รอยแยกมิติขนาดยักษ์ที่ถูกฉีกกระชากด้วยอานุภาพแห่งศัสตราไร้ลักษณ์ ไม่ได้เป็นเพียงบาดแผลบนท้องฟ้าของสวรรค์ชั้นที่สาม แต่มันคือเส้นทางสายมฤตยูที่ทอดยาวทะลวงผ่านกฎเกณฑ์ของจักรวาล ลำแสงสีเทาปฐมกาลอันกราดเกรี้ยวพุ่งแหวกม่านมิติ ตัดข้ามสวรรค์ชั้นที่สี่อันเป็นดินแดนแห่งพฤกษาอมตะ ตัดข้ามสวรรค์ชั้นที่ห้าอันเป็นทะเลสาบกระจกเงาเร้นลับ และทะลวงผ่านสวรรค์ชั้นที่หกอันเป็นสมรภูมิรบของเหล่ายักษ์สวรรค์ไปอย่างรวดเร็วประดุจสายฟ้าแลบ
ทุกชั้นฟ้าที่รอยแยกสีเทานี้พาดผ่าน ล้วนเกิดปรากฏการณ์สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น มวลเมฆวิญญาณแตกสลาย ขุนเขาลอยฟ้าถล่มทลาย ผู้ฝึกยตนและเซียนนับไม่ถ้วนในชั้นเหล่านั้นต่างแหงนหน้ามองเส้นแสงแห่งความตายบนท้องฟ้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีดจนวิญญาณสั่นสะท้าน พวกเขาไม่รู้ว่าสิ่งใดกำลังมุ่งหน้าขึ้นสู่เบื้องบน รู้เพียงแต่ว่า กลิ่นอายแห่งการทำลายล้างที่แผ่ซ่านออกมานั้น มันทรงอานุภาพยิ่งกว่าทัณฑ์สวรรค์ใดๆ ที่เคยถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของตำหนักเก้าสวรรค์
ท่ามกลางกระแสมิติที่ปั่นป่วนและบิดเบี้ยว ร่างของหลินเฟยในชุดเกราะสีดำพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าด้วยความเร็วที่เหนือล้ำกว่าแสงใดๆ นัยน์ตาสีเทาลึกล้ำของเขาสะท้อนภาพดวงดาวและห้วงเวลาที่ไหลย้อนกลับ ทารกปฐมกาลที่สถิตอยู่ในจุดตันเถียนแผ่ซ่านพลังงานหยินหยางออกมาคลุมร่างของเขาเอาไว้ เป็นดั่งเกราะป้องกันที่ทำให้กฎเกณฑ์ของแต่ละชั้นฟ้าไม่สามารถต้านทานหรือทำอันตรายเขาได้เลยแม้แต่น้อย
"สวรรค์ชั้นที่เก้า ตำหนักนิรันดร์กาล... อีกเพียงไม่ไกลแล้ว" หลินเฟยพึมพำกับตนเอง เสียงของเขาฝ่ากระแสลมมิติที่กึกก้อง ศัสตราไร้ลักษณ์ในมือเปล่งประกายเจิดจ้า ราวกับมันกำลังกระหายที่จะได้ลิ้มรสโลหะและวิญญาณของเทพเจ้าสูงสุด
ทว่า ก่อนที่เขาจะสามารถทะลวงเข้าสู่เขตแดนของสวรรค์ชั้นที่แปดและเก้า รอยแยกมิติก็พลันถูกกระแทกด้วยพลังงานบางอย่างที่หนักหน่วงจนแม้แต่ปราณปฐมกาลยังต้องเกิดระลอกคลื่น!
ตู้มมมมมมมมม!
ม่านมิติเบื้องหน้าหลินเฟยระเบิดออกอย่างรุนแรง บังคับให้ร่างของเขาต้องหลุดพ้นจากสภาวะการทะลวงมิติ และกระเด็นออกมาปรากฏตัวอยู่ ณ 'สวรรค์ชั้นที่เจ็ด' อย่างกะทันหัน
ทันทีที่เท้าของหลินเฟยสัมผัสกับอากาศธาตุของชั้นที่เจ็ด ความรู้สึกแรกที่พุ่งเข้าปะทะคือ 'ความร้อนระอุ' ที่สามารถหลอมละลายได้แม้กระทั่งวิญญาณแรกกำเนิด! ทัศนียภาพรอบด้านไม่ได้สวยงามหรือเต็มไปด้วยปราณวิญญาณบริสุทธิ์เหมือนชั้นล่างๆ แต่มันคือ 'ทะเลเพลิงกรรมสีชาด' ที่ลุกโชนและกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ท้องฟ้าเป็นสีเลือดข้น มีเมฆหมอกรูปหัวกะโหลกลอยวนเวียน เสียงกรีดร้องของวิญญาณบาปนับล้านล้านดวงที่ถูกเผาผลาญ ดังก้องสะท้อนไปทั่วทุกสารทิศ
ที่นี่คือ 'แดนชำระบาปสวรรค์' หรือสวรรค์ชั้นที่เจ็ด ดินแดนที่ใช้คุมขังและลงทัณฑ์ผู้ที่กล้าฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ของมหาเทพ และยังเป็นปราการด่านสุดท้ายที่แข็งแกร่งที่สุดก่อนจะถึงชั้นที่แปดและเก้าอันเป็นที่ประทับของเหล่าทวยเทพสูงสุด
"หยุดอยู่แค่นั้น มารร้ายผู้จองหอง!"
เสียงตวาดที่ดังกึกก้องประดุจฟ้าร้องสี่สายผสานกัน ดังก้องมาจากใจกลางทะเลเพลิงกรรม ทะเลเพลิงสีชาดเบื้องหน้าหลินเฟยถูกแยกออกเป็นสี่สาย เผยให้เห็นเงาร่างขนาดยักษ์สี่ร่างที่กำลังค่อยๆ ลอยตัวสูงขึ้นเหนือผิวน้ำโชนแสง
เมื่อไฟกรรมจางลง หลินเฟยก็มองเห็นตัวตนของผู้ที่มาขวางทาง พวกมันไม่ใช่ผู้ฝึกยตนธรรมดา ไม่ใช่เซียน หรือราชันย์ดารา ทว่าพวกมันคือ 'สี่มหาขุนพลเทพพิทักษ์บรรพกาล' ร่างจำแลงแห่งกฎเกณฑ์ธรรมชาติที่ถูกสร้างขึ้นโดยมหาเทพตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของสวรรค์!
ทางทิศตะวันออก ปรากฏร่างของขุนพลในชุดเกราะเกล็ดสีเขียวมรกต ศีรษะเป็นมังกรสวรรค์ มีสายฟ้าสีครามล้อมรอบตัว มันคือ 'ขุนพลเทวะมังกรฟ้า' (มังกรฟ้าชิงหลง)
ทางทิศตะวันตก ปรากฏร่างของขุนพลในชุดเกราะขนพยัคฆ์สีขาวบริสุทธิ์ นัยน์ตาดุดันแผ่รังสีแห่งการเข่นฆ่าและสงคราม ในมือถือดาบเสี้ยวพระจันทร์ มันคือ 'ขุนพลเทวะพยัคฆ์ขาว' (พยัคฆ์ขาวไป๋หู่)
ทางทิศใต้ ปรากฏร่างของสตรีเทพผู้สวมชุดคลุมขนวิหคเพลิงสีแดงฉาน รอบกายลุกโชนด้วยไฟอนันตกาลที่ไม่เคยมอดดับ มันคือ 'ขุนพลเทวะวิหคเพลิง' (หงส์แดงจูเชวี่ย)
และทางทิศเหนือ ปรากฏร่างของบุรุษชราผู้มีร่างกายกำยำ สวมเกราะกระดองเต่าสีดำทะมึน แผ่กลิ่นอายแห่งความมั่นคงและชีวิตอันเป็นนิรันดร์ มันคือ 'ขุนพลเทวะเต่าดำ' (เต่าดำเสวียนอู่)
รังสีพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของมหาขุนพลทั้งสี่นั้น เหนือล้ำกว่าระดับตัดวิญญาณขั้นสูงสุดไปไกลลิบ พวกมันล้วนยืนหยัดอยู่ในขอบเขต 'แสวงมรรคา' (Dao Seeking) อย่างเต็มตัว! ผู้ที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตนี้ ไม่ได้ใช้เพียงพลังปราณในการต่อสู้อีกต่อไป แต่พวกเขาสามารถ 'ยืม' พลังจากกฎเกณฑ์ของสวรรค์และโลกมาใช้ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ตราบใดที่สวรรค์ยังไม่ดับสูญ พลังของพวกเขาก็ไม่มีวันหมด!
"ขุนพลเทวะทั้งสี่แห่งตำหนักเก้าสวรรค์..." หลินเฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความตื่นเต้นและอำมหิต "ดูเหมือนว่าสุนัขเฝ้าบ้านของพวกมหาเทพ จะตัวใหญ่และกัดเจ็บกว่าที่ผ่านมาสินะ น่าสนุกดีนี่!"
"โอหังนัก! แกบังอาจฉีกม่านฟ้า ทำลายสมดุลของหกชั้นล่าง และยังกล้ามายืนหยัดต่อหน้าพวกข้า!" ขุนพลเทวะพยัคฆ์ขาวคำรามลั่น เสียงของมันทำให้ทะเลเพลิงกรรมเบื้องล่างสั่นสะเทือน "วันนี้ วิญญาณของแกจะต้องถูกฉีกเป็นหมื่นชิ้น และถูกเผาผลาญในทะเลเพลิงกรรมแห่งนี้ไปชั่วกัปชั่วกัลป์!"
"อย่ามัวเสียเวลาเจรจากับมารร้าย ลงมือสกัดกั้นมันเดี๋ยวนี้ องค์มหาเทพกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญ พวกเราต้องไม่ให้สิ่งใดไปรบกวนพระองค์ได้!" ขุนพลเทวะเต่าดำเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและหนักแน่น
สิ้นคำพูด ขุนพลเทวะทั้งสี่ก็ไม่รอช้า พวกมันประสานอินพร้อมกัน พลังแห่งกฎเกณฑ์ทั้งสี่ทิศระเบิดออก ท้องฟ้าสีเลือดของชั้นที่เจ็ดถูกบิดเบือน ค่ายกลบรรพกาล 'จตุรทิศดับสูญ' ถูกกางออกครอบคลุมพื้นที่นับแสนลี้ มิติรอบกายของหลินเฟยถูกล็อกด้วยกฎเกณฑ์ของลม ไฟ น้ำ และดิน ที่อัดแน่นจนกลายเป็นของแข็ง แรงกดดันมหาศาลนี้หนักอึ้งยิ่งกว่าค่ายกลดาราของชั้นที่สามนับร้อยเท่า!
"ตาย!"
ขุนพลเทวะมังกรฟ้าเป็นผู้เปิดฉากโจมตี มันอ้าปากกว้าง พ่นสายฟ้าสีครามที่อัดแน่นไปด้วยกฎเกณฑ์แห่งการทำลายล้าง สายฟ้านั้นไม่ได้พุ่งมาเป็นเส้นตรง แต่มันแปรสภาพเป็นมังกรสายฟ้านับหมื่นตัว พุ่งทะยานเข้าขย้ำร่างของหลินเฟยจากทุกทิศทุกทาง ในขณะเดียวกัน ขุนพลเทวะวิหคเพลิงก็สะบัดปีก ปลดปล่อยพายุห่าฝนเพลิงอนันตกาลที่หลอมละลายได้แม้กระทั่งมิติ เข้าเสริมการโจมตีของมังกรฟ้า
การโจมตีประสานของสองยอดฝีมือขอบเขตแสวงมรรคา รุนแรงจนทำให้มิติของชั้นที่เจ็ดปริแตกเป็นรอยร้าวสีดำ ทะเลเพลิงกรรมเบื้องล่างถูกคลื่นพลังแหวกออกจนเห็นก้นบาดาล!
หลินเฟยยืนอยู่ท่ามกลางมฤตยูที่กำลังถาโถมเข้ามา นัยน์ตาสีเทาของเขายังคงสงบนิ่งดุจผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น ทารกปฐมกาลในจุดตันเถียนลืมตาขึ้น เปล่งแสงสีหยินหยางเจิดจ้า
"กฎเกณฑ์ของพวกเจ้า... ก็เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่เกิดจากการหยิบยืมพลังผู้อื่น!" หลินเฟยคำรามลั่น "วิถีแห่งศาสตราไร้ลักษณ์ เคล็ดวิชาที่แปด... ปฐมกาลคืนสู่สูญ!"
หลินเฟยกระชับศัสตราไร้ลักษณ์ในมือทั้งสองข้าง โคจรปราณปฐมกาลจนถึงขีดสุดก่อนจะปักดาบลงกลางอากาศเบื้องหน้า!
วิ้งงงงง!
คลื่นพลังสีเทาไม่ได้ถูกฟาดฟันออกไป แต่มันระเบิดออกจากตัวดาบกลายเป็น 'โดมแสงสีเทา' ขนาดยักษ์ครอบคลุมร่างของหลินเฟยเอาไว้ โดมแสงนี้ไม่ได้มีความแข็งแกร่งในการป้องกัน แต่มันคือการ 'ปฏิเสธ' กฎเกณฑ์ทุกอย่างที่เข้ามาสัมผัส!
เปรี้ยง! บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม!
มังกรสายฟ้านับหมื่นและพายุห่าฝนเพลิงอนันตกาล เมื่อปะทะเข้ากับโดมแสงสีเทา กลับไม่เกิดการระเบิดทำลายล้าง ทว่าพลังงานเหล่านั้นกลับถูก 'สลาย' กลายเป็นปราณวิญญาณบริสุทธิ์และระเหยหายไปในอากาศธาตุอย่างเงียบเชียบ! กฎเกณฑ์สายฟ้าและกฎเกณฑ์แห่งไฟของขุนพลทั้งสอง ถูกลบล้างไปอย่างสมบูรณ์แบบเมื่อเผชิญหน้ากับอำนาจแห่งปฐมกาล!
"เป็นไปไม่ได้! พลังนั่นมันสามารถสลายกฎเกณฑ์มรรคาได้!" ขุนพลวิหคเพลิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด
"อย่าประมาท! มันครอบครองศัสตราต้องห้าม! พยัคฆ์ขาว เข้าปะทะระยะประชิด ข้าจะสนับสนุนการป้องกันเอง!" ขุนพลเทวะเต่าดำตวาดสั่งการ มันกระทืบเท้าลงกลางอากาศ โล่ปราณสลักลายกระดองเต่าขนาดยักษ์หลายร้อยชั้นก็ปรากฏขึ้นล้อมรอบขุนพลทั้งสี่เอาไว้ เป็นการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดในเก้าสวรรค์
ในเวลาเดียวกัน ขุนพลเทวะพยัคฆ์ขาวก็แผดเสียงคำราม ร่างของมันพุ่งทะยานทะลวงผ่านมิติด้วยความเร็วที่เหนือล้ำกว่าแสง ดาบเสี้ยวพระจันทร์ในมือแผ่รังสีแห่งการตัดขามกฎเกณฑ์ พุ่งเข้าประชิดตัวหลินเฟยในพริบตา ดาบนั้นฟาดฟันลงมาหมายจะผ่ากะโหลกของเด็กหนุ่มให้แยกเป็นสองซีก!
"ความเร็วแค่นี้... ช้าเกินไป!"
หลินเฟยแสยะยิ้ม เขาไม่ได้ดึงศัสตราไร้ลักษณ์ขึ้นมาป้องกัน แต่เขาใช้วิชาก้าวพริบตาปฐมกาล ร่างกายกลายเป็นเงาสีเทาเลือนลาง ดาบเสี้ยวพระจันทร์ฟาดฟันทะลุผ่านภาพติดตาของเขาไปอย่างสูญเปล่า
ขุนพลพยัคฆ์ขาวเบิกตากว้าง สัญชาตญาณอันตรายกรีดร้องเตือน มันรีบหันขวับกลับไปด้านหลัง ทว่าหลินเฟยได้ปรากฏตัวขึ้นที่นั่นแล้ว ศัสตราไร้ลักษณ์ในมือของเด็กหนุ่มเปล่งประกายสีเทามฤตยู
"สมดุลตัดสวรรค์!"
ฉับ!
หลินเฟยตวัดดาบในระยะประชิด คลื่นกระบี่สีเทาพุ่งทะลวงผ่านเกราะขนพยัคฆ์ขาวที่อัดแน่นไปด้วยกฎเกณฑ์มรรคาอย่างง่ายดายประดุจตัดเต้าหู้ แขนขวาของขุนพลพยัคฆ์ขาวพร้อมกับดาบเสี้ยวพระจันทร์ ขาดสะบั้นหลุดลอยไปในอากาศ เลือดเซียนบรรพกาลพุ่งกระฉูดสาดกระเซ็น!
"อ๊ากกกกก!" ขุนพลพยัคฆ์ขาวกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส มันถีบตัวถอยหลังอย่างรวดเร็วเพื่อเอาชีวิตรอด ทว่าหลินเฟยไม่ยอมปล่อยให้เหยื่อหลุดมือ เขาพุ่งทะยานตามติดหมายจะบั่นคออีกฝ่าย
"บังอาจ! โล่เต่าสวรรค์!"
ขุนพลเทวะเต่าดำเห็นท่าไม่ดี มันรีบเคลื่อนย้ายมิติ นำโล่กระดองเต่าขนาดยักษ์มาขวางกั้นระหว่างหลินเฟยและพยัคฆ์ขาว โล่นี้แข็งแกร่งจนสามารถรับการโจมตีจากอุกกาบาตดาวเคราะห์ได้โดยไม่เกิดรอยขีดข่วน
เคร้งงงงงงง!
ศัสตราไร้ลักษณ์ฟาดฟันเข้ากับโล่เต่าสวรรค์ เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องจนมิติของสวรรค์ชั้นที่เจ็ดสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง โล่เต่าสวรรค์สามารถต้านทานคมดาบของหลินเฟยไว้ได้ชั่วครู่ ทว่าพลังของปราณปฐมกาลที่ถูกบีบอัดลงในรอยตัด กำลังกัดกร่อนกฎเกณฑ์การป้องกันของโล่อย่างรวดเร็ว รอยร้าวสีเทาค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของโล่ศักดิ์สิทธิ์
"พลังทำลายล้างของมันไร้ขีดจำกัด! โล่ของข้าทนได้ไม่นาน! ชิงหลง จูเชวี่ย โจมตีประสานเดี๋ยวนี้!" เต่าดำตะโกนสั่งการ เหงื่อเย็นไหลชโลมใบหน้าเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวจากศัสตราในมือของเด็กหนุ่ม
มังกรฟ้าและวิหคเพลิงไม่รอช้า พวกมันทุ่มเทพลังมรรคาในร่างกายทั้งหมด ผสานสายฟ้าบรรพกาลและไฟอนันตกาลเข้าด้วยกัน ก่อเกิดเป็น 'พายุเกลียวเพลิงอัสนี' ขนาดมหึมาที่พุ่งทะลวงเข้าใส่แผ่นหลังของหลินเฟย การโจมตีนี้ทรงพลังพอที่จะลบสวรรค์ชั้นหนึ่งให้หายไปจากแผนที่ได้อย่างสมบูรณ์
หลินเฟยที่กำลังงัดข้อกับโล่เต่าสวรรค์ สัมผัสได้ถึงมฤตยูที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง นัยน์ตาสีเทาของเขาเปล่งประกายความบ้าคลั่งถึงขีดสุด เขาไม่ถอยหลบ แต่กลับตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด!
"อยากตายพร้อมกันนักใช่ไหม... ได้! ข้าจะสนองให้!"
หลินเฟยแผดเสียงคำราม ทารกปฐมกาลในจุดตันเถียนระเบิดพลังงานหยินหยางออกมาคลุมร่างของเขาไว้จนกลายเป็นเสาแสงสีเทาทึบ เขายกเลิกการโจมตีที่โล่เต่าสวรรค์ หมุนตัวกลับหลังอย่างรวดเร็ว และใช้ 'ร่างกาย' ของตนเองที่ถูกห่อหุ้มด้วยปราณปฐมกาล เข้าปะทะกับพายุเกลียวเพลิงอัสนีโดยตรง!
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมม!
การปะทะครั้งนี้รุนแรงระดับวันสิ้นโลก ทะเลเพลิงกรรมของสวรรค์ชั้นที่เจ็ดถูกแรงระเบิดกวาดล้างจนเหือดแห้งเป็นวงกว้างนับหมื่นลี้ คลื่นกระแทกพัดทำลายทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็นความว่างเปล่า ขุนพลเทวะทั้งสี่ต้องร่วมมือกันกางม่านพลังมรรคาเพื่อต้านทานแรงระเบิดที่พวกตนเป็นผู้สร้างขึ้น
กลุ่มควันและพายุพลังงานสีม่วงแดงลอยคลุ้งปกคลุมพื้นที่ใจกลางการปะทะ ขุนพลทั้งสี่หอบหายใจอย่างหนักหน่วง สายตาจ้องมองเข้าไปในกลุ่มควันนั้นด้วยความตึงเครียด
"มันตายหรือยัง?" ขุนพลพยัคฆ์ขาวที่กุมบาดแผลแขนขาดเอ่ยถามด้วยความหวาดผวา
"โดนการโจมตีประสานของพวกเราเข้าไปเต็มๆ แม้แต่ผู้ที่อยู่ในขอบเขตมรรคาขั้นสูงสุดก็ไม่มีทางรอด ร่างกายของมันจะต้องแหลกสลายไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลี" ขุนพลมังกรฟ้าตอบด้วยความมั่นใจ
ทว่า ความมั่นใจของพวกมันก็ต้องพังทลายลงในพริบตา เมื่อกลุ่มควันถูกแหวกออกด้วยลมหายใจเพียงครั้งเดียว!
ฟู่...
จากใจกลางความพินาศ ร่างของหลินเฟยค่อยๆ ก้าวเดินออกมา สภาพของเขาในยามนี้ดูน่าสยดสยองและทรงอำนาจในเวลาเดียวกัน ชุดเกราะอ่อนสีดำฉีกขาดวิ่น เผยให้เห็นผิวพรรณสีหยกที่บัดนี้มีรอยไหม้และรอยปริแตกอยู่ทั่วร่าง เลือดสีแดงคล้ำไหลซึมออกมา ทว่าบาดแผลเหล่านั้นกำลังถูกสมานตัวและซ่อมแซมอย่างรวดเร็วด้วยอำนาจของทารกปฐมกาล สิ่งที่ทำให้ขุนพลทั้งสี่ต้องขนลุกซู่ ไม่ใช่บาดแผลของเขา แต่เป็นรังสีพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กหนุ่ม บัดนี้มันไม่ได้ลดลงเลย แต่มันกลับเพิ่มพูนและเดือดพล่านยิ่งกว่าเดิม!
"ขอบใจพวกเจ้ามาก..." หลินเฟยแสยะยิ้ม รอยยิ้มนั้นอาบไปด้วยเลือดและจิตสังหารที่ไร้ก้นบึ้ง "พลังทำลายล้างของพวกเจ้า... มันช่วยเผาผลาญขีดจำกัดสุดท้ายในร่างกายของข้า ทำให้ปราณปฐมกาลของข้าหลอมรวมเข้ากับสายเลือดได้อย่างสมบูรณ์แบบ... ตอนนี้... ข้าพร้อมที่จะส่งพวกเจ้าไปลงนรกของจริงแล้ว!"
สิ้นคำพูด หลินเฟยก็พุ่งทะยานร่างเข้าหาขุนพลทั้งสี่ด้วยความเร็วที่เหนือล้ำกว่าอดีตนับสิบเท่า! ศัสตราไร้ลักษณ์ในมือส่องประกายแสงสีเทาเจิดจ้าบาดตา การต่อสู้ขั้นแตกหักระหว่างผู้สืบทอดศัสตราปฐมกาล และ สี่มหาขุนพลพิทักษ์สวรรค์ ได้เข้าสู่จุดไคลแมกซ์ที่ชี้ชะตาของสวรรค์ชั้นที่เจ็ดแล้ว!