น้ำใสกลับถึงบ้านเมื่อช่วงบ่ายแก่ๆ เห็นมารดานั่งอยู่ที่เก้าอี้ในสวนหน้าบ้าน
หญิงสาวจอดรถเดินเข้าไปหาด้วยใบหน้ายิ้มละไม
“อ้าว กลับมาแล้วหรือจ๊ะ ทานอะไรมาหรือยัง มา มาทานของว่างกับแม่ น้อย น้อยหาของว่างให้คุณน้ำใสที” ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะเดินถึงตัว คนเป็นแม่ก็ส่งเสียงร้องทัก พร้อมหันหน้าตะโกนเรียกสาวใช้เจื้อยแจ้ว จะมีอะไรสำคัญไปกว่าเรื่องกินอยู่หลับนอนของลูกเป็นไม่มีต่อให้น้ำใสทานอะไรมาแล้วจากข้างนอก หล่อนก็จะต้องหาอะไรให้ลูกทานอยู่ดี ประสาแม่ที่รักลูกผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ
“ค่า” เสียงจากในบ้านขานรับทำเอาผู้เป็นแม่พอใจ พอดีกับน้ำใสหย่อนก้นลงนั่งเก้าอี้ตัวข้างมารดา
“นึกยังไงคะถึงลงมานั่งในสวน”
“แม่อยากสูดอากาศบริสุทธิ์บ้างนะจ๊ะ บ่ายแก่แบบนี้อยู่แต่ในบ้านมันอุดอู้ บ้านเราต้นไม้ออกเยอะแยะ ต้นรึก็ใหญ่ กิ่งใบทอดยาวเป็นแพ พอมานั่งใต้เงาไม้แบบนี้ แอร์เย็นๆ ในบ้านชิดซ้ายไปเลย น้ำว่าจริงมั๊ยลูก”
“ฮื่อ ค่ะ” น้ำใสพยักหน้ารับงึกงัก นึกไพล่ไปถึงเรือนไทยหลังใหญ่บนเกาะ ที่นั่นร่มรื่นกว่าที่นี่มากนัก แล้วดวงหน้าคมเข้มของเอริคก็แทรกผ่านเข้ามาจนน้ำใสต้องสะบัดหัวเบา ๆ
“เป็นอะไรไปลูก” คุณนายนฤมลถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นลูกสาวคนเดียวจู่ๆ ก็สะบัดหน้าไปมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“ปะ ปล่าวค่ะแม่ น้ำไม่ได้เป็นอะไรค่ะ คือ แมลงนะค่ะ แมลงมันมาตอมวิ้ง ๆ ตรงหัวน้ำ” น้ำใสตอบแบบขอไปที แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องพูด
“แม่คะ แม่ยังไม่ได้เล่าให้น้ำฟังเลยว่าแม่ไปตกลงกับคุณลุงธเนศตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ก็ ช่วงที่หนูหายไปนะลูก แม่กลุ้มใจมาก ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ลุงธเนศเขาอาสาจะช่วย เขาต้องไปพึ่งผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง แล้ว แล้ว”
“แล้วไงต่อคะ” น้ำใสซักต่อ หญิงสาวไม่เข้าใจว่าผู้ใหญ่คนที่ว่ามาเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่นายธเนศจะมาแต่งงานกับมารดา
“ก็คือ คุณธเนศเขาว่า ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งรู้จักชอบพอกับคุณธเนศจะช่วยตามหาน้ำได้ เขารู้จักเส้นทางภายใน และผู้ใหญ่ท่านนั้นก็รักใคร่เอ็นดูคุณธเนศมาก ก็ว่าถ้าคุณธเนศมีความสุขโดยการ โดยการ”
คุณนายนฤมลพูดไม่ออก ก้อนคำพูดมันจุกอยู่แค่อก ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เพราะเกรงใจลูกสาวคนเดียว เพราะเรื่องแต่งานกับคุณธเนศเป็นเรื่องที่กระชั้นเกินไปจนตั้งตัวไม่ถูก เพราะหนึ่งในหลาย ๆ เหตุผลคือ คุณธเนศเป็นคนดีคนหนึ่งก็จริงแต่ก็ดีไม่เท่าพ่อของน้ำใสที่เสียไป และไม่มีใครมาแทนเขาได้
“คะ”
“โดยการได้แต่งงานกับ กับแม่ ถ้าแม่ตกลง ผู้ใหญ่ท่านั้นก็จะช่วยจ๊ะ”
“ไม่มีเหตุผลเลย แล้วคุณแม่ก็ตอบตกลงไปงั้นเหรอคะ” น้ำใสแสดงความคิดเห็นแบบไม่เข้าใจ
“ทำไมคะ” หญิงสาวถามย้ำ
“ก็แม่ไม่มีทางเลือกนี่ลูกแม่มองไม่เห็นหนทางที่จะได้พบเจอหรือได้ลูกคืนกลับมาเลยเมื่อมีคนเสนอทางที่พอมีหวังมาให้ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต แม่ก็ยอมได้ แต่ขอให้น้ำจำไว้อย่างหนึ่งนะลูกว่า ชาตินี้ไม่มีใครมาแทนที่พ่อของน้ำได้ แม่จำเป็นลูก น้ำเชื่อแม่นะลูก แม่เป็นผู้ใหญ่แล้ว พูดคำไหนก็ต้องเป็นคำนั้น แม่รับปากเขาไปแล้ว แม่ก็ต้องทำตามคำพูด น้ำเข้าใจแม่นะลูก”
ในที่สุดน้ำใสก็ได้รับรู้เหตุผลที่แท้จริง
“โธ่คุณแม่ คุณแม่ขา น้ำรักคุณแม่ รักมากที่สุด” น้ำใสโผเข้ากอดมารดา รู้แล้วว่าความรักที่แม่มีให้ตนนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด แม่ยอมเสียสละตัวเองเพื่อหล่อนขนาดนี้ น้ำใสคงอยู่เฉยไม่ได้
จะยอมให้คุณแม่แต่งงานกับคนอย่างนายธเนศไม่ได้เด็ดขาดคนที่เกี่ยวข้องกับเกาะเอริค เกี่ยวพันกับสุดาทิพย์ และน่าจะเกี่ยวพันกับเด็กที่โดนฆ่า คนที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมให้แม่ต้องแต่งงานด้วย น้ำใสยอมไม่ได้เด็ดขาด ต้องหาคำตอบเรื่องพวกนี้ให้เร็วที่สุด จะบอกกับตำรวจก็คงไม่ได้ เดี๋ยวเรื่องเลยเถิดไปกันใหญ่ พอดีนายธเนศไหวตัวทันแย่เลย
เอริค ฉันคิดถึงคุณ ฉันยอมรับว่า คุณคือคนพิเศษของฉัน ฉันไม่รู้ว่าฉันรู้สึกกับคุณแบบนั้นตอนไหน แต่ในเมื่อคุณเกี่ยวข้องกับเกาะปีศาจนั่น ฉันก็ต้องคิดว่าคุณคือผู้สมรู้ร่วมคิด ฉันรักแม่ของฉัน ฉันต้องทำเพื่อแม่ ทำเพื่อความถูกต้อง ถ้าฉันมีหลักฐานว่าคุณเกี่ยวข้องกับเรื่องเลวร้ายต่างๆ เหล่านั้น ฉันคงปล่อยคุณไปไม่ได้
++++++++++++++++++++++++
น้ำใสนอนเอกเขนกอ่านหนังสืออยู่บนเสื่อที่ปูไว้บนสนามหญ้าหน้าบ้านข้างตัวมีหนังสือหลายเล่ม
ทั้งนิตยสาร นิยาย การ์ตูน ความจริงหล่อนคิดเรื่องวิธีหาหลักฐานจากเกาะนั้นจนหัวจะระเบิด คิดยังไงก็คิดไม่ออก เลยต้องหาทางผ่อนคลายบ้าง ซึ่งหนังสือเบาสมองพวกนี้ก็ช่วยได้มากทีเดียว
น้ำใสเพลิดเพลินกับการอ่านจนได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาในบ้าน
ผู้ที่ก้าวออกมาจากรถสปอร์ตคันหรูมันวาวนั้นคือภคกรชายหนุ่มที่เป็นเพื่อนชายเพียงคนเดียวที่น้ำใสให้ความสนิทสนมและไว้ใจ เพราะเรื่องบางเรื่อง หล่อนไม่สามารถที่จะเล่าให้มารดาฟังได้ มีเพียงภคกรคนเดียวที่จะเป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สุดในตอนนี้ ดังนั้น หญิงสาวจึงผละจากกการพักผ่อน วางหนังสือลงบนเสื่อแล้วลุกขึ้น เดินแกมวิ่งไปรับหน้าเพื่อน
ภคกรยิ้มรับเพื่อนสาวที่ตนแอบรัก เขารู้ดีว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขา แต่ถ้าเป็นไปได้ ถ้านะ เขาอยากให้เธอวิ่งมารับเขาในฐานะที่เขาเป็นคนพิเศษสำหรับเธอ
“กร ดีใจจังที่นายมา”
“ก็พอได้รับโทรศัพท์จากคุณนายปุ๊บ เกล้ากระผมก็รีบจรลีมาปั๊บ ณ บัดดล” ชายหนุ่มพูดไปหัวเราะไปพาให้น้ำใสหัวเราะตาม
“แหม นายนี้ละน๊ะ ไม่เจอกันแป๊บเดียว ยังปากดีเหมือนเดิม”
“เราก็คนเดิม หัวใจเดิม เหมือนเดิมนั่นแหละ ว่าแต่เมื่อไหร่น้ำจะเปลี่ยนใจมาชอบเราสักทีล่ะ” ภคกรหยอกเอิน ทั้งที่ในอกเจ็บหน่วง ๆ เมื่อรู้ดีว่าคำตอบที่จะได้กลับมาเป็นอย่างไร
“นายนี่ละก็” น้ำใสส่ายหัวน้อย ๆ ในความทะเล้นของเพื่อน แสร้งทำเป็นไม่รู้ความนัยในคำถามประโยคนั้น
“ไม่เอาล่ะ พูดเข้าเรื่องดีกว่า เรามีเรื่องอยากจะปรึกษานายหน่อย มาทางนี้”
“เดี๋ยว ๆ ให้เราไปไหว้สวัสดีแม่เธอก่อน”
“ม่ายต้อง คนกันเอง ไม่เป็นไรหรอก มาทางนี้นี่” น้ำใสจูงมือชายหนุ่มดึงให้เขาไปในสวนเพื่อไปยังเสื่อที่หล่อนปูไว้ พลันสายตาหันไปเห็นน้อยสาวใช้คนเก่งเข้า
“น้อย น้อย ขอเครื่องดื่มเย็นเจี๊ยบให้เพื่อนน้ำหน่อยนะคะ เอาเป็น กร เอาอะไรดี” น้ำใสหันไปทำท่าเหมือนถามแล้วก็สั่งต่อโดยไม่รอคำตอบจากอีกฝ่าย
“เอาเป็นเบียร์เย็น ๆ ดีมั๊ย แล้วก็ขอกับแกล้มเบาๆ สักสองอย่าง อ้อของน้ำไม่เอาเบียร์นะ ขอน้ำส้มคั้นเย็นๆ สักแก้วก็พอ”
“ค่ะ” สาวใช้รับคำแล้วหันหลังวิ่งปรู๊ดไปทันที
“โอ้โห นี่จะเลี้ยงเบียร์เราแต่หัววันเลยเหรอ คิดจะมอมเหล้ากันละซิ ถือว่ารวยหรือไงฮะแม่คู้ณ”
“ไม่ได้หรอก อย่างนาย ถ้าไม่มีเครื่องเซ่น เป็นอยู่เฉยไม่ได้นาน”
“นี่กะว่าจะคุยยาวเลยซิ”
“งั้นซิ”
สองเพื่อนสนิทหัวร่อหยอกล้อกันแบบคุ้นเคยรู้ทันจนกระทั่งเครื่องดื่มและอาหารถูกลำเลียงมาวางบนเสื่อตรงหน้า น้ำใสจึงเริ่มเอ่ยนำเข้าเรื่องอย่างที่ตั้งใจว่าก่อนว่า
“นายจำเรื่องที่เราไปติดเกาะแล้วเราเล่าให้นายฟังทางโทรศัพท์เมื่อคราวก่อนได้มั๊ย”
“ได้ ทำไมเหรอ”
“ก็ เราอยากไปที่เกาะนั่นอีกครั้ง”
“ห๊า ว่าไงนะ พูดเป็นเล่นน่า” ภคกรสะดุ้งจนเกือบสำลักเบียร์เมื่อได้ยินความต้องการที่เพื่อนสาวพูดถึง
“ใครว่าเล่น เอาจริง”
“แน่ใจ”
“ชัวร์”
“แล้วที่เกริ่นมาทั้งหมดเนี่ย อย่าบอกนะว่าจะให้เราไปด้วย” ชายหนุ่มเดา
“ถูกเผงเลย นายนี่สมเป็นซี้ปึ๊กเราจริง ๆ”
“น้ำ พูดเล่นอีกละ”
“ไม่ จริงจริ๊ง” น้ำใสย้ำหนัก จนเพื่อนหนุ่มเริ่มคิดมาก ขัดขึ้นมาว่า
“เดี๋ยว ขอเราซดเบียร์ย้อมใจหน่อย” ชายหนุ่มคว้าขวดเบียร์ค่อยๆ เอียงแก้วเทใส่ แล้วกระดกรวดเดียวหมด
“ว่าไง ดื่มเบียร์แล้วตกลงใช่มั๊ย นะจ๊ะกร ไปเป็นเพื่อนน้ำหน่อย นะ” น้ำใสคะยั้นคะยอเขย่าแขนชายหนุ่มไปมา
“บอกเหตุผลมาก่อน ถ้าเหตุผลเข้าท่าเราจะรับไปพิจารณา”
“แหม นายนี่ลูกเล่นเยอะนะ”
“ไม่ได้ซิ เราต้องรู้เหตุผลก่อน ก็อย่างที่บอก ถ้าน้ำไว้ใจเรา น้ำก็ต้องบอกเหตุผลเรา”
“คือ เราไม่ได้เล่าไปหนึ่งเรื่อง”
“อะไร”
“เราเจอคุณลุงธเนศอยู่ที่เกาะนั่นกับสุดาทิพย์”
“ห๊ะ ใครนะ พูดเล่นน่าน้ำ” ภคกรแปลกใจจนต้องอุทานออกมาเสียงดัง เรื่องราวมันพิลึกพิลั่นยังไงไม่รู้ ก็ไหนสุดาทิพย์บอกว่าทำงานอยู่ต่างจังหวัดไง แล้วที่น้ำใสเล่ามันคือเรื่องอะไรกัน
“เราพูดจริงกร ตอนแรกเราก็กะว่าจะไม่สนใจ แต่พอเรารู้ว่าแม่เราตกลงจะแต่งงานกับคุณลุงธเนศ เราถึงอยู่เฉยไม่ได้ยังไง”
“เราก็รู้เรื่องแม่นาย”
“จากไหน”
“ให้ทาย”
“ยัยดวงตา”
“ถูกเผง” ภคกรดีดนิ้วดังเป๊าะเมื่อหญิงสาวทายถูก
“ยัยนี่ทำไมชอบจุ้นเรื่องเรานักนะกร”
“ใช่ เราเองก็เบื่อจะแย่”
“เลิกพูดถึงยัยคนนี้เถอะ พูดแล้วอารมณ์เสีย” น้ำใสเบ้หน้าอย่างเอือมระอาในความประพฤติของเพื่อนสาว
“ฮื่อ” ภคกรเห็นด้วย แล้วก็รินเบียร์เพิ่มอีก
“แล้วเรื่องที่จะไปเกาะกับเรา ว่าไง”
“ขอเราคิดดูก่อนแล้วกันนะ มันสำคัญมาก ว่าแต่น้ำจะไปเมื่อไหร่ล่ะ”
“เอาให้เร็วที่สุด เราอยากรู้เรื่องทุกอย่างก่อนที่แม่เราจะแต่งงานกับคุณลุงธเนศ”
“เรายังไม่รับปากนะ เราว่าเราสองคนไปคิดทบทวนให้ดีก่อนมั๊ย” ภคกรย้ำด้วยความเป็นห่วง
“เราคิดดูแล้ว อยู่ที่นายนั่นแหละจะยอมไปกับเราหรือเปล่าเท่านั้นซึ่งถ้านายไม่ไป เราคงต้องไปคนเดียว”
“ไม่เอาน่าน้ำ อย่าล้อเล่น” ภคกรชักหวั่นใจเมื่อเห็นท่าทีจริงจังของเพื่อนสาว
“เราพูดจริง”
“เราขอคิดอีกทีแล้วกัน” ภคกรเริ่มวิตก
“น้ำไม่คิดจะบอกตำรวจเหรอ บางทีอาจจะดีกว่านะ”
“ไม่ล่ะ ถ้าบอกตำรวจเดี๋ยวลุงธเนศรู้ตัวซะก่อน เขายิ่งรู้จักคนวงในเยอะแยะ พอดีเราไม่มีหลักฐานมาบอกแม่กันพอดี เราไม่ได้จะไปสู้รบอะไรกับใครที่เกาะนั่นหรอก เพียงแต่เราอยากมีหลักฐาน แค่ภาพถ่ายหรือเสียงพูดก็ยังดี เราจะได้คัดค้านการแต่งงานของแม่เราได้”
“ก็จริงนะ” ภคกรเห็นด้วย แต่เมื่อคิดถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น จึงย้อนถามหญิงสาวหยั่งเชิงดูว่า
“แล้วถ้าเราไม่ไปล่ะ”
“ถ้านายไม่ไป เราก็จะไปคนเดียว”
“ได้ไง ไหนว่าอันตรายมาก”
“โธ่กร เราเคยอยู่ที่นั่นมาแล้ว ลืมไปแล้วเหรอ คงไม่มีใครคิดหรอกว่าเราจะกลับไปอีก ทำไมเราจะกลับไปอีกไม่ได้ ในเมื่อเราเคยไปมาแล้วและก็รู้ลู่ทางเป็นอย่างดี”
“โธ่ น้ำ คิดดูอีกทียังไม่สายนะ”
“ไม่ล่ะ”
ภคกรสบตาเพื่อนสาว เห็นประกายมาดมั่นฉาบฉายอยู่ในนั้น ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากถอนใจเบา ๆก่อนจะตอบแบบถอดใจที่ไม่สามารถเปลี่ยนใจเพื่อนสาวไปว่า
“เอาละ เป็นไงเป็นกัน ไปก็ไป” ภคกรตัดสินใจ ขืนปล่อยให้หญิงสาวไปคนเดียว เขาคงอยู่ไม่เป็นสุขแน่
“ขอบใจมากนะกร ขอบใจนายมากจริง ๆ รู้มั๊ย นายเป็นคนดีมากเลย คนดีที่หนึ่งเลย”
“จ๊า คนดี” ภคกรลากเสียงเหนื่อยใจกับความดื้อของน้ำใส ส่วนน้ำใสหัวเราะลั่นชอบใจ
+++++++++++++++++++++++