จารึกที่ 25 : นาวาเหนือเมฆา : ความลับในดวงตาและค่าตั๋วที่ไม่มีจ่าย
สายลมกรรโชกแรงหวีดหวิวปะทะใบเรือผ้าไหมั์จนเกิดเสียงดัง พั่บ... พั่บ... ราวกับเสียงตบมือของั์ที่มองไม่เห็น ทะเลหมอกสีขาวโพลนสุดลูกหูลูกตาแผ่ขยายปกคลุมผืนพิภพเบื้องล่างแสงจันทร์สาดส่องกระทบเกล็ดัแกะสลักที่หัวเรือเหาะ "ัเหิน" จนเกิดประกายระยิบระยับงดงามราวกับนาวา์ที่ล่องลอยอยู่ในความฝัน
ทว่า... บนดาดฟ้าเรือที่หนาวเหน็บกลับมีบรรยากาศที่หดหู่สวนทางกับทิวทัศน์
อาเจียนั่งกอดเข่าคุดคู้พิงเสากระโดงเรือ ดวงตาเหม่อลอยมองออกไปในความว่างเปล่า ปากพึมพำคำว่า "430 ตำลึง... 430 ตำลึง..." ซ้ำไปซ้ำมาราวกับคนเสียสติ
"อาเจีย... เ้าหยุดบ่นสักพักได้หรือไม่?" หลินชิงเสวี่ยที่นั่งขัดสมาธิเดินลมปราณอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นด้วยความรำคาญระคนเห็นใจ "เงินทองเป็ของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้"
"เ้าไม่เข้าใจ!" อาเจียหันขวับ น้ำตาคลอเบ้า "สำหรับพ่อค้า เงินไม่ใช่ของนอกกาย... เงินคือเื! คือลมหายใจ! ตอนนี้ข้าเหมือนคนโดนสูบเืจนตัวซีดแล้วเห็นไหม!"
[เลิกคร่ำครวญเป็สตรีขี้แยได้แล้ว] เสียง มู่เฉิน ดังแทรกขึ้นมาในห้วงจิติญญา [เ้าควรดีใจที่รักษาสิ่งนี้ไว้ได้... หยิบ 'ดวงจิตศิลา' นั่นออกมาดูซิ]
อาเจียปาดน้ำตาอย่างลวกๆ ล้วงก้อนหินสีแดงก่ำออกมาจากอกเสื้อ แสงจันทร์ทำให้มันดูสงบนิ่งไร้พิษสง แต่ใครจะรู้ว่าภายในบรรจุความลับที่สั่นะเืยุทธภพได้
[ข้าตรวจสอบความทรงจำของมันแล้วตอนที่เ้าเชื่อมต่อกับมัน...] มู่เฉินเอ่ยเสียงเครียด [นี่ไม่ใช่แค่ตำราสร้างศัสตรา... แต่มันคือ 'กุญแจ' ที่ใช้เปิดประตูสู่ 'สุสานศัสตรามาร' ที่ซ่อนอยู่ใต้ดินแดนรกร้างทางเหนือ... ที่นั่นมี 'หัวใจราชันอักขระ'ชิ้นสมบูรณ์ซ่อนอยู่!]
"หัวใจราชันอักขระ?" อาเจียหูผึ่ง ลืมเื่เงินไปชั่วขณะ "มันแพงไหมอาจารย์?"
[ประเมินค่าไม่ได้!] มู่เฉินตอบ [มันคือสุดยอดวัตถุที่ใช้สร้าง 'กายเนื้อระดับเซียน' ได้! หากข้าได้มันมา... ข้าอาจจะ 'หลอมรวมกายาใหม่' และคืนชีพกลับมามีชีวิตอีกครั้ง!]
"โอ้โห..." อาเจียตาโต "งั้นถ้าข้าช่วยท่านคืนชีพ... ท่านต้องเซ็นสัญญาเป็ทาสรับใช้... เอ้ย เป็ลูกจ้างข้า 100 ปีนะ!"
[เ้าศิษย์เนรคุณ! เดี๋ยวพ่อสาปให้ใบ้กิน!]
ขณะที่ศิษย์อาจารย์กำลังถกเถียงกันในจิต ประตูห้องโดยสารก็เปิดออกพร้อมกับร่างท้วมของชายวัยกลางคนในชุด นายเรือ ที่เดินอาดๆ ตรงเข้ามาหาพวกเขา ด้านหลังมีชายฉกรรจ์ร่างั์สองคนเดินตามมาคุมเชิง
"อะแฮ่ม!" นายเรือกระแอมไอเสียงดัง "พ่อหนุ่ม แม่นาง... ยินดีต้อนรับสู่เรือเหาะัเหิน เนื่องจากการขึ้นเรือของพวกเ้าเป็การ... เอ่อ... ฉุกเฉินพิเศษ เราจึงยังไม่ได้เก็บค่าโดยสาร"
อาเจียสะดุ้งเฮือก หน้าซีดลงทันตาเห็น "คะ... ค่าโดยสาร?"
"ถูกต้อง" นายเรือยิ้มการค้า (แบบที่อาเจียคุ้นเคยดี) "ค่าตั๋วเรือเหาะเที่ยวพิเศษ บวกค่ากู้ภัยฉุกเฉิน และค่าทำขวัญลูกเรือที่ใ... รวมเป็เงิน 50 ตำลึงทอง ต่อคน รวมสองคนเป็ 100 ตำลึงทอง... จ่ายมาซะดีๆ"
หลินชิงเสวี่ยหน้าถอดสี นางคลำถุงเงินของตัวเองที่แบนแต๊ดแต๋ (เพราะโดนยึดไปตอนโดนจับที่หอคอย) แล้วหันมามองอาเจียด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ
"เอ่อ... ท่านนายเรือผู้หล่อเหลา..." อาเจียฉีกยิ้มแห้งๆ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก "คือ... ตอนนี้ข้ากำลังประสบเคราะห์ 'เงินทองขาดมือ' ชั่วคราว... ข้าขอ... ติดไว้ก่อนได้ไหม? ลงบัญชีไว้ในนาม 'อาเจีย ผู้ซื่อสัตย์' ดอกเบี้ยร้อยละ..."
"ไม่มีเงิน?" รอยยิ้มของนายเรือหายวับไปทันที "ไม่มีเงินก็ไม่มีที่ยืน! กฎของเรือเหาะคือ 'ไม่จ่ายก็โดดลงไป'! ไอ้สอง! จับพวกมันโยนลงไปในดงอสูรข้างล่าง!"
ชายฉกรรจ์สองคนแสยะยิ้ม เดินย่างสามขุมเข้ามาหา
"เดี๋ยว! เดี๋ยวววว!" อาเจียยกมือห้าม สมองแล่นเร็วจี๋ยิ่งกว่าลูกคิด "ข้าไม่มีเงินสด! แต่ข้ามี... มีวิชาชีพ! ข้าเป็... ปรมาจารย์บูรณะอักขระ!"
นายเรือชะงัก ยกมือห้ามลูกน้อง "ปรมาจารย์?"
"ใช่!" อาเจียรีบลุกขึ้นชี้ไปที่เสากระโดงเรือ "ข้าเห็นนะว่า 'ข่ายปราณอักขระวายุ' ที่ใบเรือของท่านมันเสื่อมสภาพเสียหาย ทำให้เรือสูบกลืนปราณจากหินิญญามากกว่าปกติถึง สองส่วน... แถมตอนออกตัวเมื่อกี้ ท้องเรือก็น่าจะได้รับความเสียหายจากแรงะเิของโม๋หยาด้วย!"
นายเรือเบิกตากว้าง "เ้า... เ้าดูออกด้วยตาเปล่ารึ?"
"ระดับนี้แล้ว!" อาเจียยืดอก (ทั้งที่ขาสั่น) "จ้างข้าสิ! ข้าจะซ่อมแซมและ 'ปรับสมดุลค่ายกล' ให้ท่าน แลกกับค่าตั๋วและอาหารสามมื้อ... ตกลงไหม?"
นายเรือหรี่ตามองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างชั่งใจ การหาช่างอักขระฝีมือดีบนน่านฟ้านั้นยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร และเรือของเขาก็กำลังมีปัญหาเื่การผลาญพลังงานจริงๆ
"ตกลง..." นายเรือพยักหน้าช้าๆ "ข้าจะให้โอกาสเ้า... แต่ถ้าเ้าซ่อมไม่ได้ หรือทำเรือข้าพัง... ข้าจะจับเ้ามัดกับสมอเรือแล้วทิ้งลงไปบดขยี้กับยอดเขา! เข้าใจไหม?"
"รับทราบขอรับ!" อาเจียประสานมือรับคำอย่างแข็งขัน
เมื่อนายเรือเดินจากไป อาเจียก็ทรุดฮวบลงกับพื้น ถอนหายใจเฮือกใหญ่
"อาเจีย..." หลินชิงเสวี่ยกระซิบถาม "เ้าซ่อมเรือเหาะเป็จริงๆ หรือ?"
"ไม่เป็หรอก" อาเจียตอบหน้าตาย
"ห๊ะ!?" หลินชิงเสวี่ยร้องเสียงหลง
"แต่ข้ามี 'ภูมิปัญญา' อยู่ในหัว" อาเจียเคาะขมับตัวเองเบาๆ พลางแสยะยิ้มเ้าเล่ห์ "และมีอาจารย์ปู่โสมเฝ้าพู่กันคอยกระซิบข้างหู... งานนี้ถ้าไม่ได้กำไรเป็ 'เคล็ดวิชาสร้างเรือเหาะ' กลับไป... อย่าเรียกข้าว่าอาเจีย!"
[เ้าเด็กเปรต... หาเื่ให้ข้าอีกแล้วนะ!] มู่เฉินบ่นอุบ แต่ในน้ำเสียงกลับเจือแววตื่นเต้นที่ได้เห็นลูกศิษย์รู้จักพลิกวิกฤตให้เป็โอกาส
เรือเหาะัเหินมุ่งหน้าฝ่าทะเลหมอกสู่ทิศอุดร... โดยมี "ช่างซ่อมกำมะลอ" และ "องครักษ์สาวถังแตก" ร่วมเดินทางไปด้วย สู่จุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยอันตรายและความมั่งคั่งที่รอการค้นพบ!