“ดิฉัน...เอ่อ...” พะพราวอึกอักลังเลด้วยความไม่เข้าใจ
“เธอมีเวลาคิดแค่ห้านาทีไม่อย่างนั้นผมจะคิดว่าคุณเลือกที่จะถูกดำเนินคดี นั่นหมายถึงคุณจะหมดอนาคตที่จะทำงานและใช้ชีวิตที่นี่” อากิหยิบยกข้อกฎหมายบางส่วนมาข่มขวัญพนักงานสาว และดูเหมือนจะได้ผลดีเลยทีเดียวเมื่ออีกฝ่ายยอมตกลงรับข้อเสนอ
“ยะ…อย่าแจ้งตำรวจเลยนะคะ ท่านประธาน ดิฉันยอมรับข้อเงื่อนไขก็ได้ค่ะ แต่...”
“แต่อะไร” คนถือไพ่เหนือกว่าถามกลับอีกฝ่าย
“ดิฉันแค่อยากรู้ว่าการเป็นักโทษของท่านประธานต้องทำอะไรบ้างคะ” คนไร้หนทางถามเสียงสั่นเครือด้วยความจำนนในหลักฐานแม้จะรู้เต็มอกว่าเธอไม่ได้ทำผิดแต่เพราะยอดเงินที่เข้าบัญชีเธอมาทำให้เธอต้องยอมรับผิดโดยที่ไม่มีเวลาหาหลักฐานแก้ต่างให้ตัวเองด้วยซ้ำ
ประธานบริษัทหนุ่มยกยิ้มมุมปากก่อนตอบ “ทำทุกอย่างที่ผมสั่ง”
“ทุกอย่าง? เช่น...” หญิงสาวยังคงถามด้วยความสงสัย
“คุณจะรู้ก็ต่อเมื่อคุณยอมเซ็นเอกสารฉบับนี้” ประธานบริษัทหนุ่มยื่นเอกสารบางอย่างให้หญิงสาวตรงหน้า
พะพราวอ่านข้อความที่ระบุในถึงข้อตกลงระหว่างที่เธอเป็นักโทษส่วนตัวของชายหนุ่มแล้วถึงกับหน้าซีดเผือด
“คุณต้องบ้าไปแล้ว” หญิงสาวโพล่งเสียงลั่นพร้อมกับกระแทกเอกสารในมือลงบนโต๊ะทำงานชายหนุ่ม
ประธานบริษัทหนุ่มเหยียดยิ้มร้าย พร้อมกับยื่นคำขาดตัดเวลาให้หญิงสาวยืดยื้อถ่วงเวลา
“คุณไม่มีเวลาให้คิดอีกแล้วเซ็นต์เอกสารนี้ซะแล้วเตรียมไปเก็บของ ผมจะผมให้คนของไปส่งคุณเอง”
“แต่ว่าดิฉัน...”
“ไปเก็บของก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจเรียกตำรวจมาจับคุณ”
คำขู่ของชายหนุ่มทำให้พะพราวตัดสินใจเซ็นต์เอกสารยอมเป็นักโทษเพื่อชดใช้ความผิดที่ตัวเธอเองยังไม่อยากจะเชื่อว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง
รอยยิ้มแฝงเลศนัยบางอย่างปรากฏเด่นชัดบนใบหน้าคมคร้ามของชายหนุ่มทำเอาพะพราวใจสั่นระรัวอย่างบอกไม่ถูก