ตอนที่ 76 กระดูกคนละเบอร์
ตอนที่ 76หมอครับเราได้ข้อมูลของเด็กพวกนั้นมาแล้ว !! เสียงเจ้าหน้าที่ติดต่อผ่านวิทยุสื่อสารมา“งั้นเหรอครับถ้าอย่างนั้นขอข้อมูลเลย” ดนัยพยักหน้าก่อนจะขอข้อมูลไม่นานดนัยก็ได้รู้ข้อมูลของเด็กทั้งหมด“เป็นไงบ้างดนัย” ฮิคาริถาม“ไม่มีโรคประจำตัวเลือดกรุ๊ปโอแล้วก็ไม่มีประวัติแพ้ยา” ดนัยตอบ“เยี่ยมที่เหลือก็แค่รอเฮลิคอปเตอร์ม.......” ฮิคาริยังพูดไม่ทันจบก็มีเสียงบางอย่างแทรกมาเสียก่อนพั่บ !! พั่บ !! พั่บ !! พั่บ !! พั่บ !! เป็นเสียงใบพัดขนาดใหญ่ของเฮลิคอปเตอร์นั่นเองแต่คราวนี้เสียงมันดังกว่าเฮลิคอปเตอร์ของนักข่าวก่อนหน้านี้มากเพราะขนาดและกำลังเครื่องยนต์มันต่างกันเฮลิคอปเตอร์ทางการแพทย์นั้นมีขนาดใหญ่กว่าเฮลิคอปเตอร์ของนักข่าวกว่าเท่าตัว“มาแล้วสินะ !!” ดนัยพูด“ใช่มาแล้วล่ะจะได้เริ่มการผ่าตัดซักทีดนัยการผ่าตัดนี้ฉันจะเป็นคนลงมือเองนะ” ฮิคาริบอกกับดนัย“เธอจะลงมือเองงั้นเหรอ !!” ดนัยอุทานออกมาเพราะเขารู้จักกับฮิคาริมาตั้งแต่ตอนเธอเป็นวิญญาณเขายังไม่เคยเห็นการผ่าตัดของเธอเลยสักครั้งตอนที่เธอเป็นวิญญาณก็เอาแต่แนะนำการผ่าตัดเขาอย่างเดียว“ใช่การผ่าตัดนี้ต้องอาศัยความเร็วและแม่นยำแถมเราไม่มีเครื่องดูดด้วยเท่ากับว่าตอนผ่าตัดมันจะเต็มไปด้วยทะเลเลือดและมันจะทำให้เรามองไม่เห็นทัศนวิสัยเลยนายแน่ใจมั้ยล่ะว่านายสามารถผ่าตัดได้ท่ามกลางทะเลเลือดถ้านายแน่ใจฉันจะให้นายเป็นคนลงมือ” ฮิคาริบอกผ่าตัดท่ามกลางทะเลเลือดงั้นเหรอนั่นมันเราทำไม่ได้แน่นอน !! ดนัยคิดในใจ“ฉันผ่าตัดท่ามกลางสถานการณ์แบบนั้นไม่ไหวแน่ตกลงเธอเป็นคนลงมือเถอะ” ดนัยตกลงให้ฮิคาริเป็นคนลงมือผ่าตัดและเมื่อเฮลิคอปเตอร์ทางการแพทย์ที่มาจากสุโขทัยมาถึงมันก็ลงจอดบนยอดดอยหลวงเชียงดาวทันทีดีที่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่านั้นเคลียพื้นที่โดยการเก็บเต็นท์ออกเป็นที่เรียบร้อยแล้วตอนนั้นเองวิทยุสื่อสารของดนัยก็มีการติดต่อเข้ามาอีกครั้งแต่คราวนี้ไม่ใช่เสียงของเจ้าหน้าที่ที่คอยติดต่อดนัยมาตลอดกลับเป็นเสียงของคนอื่นแทนได้ยินมั้ยครับผมเป็นแพทย์ฉุกเฉินจากโรงพยาบาลสุโขทัยคุณเป็นแพทย์ที่อยู่ในที่เกิดเหตุใช่มั้ยครับ !! ที่แท้คนที่ติดต่อเข้ามาก็เป็นแพทย์ฉุกเฉินที่มากับเฮลิคอปเตอร์“ใช่ครับผมนายแพทย์ณัฐดนัยเป็นศัลยแพทย์และข้างๆผมคือหัวหน้าแผนกผมเองพวกเรามาจากโรงพยาบาลทาเคนากะที่ประเทศญี่ปุ่นครับ !!” ดนัยบอกไปว่าเขาคือใครและมาจากไหนศัลยแพทย์งั้นเหรอครับแถมยังมีระดับหัวหน้าแผนกด้วยยอดไปเลยตอนนี้เราได้รับตัวผู้ป่วยสองคนนี้จากพยาบาลที่ดูแลอยู่แล้วครับแต่เห็นว่ามีเด็กบาดเจ็บอีกคนอาการเป็นยังไงบ้างครับเบื้องตนผมได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานว่าไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้เกิดอะไรขึ้นเหรอครับแพทย์ฉุกเฉินถาม“อธิบายก็คงยาวผมว่าคุณลงมาประเมินและดูด้วยตนเองดีกว่าทำไมถึงเคลื่อนย้ายเด็กคนนี้ไม่ได้ตอนนี้เรานำเด็กสองคนขึ้นไปแล้วหน้าผาตรงนี้น่าจะรับน้ำหนักผู้ใหญ่ได้อีกคนไหว” ดนัยตอบพลางบอกให้แพทย์ฉุกเฉินคนนั้นลงมาดูเอ่อ...ได้ครับผมจะรีบลงไปดูแพทย์ฉุกเฉินคนนั้นพูดก่อนจะตัดการติดต่อไปจากนั้นไม่ถึงสองนาทีบนหัวดนัยก็มีการเคลื่อนไหวดนัยเงยหน้าขึ้นไปก่อนจะเห็นว่ามีคนกำลังไต่เชือกลงมาจากหน้าผาซึ่งคนที่ว่านั่นมีเสื้อคลุมที่บ่งบอกว่าเป็นแพทย์ใส่ไว้อยู่ครืด !! ตุ่บ !! แพทย์ฉุกเฉินที่มาจากโรงพยาบาลสุโขทัยปีนไต่เชือกลงมาจนถึงหน้าผาตรงที่ดนัยอยู่ในที่สุด“ฟู่ว !! เสียวเป็นบ้าเลย” แพทย์ฉุกเฉินคนนั้นพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะเขาพึ่งจะปีนเชือกลงมาที่หน้าผาโดยไม่มีอุปกรณ์เซฟตี้นี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำอะไรอันตรายแบบนี้“สวัสดีครับแพทย์ฉุกเฉินจากโรงพยาบาลสุโขทัยสินะครับผมณัฐดนัยเรียกดนัยก็ได้ส่วนนั่นก็หัวหน้าแผนกศัลยกรรมโรงพยาบาลผมเธอชื่อฮิคาริ” ดนัยหันไปทักทาย“ยินดีที่ได้รู้จักครับแล้วอาการเด็กเป็นไงบ้าง” แพทย์ฉุกเฉินถามพลางเดินเข้ามาดู“ทนได้อีกราวยี่สิบนาทีครับผมกับเธอพยายามคิดแล้วว่าจะทำอย่างไรดีถึงจะช่วยได้แต่ทางที่เป็นไปได้มากที่สุดคือผ่าตัดที่นี่ครับ” ดนัยตอบ“นี่มันอาการแย่มากเลยนะครับเนี่ยหินแทงทะลุท้องขึ้นมาหลีกเลี่ยงอวัยวะสำคัญได้แต่มันน่าจะแทงตัดเส้นเลือดใหญ่หินเองก็ขนาดใหญ่มากตัดหินไปเลยไม่ได้เหรอครับถ้าเป็นห่วงเรื่องเด็กจะช็อกเพราะเสียเลือดล่ะก็เราให้เลือดยื้อเวลาไปก่อนได้ในเฮลิคอปเตอร์มีเลือดอยู่สิบกว่าถุง” แพทย์ฉุกเฉินวิเคราะห์อาการเบื้องต้นเขานั้นไม่อยากให้ผ่าตัดที่นี่เพราะอันตรายและเสี่ยงที่จะติดเชื้อมากเกินไป“ผมไม่กล้าเสี่ยงที่จะเอาเครื่องมือหนักมาตัดหินน่ะสิครับคุณดูนั่นสิฐานหน้าผามันมีรอยร้าวแล้วตอนใช้เครื่องจักรมาตัดหินคงมีแรงกระแทกมากแน่นอนผมกลัวว่ามันจะทำให้ผานี่พังลงน่ะ” ดนัยบอกพลางชี้ให้ดูจุดร้าวของหน้าผาที่พวกเขาอยู่“นั่นมัน !!” แพทย์ฉุกเฉินที่เห็นรอยร้าวที่ฐานหน้าผาก็อุทานออกมา“ว่าไงครับคุณคิดว่าผมกับเธอยังมีทางเลือกอื่นอีกมั้ยที่จะผ่าตัดที่นี่น่ะ” ดนัยบอกแพทย์ฉุกเฉินคนนี้ซึ่งพอเขาได้ยินแบบนั้นก็ทำสีหน้าปั้นยากก่อนจะกัดฟันถามดนัยและฮิคาริออกมา“คุณต้องการอุปกรณ์อะไรบ้างสำหรับการผ่าตัด” แพทย์ฉุกเฉินถามทั้งคู่“ชุดผ่าตัดพื้นฐาน เลือดห้าถุง ผ้าก๊อซแล้วก็บายพาสทูป !!” ฮิคาริบอกสิ่งที่ต้องการในการผ่าตัดนี้ออกไปทันที“บายพาสทูป !!x2” ดนัยและแพทย์ฉุกเฉินอุทานออกมาเพราะนึกไม่ถึงว่าจะใช้เจ้านี่ด้วย(ไรท์ : บายพาสทูปคือหลอดสำหรับเชื่อมต่อหลอดเลือดชั่วคราวที่ไว้ใช้ในกรณีผ่าตัดอวัยวะขาดอย่างเช่นแขนขาดซึ่งการต่อบายพาสทูปนั้นจะช่วยให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะที่ขาดได้ป้องกันอาการเกิดเนื้อตาย)บายพาสทูปงั้นเหรอจะเอามาทำไมกันไม่ได้มีอวัยวะขาดหรือส่วนที่เลือดไปเลี้ยงไม่ถึงนี่นาดนัยสงสัยเพราะอาการของเด็กที่บาดเจ็บก็ไม่ได้มีอวัยวะส่วนไหนที่ขาดเลือดจนมีภาวะเนื้อตาย“สงสัยสินะฉันจะเอามันมาเย็บต่อหลอดเลือดที่ขาดชั่วคราวน่ะเพราะเราคงไม่มีเวลามากขนาดที่จะต่อหลอดเลือดใหม่ตรงนี้ดังนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดตอนนี้คือเย็บปิดหลอดเลือดที่ขาดซะเลือดจะได้หยุดไหลและเพื่อป้องกันเลือดไหลย้อนกลับก็ต่อบายพาสทูปเข้าไป” ฮิคาริอธิบาย“แบบนี้นี่เองเข้าใจแล้วการเย็บปิดหลอดเลือดอาจส่งผลให้สารพิษที่ตกค้างอยู่ในเลือดเนื่องจากอาการแครชซินโดรมก่อนหน้ามันไหลย้อนกลับไปสู่หัวใจได้ดังนั้นเพื่อป้องกันคุณจึงต่อบายพาสหลอดเลือดซะ” แพทย์ฉุกเฉินพยักหน้าเข้าใจ“สมแล้วที่เป็นแพทย์ฉุกเฉินวิเคราะห์ได้ดีมากค่ะเอาล่ะรีบไปจัดการเตรียมอุปกรณ์และเลือดให้เด็กคนนี้เถอะค่ะเหลือเวลาไม่ถึงสิบห้านาทีแล้วเดี๋ยวเด็กจะช็อกเพราะขาดเลือดเสียก่อน” ฮิคาริบอก“ครับ !!” แพทย์ฉุกเฉินคนนั้นพยักหน้าก่อนจะปีนกลับขึ้นไปข้างบนเพื่อเตรียมอุปกรณ์ผ่าตัดให้ฮิคาริและดนัย“มีกรณีแบบนั้นด้วยเหรอเนี่ยฉันไม่รู้เลยแฮะ !!” ดนัยพูดกับตัวเองอย่างผิดหวังนิดหน่อยที่ไม่รู้เรื่องอะไรแบบนี้“นายจะไม่รู้ก็ไม่แปลกหรอกนะนายเรียนศัลยแพทย์มาความรู้พวกนี้น่ะเป็นความรู้ของแผนกฉุกเฉินแถมการผ่าตัดที่ต้องใช้บายพาสทูปน่ะในแผนกเราก็ไม่ค่อยจะมีเพราะเคสอวัยวะขาดพวกนั้นเป็นเคสฉุกเฉินนายจึงไม่คุ้นชินกับการผ่าตัดแบบนี้” ฮิคาริพูดปลอบ“งั้นเหรอ” ดนัยยิ้มบางๆกับคำพูดปลอบใจของฮิคาริเห็นทีว่ากลับไปคงต้องแวะไปที่แผนกฉุกเฉินบ่อยหน่อยแล้วแฮะดนัยคิดในใจไม่กี่นาทีต่อมาอุปกรณ์สำหรับผ่าตัดและเลือดก็ถูกขนลงมาพั่บ !! พั่บ !! พั่บ !! พั่บ !! เฮลิคอปเตอร์ทางการแพทย์ที่มานั้นก็เริ่มบินขึ้นเพื่อไปส่งเด็กสองคนนั้นที่โรงพยาบาลก่อนเพราะการผ่าตัดคงใช้เวลาสักพักดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องรอ“เอาล่ะดนัยนายมาเป็นผู้ช่วยฉันแล้วก็คุณฝากทำหน้าที่แทนวิสัญญีแพทย์ด้วยนะคะ” ฮิคาริบอกกับดนัยและแพทย์ฉุกเฉินที่อยู่ช่วยไม่ได้กลับไปพร้อมกับเฮลิคอปเตอร์“อืม/ครับ !!” ทั้งสองคนพยักหน้าจากนั้นฮิคาริก็หยิบมีดผ่าตัดขึ้นมาทันทีและเริ่มลงมือตัดลงไปบนเนื้อเยื่อที่ถูกหินแทงขึ้นมาฉัวะ !! ทันทีที่เริ่มผ่าตัดเพื่อนำหินออกจากร่างของเด็กเลือดจำนวนมากก็ไหลทะลักออกมาทันทีพอเลือดเริ่มไหลออกมาเพราะไม่มีหินคอยอุดบาดแผลเอาไว้การผ่าตัดก็เข้าสู่ทะเลเลือดที่ฮิคาริบอกทันทีอึก...มองไม่เห็นอะไรเลยมีแต่เลือดเต็มไปหมดนี่เราจะรู้ได้ยังไงเนี่ยว่าอะไรคืออะไรดนัยคิดในใจพลางพยายามช่วยสนับสนุนการผ่าตัดของฮิคาริให้ได้มากที่สุดและเมื่อเลือดเริ่มท่วมฮิคาริก็รีบต่อบายพาสทูปเข้ากับหลอดเลือดอีกหลอดที่ยังดีอยู่ทันทีส่วนแพทย์ฉุกเฉินนั้นก็รีบใช้เข็มเจาะให้เลือดแก่เด็ก“ดนัยรีบเย็บหลอดเลือดซะ !!” ฮิคาริสั่งดนัยทันทีส่วนเธอนั้นก็หันไปจัดการผ่าตัดเอาหินออกจากร่างกายของเด็กคนนี้โดยปล่อยให้หน้าที่เย็บหลอดเลือดเป็นหน้าที่ของดนัย“อะ...โอ้ !!” ดนัยพยักหน้าพลางพยายามหาหลอดเลือดที่ขาดแต่ไม่ว่าจะมองหายังไงเขาก็มองหาหลอดเลือดที่ขาดไม่ได้เสียทีจนเขาเริ่มร้อนรน“ใจเย็นดนัยมองหาฟองอากาศ” ฮิคาริบอกใบ้ดนัยให้รู้ว่าหลอดเลือดมันอยู่ตรงไหน“ฟองอากาศงั้นเหรอ !!” ดนัยที่ได้ยินคำใบ้ก็พยายามมองหาฟองอากาศที่ว่าแต่เขาก็ยังมองหาไม่เจอตอนนั้นเองจู่ๆก็มีฟองอากาศลอยขึ้นมาท่ามกลางทะเลเลือดปุด !! มันคือฟองอากาศที่ถูกถ่ายเข้าไปตอนเจาะให้เลือดนั่นเองฟองอากาศมันลอยขึ้นมาท่ามกลางทะเลเลือดดนัยไม่รอช้าใช้คีมในมือจิ้มเข้าในทะเลเลือดแห่งนั้นทันทีและเมื่อจิ้มเข้าไปดนัยก็จับหลอดเลือดผ่านปลายคีมได้ในที่สุด“เจอหลอดเลือดที่ขาดแล้ว !!” ดนัยพูดขึ้นมาอย่างดีใจก่อนจะจับหลอดเลือดนั่นไว้ให้มั่นและเริ่มเย็บมันทันที“ความดัน 45 ชีพจร 50 กำลังฉีดยาเพิ่มความดัน !!” แพทย์ฉุกเฉินบอกพลางฉีดยาเข้าในร่างของเด็กเพื่อป้องกันไม่ให้ความดันต่ำเกินไปจนช็อกตายระหว่างผ่าตัดและแล้วการผ่าตัดบนหน้าผาก็ดำเนินไปจนกระทั่งสิบนาทีต่อมาเฮลิคอปเตอร์ก็บินกลับมา“เสร็จแล้ว !!x2” ฮิคาริและดนัยพูดขึ้นมาพร้อมกันดนัยนั้นสามารถเย็บหลอดเลือดที่ขาดอยู่ได้ทั้งหมดแล้วส่วนฮิคาริเองก็สามารถผ่าเอาหินที่แทงทะลุเนื้อเยื่อต่างๆได้จนหมดเช่นกัน“ฟู่ว...เสียเลือดไปสองถุงพวกคุณยอดมากผ่าตัดได้เร็วสุดๆไปเลย” แพทย์ฉุกเฉินถอนหายใจออกมา“เอาล่ะต่อไปนี้คือขั้นตอนสำคัญแล้วล่ะเราจะยกเด็กคนนี้ขึ้นต้องรบกวนผู้ชายอย่างพวกคุณสองคนแล้วล่ะฉันจะทำหน้าที่ประคองเอง” ฮิคาริบอก“โอ้/ได้ครับ !!” ทั้งสองคนพยักหน้าก่อนดนัยจะเดินไปทางหัวจับไหล่เด็กเอาไว้และแพทย์ฉุกเฉินก็เดินไปที่ปลายเท้าจับขาเอาไว้“เอาล่ะค่อยๆยกขึ้นนะช้าๆด้วยล่ะอย่ายกเร็วเกินไปเดี๋ยวหินจะแทงทำแผลเปิดอีก” ฮิคาริบอกจากนั้นดนัยและแพทย์ฉุกเฉินก็พยักหน้าให้กันก่อนจะค่อยๆยกร่างของเด็กขึ้นร่างของเด็กค่อยๆยกลอยขึ้นจากหินที่แทงทะลุท้องขึ้นมาห้าเซนติเมตร...สิบเซนติเมตร...สิบห้าเซนติเมตรจนกระทั่งพวกเขายกร่างของเด็กลอยขึ้นมาจนหลุดจากหินที่แทงขึ้นมาได้สำเร็จ“เยส !!” ดนัยร้องออกมาอย่างดีใจเมื่อสามารถเอาเด็กออกจากหินได้เป็นที่สำเร็จ“เอาล่ะค่อยๆวางลงฉันต้องเย็บปิดแผลต่อส่วนคุณให้เฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินและส่งเปลลงมาซะ” ฮิคาริบอกกับนายแพทย์ฉุกเฉินคนนั้น“ครับ” เขาพยักหน้าก่อนจะปีนกลับขึ้นไปข้างบนและสั่งให้เฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินทันทีส่วนฮิคารินั้นก็ลงมือเย็บแผลที่หินแทงท้องเด็กทะลุให้เรียบร้อยซึ่งการเย็บแผลของฮิคารินั้นเร็วมากดนัยที่มองอยู่ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจบ้าน่าแผลเหวอะหวะขนาดนั้นเย็บให้เรียบร้อยได้ในไม่กี่นาทีเนี่ยนะเป็นเราคงใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสิบนาทีในการเย็บแผลนั่นนี่ฝีมือเรากับฮิคาริมันต่างกันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยดนัยตกใจเป็นอย่างมากเพราะแผลนั่นฮิคาริใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีเลยด้วยซ้ำในการจัดการให้เรียบร้อยซึ่งพอเห็นการผ่าตัดนี่ดนัยก็เข้าใจเลยว่าฝีมือเขากับฮิคารินั้นห่างกันขนาดไหนนี่สินะที่เรียกว่ากระดูกคนละเบอร์ !!“ลง...ลง...ลง...พอ !!” แพทย์ฉุกเฉินตะโกนให้สัญญาณอยู่บนเฮลิคอปเตอร์เปลสำหรับขนย้ายถูกหย่อนลงมาที่หน้าผาในที่สุดดนัยและฮิคาริช่วยกันย้ายเด็กไปไว้บนเปลล็อกให้แน่นหนาเพื่อป้องกันเด็กตกลงมาก่อนเปลจะค่อยๆถูกยกขึ้นไปและเฮลิคอปเตอร์ก็บินจากไปมุ่งหน้าพาเด็กไปรักษาให้เรียบร้อยและหลังจากส่งเด็กคนสุดท้ายขึ้นเฮลิคอปเตอร์เรียบร้อยดนัยและฮิคาริก็รีบปีนกลับขึ้นไปข้างบนดอยทันทีที่ปีนกลับขึ้นมาฝูงนักท่องเที่ยวที่มุงดูอยู่ตั้งแต่แรกก็ปรบมือต้อนรับพวกเขาทั้งคู่ทันทีแปะ !! แปะ !! แปะ !! วี๊ดวิ้ว !! เสียงปรบมือและเสียงผิวปากดังไปทั่วยอดดอยหลวงเชียงดาวแห่งนี้ดนัยได้แต่ยิ้มรับเขินๆส่วนฮิคารินั้นไม่ได้แสดงออกอะไรมากนักเธอกำลังจัดการเก็บอุปกรณ์ในกระเป๋าเธอให้เรียบร้อยและแล้วการผ่าตัดบนหน้าผาก็ผ่านไปได้ด้วยดีจบ...