ความหวังได้ถูกจุดขึ้นอีกครั้ง!
เมื่อได้ยินสัญญาณลับที่คุ้นเคย จิตใจที่ใกล้จะแตกสลายของสือเหล่ยก็พลันเปี่ยมไปด้วยพลังขึ้นมาอีกครั้ง! เขามองจางหู่ด้วยแววตาที่มุ่งมั่น
"พี่ใหญ่...เราต้องไป!"
"ข้ารู้" จางหู่พยักหน้า สีหน้าของเขาเคร่งขรึมอย่างที่สุด "แต่การจะฝ่าไปถึงต้นเสียงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย...องครักษ์ของหวังเทียนลาดตระเวนอยู่ทั่วทุกที่"
พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของตรอกแคบๆ มองออกไปยังถนนสายหลักที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากคบเพลิง...ทุกๆ สี่แยกมีคนของหวังเทียนยืนคุมอยู่เป็นกลุ่มๆ แถมยังมีชาวเมืองและนักล่ารางวัลที่ถูกล่อด้วยเงินรางวัลจำนวนมหาศาลคอยสอดส่องสายตาหาพวกเขาอยู่ตลอดเวลา...การจะเคลื่อนไหวในที่โล่งตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย
"เราจะไปทางหลังคา" จางหู่ตัดสินใจ "มันเสี่ยง...แต่ก็ยังดีกว่าเดินไปบนถนน"
ทั้งสองคนใช้ทักษะตัวเบาที่ฝึกฝนมาปีนขึ้นไปบนหลังคาของอาคารที่ซอมซ่ออย่างเงียบเชียบที่สุด พวกเขาเคลื่อนที่ไปตามสันหลังคา ก้มตัวต่ำเพื่อหลบซ่อนจากสายตาของหน่วยลาดตระเวนเบื้องล่าง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความตึงเครียดและอันตราย
...
ณ บนหลังคาจวนของหวังเทียน...
หลินเฟิง หรือ เย่เฟิง เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อหลังจากที่ส่งสัญญาณออกไป เขาไม่รู้ว่าเพื่อนของเขาจะได้ยินหรือไม่...และถึงแม้จะได้ยิน...พวกเขาจะสามารถฝ่าการป้องกันที่หนาแน่นมาถึงที่นี่ได้หรือเปล่า
เวลาผ่านไปราวกับชั่วนิรันดร์...
ทันใดนั้น...หูของเขาก็ได้ยินเสียงผิวปากแผ่วเบา...เป็นเสียงนกคนละชนิด แต่เป็นท่วงทำนองที่คล้ายกัน...มันคือสัญญาณตอบกลับ!
เย่เฟิงมองลงไปยังตรอกมืดที่ติดกับกำแพงจวน...เขาก็เห็นเงาร่างสองร่างกำลังซ่อนตัวอยู่หลังถังไม้เก่าๆ! พวกเขามาถึงแล้ว!
หัวใจของเย่เฟิงพองโตด้วยความยินดี...แต่เขาก็รีบสะกดกลั้นมันไว้ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะดีใจ
เขาเคลื่อนตัวลงจากหลังคาอย่างเงียบกริบ กลับไปยังจุดที่เขาค้นพบฝาท่อระบายน้ำ...แผนการขั้นต่อไปกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
เขาใช้ก้อนหินเล็กๆ ส่งสัญญาณกลับไปยังเพื่อนทั้งสองคน...เป็นสัญญาณให้เตรียมพร้อม
จางหู่และสือเหล่ยเข้าใจทันที...แต่ปัญหาก็คือ...การจะข้ามจากปากตรอกมายังกำแพงจวนได้นั้น...จะต้องผ่านพื้นที่โล่งเล็กๆ ที่อยู่ในระยะสายตาขององครักษ์ที่ยืนอยู่บนหอคอยมุมกำแพงพอดี!
มันคือช่วงเวลาวัดใจ!
เย่เฟิงเห็นปัญหาเดียวกัน...เขาเหลือบมองไปยังทิศทางตรงกันข้ามของลานจวน...แล้วรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
เขาดีดก้อนหินเล็กๆ ที่เคลือบด้วยพลังปราณเพียงน้อยนิดออกไป...มันไม่ได้พุ่งไปที่องครักษ์...แต่พุ่งไปกระทบกับกระถางต้นไม้ที่วางอยู่ริมระเบียงของอาคารอีกหลังหนึ่ง!
เพล้ง!
เสียงกระถางแตกในยามค่ำคืนที่เงียบสงัดนั้นดังพอที่จะทำให้ทุกคนตกใจ!
"มีคนบุกรุกทางทิศตะวันออก!" องครักษ์บนหอคอยตะโกนลั่น แล้วหันความสนใจทั้งหมดไปยังทิศทางนั้นทันที!
"บัดนี้แหละ!" เย่เฟิงส่งสัญญาณ
จางหู่ไม่รอช้า! เขาดึงตัวสือเหล่ยแล้วระเบิดความเร็วทั้งหมดที่มีพุ่งข้ามพื้นที่โล่งนั้นไปยังกำแพงจวน! จางหู่ใช้พละกำลังของตนเองส่งตัวสือเหล่ยให้ปีนข้ามกำแพงไปก่อน แล้วจึงดีดตัวตามไปติดๆ!
ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาเพียงแค่สามลมหายใจ!
เมื่อองครักษ์รู้ตัวว่านั่นเป็นเพียงแค่การเบี่ยงเบนความสนใจ...พวกเขาก็สายเกินไปเสียแล้ว...
"เย่เฟิง!"
"ศิษย์พี่จาง! ศิษย์น้องสือเหล่ย!"
ทั้งสามคนกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในเงามืดข้างกำแพงจวน...ความรู้สึกดีใจและโล่งอกเอ่อล้นขึ้นมาในใจของพวกเขาทั้งสามคน
"อย่าเพิ่งดีใจไป" เย่เฟิงกล่าวเสียงเบา "เรายังหนีออกไปไม่ได้...ทางออกของเราอยู่ข้างล่างนี้"
เขาชี้ไปยังฝาท่อระบายน้ำที่ซ่อนอยู่ใต้พุ่มไม้
จางหู่และสือเหล่ยมองตามแล้วถึงกับหน้าเหยเก...กลิ่นเหม็นเน่าที่ลอยขึ้นมาจางๆ นั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าข้างล่างนั้นคืออะไร
"เจ้าจะบอกว่า..."
"ใช่" เย่เฟิงพยักหน้า "มันอาจจะสกปรกและน่าขยะแขยง...แต่มันคือเส้นทางเดียวที่จะพาเราออกจากเมืองที่ถูกปิดตายนี้ได้"
ไม่มีใครคัดค้าน...เพราะพวกเขารู้ดีว่านี่คือทางเลือกเดียวที่พวกเขามี
เย่เฟิงและจางหู่ช่วยกันใช้แรงทั้งหมดงัดฝาท่อเหล็กที่หนักอึ้งนั้นขึ้นมาอย่างยากลำบาก...เผยให้เห็นความมืดมิดที่ไร้ที่สิ้นสุดและกลิ่นเหม็นที่รุนแรงจนแทบจะทำให้สลบ
"ข้าจะลงไปก่อน" เย่เฟิงกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว "แล้วพวกท่านค่อยตามลงมา"
เขาไม่รอช้า...โรยตัวลงไปในความมืดนั้นทันที...
จางหู่และสือเหล่ยกลั้นหายใจแล้วปีนตามลงไป...จากนั้นก็ช่วยกันปิดฝาท่อกลับเข้าที่เดิมอย่างเงียบเชียบ...
บัดนี้...พวกเขาทั้งสามคนได้หายไปจากย่านสตรีแดงแล้ว...เข้าสู่โลกใต้พิภพที่ไม่มีใครรู้จัก...
ท่อระบายน้ำของเมืองหมอกพิษนั้นทั้งมืด วังเวง และน่าขยะแขยง ทางเดินที่คับแคบและเต็มไปด้วยน้ำเสียนั้นเป็นเหมือนเขาวงกตที่ไร้ที่สิ้นสุด บางครั้งพวกเขาก็ได้ยินเสียงสิ่งมีชีวิตบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในความืด...อาจจะเป็นหนูยักษ์หรือสัตว์ประหลาดที่ปรับตัวให้อยู่ในที่แห่งนี้ได้
แต่หลินเฟิงกลับไม่ได้หวาดกลัว...เขากำลังใช้ความรู้จากโลกเก่าในการนำทาง
'ระบบท่อระบายน้ำของเมือง...โดยปกติแล้วจะต้องถูกออกแบบให้ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ...และปลายทางทั้งหมดจะต้องไหลออกไปรวมกันนอกเมือง...ที่แม่น้ำหรือป่าพรุ...'
เขาใช้ประสาทสัมผัสในการรับฟังเสียงของสายน้ำและสังเกตทิศทางการไหลของมัน...แล้วค่อยๆ นำทางเพื่อนทั้งสองคนไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แต่ก็มั่นคง
หลังจากที่เดินทางอยู่ในความมืดที่น่าอึดอัดนั้นนานนับชั่วยาม...ในที่สุด...พวกเขาก็เห็นแสงสว่างรำไรอยู่ที่ปลายอุโมงค์!
เมื่อเข้าไปใกล้ขึ้น...พวกเขาก็พบว่ามันคือลูกกรงเหล็กที่ปิดทางออกสุดท้ายเอาไว้...และที่นอกลูกกรงนั้น...คือป่าพรุที่อยู่นอกกำแพงเมือง!
พวกเขาหนีออกมาได้แล้ว!
ทั้งสามคนช่วยกันทำลายลูกกรงที่ผุพังนั้นออก แล้วปีนออกมาสู่โลกภายนอก...พวกเขาหอบหายใจเอาอากาศที่...แม้จะเหม็นกลิ่นโคลน...แต่ก็ยังสดชื่นกว่าอากาศในท่อระบายน้ำนับพันเท่า!
ร่างกายของพวกเขาเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูลและกลิ่นเหม็น...อ่อนแรง...และเหนื่อยล้าจนแทบจะขาดใจ...
แต่พวกเขาก็รอดมาได้...และยังอยู่ด้วยกันครบทั้งสามคน!