ยามไฮ่ (21.00–22.59 น.)
〖 วางพิษสำเร็จ: ได้รับ 25 แต้มดวงดาว 〗
หานเฟิง (พึมพำเบา ๆ): “แสดงว่า…ต้องรอให้พิษออกฤทธิ์สมบูรณ์ จึงจะได้รับแต้ม ใช่ไหม เมิ่งอวิ๋น?”
〖 ท่านเข้าใจถูกต้องแล้วขอรับ 〗
หานเฟิงยิ้มบาง ก่อนเดินไปที่โต๊ะ หยิบซองยาพิษขึ้นมาพลิกดูด้วยแววตาครุ่นคิด
—
เช้าวันต่อมา
ในโรงเตี๊ยมที่หานเฟิงพักอยู่ ผู้คนต่างพูดคุยเกี่ยวกับการตายอย่างลึกลับของเหล่าทหารทั้งห้านาย ผู้คนต่างซุบซิบกันไม่ขาดสาย
“ข้าบอกแล้วว่า พวกเขาไม่น่ารอด เชื่อหรือยัง?”
“ไม่ใช่แค่เ้าหรอก ใครเห็นก็ดูออกว่ารอดยาก”
“แต่…พวกเขาตายได้ยังไง ดูแข็งแรง อายุก็ไม่ได้เยอะ ไม่มีาแใดๆ หรือว่าจะถูกวางยาพิษ?”
“จะตายยังไงก็ช่างเถอะ ตายก็คือตาย!”
หานเฟิงที่แอบฟังอยู่ ก็นึกแผนอะไรได้ จึงเดินเข้าไปใกล้กลุ่มชาวบ้าน แล้วพูดขึ้น:
หานเฟิง: “พวกท่าน ข้าเพิ่งมาจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ใกล้เขาไท่ซาน ได้ข่าวว่ามีหมู่บ้านใกล้เคียงถูกโจรลึกลับสังหารยกหมู่บ้าน เพื่อแย่งชิงสมุนไพร เซียนหยูเฉ่า ในตำนาน ไปอีกด้วย!”
ชายคนหนึ่ง: “เ้าว่า สมุนไพรเซียนหยูเฉ่าอย่างงั้นรึ?”
หานเฟิง: “เื่นี้มีคนรู้ไม่มากนัก…แต่พวกท่านต้องสัญญาว่าจะเก็บไว้เป็ความลับ”
ชาวบ้าน (พร้อมกัน): “แน่นอน! เชื่อใจพวกข้าได้!”
หานเฟิง (ยิ้มเจือเจตนา): “ดี ข้าเชื่อใจพวกท่าน… เื่มันเกิดขึ้นเมื่อเจ็ดวันก่อน—มีชายผู้หนึ่งขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร และเขาก็พบเข้าโดยบังเอิญกับ… เซียนหยูเฉ่า!”
ชายชราผู้หนึ่งถอนหายใจ:
ชายแก่: “ชายผู้นั้นคงสะสมบุญมาดีแท้… สมัยข้าหนุ่ม ๆ ก็ขึ้นเขาไท่ซานบ่อย ๆ เฮ้อ…คิดถึงวันเก่า ๆ”
หญิงวัยกลางคน: “นี่ตาแก่! ใครอยากฟังเื่เ้ากันล่ะ! ข้าอยากฟังเื่สมุนไพรมากกว่า!”
หานเฟิง (เสียงนิ่ง): “เอาล่ะ ๆ อย่าเพิ่งทะเลาะกัน ข้าจะเล่าต่อ…”
จากนั้นหานเฟิงก็เริ่มเล่าเื่การแย่งชิงสมุนไพรในตำนานอย่างตื่นเต้น พร้อมปล่อยข่าวลือว่า เ้าอำเภอเมืองเฟ่ยเสี้ยน อยู่เื้ัทั้งหมด
ไม่นาน ชาวบ้านเริ่มตั้งข้อสงสัย—หรือว่าการตายของเหล่าทหารจะเกี่ยวข้องกับสมุนไพรนี้?
ข่าวลือกระจายไปทั่วทั้งเมืองในเวลาไม่ถึงสองชั่วยาม ผู้คนต่างตีความกันไปต่าง ๆ นานา
หานเฟิง (พึมพำ): “เร็วกว่าที่คิดไว้เยอะ… นี่สินะ พลังของข่าวลือ”
ทุกอย่างเป็ไปตามแผนของหานเฟิง — เพื่อปลุกกระแสความเกลียดชังต่อเ้าอำเภอให้รุนแรงยิ่งขึ้นในใจชาวบ้าน
—
ณ จวนเ้าอำเภอ
เสียงตะหวาดดังลั่นจากในห้องโถง:
เ้าอำเภอ: “ว่าไงนะ! มีข่าวลือเื่การแย่งชิงสมุนไพรเซียนหยูเฉ่าในเมืองงั้นรึ!? ไปสืบมาให้ชัด—ใครเป็คนปล่อยข่าว!”
พ่อบ้าน: “ขอรับ ข้าให้คนเริ่มสืบแล้ว แต่เื่เร่งด่วนยิ่งกว่าคือ…เราต้องหาสาเหตุการตายของทหารทั้งห้าให้ได้ก่อน หากรู้แน่ชัด ข่าวลือก็คงจะเงียบไปเอง”
เ้าอำเภอ: “ดี! งั้นเ้าจงส่งคนไปสืบเื่นี้ อย่าให้มีข้อผิดพลาดเด็ดขาด!”
หลังจากที่ได้รับคำสั่ง พ่อบ้านของจวนเ้าอำเภอได้สั่งให้สืบหาสาเหตุการตายอย่างละเอียด ทว่าหมอทุกคนที่ถูกเรียกมา ต่างก็ไม่สามารถให้คำตอบที่แน่ชัดได้แม้แต่คนเดียว
หมอ: “นายท่าน…ข้าต้องขออภัย ด้วยความรู้ของข้าไม่สามารถระบุได้ว่าศพนี้ตายด้วยสาเหตุใด ไม่มีร่องรอยาแ หรือพิษใด ๆ ราวกับิญญาหลุดออกจากร่างโดยไม่มีสาเหตุ …”
ขณะหมอกำลังสรุปผลตรวจศพให้พ่อบ้านจวนเ้าอำเภอฟัง ทหารที่ถูกส่งไปสืบข่าว ก็กลับมารายงาน
ทหาร: “รายงาน ! —ข้าไปสืบมาแล้ว ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ ่เช้า พวกเขาเข้าประจำเวรตามปกติ หลังเลิกงานก็ไปนั่งดื่มเหล้าที่โรงเตี๊ยมเ้าประจำ”
พ่อบ้าน: “แล้วได้ตรวจสอบอาหารที่พวกเขากินหรือไม่? อาจมีพิษปนเปื้อน”
ทหาร: “ข้าน้อยตรวจสอบแล้ว เศษอาหารที่เหลือถูกนำไปให้หมูหลังร้านกินตามปกติ ก็ไม่พบอาการผิดปกติใด ส่วนไหเหล้าก็ตรวจเช่นกัน แต่ไม่พบร่องรอยของยาพิษ ขอรับ!”
พ่อบ้าน: “แล้วหลังจากนั้น พวกเขาไปที่ไหนต่อ?”
ทหาร: “หลังออกจากโรงเตี๊ยม ก็เดินเล่นอยู่ในตลาด ไม่มีเหตุผิดปกติใดเลยครับ”
พ่อบ้าน (ขมวดคิ้ว): “น่าแปลกนัก… เ้าจงไปควบคุมตัวทุกคนที่เกี่ยวข้องหรือต้องสงสัยกับเหตุการณ์ วันนั้นมาสอบปากคำให้หมด! และเพิ่มความเข้มงวดในการเข้าออกเมือง”
ทหาร: “รับทราบ!”
ไม่นานหลังคำสั่งจากจวนเ้าอำเภอถูกสั่งออกไป กลองประจำเมืองก็ดังขึ้นสามครั้ง—สัญญาณฉุกเฉินที่ไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก
เสียงป่าวประกาศของทหารดังไปทั่วเขตตลาด:
“คำสั่งจากเ้าอำเภอเมืองเฟ่ยเสี้ยน—ให้ทำการตรวจสอบ ผู้คนที่เข้าออกเมืองอย่างเข้มงวด เพื่อหาคนร้ายที่สังหารทหารภายในเมือง!”
ชาวบ้านแตกตื่น ต่างพากันเก็บของรีบกลับบ้าน ทหารเดินลาดตระเวนเต็มแนวถนนหลัก
—
ณ โรงเตี๊ยมที่พักของไป๋เฉิน
ไป๋เฉินได้ยินเสียงเอะอะจากหน้าห้องของเขา จึงต้องเดินออกมาดู แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นกลุ่มทหารจำนวนมากยืนล้อมประตูโรงเตี๊ยมไว้แล้ว
หัวหน้าทหาร: “เ้าใช่หรือไม่—พ่อค้าที่เข้าเมืองมาเมื่อวาน และไปกินอาหารในโรงเตี๊ยมเดียวกับกลุ่มทหารที่เสียชีวิต!?”
ไป๋เฉิน (สีหน้างุนงง): “ใช่แล้ว ข้าไปที่นั่นจริง ๆ… ว่าแต่พวกท่านมีธุระอะไรกับข้า?”
หัวหน้าทหาร: “คำสั่งจากเ้าอำเภอ! ผู้ใดที่เกี่ยวข้องหรือมีส่วนต้องสงสัยกับเหตุการณ์การเสียชีวิตในครานี้—ต้องถูกควบคุมตัวไว้รอการสอบสวน!”
ขณะนั้นเอง ทหารนายหนึ่งเดินเข้ามากระซิบที่ข้างหูหัวหน้าทหาร
หัวหน้าทหาร (เสียงเข้ม): “พาชายผู้นี้ไปคุมขังไว้ก่อน ส่วนพวกเ้าที่เหลือ—ตามข้ามา!”
ไป๋เฉินถูกใส่โซ่ตรวนเบา และถูกนำตัวขึ้นเกี้ยวเล็กแบบคุมเชลย ทหารทั้งขบวนเคลื่อนไปยังจวนเ้าอำเภอ ท่ามกลางสายตาชาวเมืองที่เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันด้วยความตื่นตระหนก
“นั่นพ่อค้าที่เพิ่งเข้ามาเมื่อวานมิใช่หรือ?”
“ข้าว่ามันเกินไปหรือป่าวนะ แค่กินอาหารในโรงเตี๊ยมเดียวกันกับคนที่ตาย ก็ตกเป็ผู้ต้องสงสัยแล้ว?”
“นั่นสิ! ตอนเช้าก็มีคนในตลาดโดนจับไปสิบกว่าคนเข้าไปแล้ว”
“ขนาดนั้นเชียวเรอะ!?”
“ข้าว่าพวกเราควรอยู่เงียบ ๆ ดีกว่า อย่าไปยุ่งเลยเดี๋ยวจะซวยไปด้วย!”
—
ณ โรงเตี๊ยมที่พักของหานเฟิง
กลุ่มทหารเดินมาถึงหน้าห้องพักของหานเฟิง และล้อมไว้ในลักษณะเดียวกับที่พวกเขาเคยทำกับไป๋เฉิน
ก๊อก ก๊อก — หัวหน้าทหารเคาะประตูสองครั้ง แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ
เขาลองดันประตูเบา ๆ ก็พบว่ามิได้ลงกลอน จึงผลักเปิดออกเต็มแรงก่อนก้าวเข้าไปตรวจสอบ แต่กลับไม่พบร่องรอยของหานเฟิงอยู่ภายใน
หัวหน้าทหารขมวดคิ้ว ก่อนหันไปสั่งการ:
หัวหน้าทหาร: “สั่งการลงไป กระจายกำลังออกตามหาให้ทั่ว!”
แต่ยังไม่ทันได้เคลื่อนขบวนไปไหน หานเฟิงก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าห้อง ราวกับตั้งใจกลับมาในจังหวะนั้นพอดี
หานเฟิง (ทำหน้างุนงง): “พวกท่านเข้าห้องข้าโดยพลการได้อย่างไร?”
หัวหน้าทหารมองเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามกลับ:
หัวหน้าทหาร: “ข้าเคยเห็นหน้าเ้าที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า? ทำไมข้ารู้สึกคุ้นหน้าเ้ายิ่งนัก”
หานเฟิง (หัวเราะเบา ๆ): “ท่านคงจำคนผิดแล้ว คนธรรมดาเช่นข้าไม่น่าจะเป็ที่รู้จักของท่านได้”
หัวหน้าทหาร: “เป็เช่นนั้นก็ดี!—ควบคุมตัวไป!”
หานเฟิงไม่เอ่ยอะไรต่อ เขายื่นมือออกให้ทหารใส่โซ่ตรวนแต่โดยดี เดินขึ้นเกี้ยวคุมเชลย อย่างสงบโดยไม่มีท่าทีขัดขืนแม้แต่น้อย
—
ระหว่างทางสู่จวนเ้าอำเภอ
ขบวนคุมตัวหานเฟิงกำลังเคลื่อนผ่านเขตตลาด ทันใดนั้น ทหารนายหนึ่งที่เดินอยู่ท้ายขบวนก็ล้มลงหมดสติอย่างกะทันหัน โดยไม่มีอาการบ่งชี้ล่วงหน้าใด ๆ
เสียงชาวบ้านเริ่มดังขึ้นทันที:
“์ลงทัณฑ์แน่แท้! พวกเขาไปแย่งสมุนไพรเซียนหยูเฉ่าไง!”
“หรือว่าจะเป็โรคระบาด?”
“ไม่แน่นะ…อาจเป็คำสาปก็ได้!”
หานเฟิงที่นั่งอยู่ในเกี้ยวคุมขัง เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเผยรอยยิ้มบาง ๆ อย่างพอใจ
(จบบทที่ 4)