กำเนิดราชันย์แห่งจอมเวท

    ตอนที่ 65 เพลิงโทสะของนักเวทอัสนี

         บริเวณต้นสนขนาดใหญ่บัดนี้มีเพียงสายลมจางๆที่พัดผ่านไปกับเสียงฝีเท้าที่กำลังเหยียบย่างไปตามพื้นดิน  ในที่สุดกลุ่มของมิลอสก็เดินมาถึงบริเวณต้นสนขนาดใหญ่ต้นนั้น สิ่งแรกที่มิลอสมองเห็นคือแอ่งเลือดที่ทิ้งร่องรอยเอาไว้กับพื้นดิน แม้รอยเลือดมันจะเริ่มแห้งกรังไปแล้วแต่มันก็ยังคงไว้ซึ่งร่องรอยของการต่อสู้  มันก้มหน้ามองสำรวจไปตามพื้นดินก็พบรอยเท้าของพยัคฆ์เขาเดียวที่ถูกทิ้งเอาไว้ตามพื้นดินกับรอยเท้าของมนุษย์ผู้หนึ่ง  ดูจากร่องรอยที่ทิ้งเอาไว้คงเป็นการต่อสู้ระหว่างสัตว์อสูรจำพวกเสือและมนุษย์ หากคาดเดาแล้วก็คงเป็นนักเวทหนึ่งในห้าคนที่ไม่ได้เดินทางมากับพวกมัน 

     

          “ร่องรอยต่อสู้พึ่งเกิดไปเมื่อไม่นานนี้เอง  แสดงว่ามีคนอื่นอยู่แถวนี้ “

     

          มิลอสวิเคราะห์ตามร่องรอยของการต่อสู้ที่มันพบเจอ

     

         “ มีอะไรรึเปล่า? “

     

         เสียงของเมเบลที่เอ่ยขึ้นถามเมื่อมองเห็นมิลอสทำท่าก้มๆเงยๆคล้ายกำลังสำรวจอะไรอยู่

     

         “ เจ้าคิดว่าสัตว์อสูรที่เจ้าพึ่งสังหารไปมันจะมุดอยู่ใต้ใบไม้แถวนั้นรึอย่างไรฮ่าๆๆ “

     

         โรดาสพูดจาถากถางออกมาอย่างสนุกปาก   

     

         “ ไม่ใช่ ที่นี่มีคนอื่นอยู่ด้วย มันมีร่องรอยของการต่อสู้อยู่  “

     

         มิลอสเงยหน้าขึ้นมาตอบคำถามโดยไม่ได้สนใจคำถากถางของโรดาส  มันหันมองซ้ายขวาไปทั่วบริเวณเพื่อหาบุคคลที่กำลังเอ่ยถึง  แต่ไม่ว่าจะมองไปทางทิศทางไหนก็พบแต่ความว่างเปล่า  ทันใดนั้นมันก็นึกถึงเรื่องราวบางอย่างได้ มันเลิกให้ความสนใจกับการค้นหาบุคคลปริศนาผู้นั้น มันกวาดสายตาไปทั่วบริเวณแต่ก็ไม่พบแม้แต่สิ่งใด  เมื่อบริเวณพื้นดินไม่พบสิ่งใดมันจึงเงยหน้าขึ้นมองหาไปตามกิ่งก้านของต้นสนขนาดใหญ่ต้นนั้น  เท่าที่มันจำได้คือมันมองเห็นภาพของสัตว์อสูรตัวนั้นกำลังจะบินกลับรังที่อยู่บนต้นสนต้นนี้ มันใช้ธนูสุ่มเล็งไปบริเวณใกล้ๆกับรังของสัตว์อสูรตัวนั้น เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดจริงๆว่าการสุ่มยิงของมันนั้นจะโดนเป้าหมายเข้าอย่างแม่นยำ 

     

             ทันใดนั้นสายตาของมิลอสก็ไปสะดุดเข้ากับภาพรังของสัตว์อสูรตัวหนึ่ง ปักษาแสงจันทร์ที่นอนจมกองเลือดอยู่ภายในรัง ก่อนที่มันจะทันได้แสดงความดีใจใดๆออกมาสายตาของมันก็สะดุดเข้ากับภาพของแอเรียสที่ยืนอยู่ใกล้ๆกับรังของปักษาแสงจันทร์  ร่างของเขาหยุดนิ่งโดยไม่ได้ไหวติงใดๆ มันมีเพียงเส้นผมของเขาเท่านั้นที่ปลิวไปตามแรงลมเล็กน้อย 

     

         “ นั่นแอเรียสใช่รึไม่?  ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าเป็นคนที่พบเจ้าสัตว์อสูรตัวนั้นก่อนหรือไม่ แต่ข้าเป็นคนที่สังหารมันได้ร่างของสัตว์อสูรตัวนั้นจะต้องตกเป็นของข้า “ 

     

        มิลอสรีบตะโกนเสียงดังเพื่อบอกให้แอเรียสรับรู้ว่ามันคือเจ้าของโดยชอบธรรมของสัตว์อสูรตัวนั้น  เมื่อมันมองเห็นแอเรียสอยู่ใกล้กับร่างของปักษาแสงจันทร์มันจึงกลัวว่าเขาจะแย่งชิงสัตว์อสูรตัวนั้นไปจากมัน ถึงแม้แอเรียสจะแข็งแกร่งกว่ามันแต่เรื่องในครั้งนี้ย่อมเป็นสิทธิของมันที่จะต้องได้ครอบครองสัตว์อสูรตัวนี้ หากแอเรียสดึงดันที่จะแย่งชิงสัตว์อสูรตัวนั้นให้ได้มันก็คงต้องให้นักเวทอีกสี่คนที่เหลือช่วยเป็นปากเสียงให้กับมัน มันไม่มีทางที่จะยอมให้ใครมาฉกชิงของของมันไปต่อหน้าต่อตาอย่างแน่นอน

     

        “ เจ้าบอกว่าเจ้าเป็นผู้ที่สังหารมันสินะ“

     

         แอเรียสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ดูเย็นชา  เขาไม่แม้แต่จะหันหน้าไปมองผู้ที่กำลังสนทนาด้วย  เขายังคงจ้องมองไปยังรังของปักษาแสงจันทร์คล้ายกับกำลังนึกคิดบางอย่าง

     

        “ ก็ใช่น่ะสิ  ข้านี่แหละคือผู้ที่สังหารเจ้าสัตว์อสูรตัวนั้นเพราะฉะนั้นเจ้าสัตว์อสูรตัวนั้นก็ต้องตกเป็นของข้าเจ้าไม่เห็นธนูในมือข้ารึอย่างไร นี่แหละคือหลักฐานว่าข้าคือผู้ที่สังหารมัน “

     

         มิลอสยกธนูขึ้นมาเป็นหลักฐานแสดงให้แอเรียสเห็นว่ามันคือผู้ที่สังหารปักษาแสงจันทร์ด้วยมือของมันเอง

     

        “ เจ้าเห็นหรือไม่ว่าปักษาแสงจันทร์ตัวนี้มันมีไข่อยู่ในรังของมัน“

     

         แอเรียสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ  แต่มันกลับแฝงไปด้วยความเย็นชา ใบหน้าของแอเรียสในตอนนี้กลับนิ่งเฉยราวกับไร้อารมณ์ มันไม่มีแม้แต่ร้อยยิ้มหรือร่องรอยแห่งการแสดงอารมณ์ใดๆออกมา

     

         “ ข้าก็เห็นแค่มันกำลังจะบินกลับรังเท่านั้นแหละ เจ้าตัวนี้มันชื่อปักษาแสงจันทร์อย่างนั้นรึ  นี่มันสัตว์อสูรหายากไม่ใช่รึอย่างไร  !?   ข้าเคยอ่านเจอแต่ในหนังสือไม่คิดเลยจริงๆว่าจะเจอตัวมันก็วันนี้  เอ๊ะ เมื่อกี้เจ้าว่ายังไงนะ  มันมีไข่อยู่ในรังด้วยอย่างนั้นรึ!?  ไข่ของมันต้องขายได้ราคาดีแน่ๆคงมีคนที่อยากได้ไข่ของเจ้าตัวนี้อย่างแน่นอน  วันนี้ช่างเป็นวันที่โชคดีของข้าจริงๆ “

     

        มิลอสนั้นไม่เคยเจอปักษาแสงจันทร์ตัวจริงมาก่อน  มันเคยเพียงอ่านเจอในหนังสือเท่านั้น ทันทีที่มันได้ยินว่าในรังของปักษาแสงจันทร์มีไข่อยู่ด้วยมันก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นลิงโลดด้วยความดีใจทันที ในหัวของมันตอนนี้กำลังคำนวณอยู่เลยว่าจะนำไข่ของปักษาแสงจันทร์ไปขายในราคาเท่าไร ตัวอ่อนหรือไข่ของสัตว์อสูรนั้นนับว่าค่อนข้างมีราคาแพงตามความหายากและระดับของสัตว์อสูร สัตว์อสูรบางสายพันธุ์สามารถถูกฝึกให้เชื่องได้หากนำไปเลี้ยงตั้งแต่ยังเด็ก  หากมันนำไข่ของปักษาแสงจันทร์ไปขายให้กับคนที่ต้องการเลี้ยงปักษาแสงจันทร์ก็จะได้ราคาที่สูงลิบ เพียงแค่คิดถึงเหรียญคริสตัลที่มันจะได้จากการขายไข่ของปักษาแสงจันทร์ก็ทำให้มิลอสยิ้มออกมาจนแก้มแทบปริแล้ว 

     

        “ ไสหัวไปให้พ้นจากหน้าข้าซะ!! “

     

         แอเรียสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาเช่นเดิม  แต่น้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความโกรธที่ปะปนอยู่ มือสองข้างที่กำลังกำแน่นมองเห็นริ้วสายฟ้าจางๆที่กระจายออกมา เขากำลังพยายามสะกดข่มเพลิงโทสะที่อยู่ในใจของเขาเอาไว้  แอเรียสรู้ดีว่าการที่นักเวทสังหารสัตว์อสูรนับว่าเป็นปกติทั่วไป  มันหาใช่เรื่องที่ผิดอะไรหากมีนักเวทสักคนจะสังหารสัตว์อสูร นั่นคือเหตุผลที่เขายังยืนอยู่ตรงนี้โดยไม่พุ่งไปโจมตีมิลอส 

     

         “ แอเรียสถึงเจ้าจะแข็งแกร่งกว่าข้าแต่ข้าก็ไม่ยอมยกสัตว์อสูรตัวนี้กับไข่ของมันให้กับเจ้าหรอกนะ ข้าเป็นผู้ที่สังหารมันได้ถึงอย่างไรมันก็ต้องเป็นของข้า !! “

     

         มิลอสกัดฟันแน่นพร้อมตะโกนออกมาด้วยความไม่พอใจ คำพูดของแอเรียสยิ่งเป็นการตอกย้ำความคิดในหัวของมิลอสเพิ่มขึ้นไปอีก มันเป็นการแสดงออกอย่างแน่ชัดว่าเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่บนกิ่งต้นสนกำลังจะแย่งชิงร่างของปักษาแสงจันทร์รวมถึงไข่ในรังไปจากมันอย่างแน่นอน 

     

         “  ข้าจะพูดอีกครั้งเดียวเท่านั้น  รีบไสหัวออกไปให้พ้นๆจากที่นี่ซะ  ความอดทนของข้าไม่ได้มีมากนัก !! “

     

         แอเรียสกัดฟันพร้อมตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ปะปนไปด้วยเพลิงโทสะ 

     

         “ เจ้าคิดว่าเพียงเพราะเจ้าเป็นระดับผู้ใช้มนตราแล้วเจ้าจะทำอะไรก็ได้รึอย่างไร  !! ข้าไม่คิดเลยจริงๆว่าตระกูลของเจ้าจะสอนให้เจ้ามีนิสัยขี้โกงเช่นนี้ สัตว์อสูรนั่นมันไม่ใช่ของของเจ้าเหตุใดเจ้าจึงคิดจะขโมยมัน !! “

     

         มิลอสตะโกนโต้ตอบไปด้วยความโกรธ  มันเหลือบมองไปยังนักเวทอีกสี่คนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นเล็กน้อย  ถึงอย่างไรกลุ่มของพวกมันก็มีกันถึงห้าคน แม้มันจะรู้ดีว่าต่อให้นักนักเวททั้งกลุ่มร่วมมือกันก็ไม่อาจจะต่อกรกับแอเรียสได้ แต่กลุ่มของมันมีเฮเลน่าผู้ที่เป็นบุตรสาวของดยุคโคเว่นอยู่  นั่นคือไพ่ตายใบสำคัญของมัน  เฮเลน่าเดินทางมาร่วมกับมันนางย่อมต้องอยู่ฝ่ายเดียวกับมันอยู่แล้ว และแอเรียสเองก็คงไม่กล้าล่วงเกินเฮเลน่าอย่างแน่นอน

     

         “ มิลอสระวังคำพูดของเจ้าด้วย..!! แอเรียสถึงอย่างไรมิลอสก็เป็นผู้ที่สังหารสัตว์อสูรตัวนั้นได้  แม้เจ้าจะเป็นผู้ที่พบเจอสัตว์อสูรตัวนี้ก่อนแต่ในเมื่อเจ้าไม่สามารถสังหารมันได้เจ้าก็ควรจะมอบมันให้แก่มิลอสไป   เอาแบบนี้เป็นอย่างไร..มิลอสเจ้าก็แบ่งไข่บางส่วนให้กับแอเรียสไปสิ “

     

         เมเบลที่เริ่มสังเกตเห็นสถานการณ์ตรงหน้าที่เต็มไปด้วยความตรึงเครียดจึงเริ่มเข้ามาไกล่เกลี่ยให้ทั้งสอง  แม้นางจะรู้ว่าการแบ่งเช่นนี้ไม่ค่อยเป็นธรรมแก่มิลอสนัก แต่นางก็ไม่อยากที่จะทำสิ่งใดที่สร้างความขุ่นเคืองให้กับแอเรียส 

     

         “ ได้อย่างไรกัน!!  นั่นมันของของข้า  ทำไมข้าจะต้องแบ่งมันให้กับคนอื่น “

     

         มิลอสหันหน้าไปเถียงกับเมเบลมาด้วยความไม่พอใจในข้อเสนอของนาง  แต่ทันใดนั้นมันก็ต้องรีบหันหน้ากลับไปในทิศทางเดิมในทันที เสียงที่ดังคล้ายกับมีสิ่งของบางอย่างตกมาจากฝากฟ้าไม่ห่างจากจุดที่มันอยู่มากนัก  ร่างของเด็กหนุ่มที่เคลื่อนที่มาอย่างรวดเร็วพร้อมกับประกายสายฟ้า 

     

         ปั๊กกกก !!

     

         มือข้างหนึ่งที่ห่อหุ้มไปด้วยสายฟ้าที่เกรี้ยวกราดชกเข้ามาที่ด้านหน้าของมิลอสด้วยความรวดเร็ว  แต่ดูเหมือนปฏิกิริยาของนักเวทธาตุวายุอย่างมันจะรวดเร็วอยู่เช่นกัน  ทันทีที่มันสัมผัสได้ถึงร่างของแอเรียสที่พุ่งเข้ามาโจมตีจากด้านหน้ามันก็ยกคันธนูในมือขึ้นมาป้องกันการโจมตีนั้นทันที แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่แรงจากการโจมตีของแอเรียสก็ส่งให้ร่างของมิลอสกระเด็นออกไปไกลหลายเมตร เศษฝุ่นผงและใบไม้กระจายคละคลุ้งไปตามทิศทางที่ร่างของมิลอสกระเด็นออกไป

     

         แอเรียสกำหมัดแน่นด้วยเพลิงแห่งโทสะ  มือข้างหนึ่งร่ายเวทออกมาด้วยความรวดเร็ว เพลิงสายฟ้าที่ก่อตัวขึ้นจากทักษะเพลิงอัสนีคลั่ง แอเรียสเคลื่อนที่ตามไปยังร่างของมิลอสที่พึ่งกระเด็นออกไปในทันที ทั่วร่างของแอเรียสแผ่ไปด้วยพลังเวทที่แข็งแกร่ง  ร่างของแอเรียสส่องประกายออกมาด้วยสายฟ้าขนาดเล็กที่ไหลเวียนอยู่ทั่วร่าง พลังเวทของนักเวทระดับผู้ใช้มนตราสร้างแรงกดดันให้กับนักเวททั้งหมดที่อยู่รอบข้าง

     

         “ นี่เจ้าทำบ้าอะไรของเจ้า!! “

     

         มิลอสที่กระเด็นออกไปยังคงมีความสับสนกับการโจมตีอย่างฉับพลันของแอเรียส  มันไม่มีแม้การบอกกล่าวใดๆล่วงหน้ามันไม่แม้แต่จะทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำไป 

     

         ไม่มีแม้คำพูดใดๆออกมาจากปากของนักเวทอัสนีผู้ถูกเผาไม้ด้วยเพลิงโทสะ มันมีเพียงร่างที่ห่อหุ้มด้วยประกายสายฟ้าเท่านั้นที่พุ่งเข้ามาโจมตีอีกครั้งเท่านั้นที่พอจะแทนคำตอบได้  มิลอสมองเห็นเปลวเพลิงสีฟ้าที่ถูกจุดขึ้นมาจากสายฟ้าอันแข็งแกร่ง  มันลุกโชนอยู่ที่มือของแอเรียสไม่ต่างจากเพลิงโทสะที่อยู่ในใจของแอเรียสเลยแม้แต่น้อย  หากโดนโจมตีเข้าไปนั่นต้องไม่ใช่เพียงแค่การบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยอย่างแน่นอน 

     

        

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดราชันย์แห่งจอมเวท ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139