โลกหมื่นมิติ

    42.ความตกใจของลีน่า

       หลังจากที่ไผ่ออกมาจากถ้ำได้ไม่นานโจวเทียนและโจวหลิงก็รู้สึกตัวทั้งสองลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความสับสนจากนั้นก็ได้ยินเสียงของชายหนุ่มดังขึ้น

       “ในที่สุดพวกเจ้าก็ตื่นแล้ว”หลินเฟยเอยขึ้นด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นทั้งสองคนตื่นแล้ว

       “นี่ข้ายังไม่ตายหรอเนี่ยเป็นไปได้ยังไง”โจวเทียนเอยขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดตามร่างกาย

       “เป็นไปได้ยังไงก็ตอนนั้นพวกเราถูกพิษอีกทั้งยังบาดเจ็บสาหัสจนหมดสติไปทำไมถึงไม่เป็นอะไร หรือพี่หลินเฟยช่วยพวกเราออกมาได้กัน”โจวหลิงมองหน้าหลินเฟยด้วยความสับสน

       “เปล่าเลย มีคนช่วยพวกเราเอาไว้ในตอนนั้น…”หลังจากนั้นหลินเฟยก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ทั้งโจวเทียนและโจวหลิงฟัง

       “อย่างนี้นี่เองไม่อยากจะเชื่อเลยว่าประเทศเล็กๆแห่งนี้จะมีอัจฉริยะขนาดนี้ปรากฎตัวขึ้น ข้าอยากจะเจอหน้าเขาแล้วสิ”โจวเทียนลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับพูดขึ้น

       “เราจะต้องไปขอบคุณเขา เขาคือผู้มีพระคุณของเราพี่หลินรู้ไหมว่าเขาเป็นใครมาจากไหน”โจวหลิงพูดขึ้นหลังจากฟังเรื่องที่หลินเฟยเล่าให้ฟัง

       “พี่มีแค่เบอร์ติดต่อเท่านั้น ส่วนที่อยู่ของเขาพี่ไม่รู้เลย”หลินเฟยส่ายหัวเอยด้วยใบหน้าจนใจ เนื่องจากพวกเขามั่วแต่คุยกันถูกคอจนทำให้เขาลืมถามที่อยู่ของอีกฝ่ายจริง

       “พี่หลินทำไมเรื่องสำคัญแบบนี้พี่ถึงลืมได้ละ”โจวหลิงดุขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำตอบของหลินเฟย

       หลินเฟยทำได้เพียงแค่หัวเราะเบาๆแล้วพูดขอโทษออกมา

       “หลิงเอ๋อร์น้องลืมแล้วหลอเมื่อกี้นี้หลินเฟยก็บอกอยู่ว่ามีเบอร์ติดต่อหลังจากออกไปแล้วเราค่อยติดต่อแล้วถามก็ได้ไม่ใช่หรือไง”โจวเทียนรีบพูดช่วยหลินเฟยเพราะเขารู้ว่าเพื่อนของเขาคนนี้กลัวโจวหลิงน้องสาวของเขา

       “จริงด้วยโจวเทียนพูดถูก หลิงเอ๋อร์อย่าโมโหไปเลย”เมื่อได้ยินคำพูดของโจวเทียนหลินเฟยรีบพูดขึ้น

       “ตอนนี้อย่างพึ่งพูดอะไรเลยรีบรักษาตัวเถอะจากข้อมูลที่เรามี ข้าคิดว่าอีกเพียงแค่สองวันที่นั้นคงจะเปิดแล้วถ้าเราไปช้าเราอาจจะพลาดโอกาสก็เป็นได้”หลินเฟยพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

       ทั้งสองคนได้ยินเช่นนั้นก็ไม่พูดเล่นอีกรีบกลืนโอสถแล้วดูดซับหินพลังงานเพื่อรักษาตัวทันที

    .

    .

       หลังจากแยกตัวออกมาไผ่ก็หาพื้นที่ที่ไม่มีคนแล้วนั่งเงียบๆฝึกฝนเพื่อรอเวลา ‘เราออกมานานขนาดนี้ไอ้เจ้าตัวแสบทั้งสองคนจะงอแงหรือเปล่าเนี่ย แต่เราก็ไม่มีทางเลือกเพื่อความปลอดภัยของทุกคนเราจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้มากที่สุด’

       ในโลกที่แสนโหดร้ายนี้ถ้าไม่แข็งแกร่งก็เป็นได้แค่เหยื่อ เป็นได้แค่ผู้ที่ถูกรักแกถูกเอาเปรียบเท่านั้นซึ่งไผ่จะไม่ยอมเป็นคนแบบนั้นเด็ดขาด

       เวลาผ่านไปช้าๆไผ่นั่งหลับตาฝึกฝนอยู่เงียบๆโดยไม่สนใจคนอื่นๆเลย

       จนกระทั่งสองวันผ่านไปไผ่ออกจากการฝึกฝนในขณะที่กำลังเดินกลับมารอเหมือนคนอื่นๆก็พบกับลีน่าและปีเตอร์อีกครั้ง

       ‘ทะลวงระดับทองแล้วรวดเร็วมากเขาทำได้ยังไงกัน’ลีน่ามองไผ่ด้วยแววตาตกตะลึงก่อนจะหันไปเห็นสายตาตกใจของปีเตอร์เช่นกัน

       “เราได้เจอกันอีกแล้วนะคะคุณชาย ดีใจกับคุณชายด้วยที่ทะลวงระดับได้สำเร็จ”ลีน่าพูดกับไผ่ด้วยรอยยิ้ม

       ‘บ้าเอย เมื่อไหร่กับที่การทะลวงระดับมันทำได้ง่ายขนาดนี้’ปีเตอร์มองอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองเช่นกัน

       ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ทั้งสองคนมีท่าทางเช่นนี้ก็เพราะก่อนหน้านี้ที่พวกเขาเจอไผ่พวกเขาสัมผัสได้ว่าไผ่ถึงจะทะลวงระดับเงินมา แต่ตอนนี้ไม่ถึงเดือนกลับทะลวงระดับทองได้แล้วมันเป็นความก้าวหน้าที่รวดเร็วมาก

       “ขอบคุณมากครับ ผมไม่คิดว่าจะบังเอิญได้พบกับพวกคุณอีกครั้ง”ไผ่ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

       ในขณะที่ไผ่กำลังพูดคุยกับลีน่าอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงคนเรียกมาจากด้านหลัง

       “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าว่าหลังจากออกจาดินแดนลึกลับแล้วติดต่อหานายพอดีไม่คิดว่าเราจะได้เจอกันที่นี่”หลินเฟยพูดแล้วหัวเราะเดินเข้ามา

       “ไม่คิดว่าจะได้เจอพี่หลินเร็วเช่นนี้”ไผ่หันมาตอบด้วยรอยยิ้ม

       “ขอโทษด้วยนะครับที่ขัดจังหวะการพูดคุยกันของพวกคุณ”หลินเฟยหันไปขอโทษลีน่ากับปรเตอร์ เนื่องจากคิดว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนของไผ่หลินเฟยจึงรีบพูดเพราะกลัวว่าตรเองจะเสียมรรยาท

       “ไม่เป็นไรค่ะ”ลีน่าตอบกลับอย่างสุภาพ

       “น้องชายพี่ขอแนะนำให้รู้จักอีกครั้งเจ้านี้ชื่อโจวเทียนและเธอคือโจวหลิง”หลินเฟยแนะนำพ่ี่น้องตระกูลโจวให้รู้จัก

       “สวัสดีน้องไผ่พี่ชื่อโจวเทียนต้องขอบคุณมากที่ช่วยชีวิตเราพี่น้องเอาไว้”โจวเทียนก้าวมาข้างหน้าแล้วโค้งคำนับขอบคุณไผ่

       “พี่ชื่อโจวหลิงต้องขอบคุณน้องชายมากที่ช่วยเหลือไม่เช่นนั้นพวกพี่คงตายไปแล้วบุญคุณครั้งนี้พี่จะไม่มีวันลืมเลย ถ้าน้องชายมีโอกาสไปเยือนเมืองปักกิ่งก็บอกพี่แล้วกัน พี่สาวคนนี้จะดูแลน้องชายอย่างดีเลย”โจวหลิงพูดขอบคุณไผ่อย่างเป็นกันเองอาจเป็นเพราะนางเป็นคนนิสัยร่าเริง แม้จะเจอกันครั้งแรแต่ก็ยังสามารถพูดคุยเป็นปกติกับไผ่ได้ในทันที

       “ตกลงครับเอาไว้ผมมีโอกาสจะไปเที่ยวที่นั้นสักครั้ง”เมื่อเห็นท่าทางจริงใจของทั้งสองคนไผ่จึงไม่คิดจะปฎิเสธให้เสียมารยาท

       “ดีมากแล้วพี่จะรอน้องชายมาเยี่ยม”โจวหลิงพูดอย่างอารมณ์ดี

       ‘ไม่คิดเลยว่าเขาจะรู้จักกับตระกูลใหญ่จากเมืองปักกิ่ง ฟังจากที่พวกเขาคุยกันดูเหมือนคุณชายไผ่จะช่วยชีวิตพวกเขามา เขามีความเป็นมายังไงกันแน่’ในสายตาของลีน่าไผ่ก็ยิ่งลึกลับมากยิ่งขึ้น

       “ไม่คิดเลยว่าพวกแกจะรอดมาได้ดวงแข็งจริงๆ”

       ในขณะที่ไผ่กำลังพูดคุยกับพวกหลินเฟยอยู่เสียงที่ฟังดูเย่อหยิ่งดังขึ้น.

    คล้ายกับเรื่องโลกหมื่นมิติ ที่คุณอ่าน