ตอนที่ 80
ผลลัพธ์
ฟิ้ววว!!!
มอนสเตอร์ตัวหนึ่งจับการเคลื่อนไหวได้มันรีบตะโกนขึ้นมาทันที
“มันเข้ามาแล้ว!! ฆ่ามัน!!”
พวกมันพากันใช้การโจมตีแบบวงกว้างใส่พื้นบริเวณพื้นที่ด้านหน้า
บึ้ม!! ตูมมมมม!!
บอสกระโดดหลบการโจมตีนับสิบที่พุ่งมาทางเขาด้วยความคล่องแคล่วเพื่อที่จะเข้าประชิดตัวของพวกมันให้ได้เขายอมรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวเองนับพันหน่วย
‘ดูเหมือนว่าเราจะต้องหาโล่ดีๆมาสักอันซะแล้ว!’
หากบอสมีโล่เขามั่นใจว่าจะต้องฝ่าการโจมตีเข้าไปข้างในได้โดยได้รับความเสียหายน้อยกว่านี้เขายิงสายฟ้าออกไปตามจำนวนของพวกมอนสเตอร์ทำให้พวกมันติดสถานะมึนงงพร้อมกันทุกตัวเป็นเวลา5 วินาที แต่ความเสียหายที่เขาทำได้ไม่ถึงหนึ่งพันหน่วยเลย
เพียงแค่ 5วินาทีก็มากพอแล้วที่จะทำให้บอสสามารถเข้าประชิดตัวพวกมันได้ พอไปถึงตัวของมอนสเตอร์รูปร่างคล้ายกับมังกรตัวหนึ่งที่สูงประมาณ14 เมตรบอสกระโดดขึ้นไปบนหัวแล้วแทงดาบทะลุกะโหลกจนเข้าไปถึงสมองของมันจากนั้นเขาก็ปล่อยสายฟ้าผ่านตัวดาบย่างสมองของมันจนสุด
พอมอนสเตอร์ตัวนั้นตายพวกมอนสเตอร์ตัวที่เหลือก็พากันหายจากสถานะมึนงงแล้วมองมาที่เขาด้วยความดุร้ายบอสเปิดใช้บูสต์แล้วพุ่งใส่มอนสเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ตัวต่อไปมันคือไซคลอปในมือของมันมีกระบองที่ทำมาจากหินสีดำขนาดใหญ่อยู่มันพยายามคว้าตัวของเขาด้วยมือขนาดใหญ่ของมันแต่ก็ช้าเกินไปสาเหตุที่บอสไล่ฆ่ามอนสเตอร์ขนาดใหญ่ก่อนเพราะพวกมันเชื่องช้าและเป็นเป้านิ่งง่ายต่อการฆ่าหากมีอาวุธที่ดีพอ
บอสอัดสายฟ้าใส่ตัวดาบแล้วแทงมันเข้าไปที่ดวงตาเพียงหนึ่งเดียวของมัน
โอ้กกกกกกกกกก!!!!!
ไซคลอปร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดมันเอามือข้างนึ่งจับไปที่ดวงตาของตัวเองและมืออีกข้างที่ถือกระบองยักษ์ฟาดไปมาเพราะความเจ็บปวดเผ่ายักษ์ขึ้นชื่อในความบ้าคลั่งหากมันคลั่งหรือโกรธเมื่อไหร่แม้แต่พวกเดียวกันมันก็ฆ่าได้โดยไม่กระพริบตา
ตูมมมมมมมมมม!!! ตูมมมมมมมมม!!!
กระบองยักษ์ของมันฟาดโดนมอนสเตอร์นับสิบตัวบาดเจ็บสาหัสบางตัวถึงขั้นกลายเป็นเนื้อบดและเศษเนื้อทันทีที่โดนฟาด
‘เยี่ยม! แบบนี้ก็ลดจำนวนศัตรูไปได้เยอะ!’
ผ่านไปไม่นานไซคลอปก็หมดแรงแล้วคุกเข่าลงที่พื้นในตอนนั้นอีวานเจอรีนก็พุ่งเข้ามาช่วยบอสฆ่ามอนสเตอร์ตัวอื่นทันทีเหล่ามอนสเตอร์ที่ยังมีชีวิตอยู่เหลือพลังชีวิตเพียง 1 ใน 10 ส่วนเท่านั้นเองทำให้บอสและอีวานเจอรีนฆ่าพวกมันได้ด้วยการโจมตีเพียง 3 ครั้งเท่านั้นเอง
ผ่านไป 12 นาที
“ฟู่วว~~ ในที่สุดพวกมันก็ตายหมด! น่าเสียดายที่ไม่ได้เมล็ดพันธุ์เลย”บอสกล่าว
“แฮ่ก~ แฮ่ก~ นั่นสินะ”อีวานเจอรีนหอบหายใจหน้าอกอันใหญ่โตของเธอกระเพื่อมขึ้นลงตามไปด้วยบอสมองเห็นมันโดยบังเอิญแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาสนใจเรื่องอย่างว่า
เขาเดินไล่แตะซากของพวกมันทีละตัวเพื่อเก็บพลังงานสะสมเอาไว้เร่งการเจริญเติบโตของเมล็ดพันธุ์และอื่นๆเขาไม่ลืมที่จะเก็บซากพวกมันมาด้วย มอนสเตอร์ระดับจักรพรรดิเหล็กของพื้นที่ระดับ 2ฆ่าอยากกว่าพื้นที่ระดับ 1 มากมายหลายเท่า หากเจอระดับจักรพรรดิทองแดงในพื้นที่ระดับ3 เขาคงไม่สามารถต่อสู้พร้อมกันได้ 2 ตัวเป็นแน่ เขาจะต้องหาทีม! หรือไม่ก็ต้องพัฒนามอนสเตอร์ให้โหดยิ่งกว่านี้
เขาและอีวานเจอรีนฆ่ามอนสเตอร์ระดับจักรพรรดิเหล็กไปจำนวน78 ตัว ค่าประสบการณ์ที่ได้ต่อตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 65.4k รวมทั้งหมดเป็น 5.1 ล้าน ส่วนทองที่เขาได้เฉลี่ยตัวละ25k รวมทั้งหมดเป็น 1.9 ล้าน ส่วนพลังงานสะสมเฉลี่ยตัวละ 27kรวมทั้งหมดเป็น 2.1 ล้าน
รวมกับของเก่าบอสจะมีค่าประสบการณ์สะสม67.9 ล้าน ทอง 19.7 ล้าน และพลังงานสะสม 20.8 ล้านแล้ว เขายังเหลือเวลาอีกอยู่ 2 สัปดาห์ก่อนที่สอบปลายภาคจะมาถึงเขาจะต้องฟาร์มให้ได้ค่าประสบการณ์มากกว่านี้พวกมิเนอรัลให้ค่าประสบการณ์และทองเยอะมากก็จริงแต่มันเสียเวลามากเกินไปหากบอสเอาไว้เวลาไปฟาร์มพวกนักรบแห่งพฤกษายังได้ค่าประสบการณ์เยอะกว่าหลายเท่าขณะที่ใช้เวลาเท่ากัน
“ฟางเซียนสิ่งที่คล้ายกับเธอที่ว่ามันอยู่ไหนเหรอ?”บอสถาม
ฟางเซียนมองซ้ายขวาสักพักสายตาของเธอไปหยุดลงที่โลงศพที่วางอยู่ไม่ไกลก็ชี้ไปที่มันแล้วกล่าว“นั่นแหละ! มันอยู่ภายในสิ่งนั้น”
“โลงศพนั่นอะนะ”
เธอพยักหน้า 3ครั้งติด “ใช่ ใช่”
[ฉันแนะนำว่าอย่าเอาหินผนึกไปใส่ในช่องว่างฝาโลงนะคะเพราะระดับของผู้ปลดปล่อยนั้นไม่ใช่สิ่งที่คุณบอสจะต่อกรได้หากคุณบอสต้องการสิ่งที่อยู่ภายในโลงก็แค่ทำลายมันซึ่งไม่ได้ยากอะไรเลย]
‘หากโลงศพมันทำลายง่ายแล้วทำไมถึงต้องเอาสิ่งที่เป็นความหวังของมอนสเตอร์ไปไว้ในนั้นด้วยละ?’บอสสงสัย
[ฉันเองก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะตามการคาดการณ์ของฉันหินผนึกมันเอาไว้ฟื้นฟูพลังและปลุกผู้ปลดปล่อยจากการหลับใหลมันอาจเป็นไปได้ว่าหากเราทำลายโลงศพแล้วจะปลุกผู้ปลดปล่อยในสภาพที่ไม่เต็มร้อย]
‘พวกผู้ปลดปล่อยส่วนใหญ่เป็นมอนสเตอร์ประเภทไหนเหรอ?’
[อันนี้พูดยากค่ะแต่ส่วนใหญ่แล้วมันเป็นตัวตนระดับสูงที่มีสายเลือดบริสุทธิ์ประมาณ3 ใน 10 ส่วนเลยก็ว่าได้]
‘แค่ 3ใน 10 ส่วนนี่คือระดับสูงแล้วเหรอ?’
[แน่นอนค่ะการทำให้เลือดบริสุทธิ์ไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิดนะคะกว่าจะทำให้เลือดบริสุทธิ์ได้แต่ละส่วนนั้นยากยิ่งกว่าการวิวัฒนาการซะอีก]
‘ฉันสามารถเก็บโลงศพเอาไว้ในระบบก่อนได้รึเปล่า?’
[ได้ค่ะ]
หลังจากนั้นบอสก็เก็บโลงศพผู้ปลดปล่อยเอาไว้ในระบบแล้วทำการค้นทั่วปราสาทเพื่อหาของมีค่าเขาใช้พลังงานสะสมจำนวน 2000หน่วยเพื่อให้หนอนสร้างแผนที่ของปราสาทให้แล้วทำการค้นหาทีละห้องด้วยความสบายใจเพราะไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนเลยที่กล้าเข้ามาภายในปราสาทแห่งนี้
‘หนอนน้อย ฉันจำได้ว่าซูรู่พูดว่า ขอบเขตตำนาน ไม่ใช่ ระดับจุติเธอพูดผิดรึเปล่า?’บอสสงสัย
[ไม่ผิดค่ะ เป็นอย่างที่เธอบอกนั่นแหละถูกแล้วตำนานคือขอบเขตไม่ใช่ระดับ การที่คุณยักษ์มังกรอยู่ในระดับตำนานนั่นเป็นเพราะคุณยังไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกระบบเลยบอกกว้างๆแทนค่ะ]
ผ่านไป4 ชั่วโมง
ตอนนี้พวกบอสยืนอยู่หน้าประตูเหล็กกล้าสีดำขนาดใหญ่
“ตรงนี้น่าจะเป็นห้องสุดท้ายแล้วหวังว่าจะมีของมีค่าอย่างพวกสมบัติที่คนอื่นเขาเจอกันนะ”บอสกล่าว
จากการค้นไปทั่วปราสาทเขาไม่ได้อะไรที่น่าสนใจเลยนอกจากเอกสารการทดลองและประวัติของโกลเด้นครอวและเวโรนิก้าสิ่งที่ทำให้เขาพอใจเล็กน้อยคือสูตรโพชั่นที่โกลเด้นครอวคิดขึ้นมามันมีชื่อว่าโพชั่นฟิลฮีล(Field heal)วิธีการใช้โพชั่นนี้ออกจะแปลกประหลาดเล็กน้อยเพราะมันต้องโยนใส่พื้นที่ที่ต้องการเมื่อขวดโพชั่นถูกทำลายตัวยาจะระเหยกลายเป็นหมอกสีเขียวมันช่วยในการรักษาบาดแผลภายนอกไม่ว่าใครก็ตามที่สูดดมหมอกนั่นเข้าไป
หนอนน้อยบอกว่าหากมอบให้กับระบบบอสจะไม่จำเป็นต้องปรุงมันขึ้นมาเองแต่ในระบบจะมีขายนอกจากนี้ตัวยาจะถูกแบ่งเป็น 3 ระดับในแต่ละเทียร์ ราคาของมันอยู่ที่ 2,000ทองต่อขวดในขั้นต้นของเทียร์ 1 8,000 ในขั้นกลาง และ 16,000 ในขั้นสูงนอกจากโพชั่นนี้แล้วนอกนั้นล้วนเป็นขยะ
บอสใช้มือของเขาดันประตูเหล็กกล้าเพื่อหวังที่จะเปิดมันแต่เขาก็ไม่สามารถทำมันได้เพราะมันถูกล็อคเอาไว้ด้วยกลไกบางอย่าง
“ประตูกลไก...มันจะต้องมีวิธีเปิดอยู่แถวนี้แน่ๆ”บอสพึมพำ
อีวานเจอรีนมองไปยังประติมากรรมนูนต่ำจำนวนมากที่อยู่ภายในห้องเธอก็เกิดอาการสงสัยเล็กน้อยเพราะมันดูไม่ปะติดปะต่อกันเอาเสียเลย
“ฉันคิดว่าประติมากรรมพวกนี้น่าจะเป็นกุญแจในการเปิดประตูกลไก”เธอกล่าว
บอสมองไปที่มันสักพักเขาก็นึกออกว่ามันคล้ายกับประติมากรรมนูนต่ำที่สลักอยู่บนประตูทางเข้าห้องที่เขาไปนำโลงศพมาซึ่งเขาจำได้มันได้อย่างละเอียดบอสเดินเข้าไปใกล้มันจากนั้นก็ลองเอามือสัมผัสประติมากรรมเหล่านั้นดู
“มันสามารถถอดออกมาได้!! แบบนี้นี่เอง!”บอสกล่าว
เขาทำการถอดชิ้นส่วนประติมากรรมออกมาทั้งหมดจากนั้นก็ทำการใส่มันเข้าไปใหม่ทีละชิ้นไม่นานมันก็สมบูรณ์
แกร๊ก~~
เสียงที่คล้ายกับประตูล็อคถูกปลดล็อคได้ดังขึ้นบอสรีบเดินไปยังตำแหน่งนั้นแล้วใช้มือดันประตูเข้าไปผลปรากฏว่าประตูขนาดใหญ่ก็ได้ถูกเปิดออกอย่างง่ายดายพวกบอสเดินเข้าไปภายในก็พบว่ามันมีสมุนไพรหน้าตาแปลกประหลาด แร่ ชิ้นส่วนมอนสเตอร์โพชั่นและอื่นๆอีกมากมายบอสทำการตรวจสอบสิ่งของที่เขาได้รับมาแต่ละอย่างล้วนมีค่ามากมายมหาศาล
พอบอสเดินเข้าไปได้สักพักเขาก็มองเห็นแร่ชนิดหนึ่งวางเอาไว้บนแท่นตัวแร่มีแสงสีฟ้าส่องประกายออกมาดูแล้วงดงามเป็นอย่างมาก
[นั่นมัน!! มันคือของดีย์!!คุณบอสเก็บมันเอาไว้เลยค่ะ เราได้ใช้มันแน่นอนในเร็วๆนี้!]
“งั้นก็~”
บอสหยิบแร่ดังกล่าวเก็บเอาไว้ในระบบอย่างรวดเร็วผ่านไปประมาณ 10 นาทีทุกอย่างที่อยู่ภายในห้องนี้ก็ถูกเขากวาดเรียบเขาได้รับผลึกสกัดโลหิตมากด้วย 1 ก้อนหนอนน้อยบอกให้เขาเก็บเอาไว้ก่อนเพราะอีกนานกว่าเขาจะได้ใช้ในตอนนี้ยังไม่เหมาะที่จะใช้ด้วย
ในตอนที่ออกมาจากเมืองเทวาตอนนี้เขาอยู่ในร่างของกระต่ายโลหิตด้านหน้าของเขามีกลุ่มคนสวมชุดคลุมสีดำจำนวน 20 คน กำลังเดินเข้าไปภายในเมืองเทวาบอสรู้สึกได้ถึงอันตรายจากตัวของกลุ่มคนเหล่านั้น
‘คนพวกนี้เป็นมนุษย์!! พวกมันจะต้องเป็นคนของลัทธิบูชาปีศาจหรือไม่ก็กลุ่มเงาปีศาจแน่นอน’
“พวกเรารีบไปกันเถอะ!”บอสบอกอีวานเจอรีน
เขาไม่สนใจว่าพวกมันจะมาทำอะไรแต่ตอนนี้เขาได้ปลดปล่อยสายลับทุกคนและกุญแจชิ้นสำคัญของเหล่ามอนสเตอร์มาแล้วมันไม่มีอะไรที่สำคัญหลงเหลืออยู่ที่ปราสาทนั้นเลยแม้แต่อย่างเดียว อีกอย่างเขาไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วเขาอยากออกไปฟาร์ม! หลังจากนี้จะไม่มีอะไรสามารถขัดขวางการฟาร์มของเขาได้อีกต่อไป!หลังจากสอบปลายภาคเสร็จเขาถึงจะมาสำรวจเขตแดนแห่งความตายอีกที
พวกเขาเดินทางออกมาจากหุบเขาเทวาแล้วหาพื้นที่สงบๆซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ตั้งแคมป์เพราะบอสต้องการที่จะตรวจสอบของที่ได้มารวมไปถึงเรียนรู้พวกมันเผื่อว่าเขาจะได้รับ
อาร์ติแฟคมาสักชิ้น ฟางเซียนนอนหลับอยู่บนหัวของเขาเพราะเธอไม่มีอะไรทำบอสไม่เห็นเธอพูดคุยกับอีวานเจอรีนเลยแม้แต่ครั้งเดียวเขาคิดว่าพวกเธอน่าจะทะเลาะกันช่วงที่เขาถูกทุบหัวแตกตายแน่นอน
“ฉันจะลองไปสอบเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุดีไหม....หากสมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุช่วยคุ้มครองเราอีกชั้นน่าจะไม่เลว!ตอนนี้ไม่รู้ว่าตาแก่อีทานดำเนินการไปถึงไหนแล้ว...”บอสพึมพำ
หากพรสวรรค์เขาถูกเปิดเผยอีกครั้งพวกสารเลวนั่นจะต้องส่งระดับไร้เทียมทานมาฆ่าเขาแน่ๆและนั่นคือหายนะอย่างแท้จริงเพราะแค่คนระดับนั้นปล่อยพลังพิเศษของตนเองออกมาก็สามารถทำลายบ้านได้เป็นหลังแล้ว!
“นายอยากจะกินอะไรเหรอเดี๋ยวฉันจะทำให้!”อีวานเจอรีนถาม
“เอาเป็น...หม่าล่าเนื้อควายเขาเหล็กก็แล้วกัน! เนื้อของมันน่าจะเหนียวสู้ฟันดี!”บอสยิ้ม
“แต่ฉันไม่มีเครื่องเทศ”เธอส่ายหัว
“ฉันมี! เอานี่ขอเผ็ดระดับ 3 นะมันน่าจะกำลังพอดี!”บอสยื่นเครื่องเทศและเนื้อให้กับเธอ
อีวานเจอรีนพยักหน้าแล้วเริ่มทำอาหารอย่างรวดเร็วการได้มาตั้งแคมป์กลางป่ากลางเขากับสาวสวยแบบเธอมันทำให้บอสมีความสุขมากน่าเสียดายที่บลูไม่มีเวลาหากเธอว่างเขาอยากจะชวนเธอสัมผัสประสบการณ์กลางแจ้งสักครั้ง! แค่เขาคิดถึงเรือนร่างอันสมบูรณ์แบบของเธอกำลังถูกเขานอนทับและกระแทกอย่างต่อเนื่องแล้วปล่อยเสียงสวรรค์ออกมาน้ำลายของบอสก็ไหลแล้ว!เธอช่างเป็นภรรยาที่สวรรค์ส่งมาให้ชัดๆแม่ของลูกที่ยอดเยี่ยมแบบนี้เขาจะต้องปั๊มลูกสักสิบคนให้เธอเลี้ยงจนไม่ได้พักกันเลยทีเดียว
บอสเลิกคิดเรื่องลามกแล้วนำเมล็ดพันธุ์พ่อมดที่ได้มาจากโกลเด้นครอวออกมาแล้วทำการเพาะปลูกมันในทันที
[ใช้เวลา 28 วันในการเพาะปลูกสามารถใช้พลังงานสะสมจำนวน280,000 หน่วยในการเร่งการเจริญเติบโต]
‘ทำการเร่งการเจริญเติบโต!’
[-280,000 พลังงานสะสม]
[ยินดีด้วยคุณได้รับเมล็ดพันธุ์อาวุธโกลเด้นครอว(Golden Claw)]
[โชคปานกลางนะคะคุณบอสที่ได้อาวุธมา]หนอนน้อยกล่าว
‘แล้วสิ่งที่เธออยากให้ฉันได้จากเมล็ดพันธุ์พ่อมดแม่มดคืออะไรเหรอ?’บอสสงสัย
[มันคือ เมล็ดพันธุ์ประเภท อาร์เคน(Arcane)]
‘อาร์เคน??มันคืออะไรทำไมไม่เห็นมีในสารานุกรมเมล็ดพันธุ์เลย?’
[อาร์เคนคือ หนึ่งในชนิดของเมล็ดพันธุ์ที่หาพบได้ในมอนสเตอร์ที่ใช้เวทย์มนต์ได้มันมีโอกาสเพียง 0.005% เท่านั้นความสามารถของมันคือสร้างแหล่งกำเนิดพลังเวทย์มนต์ให้กับผู้ใช้ได้! หรือก็คือผู้ใช้จะสามารถใช้พลังเวทย์มนต์ได้นั่นเอง!]
‘บะบ้าน่า!! แบบนี้ก็มีด้วยเหรอ!?’บอสตะลึงเขานึกว่ามนุษย์สามารถใช้ได้แต่กำลังภายในซะอีกแต่นี่มันมีแม้แต่เวทย์มนต์!? หากเขาได้มันมาพวกจอมยุทธจะไม่เหม็นขี้หน้าเขาหรอกเหรอ?
………………………………………………………………………………………….