เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 72 จิตสังหาร

    หลังจากที่เก็บของทุกสิ่งเสร็จสรรพเมิ่งฝานจึงจัดแจงเสื้อผ้าแล้วเดินออกมาจากถ้ำ ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงสิ่งของภายในตัวของสวีซิวด้วย

            นอกจากเตาสวรรค์กนกบนพื้นแล้วนั้นเมิ่งฝานก็ยังนำเอาทุกสิ่งในร่างของสวีซิวออกมาอย่างไม่เกรงใจผู้ใด ซึ่งวัตถุดิบในตัวของปรมาจารย์จิตศัสตราระดับสองผู้หนึ่งก็นับว่าทำให้เมิ่งฝานต้องตกตะลึงไปเล็กน้อย

            ภายในแหวนคลังวัตถุของสวีซิวมีของอยู่มากมาย โดยส่วนใหญ่ล้วนแต่เกี่ยวกับการหลอมศัสตราวุธทั้งสิ้น ทั้งยังมีคำอธิบายถึงที่มาที่ไปของเตาสวรรค์กนกด้วย

            นึกไม่ถึงว่ามันจะเป็นของที่เหล่าองครักษ์แพรโลหิตได้รับมาจากการขุดซากโบราณสถาน เพราะส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการช่วงชิงของจากผู้อื่นจึงมีปรมาจารย์จิตศัสตราเข้าร่วมไม่มาก ฉะนั้นแล้วสวีซิวจึงมีฐานะสูงส่ง พวกนั้นจึงได้มอบเตาสวรรค์กนกนี้ให้กับเขา

            ศัสตราวุธระดับสี่เป็นวัตถุในระดับของล้ำค่าที่มีมูลค่านับแสนเหรียญทองคำ โดยเฉพาะเตาสำริดที่นำมาใช้หลอมศัสตราวุธ! ขณะที่เมิ่งฝานกำลังเดินออกมาจากถ้ำก็มองเห็นหลินเผิงและคนอื่นๆ ที่เร่งรุดมายังที่นี่ แม้ว่าร่างกายจะเต็มไปด้วยเลือด แม้ว่าหลายคนจะมีบาดแผลอยู่บนตัวก็ตาม แต่ก็เห็นได้ชัดว่าได้รับชัยชนะจากการต่อสู้เมื่อครู่

            เมิ่งฝานคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าหลิวลี่และพวกคงจะตายอยู่ในผืนป่าแห่งนี้ไปแล้ว ทางฝั่งของหลินเผิงที่เห็นเมิ่งฝานจึงเดินขึ้นหน้ามาแล้วเอ่ยเสียงเข้ม “เป็นอย่างไรบ้าง สหายน้อย!”

            เมิ่งฝานไหวไหล่ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ไป๋สุ่ยเอ๋อร์เอาอสูรเพลิงวิญญาณไปแล้ว!”

            เขาว่าแล้วลอบหัวเราะเสียงเบา เขาบอกเพียงว่าเป็นอสูรเพลิงวิญญาณไม่ได้เอ่ยถึงหินเพลิงวิญญาณ แต่เขาเองก็รู้ว่าหลินเผิงกับคนพวกนี้คงไม่ไปถามไถ่ความจริงจากปากของไป๋สุ่ยเอ๋อร์

            สีหน้าของหลินเผิงและคนอื่นๆ เปลี่ยนไปในทันใด สุดท้ายหลินเผิงจึงเอ่ยอย่างจนปัญญา “เป็นนางอีกแล้วหรือ นางปีศาจตนนั้นเจ้าเล่ห์จะตายไป ต่อให้เป็นกลุ่มทหารรับจ้างกองใหญ่ก็ยังโดนนางปั่นหัวจนวุ่นวาย”

            เมื่อเห็นท่าทีหม่นหมองของคนอื่นๆ เมิ่งฝานก็ลูบปลายจมูก ก่อนที่จะเอ่ยพลางยิ้มขึ้น “แต่ว่า...พี่ใหญ่หลินเผิง ด้านหลังเขาลูกนี้เป็นถึงเหมืองแร่เลยนะขอรับ!”

            เพียงชั่วพริบตาหลินเผิงและคนอื่นๆ ที่ก้มหน้าลงอย่างหม่นหมองก็ชะงักงันไปทันที แล้วมองเมิ่งฝานด้วยแววตาที่แสดงถึงความประหลาดใจ ความหมายโดยนัยของคำว่า ‘เหมืองแร่’ นั้นหาใช่สิ่งที่ไร้ซึ่งมูลค่าไม่ เพราะมันหมายถึงคลังสมบัติมหาศาล!

            “เจ้าว่าอย่างไรนะสหายน้อย!”

            หลินเผิงเอ่ยถามเสียงเข้ม

            เมิ่งฝานเองคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “นี่เป็นเหมืองเงิน ถ้าหากพี่ใหญ่สนใจก็คงจะขุดได้จำนวนไม่น้อย!”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นมุมปากของหลินเผิงก็กระตุกขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นจึงก้าวเข้าไปในถ้ำก่อนจะออกมาด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความดีใจและฮึกเหิม “ใช่จริงๆ ด้วย มีเหมืองแร่อยู่จริง ฮ่าฮ่าฮ่า สหายน้อย เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันล้ำค่าเพียงใด!”

            นี่เป็นการพูดพร้อมทั้งหัวเราะเสียงดังอย่างไม่ปิดบังความรู้สึกในหัวใจ เหมืองแร่แห่งนี้สามารถทดแทนสิ่งที่เขาเสียไปได้ทั้งหมด

            เมิ่งฝานพยักหน้ารับแล้วเอ่ยเสียงเข้ม “ถ้าอย่างนั้นก็ดีใจกับพี่ใหญ่ด้วยแล้วกัน ข้าต้องขอตัวก่อน!”

            แม้ว่าเหมืองแร่จะล้ำค่าแต่เมิ่งฝานก็รู้ดีว่าตนเองไม่อาจหยุดอยู่ที่ใดที่หนึ่งได้ จะต้องฝึกบำเพ็ญตนอย่างไม่หยุดหย่อนเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เขาจึงยกเหมืองแร่นี้ให้กับหลินเผิงและคนอื่นๆ ไป

            หลินเผิงมองเมิ่งฝานด้วยนัยน์ตาแห่งความประหลาดใจก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย “สหายน้อยไม่อยากจะแบ่งของในเหมืองแร่นี้กับข้าอย่างนั้นหรือ? เจ้าไม่รู้หรือไรว่าตนเองกำลังละทิ้งของทที่มีมูลค่ามากมายหลายหมื่นเหรียญทองคำไป!”

            เมิ่งฝานส่ายหน้าแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าสังหารสวีซิวจึงต้องไปจากที่นี่ หลังจากนี้ไม่นานพวกองครักษ์แพรโลหิตจะต้องมาหาเรื่องข้าเป็นแน่ พี่ใหญ่เองก็ระวังตัวให้มากแล้วกัน!”

           เมื่อสิ้นเสียงของเมิ่งฝานสีหน้าของหลินเผิงและคนอื่นๆ ก็เปลี่ยนไป พวกเขาล้วนแต่มองเมิ่งฝานด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความตกตะลึงทั้งสิ้น

            สังหารสวีซิว!

            มุมปากของหลินเผิงกระตุกเล็กน้อยเพราะรู้ถึงความนัยนั้นดี สวีซิวหาใช่คนอย่างหลิวลี่และผู้อื่นจะสามารถทัดเทียมได้ไม่ หากผู้ใดในเทือกเขาชิงหลงแห่งนี้ล่วงเกินองครักษ์แพรโลหิตก็คล้ายดั่งรนหาที่ตาย แม้แต่หลินเผิงก็ยังนับถือความกล้าของเมิ่งฝาน

            หลังจากที่เงียบงันไปชั่วครู่หลินเผิงจึงเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ “สหายน้อยกล้าหาญยิ่งนัก ไม่รู้ว่าสหายน้อยมีนามว่าอย่างไร?”

            เมื่อสิ้นเสียงนั้นทุกคนต่างก็มองไปยังเมิ่งฝานทั้งสิ้น เขาอายุยังน้อยแต่กลับเป็นถึงปรมาจารย์จิตศัสตรา ทั้งยังมีนิสัยใจคอที่กล้าหาญ ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าหากเมิ่งฝานไม่ถูกผู้ใดทำลายอนาคตไปเสียก่อนเขาจะต้องกลายเป็นผู้ที่เกรียงไกรเป็นอย่างยิ่งในอาณาจักรต้าก้านนี้แน่นอน

            “เมิ่งฝาน!”

            เมื่อเอ่ยออกไปแล้วเมิ่งฝานก็หัวเราะเสียงเบา ก่อนจะจากไปในทันใด

            แม้จะกล้าสังหารคนขององครักษ์แพรโลหิตแต่เมิ่งฝานก็ไม่ใช่ผู้ที่โง่เขลา ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นกลุ่มทหารรับจ้างผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดในแถบนี้ก็คงจะต้องลงมือล้างแค้น ฉะนั้นแล้วเขาจึงต้องจากไป

            หากเดินทางไม่เป็นหลักแหล่งและทำให้ผู้อื่นไม่อาจคาดเดาความคิดได้ ต่อให้เป็นกลุ่มทหารรับจ้างขนาดใหญ่ก็ไม่อาจทำอันใดเขาได้ หลังจากที่บอกลาหลินเผิงและคนอื่นๆ เมิ่งฝานก็มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือแล้วหายเข้าไปในผืนป่า บาดแผลจากการต่อสู้ถูกรักษาตั้งแต่ยามอยู่ในถ้ำเมื่อครู่แล้ว ฉะนั้นความเร็วของเมิ่งฝานจึงค่อนข้างสูง

            ขณะที่กำลังเร่งรุดเดินทางเมิ่งฝานก็ให้ความสนใจเตาสวรรค์กนกนั้นไปด้วย ในเวลาเพียงไม่นานท่ามกลางแสงจันทร์นั้นเขาได้สัมผัสถึงอานุภาพของศรอัสนีสังหารแล้ว ฉะนั้นหากใช้พลังปราณในการหลอมศัสตราวุธด้วยเตาหลอมใบนี้เขาก็จะสามารถทำให้จอมยุทธ์ขั้นหลอมปราณที่แข็งแกร่งร้องทุกข์มิรู้วาย

            ของเช่นนี้ นับว่าเป็นของดีสำหรับการปล้นสังหาร!

            เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็ยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก เมิ่งฝานอาศัยช่วงเวลาพักผ่อนระหว่างการเดินทางหลอมลูกศรอัสนีสังหารขึ้นมาเรื่อยๆ เมื่อยามราตรีคืบคลานกลับมาอีกครั้ง แสงจันทร์สาดส่องลงไปบนผืนป่า ท่ามกลางผืนป่าอันเงียบสงัดและไร้ซึ่งผู้คนเช่นนี้ มีเพียงเมิ่งฝานผู้เดียวนั่งขัดสมาธิอยู่บนก้อนหิน

            เวลาสองวันที่ผ่านมาเขาใช้ไปกับการเร่งรุดเดินทางทั้งสิ้น และในที่สุดเมิ่งฝานก็ได้เจอกับสถานที่ซึ่งค่อนข้างลึกลับแล้ว เมื่อฝ่ามือของเขาขยับพลันมีหินสีแดงปรากฏ มันคือหินเพลิงวิญญาณที่เขาได้มาจากการต่อสู้อันอาจถึงชีวิตนั่นเอง ฉะนั้นจึงล้ำค่าเป็นอย่างยิ่ง

            “ท่านพี่ ข้าควรทำอย่างไรต่อไปขอรับ!” เด็กหนุ่มคลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามพี่สาวขี้เหนียวของตนเอง

           “หึ ตั้งสมาธิให้มั่นแล้วดูดซับพลังของมันอย่างสุดกำลังก็พอ!” เสียงของรั่วสุ่ยอีดังขึ้นมาจากไข่อสูรทมิฬ เมิ่งฝานคลี่ยิ้มก่อนจะพยักหน้ารับ เขากุมหินเพลิงวิญญาณเอาไว้แล้วหลับตาลง ใช้พลังจิตผสานเข้าไปภายในก่อนจะสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่านที่แผ่ซ่านออกมาปกคลุมร่างกาย

            หินเพลิงวิญญาณ คือสิ่งที่มีประโยชน์ต่อพลังจิตอย่างยิ่ง!

            เพียงชั่วพริบตาต่อมา แม้เขาจะนั่งขัดสมาธิอยู่อย่างเดิมทว่าสมุทรจิตกลับกลืนกินพลังภายในหินเพลิงวิญญาณอย่างบ้าคลั่ง ขนาดของสมุทรจิตพลันขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมในทันใด ความรู้สึกสั่นสะท้านของพลังจิตแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ขณะเดียวกันเสียงของรั่วสุ่ยอีก็ดังขึ้นมา

            “เส้นทางของการบำเพ็ญตนนั้นแบ่งออกเป็นมรรคาแห่งพลังจิตกับวรยุทธ์ มรรคาแห่งวรยุทธ์คือการควบคุมพลังปราณ ใช้พลังสยบใต้หล้า ทะลวงทุกสรรพสิ่ง ส่วนมรรคาแห่งพลังจิตนั้นกลับลึกลับซับซ้อนยิ่ง หากได้รับการฝึกฝนก็จะสามารถดำรงอยู่เป็นอมตะ โดยแบ่งออกเป็นขั้นวิญญาณ จิต มรณะ จุติ และเทวะห้าขั้นใหญ่ นี่คือสิ่งที่ข้าสามารถรับรู้ได้ในขณะนี้ เจ้าจงตั้งจิตให้มั่นแล้วข้าจะพาเข้าสู่ขั้นวิญญาณ!”

            เมื่อได้ยินเสียงของรั่วสุ่ยอีร่างของเมิ่งฝานก็สั่นสะท้าน ก่อนที่จะรู้สึกคล้ายดั่งว่ามีประตูบานใหญ่กำลังเปิดออกในพลังจิตของตนเอง พร้อมกับที่มีข้อมูลมากมายมหาศาลหลั่งไหลเข้าผสาน

            เวลานี้ร่างกายของเขาไม่ได้ขยับ ทว่าสมุทรจิตกลับคล้ายดั่งสายน้ำหลากถาโถม แต่ก็คล้ายกับว่าเวลาและสรรพสิ่งรอบตัวหยุดชะงัก เหลือเพียงเขาผู้เดียวเท่านั้นที่ยังคงหายใจ!

            พลังจิตไม่สิ้น โลกาไม่สูญ!

            ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเมิ่งฝานนั่งเงียบงันอยู่บนก้อนหินเช่นนี้นานเท่าใดแล้ว

            กระทั่งแสงอาทิตย์ในยามเช้าสาดส่องลงมาเด็กหนุ่มจึงลืมตาขึ้นในที่สุด นัยน์ตาของเขาวาวโรจน์ก่อนจะคำรามเสียงต่ำออกมา

            พลังปราณภายในสมุทรจิตของเมิ่งฝานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจนกลายเป็นรูปเป็นร่าง ร่างของเขาสั่นสะท้านก่อนจะพบว่าหินเพลิงวิญญาณในมือไร้ซึ่งแสงอีกต่อไป บ่งบอกว่าเมิ่งฝานได้ดูดกลืนพลังของมันจนหมดสิ้นแล้ว

            ยามนี้...น่าจะเข้าสู่ขั้นวิญญาณของพลังจิตแล้วสินะ!

            เด็กหนุ่มกระตุกยิ้มขึ้นพร้อมกับมีสีหน้าฮึกเหิมชอบใจ การบำเพ็ญหลักของปรมาจารย์จิตศัสตราคือการบำเพ็ญพลังจิต ซึ่งเมื่อเขาก้าวขึ้นมายังขั้นวิญญาณของพลังจิตก็นับว่าได้ก้าวข้ามเข้ามายังประตูบานใหญ่ของการเป็นปรมาจารย์จิตศัสตราแล้ว นับจากนี้ไปจะมีปรมาจารย์จิตศัสตรานามว่าเมิ่งฝานเกิดขึ้นมาอีกผู้หนึ่งแล้ว!

            แคก! แคก!

            พลันมีเสียงลั่นของกระดูกดังขึ้นจากร่างของเมิ่งฝาน เมื่อเขาสัมผัสถึงภายในก็พบว่าการเข้าสู่ขั้นวิญญาณของพลังจิตทำให้พลังปราณในร่างกายนั้นเพิ่มพูนขึ้นมามากมายนัก

            ลมปราณแผ่ซ่าน กระแสพลังถาโถม เสียงการลั่นของกระดูกที่เกิดขึ้นมานั้นบ่งบอกว่าถึงเวลาเลื่อนระดับพลังแล้ว! เมิ่งฝานไม่จำเป็นต้องทำอันใดพลังปราณภายในร่างกายก็ไหลเวียนด้วยตัวของมันเอง ถาโถมเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่สุดท้ายจะหลั่งไหลไปยังสมุทรปราณของเขาแล้วขยายเป็นวงกว้าง

            เส้นแขนงปราณขยายตัว พลังปราณภายในร่างกายเพิ่มขึ้นมาราวหนึ่งเท่า ขณะเดียวกันก็มีตราอักขระลึกลับปรากฏขึ้นในสมุทรปราณของเขาด้วย ซึ่งยามนี้ดูคล้ายว่ามันได้ขยายตัวขึ้นมากกว่าเดิม แต่ก็ดูคล้ายกับว่ามันจะไม่ได้ต่างจากเมื่อก่อนเท่าใด เพียงอยู่ภายในสมุทรปราณของเขาอย่างเงียบงันเท่านั้น

            ขั้นหลอมปราณระดับสาม!

            เมิ่งฝานกระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะข่มความเดือดพล่านในร่างกายตนเอง เขานึกไม่ถึงว่าการเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายจะทำให้ระดับพลังของตนเองนั้นพัฒนาขึ้นอีกครั้ง เมิ่งฝานลุกขึ้นยืนแล้วเคลื่อนพลังปราณพลางชกออกไป!

            เพียงชั่วพริบตาพลังก็ถูกปลดปล่อย มีเงาของหมัดปรากฏขึ้นมาในอากาศในทันใด แม้จะมีเกราะอัสนีคอยสยบพลังปราณเอาไว้แต่ก็ยังทำให้อานุภาพของมันร้ายแรงประหนึ่งสายฟ้าฟาดและน่าสะพรึงเป็นอย่างยิ่ง!

            พลังมากมายถึงเพียงนี้สามารถทำลายหินขนาดยักษ์นับพันจินได้ ทว่าเมิ่งฝานกลับยังไม่พอใจจึงเอ่ยขึ้นเสียงเข้ม “ท่านพี่ แล้วเมื่อใดข้าจะอยู่ในระดับที่สามารถฝึกฝนวิชายุทธ์อื่นได้เล่าขอรับ?”

            แม้ว่าในยามนี้เมิ่งฝานจะฝึกฝนคัมภีร์ทวนเทพอันโบราณและลึกลับ แต่มันก็เป็นวิชายุทธ์ธาตุที่ยังไม่ได้มีประโยชน์มากมายเท่าใดนัก

            สิ่งที่เมิ่งฝานต้องการก็คือวิชายุทธ์อันน่าสะพรึงไร้เทียมทาน เมื่อใดที่เป็นวิชายุทธ์เหนือระดับอักษรหงขึ้นไปก็จะแข็งแกร่งจนทำให้ผู้อื่นสั่นสะท้านด้วยความกลัว เล่าว่าขอเพียงจอมยุทธ์ขั้นปราณสวรรค์ขยับก็สามารถเคลื่อนตัวไปได้ไกลหลายพันเมตร เมื่อฝ่ามือปล่อยพลังก็สามารถทำให้ท้องฟ้าถล่ม อาณาจักรทลาย!

            เป็นขั้นสูงสุดของมนุษย์ทั้งมวล!

            เมื่อนึกถึงขั้นพลังนี้เมิ่งฝานก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างห้ามไม่ได้ รั่วสุ่ยอีพลันหัวเราะขึ้นก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “วิชายุทธ์ที่เจ้าฝึกฝนอย่างมหาหัตถ์สังหารนั้นนับว่าไม่เลวแล้ว แต่ทะลวงธารานั้นยังห่างชั้นอีกไกล”

            ทะลวงธาราเป็นถึงวิชายุทธ์ระดับอักษรฮวงเลยทีเดียว เมิ่งฝานที่สั่นสะท้านไปทั้งหัวใจจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ถ้าอย่างนั้นข้าควรทำเช่นไรถึงจะก้าวไปอยู่ในขั้นสูงของวิชายุทธ์ทะลวงธาราได้เล่าขอรับ?”

            “เรื่องนี้...เกราะอัสนีที่อยู่บนตัวเจ้าถือว่าเป็นเพียงขั้นแรกเท่านั้น!”

            ที่มุมปากของรั่วสุ่ยอีมีการยกยิ้มในองศาที่แปลกประหลาด คล้ายนึกถึงเรื่องดีใจได้บางสิ่งก็ไม่ปาน “ภายในวันนี้ข้าจะให้เจ้าเร่งรัดในการบำเพ็ญตนให้มากกว่าเดิม เจ้าหนู...ในเมื่อเจ้าคิดจะไปพรรคเหมันต์สวรรค์ถึงที่ภายในเวลาเพียงสามปี การที่ไม่ต้องใช้สิ่งใดมาแลกเปลี่ยนคือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว...”

            เมื่อสิ้นเสียงนั้นนัยน์ตาของเมิ่งฝานก็ฉายแววแห่งความสงสัย แม้ว่ารั่วสุ่ยอีจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เมื่อเห็นใบหน้าของสตรีงามเมืองที่เบื้องหน้าก็ทำให้เมิ่งฝานรู้สึกขนลุก...


    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271