้กลางเวหา สดับรับฟังเสียงคุ้นเคยที่ล่องลอยตามสายลม
" ผู้าุโจากเมืองม่อเสียนแล้ว " นางพึมพำ