เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 142 หลี่ตงปินเทียนจุน

    เช้าวันรุ่งขึ้น มหาลัยคิงส์ตันได้ประกาศหยุดเรียนสามวัน ผู้สื่อข่าวมากันเต็มมหาลัยไปหมด นักศึกษาไม่มีใครรู้มาก่อนว่า มหาลัยประกาศปิด เวลานี้ด้านมหาลัยก็ห้ามใครเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาต มีรถมูลนิธิเข้ามารอเก็บศพ เป็นร้อยคัน

    นักข่าว พยายามสอบถามกับ นายตำรวจ แต่ไม่มีใครได้รับคำตอบ กรมศิลปากร ก็พยายาหา เทวรูปพญาครุฑทองคำ แต่ก็ไม่รู้หายไปไหน ถ้ารู้ความจริงว่าถูกเทียนทำลายกลายเป็นฝุ่นไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไร

    ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ท่านอธิบดีกรมตำรวจก็ออกมาแถลงข่าวว่า มีคนร้ายบุกเข้ามา หวังปล้น เทวรูปพญาครุฑ แต่ว่าถูกจับตายทั้งหมด 1 พันคน ส่วนเทวรูปพญาครุฑถูกระเบิดทำลายไประหว่างการต่อสู้  เทียนฟังข่าวนี้อยู่กับบ้าน เพราะคิดไว้แล้วว่า

    วันนี้ทางมหาลัยคงวุ่นวายแน่เลย จึงไม่เดินทางไปเรียน

    ณ สำนักงานลับ กองพันจิ้งจอกเงิน

    “ เรื่องมันเป็นแบบนี้ได้อย่างไร”  นายพลฌอน เอ่ยเสียงเครียด ถามผู้เข้าประชุมทั้งหมด ที่นั่งหน้าซีด ไม่มีใครพูดจาเลยสักคน

    “ คนของเรารายงานล่าสุด ก่อนสัญญาณขาดหาย บอกว่าเทวรูปกลายเป็นพญาครุฑยักษ์ แล้วบินหายไป   จากนั้นคนของเราถูกฆ่าตายด้วยเข็มยาวประมาณสามนิ้วพุ่งเจาะเข้าสมองตายคาที่ทั้งหมด”

    “ หน่วยงานไหนกัน สามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้”

    “ พวกเราใช้กล้องวงจรปิด และ ดาวเทียมที่จับภาพได้ เป็นชายหนุ่มมีรอยบาดแผลบนใบหน้า เขาผลุบ ๆ โผล่ ๆ ไปตามจุดต่าง ๆ เพื่อปลดระเบิดแต่ว่าพวกเขาเหมือนฝาแผด มีทั้งหมดไม่ต่ำกว่า  8 คน”

    “ เฮ้อ เรื่องนั้นไปตามสืบมาให้ได้มันเป็นใคร แต่เรื่องสำคัญคือ ตามหาพญาครุฑทองคำ พวกเรารับมัดจำมา พันล้านบาท แล้วสืบไม่ได้เลย แล้วพวกตำรวจมาออกข่าวว่าถูกทำลายลงไปนั้น มันเป็นไปได้อย่างไร”  นายพลฌอนเอ่ยด้วยความไม่พอใจ

    “ พวกเรามีภาพหลังจากนั้นอีก แต่ว่ามันค่อนข้างเหลือเชื่อ ภาพกลางคืนมันมืดมา

    คนถ่ายคลิป ก็ถ่ายระยะไกล ทุกท่านลองดูคลิปนี้นะครับ”

    คลิปที่เปิดออกมาเป็นภาพที่ พญาครุฑกำลังต่อสู้กับ พญานาค ลอยไปมาบนฟ้า

    ตกไปในน้ำ แล้วสุดท้ายมีมนุษย์ลอยได้ สู้กับพญาครุฑ แล้วก็หายไป

    “ พวกคุณจะบอกลูกค้าอย่างไร บอกว่า ในโลกนี้มีพญานาค พญาครุฑ มีมนุษย์ต่อสู้กับพญาครุฑแล้วลอยในอากาศได้ ใครเชื่อก็บ้าแล้ว  ออกไปสืบให้ละเอียด หาหลักฐานให้แน่ชัด เรื่องนี้พวกเราสูญเสียคนไปมากถึง หนึ่งพันคน ต้องมีคำตอบให้ลูกค้าเชื่อมั่นให้ได้”  นายพลฌอน สั่งการออกไป แต่ยังมองภาพที่มนุษย์ลอยตัวบนฟ้าสู้กับ พญาครุฑ ไม่วางตา..

    หลังจากผ่านเหตุการณ์นองเลือดในมหาลัยคิงส์ตัน ทางมหาลัยได้เปิดเรียนตามปกติ วันนี้เทียนไม่มีคาบเรียนตอนบ่าย มีเวลาว่าเพื่อน ๆ เลยชวนไปนั่งฟังอาจารย์อารยา บรรยาย วันนี้ อาจารย์อารยาแต่ตัวด้วยชุดกระโปรงสีดำ มีเสื้อคลุมไหล่สีทองหน้าผากมีที่คาดผมคล้ายกับของโบราณ สร้อยคอใส่เพชรเม็ดใหญ่ไม่มีใครเชื่อว่าเป็นของแท้ มีแต่เทียนที่เชื่ออยู่คนเดียว ว่าเครื่องประดับ ของอาจารย์นี้คือของที่พระนางใส่เมื่อสองพันปีก่อน   อาจารย์อารยากำลังบรรยายเรื่องภาพแกะสลักสมัยโบราณจากประสาทนครวัด และ เล่าความเป็นมาให้นักศึกษาฟัง ซึ่งแต่ละคนนั่งเงียบเหมือนถูกสะกด เทียนก็ฟังไปด้วยความเคลิบเคลิ้ม ไปด้วย

    “ ทางเข้าปราสาทนครวัดและรอบ ๆจะมีภาพของนางอัปสรสวรรค์ อยู่ในท่าร่ายรำ มีมากถึง 1,800 ภาพ ทุกคนจะสังเกตว่า ทุกภาพ นางอัปสรจะไม่ได้ใส่เสื้อด้านบน จะเป็นการเปลือยอกทั้งหมดบางภาพที่เห็นนั้น จะเห็นว่าหน้าาอกเป็นมันเงาวาว เพราะนักท่องเที่ยวไม่สามารถที่อดใจไม่ให้ลูบคลำได้  เมื่อสองพันปีก่อนเคยมีราชทูตจากจีนมาที่นี่ แล้วบันทึกว่าทุกคนในอาณาจักรไม่ใส่เสื้อด้านบน ไม่เว้นแม้แต่กษัตริย์และราชินี  อันนี้อาจารย์ไม่เห็นด้วยนัก เพราะคนในวังหลวงมีกฏเคร่งครัด สตรีจะถูกอยู่ในส่วนวังหลัง ต่อให้ทูตจากจีนมา ก็ไม่อาจได้เห็นหน้าราชินี หรือหญิงสาวชาววังได้อย่างแน่นอน 

    แต่ว่าตอนกลางคืน ในยามที่พระจันทร์เต็มดวง มีบางคนเคยเห็นภาพเงาวิญญาณของพวกนางอัปสรเหล่านี้ มาร่ายรำบูชาองค์เทพให้เห็นอยู่บ่อย ๆ” อาจารย์อารยาหยุดบรรยายมีนักศึกษาบางคนยกมือสงสัย

    “ อาจารย์ครับ พวกนางไม่ใส่บราแล้วทำไมในภาพยังเต่งตึงกันทุกนางเลยล่ะครับนี่คนแกะสลักมโนสร้างขึ้นมาเองหรือเปล่าครับ”

    “ อาจารย์จะบอกความลับให้ก็แล้วกัน ภาพที่แกะสลักของนางอัปสรนั้น เป็นการมโนขึ้นมาอย่างที่นักศึกษาพูดถูกต้องแล้ว  ในความเป็นจริงนั้น ไม่มีนางอัปสรสวรรค์แม้แต่คนเดียว สตรีทุกคนที่เข้ามาอยู่ในวังล้วนเป็นทาสทั้งสิ้น ไม่มีทางได้แต่งองค์ทรงเครื่องแบบนี้ ในวังเป็นอันขาด หากใครขืนแต่งตัว หรือใส่ เสื้อผ้าไม่เรียบร้อยเป็นต้องถูกราชินีสังหารสิ้น โทษฐานยั่วยวนองค์ราชา  ส่วนในวิหารเทพ ยิ่งแล้วใหญ่ ผู้หญิงไม่มีสิทธิ์ที่จะก้าวเท้าเข้าไปแม้แต่ก้าวเดียว ยกเว้น นางพญาผู้ปกครองแผ่นดินเท่านั้น”  พอฟังเช่นนี้นักศึกษาก็เริ่มจะมีคำถามมากมาย แต่อาจารย์อารยาก็ตอบได้ทั้งหมด เคยจะไปรู้เรื่องนี้ดีกว่า พระนางอารยามหาเทวีได้

    “ ภาพที่สองและจะเป็นภาพสุดท้ายที่อาจารย์จะเล่าให้ฟัง ภาพนี้อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของปราสาทนครวัด เป็นภาพ พระกามเทพ กำลังแผลงศรรัก ใส่พระอิศวร ให้พระองค์ได้มีความรักกับ พระแม่ปารวตี ทุกคนจะนึกภาพพระกามเทพองค์น้อยมีปีก สะพายธนูทำจากน้ำตาลอ้อย  สายทำจากน้ำผึ้ง คันธนูทำจากดอกไม้ห้าชนิด ขี่นกแก้วสีเขียว  และภาพต่อมา คือพระกามเทพถูกพระอิศวร ซึ่งกำลังนั่งสมาธิอยู่ ตกใจตื่นขึ้นมา เลยโกรธ ที่อยู่ๆ ก็ดันมายิงธนูใส่พระองค์ เลยปล่อยแสงออกจากดวงเนตรที่สาม ร่างของพระกามเทพ กายเป็นเถ้าถ่านไปในทันที เหลือแต่เพียงวิญญาณ กลายเป็น เทพแห่งความรัก ที่ไม่มีร่างกายนับตั้งแต่บัดนั้น” มีนักศึกษายกมือถามกันมากมายถึงพระกามเทพ แต่ว่าเสียงสัญญาณดังหมดคลาสเสียก่อน

    “ เก็บคำถามไว้ก่อน แล้วอาจารย์จะมาตอบให้ทุกคำถาม คลาสหน้าจะบรรยายเรื่องภาพศักดิ์สิทธิ์ ภาพอื่นๆ ที่บางคนบอกว่าเป็นภาพอาถรรพ์  เจอกันวันพรุ่งนี้”

    อาจารย์อารยาจบการบรรยายในวันนี้ เทียนยังรู้สึกว่าเวลาทำไมสั้นนัก คิดไม่ถึงว่า

    อาจารย์อารยา จะปรับตัวเข้ากับชีวิตในโลกปัจจุบันได้เร็วขนาดนี้ เพื่อนของเทียนรีบเข้าไปถามเรื่องราวต่าง ๆ กับอาจารย์อารยาเหมือนมีคำถามกันเต็มหัวไปหมด เทียนมองแล้วยังปวดหัวแทน

    “เหนื่อยไหม”  เทียนนั่งคุยกับอาจารย์อารยาสองต่อสองคน คนอื่นออกไปหมดแล้ว

    “ ไม่เหนื่อยเลย โลกทุกวันนี้ดีกว่าโลกสมัยสองพันปีมากนัก มีพื้นที่และโอกาสให้ผู้หญิงทำอะไรได้มากขึ้น ไม่ต้องคอยเฝ้าประจบเอาใจผู้ชายแล้วนอนรอคอยอยู่บนเตียงแต่เพียงอย่างเดียว  ขอบพระทัยเสด็จพี่มากนะเพคะ”

    “ มาขอบคุณผมเรื่องอะไร”

    “ ทุกเรื่องเลย”  อารยากล่าวจบก็เดินออกไปทิ้งให้เทียนนั่งอยู่คนเดียว

    เทียนสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ปล่อยให้สมองว่างเปล่า ได้เวลาที่ต้องเข้าไปบ่อเซียนมรกตเสียที เทียนทิ้งร่างแปลงเอาไว้กลับขึ้นไปแดนสวรรค์ทันที

    เทียนกลับมาแดนสวรรค์เป็นเวลาครบเดือน ศิษย์พี่เฉินคุนมารอเทียน เพื่อที่จะพาไปเข้าบ่อเซียนมรกต

    “ บ่อเซียนมรกต จะมีพลังเซียนจากมรกตแสนปี บรรจุพลังฟ้าดินเอาไว้ เป็นของวิเศษของสำนักเรา เมื่อมีน้ำจากยอดเขาเมฆาเขียว ด้วย ทำให้มีพลังฟ้าดินบรรจุอยู่เต็มเปี่ยม โดยปกติ ทุกคนสามารถแช่น้ำได้ไม่เกิน หนึ่งชั่วยาม ก็ถูกพลังเซียนกดดัน จนทนไม่ไหว ต้องออกมาจากในบ่อน้ำ ข้าหวังว่าเจ้าจะทนได้นานกว่าหนึ่งชั่วยามนะ”  ศิษย์พี่เฉินคุนพาเทียนมาถ้ำใหญ่แห่งหนึ่ง มีชายชราเฝ้าอยู่ด้านหน้าสองคน เทียนยื่นหยกประจำตัวให้ ชายชรามองหน้าเทียน เห็นตัวเลขคะแนนความดีของเทียนก็ตกใจ มีอยู่ถึง 5 ล้าน 

    “ตามกฏเจ้าอยู่ได้ไม่เกินสามวัน แต่เจ้าจะออกมาก่อนก็ได้ไม่มีใครว่า” เทียนพยักหน้ารับทราบแล้ว รับหยกคืนมาเก็บเอาไว้แล้วก็เดินเข้าไปในถ้ำคนเดียว

    เทียนมองบ่อน้ำสีเขียวมรกต ที่กว้างขวาง มีศิษย์ในสำนักมาแช่ในบ่อเซียนมรกตแห่งนี้หลายสิบคน เทียนหาที่สงบ แล้วถอดเสื้อผ้าลงไปแช่ในน้ำ พอสัมผัสน้ำในบ่อ ร่างของเทียนก็เกิดปฏิกิริยาทันที พลังเซียนที่อัดแน่น หมุนเวียนมาอยู่รอบๆตัวของเทียนกลายเป็นน้ำวน หมุนอยู่รอบ ๆ พลังเซียนค่อยซึมซับเข้าไปในร่างกายของเทียน ทีละนิด เทียนขยาย จุดตันเถียนให้กว้างขึ้นอีกหลายเท่า เพื่อรองรับพลังเซียนที่ค่อยๆ ไหลเข้ามา เทียนนั่งสมาธิ ควบคุมจิตใจไม่หวั่นไหว ทำจิตใจให้นิ่งสงบ จนตกอยู่ในภวังค์  เทียนลืมตาขึ้นมา เทียนไม่ได้อยู่ในบ่อเซียนมรกต

    แต่มาอยู่ในอีกมิติหนึ่งสวมใส่เสื่อผ้าเรียบร้อย ที่ด้านหน้าพบชายหนุ่มวัย 40 ปี ใส่ชุดสีขาวมีหนวดเคราและผมสีดำสนิท ยืนมองหน้าเทียนด้วยรอยยิ้ม แล้วเอ่ยว่า

    “ ข้าอยากทดสอบสำนึกกระบี่ของเจ้าว่าจะพลานุภาพแค่ไหน ชักกระบี่”

    เทียนเรียกกระบี่สวรรค์ออกมาเตรียมตัวทันที

    “ ดี รับกระบี่”  ชายชุดขาว เพียงแค่จี้กระบี่มาใส่เทียนเหมือนมีพลังโจมตีออกมาอย่างมหาศาลโดยที่ยังไม่เคลื่อนไหว เทียนต้องยกกระบี่ออกมาต้านอย่างเร่งด่วน พลังลึกลับกลับกระแทกเทียนถอยออกไปหลายก้าว

    “ ไม่เลวสามารถรับท่าโจมตีแรกของข้าได้ รับมือต่อ” ชายชุดขาวหมุนกระบี่เป็นวงกลมกลับเกิดเป็นเงากระบี่นับหมื่นกระบี่ พุ่งหาเทียนเป็นเหมือนพายุงวงช้าง 

    เทียนไม่ถอยปล่อยสำนึกกระบี่ของตนออกมาต้านรับไม่หวั่นไหว เงากระบี่ทั้งสองปะทะกันจนเกิดประกายไฟ ระยิบระยับไปทั่วบริเวณ สุดท้ายชายชุดขาวหยุดปล่อยเงากระบี่ออกมา 

    “ท่าที่สาม”  ชายชุดขาวปล่อยกระบี่ออกมาเล่มเดียว พุ่งเข้าใส่เทียนด้วยความเร็วสูงสุด เทียนหลบอย่างรวดเร็ว แต่กระบี่กลับยังพุ่งมาหาเทียนอีก เทียนจึงต้องเอากระบี่มาต้าน เปรี้ยง  เทียนถูกพลังกระบี่กระแทกกระเด็นออกไป สร้างความสงสัยให้เทียนยิ่งนัก เพราะว่าหลบได้แล้ว ทำไมกระบี่ยังพุ่งเข้ามาโดนตัวได้อีก

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่เลวสำนึกกระบี่ของเจ้านับได้ว่าสูงส่งจริงๆ เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร”

    “ ข้าหลี่เทียน คำนับท่านหลี่ตงปินเทียนจุน”

    “ เจ้ารู้จักข้าด้วยหรือนี่”

    “ ข้าเลียนแบบกระบี่สวรรค์ปราบมารของท่านมา ข้าจำกระบี่ของท่านได้”

    “ อืม เจ้าเลียนแบบได้ดีกว่ากระบี่จริงของข้าเสียอีก” หลี่ตงปินเอ่ยชม

    “ ก่อนอื่นข้าต้องขอบใจ ที่เจ้าได้สลักอักษรกระบี่ เอาไว้ให้พวกศิษย์คนอื่นได้ศึกษากัน แม้แต่ข้าเองยังต้องยอมรับว่า พลังอักษรกระบี่ขอเจ้านั้นสามารถดึงความสามารถของแต่ละคนออกมาได้ดีกว่าการสอนทั่วไปเสียอีก”

    “ ความจริงอักษรกระบี่นี้เป็นของท่านเจียงจื่อหยา เขียนทิ้งเอาไว้ที่สำนักอักษรสวรรค์ ข้าแค่ เขียนตามเท่านั้น”

    “ อักษรกระบี่ที่เจ้าเขียนคือ สำนึกกระบี่ของเจ้า หาใช่ของท่านเจียงจื่อหยาไม่ พลังที่เขียนลงไปนั้นของใครก็ของมัน เป็นตัวอักษรเฉพาะตัว แม้แต่ข้าเอง ยังไม่สามารถเขียนแบบนี้ได้เลย”

    เทียนฟังจบก็เข้าใจทันที อักษรกระบี่ของท่านเจียงเขียนไว้เพื่อพลังยุทธ์ธรรมดา

    แต่พลังที่เทียนสลักลงไปนั้นเป็นพลังเซียนนี่เอง

    “ อาเทียนต่อไปนี้ เจ้าคือศิษย์สายตรงของข้าคนแรก ข้าจะสอนวิธีฝึกตนให้เจ้ากลายเป็นเทียนจุน”

    “ ท่านอาจารย์”  เทียนคุกเข่าคำนับทันที

    “ ลุกขึ้น หลังเจ้าออกจาก บ่อเซียนมรกตแล้ว เจ้าไปที่อารามเจ้าสำนัก ข้าจะรออยู่ที่นั่น” 

    เทียนรู้สึกตัวตื่นทันที พลังของเทียนพุ่งขึ้นมาอีก 5 ระดับ จากระดับ 71 ขึ้นมาเป็นพลังเซียนระดับที่ 76 ขั้นเซียนฟ้า  เทียนรีบออกมาจากบ่อเซียนมรกตทันที

    ศิษย์พี่เฉินคุนยังคงรออยู่ด้านหน้า พอเห็นเทียนออกมา ก็เข้ามาทักทันที

    “ นี่เจ้าเข้าไปถึง สองชั่วยามเลยนะ”

    “ ศิษย์พี่เฉินคุน ช่วยพาข้าไปที่อารามเจ้าสำนักหน่อย”

    “ หือ เจ้าจะไปทำไม ที่นั่นเป็นเขตหวงห้ามนะ เจ้าเข้าไปไม่ได้หรอก”

    “ เจ้าอารามรับข้าเป็นศิษย์ ให้ข้าไปรายงานตัวที่นั่น”

    “ ฮ้า ท่านเจ้าอารามรับเจ้าเป็นศิษย์หรือ?” ศิษย์พี่เฉินคุนตกใจยิ่งนัก

    “ ท่านส่งจิตมาบอกข้าตอนที่อยู่ในบ่อเซียนมรกต”

    “ ไป ถ้าเช่นนั้นพวกเรารีบไปกันเลย” ศิษย์พี่เฉินคุนรีบพาเทียนไปที่อารามเจ้าสำนักทันที  พอมาถึงทางเข้าอารามเจ้าสำนัก มีม่านประตูขวางอยู่

    “ นี่คืออารามเจ้าสำนัก หากเจ้าอารามไม่อนุญาต ไม่มีใครผ่านม่านประตูนี้ไปได้ เจ้าเข้าไปเถอะ”  เทียนพยักหน้า แล้วเดินเข้าไปในม่านประตูนี้ทันที  ผลุบ เทียนเข้าไป ยืนอยู่ในอารามพบกับท่านเจ้าสำนัก นั่งสมาธิอยู่พอดี

    “ อาจารย์” เทียนคุกเข่าคำนับเจ้าสำนัก  ท่านหลี่ตงปินลืมตาขึ้นมาทันที

    “ ลุกขึ้นเถอะ รู้สึกว่าเจ้ากับข้าเคยเจอกันเมื่อชาติก่อนของเจ้ากับของข้าใช่ไหม”

    “ ขอรับ ชาติก่อนท่านใช้เพลงกระบี่สามท่า เหมือนกับครั้งนี้ แต่ว่าข้าพอจะรับได้ แต่ว่าท่าสุดท้ายวันนี้ข้าไม่สามารถต้านทานได้จริงๆ”

    “ ท่าที่สาม เป็นท่ากระบี่มายาสวรรค์ ไม่มีใครหลบพ้นหรอก ต้องใช้พลังต้านรับอย่างเดียว เอาไว้ ข้าจะสอนเคล็ดวิชาให้ภายหลัง เวลานี้เจ้ามีพลังเซียนระดับ 76  กว่าจะถึงพลังเซียนระดับ 100 คงต้องใช้เวลาอีกหน่อย 

    ส่วนการเป็นเทียนจุนนั้น เจ้าต้องแบ่งจิตไปกำเนิดใหม่ อีก เก้าคน แล้วให้ทั้งเก้าคนฝึกฝนจนสำเร็จ เป็นเซียนสวรรค์ทั้งเก้าคน หลังจากนั้น เจ้าก็นำดวงจิตของทั้งเก้าคนมารวมกับเจ้าเป็นสิบดวง แล้วหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อค้นหาวิถีกำเนิดและปลายทางของสรรพสิ่ง เมื่อเจ้าเข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้ว เจ้าก็จะข้ามผ่านกลายเป็นเทียนจุนได้”

    “ โอ้โฮ แล้วใช้เวลานานเท่าไรกันขอรับอาจารย์”

    “ หลังจากสร้างจิตไปกำเนิดใหม่ แล้วมีพลังเซียนระดับ 100แล้ว เซียนบางคนชั่วชีวิตก็ไม่สามารถเป็นเทียนจุนได้ ส่วนข้าใช้เวลา ห้าร้อยปีกว่าสำเร็จเป็นเทียนจุน ถือว่าเร็วที่สุดแล้ว”

    “ ห้าร้อยปี โอ้”  เทียนคิดว่านานเหลือเกิน

    “ เจ้าไม่ต้องใจร้อน อาจารย์จะสอนเจ้าแยกจิตไป กำเนิดใหม่ เจ้าสามารถส่งจิตไปเกิดใหม่ตามที่เจ้าเลือกได้เลย แล้วทั้งเก้าคน เจ้าก็สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้พวกเขาก้าวสู่ระดับเซียนได้โดยเร็ว ข้าจะสอนวิชาแยกจิตและวิธีส่งจิตไปกำเนิดให้เจ้าก่อน”  อาจารย์หลี่ตงปิน ปล่อยใช้มือสัมผัสหน้าผากเทียน ถ่ายทอดวิชาทั้งสองเข้าสู่สมองของเทียนไปจนหมด...