ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 140 สิ่งที่อยู่ในถ้ำ

           ก่อนหน้าไม่นานตู้อวิ๋นหลงเพิ่งจะเห็นฝีมือของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลน ทว่าฝีมือและพละกำลังของตู้เซ่าฝู่เขายังไม่รู้ในความคิดของเขา คิดว่าน้องสามต่อให้แข็งแกร่งเพียงใด อายุน้องสามเพิ่งจะสิบหกสิบเจ็ดไม่น่าจะแข็งแกร่งได้มากมายเท่าไร

           “พละกำลังของน้องสามแข็งแกร่งมากถึงเพียงนี้เชียวหรือ!”

           ขณะนั้นเอง ตู้อวิ๋นหลงเพิ่งจะรู้ว่าตู้เซ่าฝู่แข็งแกร่งน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้เขาตกใจมากที่น้องสามใช้เพียงกระบวนท่าเดียวก็สามารถปลิดชีพผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสร้างรากฐานได้ต่อให้เขาพัฒนาจนถึงจุดที่รุ่งเรืองที่สุด ก็น่าจะสู้ด้วยไม่ได้หลังจากประหลาดใจไปสักครู่ สีหน้าก็กลายเป็นความยินดี

           “เด็กหนุ่มคนนั้นเองก็เป็นยอดฝีมือ แข็งแกร่งยิ่งกว่าตู้อวิ๋นหลงเสียอีก!”

           ที่แท้เด็กหนุ่มชุดม่วงที่ไม่มีใครมองอยู่ในสายตาผ่านไปเพียงพริบตาเดียวแต่ละคนต่างก็ตกใจกลัวเด็กหนุ่มชุดม่วง

           “โครม!”

           ตู้เซ่าฝู่ไม่หยุดนิ่งร่างของเขาเริ่มขยับอีกครั้งชายหนุ่มผู้สวมชุดยาวสีม่วงปล่อยพลังอักษรยันต์สีทองพร้อมกับระเบิดพลังออกมารอบกายเขาห่อหุ้มด้วยแสงสีทอง เขาท่าทางเหมือนอสูรในร่างคนลำแสงจ้าสีทองพุ่งเข้าไปชนศิษย์ของพรรคบูรพารุ่งโรจน์แต่ละคนที่เข้ามารุมล้อม

           ขณะที่ทุกคนยังจ้องมองอยู่ ตู้เซ่าฝู่พุ่งไปรอบๆเกิดแรงโจมตีราวกับระเบิดทุกบริเวณที่เขาพุ่งผ่าน ศิษย์ของพรรคบูรพารุ่งโรจน์แต่ละคนถูกโจมตีกระเด็นคนละทิศละทางพลังของเขารุนแรงสามารถข่มทุกคนได้ ไม่มีใครสกัดกั้นเขาได้เลย

           “เจ้าหนูคนนี้แข็งแกร่งมาก รีบร่วมมือกันรุมโจมตีเร็วอย่าต่างคนต่างลงมือกันสะเปะสะปะ!”

           ชายที่เป็นผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับคนหนึ่งเมื่อเห็นก็นัยน์ตาสั่นไหวเขาตกใจจนเหม่อไปไม่นานก็ได้สติ จากนั้นจะโกนบอกทุกคน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันเขาเตรียมพลังกรงเล็บ จากนั้นก็ตวัดฝ่ามือหวดใส่ตู้เซ่าฝู่อย่างแรงและรวดเร็วเป็นกรงเล็บที่แหลมคมเสมือนคมดาบไม่ปาน

           “ซู่!”

           มีคลื่นพลังบีบอัดจนอากาศรอบพลังกรงเล็บบิดเบี้ยวเกิดเป็นวงพายุหมุนเล็กๆ ตามทางที่ฝ่ามือเขาพุ่งผ่านชายคนนี้ถือว่าเป็นผู้ที่มีพละกำลังสูงมากในพรรคบูรพารุ่งโรจน์แล้ว

           ตู้เซ่าฝู่จ้องมองพลังกรงเล็บที่พุ่งเข้ามาเขาทำเพียงเหลือบมองเล็กน้อย จากนั้นเมื่อพลังกรงเล็บเข้ามาประชิดตัวทันใดนั้นเขาก็กำมือแน่น มีอักษรยันต์สีทองพรั่งพรูออกมา และทันใดนั้นพลังจากร่างเขาก็ระเบิดโถมใส่พลังกรงเล็บนั้นอย่างแรง

           พลังกรงเล็บและพลังหมัดปะทะกันอย่างแรงจนเกิดลมกระโชกแรงหมุนไปทั่วขณะที่สองพลังสัมผัสกัน มือของตู้เซ่าฝู่สั่นโพล่งขึ้นมาก่อน มีพลังอันดุดันเสริมแรงเพิ่มเข้าไปด้วย

           “โครม!”

           เกิดเสียงปะทะกันเสียงดังขึ้นราวกับระเบิดร่างของตู้เซ่าฝู่แข็งแกร่งมั่นคงดั่งภูผาไม่ขยับไปไหน ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับคนนั้นกลับยืนตั้งหลักไม่ไหวลมหงายหลังกระแทกพื้นจนเกิดรอยร้าวแยกเป็นแนวยาวมีเสียงครืนๆ ดังขึ้นมาจากพื้น มือของเขาถูกกระแทกจนแตกละเอียดเขาร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวดอุทานออกมาไม่เป็นภาษา

           “อ๊าก……”

           เขาเพิ่งจะร้องโหยหวนได้ไม่นาน ตู้เซ่าฝู่ก็กระโจนเข้าหาพร้อมกับกำหมัดต่อยลงที่กลางอกของยอดฝีมือคนนั้นท่าทางดุดันน่าสยดสยองราวกับอสูรร้ายการโจมตีครั้งนี้ทำให้กระดูกซี่โครงอกแตกละเอียด อวัยวะภายในถูกทำลายจนป่นปี้

           “น้องสามมีพลังที่แข็งแกร่งน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้เลยหรือ!”

           ตู้อวิ๋นหลงมองตู้เซ่าฝู่อย่างตกใจจนอ้าปากค้างเขาไม่เคยคาดคิดว่าพละกำลังของน้องสามจะแข็งแกร่งน่าเกรงขามได้ถึงเพียงนี้

           “แย่แล้ว……”

           ท่ามกลางฝูงชนที่ตื่นตระหนกและชุลมุน ชายปากยื่นหน้าลิงคนนั้นเห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยจะดีก็รีบถอยหนีไปทันที คิดจะวิ่งถอยหลบเข้าไปในถ้ำ

           “เปาข่งเล่อ ทรยศสมาคมมังกรดาว ทำให้ประธานสมาคมและศิษย์ของสมาคมมังกรดาวตั้งมากมายต้องตายข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่!”

           ตู้อวิ๋นหลงพุ่งกระโจนออกเข้าหาเปาข่งเล่อที่ตนจ้องตาเขม็งมาโดยตลอดแววตาของเขาเปี่ยมด้วยความอาฆาตแค้น เขารีบพุ่งไปปรากฏตัวอยู่ด้านหน้าเปาข่งเล่อทันทีไม่ยอมให้หนีไป

           “หัวหน้าหน่วยตู้สมาคมมังกรดาวล่มสลายไปแล้ว เชื่อข้า เข้าร่วมกับพรรคบูรพารุ่งโรจน์ดีกว่าอยู่ที่สมาคมมังกรดาวเยอะพอถึงตอนนั้นพวกเราก็ยังเป็นสหายที่ดีต่อกันอยู่” เปาข่งเล่อมองหน้าตู้อวิ๋นหลงพยายามฝืนยิ้มออกมาให้

           “ข้าตู้อวิ๋นหลงจะมาเป็นสหายกับคนชั้นต่ำสันดานชั่วเช่นนี้ได้อย่างไร!”

           ตู้อวิ๋นหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาเขาถีบพื้นและกระโจนเข้าหาเปาข่งเล่อพร้อมกับปล่อยพลังปราณโถมออกมาปริมาณมากจนเกิดคลื่นพลังปราณไหลเวียนรอบๆ

           “ตู้อวิ๋นหลง เจ้าคิดว่าข้าทำอะไรเจ้าไม่ได้หรือไง”

           เปาข่งเล่อกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาเช่นกันดาบสั้นในมือท่าทางประหลาดฟันกรีดอากาศ มีพลังปราณสีขาวห่อหุ้ม ความเร็วดาบไวปานสายฟ้าสีขาวแวบผ่านชั้นบรรยากาศและเกิดคลื่นพลังลมแหวกออกรอบๆพลังดาบอันน่ากลัวและรุนแรงนี้พุ่งเข้าไปทางตู้อวิ๋นหลง

           แววตาของตู้อวิ๋นหลงกระตุกเล็กน้อยเมื่อคมดาบอันน่ากลัวนี้พุ่งเข้ามาถึงด้านหน้าเขาก็รีบถีบตัวดันถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

           “ซู่!”

           ดาบสั้นที่มีพลังลำแสงห่อหุ้มเมื่อใกล้เข้ามาถึงบริเวณหน้าอกของตู้อวิ๋นหลงทว่าตู้อวิ๋นหลงกลับสีหน้ายังคงนิ่งสงบแทบไม่เปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน เขาก็เหวี่ยงมีดสั้นที่ห่อพลังปราณในมือใส่เปาข่งเล่ออย่างฉับพลัน

           “ฉึก!”

           เมื่ออยู่ในระยะประชิดมีดสั้นนี้แทงเข้าไปในท้องน้อยของเปาข่งเล่อได้อย่างง่ายดาย

           “ฟู่ด!”

           เปาข่งเล่อพ่นโลหิตออกมาจากทางปากแววตาดูตะลึงตกใจอย่างมาก เขารีบกระโดดถอยหลังไปมีโลหิตไหลออกมาจากแผลที่ท้องน้อยเป็นสาย เขาพูดออกมาเบาๆ ว่า “เป็นไปไม่ได้ ทำไมเจ้าถึงฆ่าข้าได้ เป็นไปไม่ได้……”

           “เพราะข้าเข้าใจเจ้าดังนั้นข้าจึงสามารถฆ่าเจ้าได้ ทว่าเจ้าไม่เคยเข้าใจในตัวข้าดังนั้นเจ้าชนะข้าไม่ได้หรอก”

           ตู้อวิ๋นหลงพุ่งเข้าหาเปาข่งเล่ออีกครั้งมีดสั้นในมือห่อหุ้มพลังปราณเกิดเป็นประกายแสงที่ดูน่ากลัวเขาเหวี่ยงแขนตามองศาที่เล็งไว้ สุดท้ายมีดสิ้นก็บินเข้าไปกรีดที่ลำคอของเปาข่งเล่อ

           ภายใต้เสื้อฝั่งมือขวาซ่อนมีดสั้นเอาไว้นี่คือท่าไม้ตายลับของตู้อวิ๋นหลง

           ทุกคนที่รู้จักตู้อวิ๋นหลงต่างคิดว่าตู้อวิ๋นหลงใช้ดาบสงครามเป็นอาวุธ ที่จริงแล้ว นอกจากดาบสงคราม ตู้อวิ๋นหลงยังมีอาวุธอย่างอื่นซ่อนไว้เป็นอาวุธลับสุดท้ายใต้แขนขวาหากไม่ใช่ช่วงเวลาสำคัญเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายปกติเขาจะไม่ใช่มัน

           อาวุธสั้นต้องโจมตีใกล้แต่เมื่อโจมตีโดนจะเป็นอันตรายถึงชีวิตมีดสั้นเล่มนี้เป็นท่าไม้ตายปลิดชีพของตู้อวิ๋นหลงมาโดยตลอด

           “ฟึ่บ……”

           มีดสั้นกรีดไปที่ลำคอของเปาข่งเล่อเลือดเขาสาดกระจายฟุ้งออกมาเป็นละออง เปาข่งเล่อยื่นมือมากุมไว้ที่ลำคอ เขาไม่อาจพูดหรือร้องโอดครวญอะไรได้อีกแล้วจากนั้นร่างของเขาก็ล้มลงไปนอนกับพื้น

           เปาข่งเล่อคิดไม่ถึงว่าจะถูกปลิดชีพโดยตู้อวิ๋นหลงเช่นนี้หากเขาระมัดระวังตัวมากกว่านี้ ระดับฌานตู้อวิ๋นหลงกับเขาใกล้เคียงกันมากหากอยากฆ่าเขา ไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปไม่ได้ ทว่าตอนนี้จะมาคิดเสียใจหรือเสียดายก็ไม่ทันอีกแล้ว

           “โฮก!”

           บริเวณไม่ไกลมีเสียงคำรามของอสูรพยัคฆ์หลังจากประมือแลกกระบวนท่ากันไปหลายยก ในที่สุดอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนก็หาโอกาสได้มันใช้กรงเล็บเสือสองข้างตวัดฉีกร่างเงาวิญญาณติดชีพจรของหลู่ฉางหมิงกับฉิวซันจนแตกสลาย

           “ฟู่ดๆ!”

           หลู่ฉางหมิงกับฉิวซันทั้งสองคนพ่นโลหิตออกมาทางปากต่างมองศัตรูด้วยสีหน้าตะลึงและหวาดผวา พวกเขาคาดไม่ถึงว่าสองคนร่วมมือกันแล้วกลับทำอะไรอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนตัวนี้ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

           “ขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับ หนีไปก่อนแล้วกัน!”

           หลู่ฉางหมิงที่ลอยอยู่ในอากาศตระหนักได้ว่าอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนตัวนี้แข็งแกร่งร้ายกาจกว่าที่เขาจินตนาการไว้ไม่อาจต่อกรด้วยได้ ขณะนั้นจึงคิดที่จะรีบถอยหนีให้ไวที่สุด

           อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนจะยอมปล่อยให้สองคนนี้หนีไปได้อย่างไรตอนนั้นมีผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสร้างรากฐานถึงสามคนรุมโจมตีมันต่างก็โดนมันจัดการตายไม่เหลือสักรายทว่าขณะนี้มีเพียงสองคนมันไม่มีอะไรต้องกลัวเลย

           “โฮก!”

           อสูรพยัคฆ์คำรามขู่จากนั้นกระพือปีกจู่โจมหาเป้าหมายด้วยความไวปานสายฟ้าฟาด ปีกสะบัดพัดใส่ร่างของหลู่ฉางหมิงจังๆทำให้ร่างของเขาพุ่งดิ่งลงพื้นจากท้องฟ้า

           “ฟิ่วๆ ๆ!”

           และจากนั้นในระยะเวลาอันสั้น กรงเล็บของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนก็ตะครุบใส่ร่างของหลู่ฉางหมิงอย่างแรงกรงเล็บจิกจุดเนื้อที่อกของเขาเป็นรูทั้งที่ยังเป็นๆ เลือดของเขาไหลสาดออกมาปริมาณมากสุดท้ายเขาก็ถูกอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนขย้ำและกลืนลงท้องไป

           “แย่แล้ว หนี……”

           ฉิวซันเมื่อเห็นว่าหลู่ฉางหมิงถูกอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนกินลงท้องทั้งที่ยังมีลมหายใจเขาก็เกิดความรู้สึกกลัวต่ออสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเพิ่มมากขึ้นจนตัวสั่นเขายังจะกล้าต่อสู้ด้วยที่ไหนได้ล่ะตอนนี้จึงตัดสินใจส่งพลังปราณดันร่างของตัวเองให้เหาะหนีไปให้ไวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

           อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนไม่มีทางปล่อยให้ฉิวซันหนีไปได้อยู่แล้วมันเหาะตามพุ่งเข้าหาอย่างไวปานสายฟ้า ความเร็วนี้ไม่นานก็สามารถตามได้ทัน

           “หนีเร็ว รีบหนี!”

           “หัวหน้าพรรคหนีแล้วรีบหนีเร็ว!”

           ศิษย์พรรคบูรพารุ่งโรจน์ทุกคนที่อยู่บริเวณรอบถ้ำต่างหนีเอาชีวิตรอดกันอย่างจ้าละหวั่นหัวหน้าพรรคหนีเอาชีวิตรอดไปแล้ว พวกเขายังจะกล้าต่อสู้ต่อได้อย่างไร

           ตู้เซ่าฝู่หยุดลงมือต่อเขาไม่มีความคิดที่จะอยากไล่ฆ่ากวาดล้างทุกคน เขาคิ้วขมวดเล็กน้อยมองไปทางปากถ้ำที่อยู่ไม่ไกลจากจุดนั้น เขาใช้พลังจิตสำรวจสถานที่เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานที่เคลื่อนไหวเรื่อยๆ ไม่หยุด ราวกับว่ามีแสงจางๆ ค่อยๆแผ่ออกมาจากข้างในบางๆ

           “น้องสาม ถ้ำแห่งยอดฝีมือที่ข้าพบในตอนนั้นก็คือที่นี่แหละ” ตู้อวิ๋นหลงเดินเข้ามายืนข้างๆ ตู้เซ่าฝู่

           “พวกเราเข้าไปดูกัน” ตู้เซ่าฝู่กล่าว จางนั้นเขาก็เดินตามตู้อวิ๋นหลงเข้าไปในถ้ำ

           ภายในถ้ำรอบๆ เต็มไปด้วยหินที่เกาะตัวเป็นชั้นหน้าขนาดไม่เท่ากันทำให้เกิดชั้นสูงต่ำและมีหลุม คาดเดาไม่ออกเลยว่าหินเหล่านี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

           เมื่อตู้อวิ๋นหลงเดินมาถึงภายในถ้ำก็มองเห็นช่องถ้ำขนาดหลายเมตรอยู่ด้านหน้า สีหน้าของเขาตึงเครียดขึ้น กล่าวว่า “ปากทางช่องตรงนี้เคยมีตราผนึกอยู่ ขณะนี้ตราผนึกหายไปแล้วหรือว่ามีคนเข้าไปได้ก่อนแล้ว?”

           “พวกเราเข้าไปกันก่อนระวังหน่อยนะ”

           ตู้เซ่าฝู่พูดกับตู้อวิ๋นหลง ตู้เซ่าฝู่สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานในนั้นได้ตั้งแต่ปากทางเข้ามองเห็นแสงจางๆ ที่แผ่ออกมาจากในนั้น

           ตู้เซ่าฝู่เดินนำหน้า ตู้อวิ๋นหลงเดินตามหลังทั้งสองเดินเข้าไปในถ้ำอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ

           ปากทางเข้าเพียงไม่กี่เมตรทว่าภายในขนาดกว้างใหญ่ไพศาลภายในนั้นราวกับเป็นภูเขาลูกใหญ่ที่ถูกเจาะให้เป็นรูกลวงด้านใน

           “คุณพระช่วย ที่นี่มันที่ไหน!”

           เมื่อก้าวเข้ามาในถ้ำ ตู้อวิ๋นหลงก็ตะลึงจนอุทานออกมา

           ภายในถ้ำตรงนั้น มีหมอกทึบทำให้เป็นภาพรางๆทว่ามีแสงอ่อนๆ ส่องแสงบางๆ ในนั้น

           แสงจางๆมาจากมุมหนึ่งในถ้ำ บนพื้นที่เป็นพื้นหินกลับมีทรายพื้นที่ราวๆ สิบกว่าจั้งเป็นที่มีประกายแสงสีทองแผ่ออกมา และจุดศูนย์กลางของผืนทราย มีต้นไม้ต้นเล็กๆความหนาราวๆ ถ้วยเล็กๆ ถ้วยหนึ่ง บนต้นมีใบไม้ขึ้นดกสามารถส่องแสงเป็นประกายระยิบระยับ

           บนต้นไม้เล็กต้นนั้นมีผลชนิดหนึ่งที่มีขนาดเท่ากำปั้นทารกทั้งลูกมีประกายแสงสีทองวิบวับ บนผลมีอักษรยันต์เปล่งแสงกระจายห่อหุ้มอยู่ดูสวยงามราวกับหยกอันเลอค่า ทั้งยังส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ แผ่ออกมาทั่วบริเวณนั้นทำให้คนอยากที่จะเข้าไปลิ้มรสของมันรอบลำต้นมีอักษรยันต์แสงจ้าราวกับเปลวเพลิงห่อหุ้มต้นเอาไว้ มีคลื่นพลังงานของยาวิเศษแผ่ซ่านออกมารุนแรงจนทำให้ร่างกายของคนทั่วไปรู้สึกว่าพลังปราณและพลังจิตถูกขัดขวางจนไหลเวียนไม่สะดวก

           “นี่คือ……พลับผลทอง!” ตู้เซ่าฝู่ตะลึงในที่สุดเขาก็คิดออก ตอนที่เจินชิงฉุนสอนเรื่องการสกัดยา เคยแนะนำเรื่องชนิดของยาวิเศษจำนวนมากหนึ่งในนั้นก็มียาวิเศษที่ทำจากพลับผลทอง ซึ่งจะมีผลขนาดกำปั้นทารกแบบที่เขาเห็นอยู่ในตอนนี้เปี๊ยบ

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน