สามเดือนต่อมา...
ร้านกาแฟของรันยาเริ่มขาดสภาพคล่อง ยอดขายตกฮวบ ลูกค้าน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมีร้านกาแฟสองสามร้านเปิดในย่านเป็คู่แข่ง กำไรที่ได้เริ่มจะไม่พอค่าเช่าที่ รันยาต้องควักเงินเก็บของตัวเองมาหมุนเพื่อให้ร้านไปต่อได้ เธอกลับมารับงานเป็ครูสอนโยคะอีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังจุนเจือไม่ไหว เงินเก็บที่สะสมไว้เริ่มหมดไปเปล่าๆ หญิงสาวเพียง้าเงินก้อนใหญ่มาขยายร้านให้เหมาะกับลูกค้าทุกวัย เพราะเธอรู้ว่าทำเลของเธอดีกว่าใครๆแน่นอน
“จะโทรดีมั้ยนะ วันนั้นด่าเขาเอาไว้เยอะเลย”
ใบหน้าจิ้มลิ้มดูอมทุกข์
รันยาจ้องมองนามบัตรของดุลที่มีเบอร์โทรติดต่อชัดเจน ดวงตากลมโตมองความว่างเปล่าภายในร้าน จากนั้นจึงตัดสินใจโทรหาสามีเพื่อนสนิท ทันทีที่ดุลรับสายโทรศัพท์ รันยาก็พูดออกไปว่าตอนนี้ตัวเองนั้นกำลังมีปัญหา ถ้าเกิดดุลยังไม่สามารรถหาแม่อุ้มบุญได้ เธอเองก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเต็มที่
ชายวัยกลางคนส่งเสียงดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น เขารีบขับรถมาหาเพื่อนภรรยาที่ร้าน จากนั้นทั้งสองก็เริ่มพูดคุยกันถึงสัญญาและข้อตกลงต่างๆเพื่อความแน่ชัด
“พี่ดีใจจริงๆที่รันยาโทรมา” ดุลบอกพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง
“ค่ะ ตอนนี้รันยาก็หาทางออกไม่ได้เหมือนกัน”
“จริงๆถ้ารันยามีปัญหาเื่เงินและไม่อยากอุ้มบุญก็บอกพี่ได้นะ พี่ช่วยได้”
“ไม่ได้หรอกค่ะ เงินก้อนจำนวนนั้น…อย่างน้อยก็ขอตอบแทนความสมหวังให้เพื่อนเถอะ”
“ครับ”
ภายในร้านกาแฟเล็กๆเต็มไปด้วยธรรมชาติ ทุกอย่างถูกตกแต่งให้ผ่อนคลายดูสงบน่านั่ง แต่ด้วยชีวิตคนในเมืองมักจะเร่งรีบและวุ่นวายเสมอ เลยทำให้ร้านไม่ค่อยมีลูกค้าวัยทำงานเท่าไหร่นัก รันยาสังเกตแล้วว่ามีลูกค้าวัยรุ่นเข้ามาในร้านเพื่อหาที่นั่งทำงาน แต่ด้วยร้านที่เล็กกระทัดรัดแบบนี้จึงไม่ค่อยตอบโจทย์เท่าที่ควร ซึ่งดุลก็เห็นด้วยกับความคิดนั้น เพราะบริษัทของเขาก็มีมาตรการให้ทำงานเวิร์คฟอร์มโฮมไปหลายแผนก
“เื่อุ้มบุญ…พี่ดุลอย่าบอกยัยฉัตรนะคะว่ารันยาทำเพื่อแลกเงิน”
“ไม่บอกแน่นอนครับ”
“ขอบคุณพี่ดุลมากนะคะ ถึงเราจะไม่ค่อยสนิทกัน แต่ก็ขอบคุณจริงๆ”
“ยินดีครับ ถ้ารันยาพร้อมตอนไหนบอกพี่ได้เลยนะ พี่จะนัดกับโรงพยาบาลให้”
เมื่อรันยาได้ยินประโยคนั้น สีหน้าของเธอก็ไม่ค่อยสู้ดีนัก ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังเรือนร่างล่ำสันของสามีเพื่อนสนิท ใบหน้าสุขุมอบอุ่นยิ้มไม่หุบั้แ่ก้าวเท้าเข้ามาในร้าน หญิงสาวยังมีข้อตกลงอีกอย่างที่เธออยากจะทำในสัญญา
รันยาเป็สาวรักสุขภาพ สิ่งที่เธอเกลียดที่สุดคือกลิ่นโรงพยาบาลและอะไรก็ตามที่ได้มาแบบไม่ใช่ธรรมชาติสร้างขึ้น
“รันยามีข้อตกลงอีกอย่างที่อยากจะขอพี่ดุลค่ะ”
“ว่ามาเลยครับ”
“เื่อุ้มบุญ รันยาขอทำแบบธรรมชาติได้มั้ยคะ”
“…..ครับ?”
คิ้วหนาขมวดด้วยความสงสัย เมื่อริมฝีปากอวบอิ่มเริ่มอธิบาย สีหน้าของดุลก็เต็มไปด้วยความสับสน หญิงสาวตรงหน้าไม่้าให้ลูกในท้องถูกเข็มฉีดยาจิ้มเข้ามาในครรภ์ เธอ้าให้เด็กเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ นั่นก็คือการร่วมเตียงหรือการมีเพศสัมพันธ์แบบปกติ
ดุลหน้าเหวอ ชายวัยกลางคนพยายามรวบรวมสติว่าสิ่งที่พึ่งได้ยินเขาเข้าใจถูกหรือไม่
“พ…พี่ไม่เข้าใจ”
“รันยาว่าพี่เข้าใจทุกอย่างดีนะคะ”
“แต่…ถ้าทำแบบนั้น…นั่นคือ…การนอกใจนะ”
“นอกใจ? เราสองคนไม่ได้รักกันนะคะ ทำกันครั้งเดียวในวันตกไข่ ถึงจะมีการแตะเนื้อต้องตัวกัน แต่ผลลัพธ์คือการตั้งท้องลูกของพี่ไม่ใช่หรอ”
“ค…คือ”
“พี่แค่ใส่มันเข้ามา และทำตามสัญชาตญาณของตัวเอง หลังจากที่ลูกติด ตอนนั้นค่อยบอกกับยัยฉัตรว่ารันยายอมอุ้มบุญให้ แบบนี้โอเคมั้ยคะ”
“…..”
น้ำเสียงและสีหน้าของเพื่อนสนิทภรรยาทำให้ดุลใจเต้น เธอกล่าวประโยคยาวๆราวกับเื่นั้นเป็เื่ปกติ ทั้งๆที่เื่นี้เป็เื่สำคัญกับชีวิตมาก ดวงตาของชายวัยกลางคนจ้องมองเรือนร่างของหญิงสาวั้แ่หัวจรดเท้า อยู่ๆสมองก็คิดภาพตอนที่มือหนาๆของตัวเองได้ลูบไล้เนื้อหนังบนทรวงอกคู่หนา แก่นกายของเขาจะได้ทิ่มแทงเข้าไปในรูสวาทแทนเข็มฉีดยา เรือนร่างเปลือยเปล่าของทั้งคู่จะแนบชิดติดกันบนเตียงในขณะที่พากันถึงฝั่งฝัน
ดุลนั่งตัวแข็งบนเก้าอี้ และส่วนนั้นของเขา...ก็แข็งขืนดีดเต้นไม่แพ้กันนัก!
“พ…พี่ขอคิดเื่นี้ดูก่อนนะ”
“เดี๋ยวสิคะพี่ดุล”
ร่างหนาใหญ่ของชายฉกรรจ์ลุกขึ้นจากเก้าอี้
ดุลรีบเดินออกจากร้านกาแฟ หัวใจของเขาเต้นแรงจนเหงื่อแตกเต็มแผ่นหลัง เป้าเนื้อด้านล่างแข็งตั้งจนปวดหนึบทุกการก้าวเดิน เขาไม่อยากจะคิด...ว่าเพื่อนสนิทภรรยาพึ่งจะขอให้เขาไปมีเพศสัมพันธ์ซึ่งๆหน้าได้ ถึงแม้อีกฝ่ายจะบอกว่าสิ่งที่ทำไม่ใช่การนอกใจ เพราะต่างฝ่ายต่างไม่มีความรู้สึกให้กันและกัน แต่สำหรับดุลนั้น...เขารู้สึกวูบวาบและตื่นเต้นทุกครั้งที่จินตนาการถึงเรือนร่างโป๊เปลือยของเพื่อนเมีย!