ระบบฝึกยุทธ์ในต่างโลก : เกิดใหม่ครั้งนี้ข้าจะเป็นอัจฉริยะไร้ที่เปรียบ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 36 มอบโอสถสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์

            คำพูดของเมิ่งซือซินช่างเฉียบคมยิ่งนักตรงประเด็นราวกับเข็มที่ทิ่มแทง

            หากต้วนเฉวียนเซินปฏิเสธและยอมรับว่าต้วนจื่อยังเป็นคนของตระกูลต้วนการกระทำเช่นนั้นก็เท่ากับเป็นการแบกรับข้อหาฆาตกรรมผู้นำรุ่นเยาว์มิเพียงแต่จะถูกปลดจากตำแหน่งเจ้าตระกูล แต่ยังต้องเผชิญกับบทลงโทษสถานหนักนับว่าได้ไม่คุ้มเสียเลย

            แต่หากยอมรับว่าได้ตัดต้วนจื่อออกจากทำเนียบตระกูลต้วนการกระทำเช่นนั้นก็เท่ากับเป็นการยอมรับโดยปริยายถึงความจริงที่ว่าได้ขับไล่สายเลือดตรงของตระกูลต้วนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาข่าวลือที่ไม่สามารถเปิดเผยต่อผู้คนภายนอกก็จะกลายเป็นหลักฐานมัดตัวที่ไม่อาจโต้แย้งได้อีกทั้งต้วนจื่อก็จะไม่ถูกจำกัดด้วยกฎของตระกูลต้วนเรื่องที่ทำลายตันเถียนของต้วนเอ้อร์ ก็เป็นเพียงปัญหาของรูปแบบการแข่งขันมิอาจตามเอาผิดได้

            ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่ยอมรับต้วนเฉวียนเซินก็ล้วนแต่ถูกตลบหลัง เสียหายอย่างหนัก

            เรื่องนี้ต้วนเฉวียนเซินเองก็ตระหนักดี

            เขาเหลือบมองเมิ่งซือซินอย่างลึกซึ้งก่อนจะหันไปมองต้วนจื่อด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าฟันจากนั้นจึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ โค้งคำนับต่อผู้คนทั้งสนาม

            “ก่อนหน้านี้เป็นข้าเองที่ไม่อาจควบคุมโทสะ จึงกระทำการบางอย่างที่ไม่สมควร ทำให้เสียหน้าและกลายเป็นเรื่องน่าขัน บัดนี้จึงขออภัยทุกท่านหวังว่าท่านทั้งหลายจะยกโทษให้ข้าด้วย”

            กล่าวจบเขาก็ยกมือขึ้นถอนทัพกลุ่มทหารรักษาการณ์ออก แล้วหยิบโอสถเม็ดหนึ่งออกมาจากข้างกาย

            “เพื่อเป็นการแสดงความเสียใจต่อต้วนจื่อโอสถสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์เม็ดนี้ ขอใช้เป็นการชดเชยความผิดของข้า”

            “ฮือฮา……”

            ทั่วทั้งสนามเงียบงันไปชั่วขณะก่อนจะตามมาด้วยเสียงฮือฮาด้วยความตกตะลึง

            โอสถสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์นี่คือยาขั้นสองระดับสุดยอดที่สามารถเพิ่มโอกาสให้ผู้ฝึกตนขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเก้าเลื่อนขั้นไปยังขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์ได้นับว่าเป็นของล้ำค่าหายาก

            ในตลาดของเมืองจื่อหรานโอสถขั้นสองระดับสุดยอดเกือบจะมีมูลค่าถึงหนึ่งล้านเหรียญทองสูงค่ากว่าเคล็ดวิชาขั้นสุดยอดที่หายากเสียอีก ถึงมีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้

            การที่ต้วนเฉวียนเซินมีโอสถเม็ดนี้อยู่แล้วนับว่าไม่ธรรมดา ยิ่งเมื่อนำมาใช้เป็นของขวัญตอบแทน ก็แสดงถึงความใจกว้างอย่างยิ่ง

            เฟิงเฉินเองก็ประหลาดใจเล็กน้อย

            ในเมืองจื่อหรานเล็กๆ แห่งนี้โอสถขั้นสองระดับสุดยอดก็เพียงพอที่จะก่อให้เกิดการแย่งชิงจากหลายฝ่ายแม้แต่ตระกูลใหญ่เช่นตระกูลต้วน เมื่อรวมทรัพย์สินทั้งหมดแล้วก็อาจจะซื้อโอสถประเภทนี้ได้เพียงสองเม็ดเท่านั้น

            การที่ต้วนเฉวียนเซินนำของกำนัลที่มีค่าเช่นนี้ออกมาก็ค่อนข้างจะใจใหญ่เกินไปหน่อย

            เยี่ยนชุยเสวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อยนางรู้ว่าต้วนเฉวียนเซินต้องการใช้ของกำนัลมาปิดบังเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้หลีกเลี่ยงมิให้ส่งผลกระทบต่อหน้าตาของตน

            แต่การใช้โอสถสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์เป็นของกำนัลก็ดูจะเกินจริงไปเสียหน่อยโอสถชนิดนี้ทั้งเมืองจื่อหรานมีคนครอบครองอยู่น้อยนิดเพียงหนึ่งเม็ดก็มีค่าเทียบเท่ากับทรัพย์สินรวมทั้งหมดของตระกูลขนาดกลางสามตระกูลยิ่งไปกว่านั้น ต้วนจื่อยังเป็นตัวการที่ทำให้ต้วนเอ้อร์ถูกทำลายตันเถียนจะด้วยเหตุผลใดก็ตามต้วนเฉวียนเซินก็ไม่ควรมอบของที่ช่วยส่งเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ศัตรูเช่นนี้

            เมิ่งซือซินหัวเราะในใจล่วงรู้แผนการของต้วนเฉวียนเซิน

            ต้วนเฉวียนเซินวางแผนการได้อย่างแยบยลเขารู้ดีว่าต้วนจื่อมีความสัมพันธ์อันดีกับสมาคมการค้าเยี่ยนและมีแนวโน้มที่จะพึ่งพาสมาคมการค้าเยี่ยน หากคิดแก้แค้นในระยะเวลาอันสั้นผู้คนย่อมต้องสงสัยตระกูลต้วน และส่งผลเสียต่อความร่วมมือกับสมาคมการค้าเยี่ยนเขาจึงชะลอการลงมือโดยตรง เปลี่ยนมาใช้โอสถสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์เป็นเหยื่อล่อชักนำผู้ที่ปรารถนาโอสถเม็ดนั้นให้หาเรื่องต้วนจื่อในที่ลับเป็นการยืมดาบฆ่าคนอย่างแท้จริง

            หากต้วนจื่อรับโอสถสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์เม็ดนี้ไปอนาคตอันใกล้นี้ย่อมต้องนำพามาซึ่งหายนะถึงแก่ชีวิตโอสถขั้นสองระดับสุดยอดนั้นมีแรงดึงดูดมากเพียงใดกันย่อมต้องมีคนที่ไม่กลัวตายทนไม่ไหวที่จะลงมืออย่างแน่นอน

            ในเวลานี้ เมื่อมองไปรอบด้านสายตาที่จับจ้องมายังต้วนจื่อล้วนเต็มไปด้วยความปรารถนาราวกับเขาเป็นหญิงสาวเปลือยเปล่าที่ปลุกเร้าความปรารถนาในใจชาย

            มิใช่เพียงบุรุษ แม้แต่สตรีในที่นี้ก็ต่างส่งสายตาอันชั่วร้ายมายังต้วนจื่อ ความหมายที่สื่อออกมานั้น มิต้องคาดเดา

            "เมื่อมีโอสถสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์ต้วนจื่อก็คงจะเลื่อนสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์ในไม่ช้า นับว่าโชคช่วยจริงๆโชคดีราวกับมีคนยื่นหมอนให้ในยามง่วง! ช่างเป็นเรื่องน่าอิจฉา!""

            "โอสถขั้นสองระดับสุดยอดในชีวิตนี้ข้ายังไม่เคยเห็นมาก่อนเลย"

            "ข้าคิดว่าโอสถนี้ต้วนเฉวียนเซินเตรียมไว้ให้ต้วนเอ้อร์แต่ตอนนี้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรี จึงจำต้องมอบให้ต้วนจื่อ น่าสมเพชนักหากไม่หาเรื่องก็คงไม่พบจุดจบเช่นนี้"

            ……

            เห็นได้ชัดว่า หลายคนยังมิได้มองลึกลงไปมองเห็นเพียงภายนอก

            ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาที่แผ่วเบาสีหน้าที่แสร้งทำเป็นสำนึกผิดของต้วนเฉวียนเซินก็พลันปรากฏความเย็นชา

            โอสถสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์เม็ดนี้เดิมทีตั้งใจจะใช้เป็นรางวัลสำหรับผู้ชนะในการประลองเชื่อมสัมพันธ์ของตระกูลในครั้งนี้และผู้ที่จะได้รับ ก็คือลูกชายของเขา ต้วนเอ้อร์

            เดิมทีคิดว่าในการประลองเชื่อมสัมพันธ์ครั้งนี้คงไม่มีผู้ใดสามารถเอาชนะต้วนเอ้อร์ได้แต่ไม่คาดคิดว่าการปรากฏตัวของต้วนจื่อจะทำลายความเชื่อมั่นของเขาและแผนการที่วางไว้ มิเคยคาดคิดว่าไอ้สารเลวตัวน้อยนี้จะเหี้ยมโหดถึงเพียงนั้นทำลายตันเถียนของต้วนเอ้อร์จนกลายเป็นคนไร้ค่า

            ความโกรธที่ท่วมท้นนี้เขาจะต้องปลดปล่อยออกมาให้จงได้ และโอสถสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์ก็คือเดิมพัน

            ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าย่อมต้องมีผู้คนมากหน้าหลายตาแห่กันไปช่วงชิงโอสถสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์จากมือของต้วนจื่ออย่างแน่นอนจะต้องมีนักรบในขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์ มิเช่นนั้นแล้ว แม้เขาจะไม่ลงมือเองก็ต้องมีคนช่วยเขากำจัดต้วนจื่ออย่างแน่นอน

            สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือขณะที่เขาคิดว่าต้วนจื่อจะรับโอสถสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์เอาไว้นั้นการกระทำต่อไปของอีกฝ่าย กลับทำให้เขาแทบจะกลายเป็นหิน ความคิดในหัวสับสนปนเป

            เห็นเพียงต้วนจื่อรับโอสถสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์มาแล้วยิ้มให้ผู้คนทั้งสนาม

            “ก่อนอื่นขอขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กล่าวแทนข้าในช่วงก่อนหน้านี้ที่ได้ทำให้ข้ารู้สึกอบอุ่นและสบายใจอยู่บ้างในช่วงเวลาที่ข้าถูกใส่ร้ายและไร้ซึ่งกำลังใจ”

            “ประการต่อมา ข้าต้องขอบคุณคุณหนูเยี่ยนหากไม่ใช่เพราะนางที่ยืนหยัดภายใต้แรงกดดันให้ข้า ข้าคงจะตายไปแล้ว อืมหรือก็คือจบเห่แล้วนั่นแหละ”

            “ประการสุดท้ายข้าขอขอบท่านหญิงเมิ่งซือซินและอาจารย์เฟิงเฉินการปรากฏตัวของทั้งสองท่านราวกับเสียงที่ยิ่งใหญ่ขจัดความมืดมิดดุจฟ้าเปิดใสกระจ่างไร้เมฆหมอก ทำให้ข้าได้เห็นความหวัง ได้เห็นอนาคต”

            “เพื่อแสดงความขอบคุณต่อความช่วยเหลือจากทุกท่านข้าจึงขอถือโอกาสนี้ทำบุญ อุทิศโอสถเม็ดนี้ให้กับสมาคมการค้าเยี่ยนเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตข้า”

            เมื่อกล่าวจบต้วนจื่อก็วางโอสถสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์ลงบนมือของเยี่ยนชุยเสวี่ยโดยตรงกำมือนางไว้มั่นด้วยท่าทีที่จริงใจ

            “คุณหนูเยี่ยนในฐานะที่เป็นบุตรสาวของสมาคมการค้าเยี่ยนข้าขอให้คุณหนูช่วยส่งมอบโอสถเม็ดนี้ต่อไป”

            “ก่อนจะพบท่านข้าสงสัยเสมอว่าจะมีผู้ทรงคุณธรรมบนโลกนี้จริงหรือ แต่บัดนี้ ข้าเชื่อมั่นแล้วข้าเคยลุ่มหลงในเพลงขับขานแห่งราชวงศ์ฮั่นเคยทึ่งในความสามารถทางกวีของหลี่ไป๋และตู้ฝู่ เคยดื่มด่ำในบทเพลงของยุคซ่งและหยวนเมื่อเทียบกับท่านแล้ว สิ่งเหล่านั้นช่างดูด้อยค่า ไม่อาจเทียบเคียง”

            “วสันตฤดูมีบุปผาใบไม้ร่วงมีจันทราส่องแสง เป็นภาพที่กวีขับกล่อม แต่สำหรับข้ากลับมิอาจเทียบได้กับรอยยิ้มของท่านลักยิ้มประดับแก้มนวลนั้นคือภาพที่งดงามที่สุดในใจข้า”

            “กิ่งหลิวเขียวขจีจะเทียบความงามของเส้นผมท่านได้อย่างไร”

            “คลื่นน้ำสีมรกตจะเทียบความลึกล้ำแห่งดวงตาของท่านได้อย่างไร”

            “อา…ความงามของท่านมาจากจิตใจสู่รูปลักษณ์ บริสุทธิ์ดุจหยก เป็นที่รักใคร่เอ็นดู”

            “อา… ความงามของท่าน จากกระดูกสู่ผิวพรรณสะเทือนฟ้าสะเทือนภพ เป็นที่น่าหวงแหนยิ่งนัก!”

            “ในความมืดมิด ข้าเห็นท่านส่องประกายข้ามิหวังให้ท่านมาอยู่เคียงข้าง เพียงปรารถนาเป็นความมืดมิดที่ไม่จางหายเพื่อขับเน้นประกายของท่านให้เด่นชัด!”

            ถ้อยคำที่เปี่ยมด้วยท่วงทำนองดุจกวีก้องกังวานยาวนานในลานประลอง

            บรรยากาศ…ตกอยู่ในความเงียบงัน!

            เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน...เล่นเอาทุกคนได้แต่จับตามอง!

            ทุกคน… ล้วนแต่ตกตะลึง!

            คำพูด...ฝีปากของเจ้าต้วนจื่อนี่มันสุดยอดเหนือใคร!

             [ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีท่านผู้ใช้ได้ทำการคุยโวระดับสุดยอดจนระบบเองยังขนลุก คะแนนเทียนซิ่ว +999(เพราะเลข 6 คว่ำหน้าคะมำลงไปแล้ว!) ] 

            เยี่ยนชุยเสวี่ยนิ่งอึ้งไปนางไม่เคยล่วงรู้ว่าต้วนจื่อจะกระทำเช่นนี้ และกล่าววาจาที่แปลกประหลาดออกมา

            ชั่วขณะหนึ่งใบหน้าของนางก็อดไม่ได้ที่จะแดงก่ำ

            คำพูดก่อนหน้านี้ของอีกฝ่ายฟังดูราวกับเป็นการ... สารภาพรัก ใช่หรือไม่?

            ไม่ ไม่ ไม่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเรื่องพวกนี้ทำไมต้วนจื่อถึงได้มอบโอสถที่ล้ำค่าเช่นนี้ให้กับสมาคมการค้าเยี่ยน?

            นางมองไปยังต้วนจื่อ สบสายตาเขาเพียงไม่กี่วินาทีที่สื่อสารกันด้วยสายตา นางก็เข้าใจ

            เป็นเช่นนี้นี่เอง!

            ต้วนจื่อคิดจะผลักภาระความเสี่ยงจากโอสถสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์ไปให้สมาคมการค้าเยี่ยนนั่นก็เพราะ 'คนธรรมดาไร้ความผิด ไฉนจึงมีหยก'

            และในฐานะที่เป็นสมาคมการค้าอันดับหนึ่งแห่งเมืองจื่อหรานแม้ว่าทุกคนจะรู้ว่าโอสถสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์อยู่ที่นี่ ก็คงไม่กล้าคิดอกุศลเพราะท้ายที่สุดแล้วอำนาจและพลังของสมาคมการค้าก็ปรากฏให้เห็นอยู่

            ในเวลาเดียวกัน เมิ่งซือซินและเฟิงเฉินรวมถึงผู้ติดตามก็พลันได้สติ อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจให้กับความชาญฉลาดของต้วนจื่อ

            เมื่อโอสถสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์อยู่ในมือของเยี่ยนชุยเสวี่ยแล้วใครจะกล้าแย่งชิง?

            เมื่อกล้าแย่งชิงก็เท่ากับเป็นการต่อต้านสมาคมการค้าเยี่ยนทั้งหมด เป็นการรนหาที่ตาย!

            “ให้ตายเถอะ!ข้ารู้ซึ้งถึงเจตนาของต้วนจื่อแล้ว”

            “ข้าก็เข้าใจแล้วที่แท้ก็เป็นแผนของต้วนเฉวียนเซิน สวรรค์ท่านเอ๋ย ข้าเพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เองข้าช่างโง่เขลาเสียจริง”

            “ต้วนจื่อฉลาดล้ำเกินใครดูเหมือนว่าเขาจะหายจากอาการปัญญาอ่อนแล้ว ต่อไปคงเรียกเขาว่าคนโง่ไม่ได้ต้องเรียกว่ายอดอัจฉริยะ”

            ……

            ชั่วขณะที่ความเงียบโรยตัวเสียงเซ็งแซ่ก็ระเบิดขึ้น

            สายตาที่ผู้คนมองมายังต้วนจื่อล้วนเต็มไปด้วยความประหลาดใจราวกับได้รู้จักกับอีกฝ่ายเป็นครั้งแรก

            "สุภาพชนย่อมมีวิถีข้าขอรับน้ำใจนี้ไว้ในนามตระกูลเยี่ยน" เยี่ยนชุยเสวี่ยยิ้มก่อนที่จะเก็บโอสถสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์ไว้ในมืออย่างรวดเร็วภายใต้สีหน้าที่แทบจะกระอักเลือดออกมาของต้วนเฉวียนเซิน

            จากนั้นนางก็เลื่อนสายตาไปยังร่างของต้วนเฉวียนเซิน

            “ทุกท่านได้เห็นประจักษ์ถึงความจริงใจของท่านแล้วข้าเชื่อว่าทุกคนคงไม่ถือสาหาความกับเรื่องเล็กน้อย”

            ระหว่างที่กล่าวนางก็ได้หันไปถามผู้คนในที่นั้น

            “พวกท่านจะยกโทษให้ท่านเจ้าตระกูลต้วนหรือไม่?”

            ต้วนจื่อเอ่ยขึ้นก่อนใคร“แน่นอน ข้าย่อมให้อภัยเขา!”

            ผู้คนโดยรอบสบตากันมองหน้ากันไปมาก่อนจะพยักหน้า

            “ใช่แล้ว พวกเราให้อภัยเขา!”

            “ขอบคุณ…ขอบคุณ…” ต้วนเฉวียนเซินเจ็บลึกราวมีดบาดกล้ำกลืนความขุ่นเคืองที่ปะทุขึ้น กัดฟันจนกรามสั่นพยายามยิ้มแต่กลับดูอึดอัดอย่างยิ่ง

             [ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีผู้ใช้ได้รับตำแหน่งชนะเลิศในการประลองเชื่อมสัมพันธ์ในตระกูลทำภารกิจเทียนซิ่วสำเร็จ ‘ชื่อเสียงระบือไกล’ รับหีบสมบัติเป็นรางวัลสามกล่อง เมื่อเปิดแล้วจะได้รับไอเทมแบบสุ่ม] 

            เมื่อได้ยินเสียงนี้ในที่สุดต้วนจื่อก็ถอนหายใจออกมา

            สำเร็จภารกิจ ปิดจ๊อบ!

            ครั้นตระหนักได้ดังนั้น เขาก็กล่าวขึ้นทันที"การเข้าร่วมการประลองเชื่อมสัมพันธ์ของตระกูลในวันนี้ข้าเพียงต้องการทดสอบความสามารถของตนเอง มิได้คาดหวังว่าจะได้รับชัยชนะนับเป็นความโชคดีอย่างยิ่ง เนื่องด้วยข้าได้รับความตกใจก่อนหน้านี้ขอตัวไปพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกายเสียก่อน ลาล่ะ!"

            เมื่อกล่าวจบ ต้วนจื่อก็กล่าวอีกว่า“ส่วนรางวัลของผู้ชนะอันดับหนึ่งของข้า ขอส่งต่อให้กับ…… นางเถิด!”

            เขาเว้นจังหวะ กวาดสายตาไปทั่วแล้วปลายนิ้วก็ชี้ไปยัง โอวหยางเหมย...ที่อยู่ใกล้กับโอวหยางซวง!

             

    คล้ายกับเรื่องระบบฝึกยุทธ์ในต่างโลก : เกิดใหม่ครั้งนี้ข้าจะเป็นอัจฉริยะไร้ที่เปรียบ 【จบ】 ที่คุณอ่าน