มหาศึกแห่งจักรวาล

    ภาค 2 ตอนที่ 59.หลังการค้นพบ

    วันถัดประตูเมืองค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้า จากที่ไปเก็บแร่เล็กน้อย

    หลังจากเดินทางกลับมาหลายชั่วโมง ในที่สุดนัทกับมาร์โกก็เห็นกำแพงหินขนาดใหญ่ที่คุ้นตาอีกครั้ง

    เสียงผู้คน

    เสียงรถลาก

    เสียงเหล็กกระทบกัน

    เสียงพ่อค้าเรียกลูกค้า

    ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม

    แต่ความรู้สึกของทั้งสองคนกลับไม่เหมือนตอนออกจากเมือง

    โดยเฉพาะนัท

    มือขวาของเขายังคงกำด้ามดาบสั้นทรงคาตานะที่เหน็บอยู่ข้างเอวเป็นระยะ ๆ

    ไม่ใช่เพราะระวังศัตรู

    แต่เพราะเขารู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่เคยสนใจมาก่อน

    ความเสียหาย

    หลังจากผ่านการต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่า คมดาบที่เคยเรียบและสมบูรณ์เริ่มมีรอยเล็ก ๆ ปรากฏอยู่ตามแนวคม

    บางส่วนบิ่น

    บางส่วนเป็นรอยขีดลึก

    ตรงโคนใบดาบเองก็มีรอยจากแรงกระแทกสะสม

    มันยังใช้ได้

    แต่ไม่เหมือนเดิมแล้ว

    นัทเหลือบมองมัน

    ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ

    “เริ่มไม่ไหวแล้วสินะ”

    มาร์โกที่เดินอยู่ข้าง ๆ หันมา

    “อะไร?”

    นัทแตะดาบ

    “ดาบ”

    มาร์โกมองตาม

    เขาไม่ได้ตอบทันที

    เพียงเดินเข้ามาใกล้ แล้วขอรับดาบจากมือของนัทไปตรวจสอบ

    มาร์โกหมุนใบดาบให้แสงแดดกระทบ

    รอยบิ่นเล็ก ๆ ตามคมดาบปรากฏชัดขึ้น

    เขาใช้นิ้วแตะบริเวณหนึ่ง

    “นี่เกิดจากการรับแรงกระแทกโดยตรง”

    “รู้”

    “ตรงนี้ก็มีรอยร้าวเล็ก ๆ”

    “ยังใช้ได้ไหม?”

    มาร์โกมองหน้าเขา

    “ถ้าเป็นการต่อสู้ธรรมดา ยัง”

    นัทเลิกคิ้ว

    “แล้วถ้าเป็นการล่าแบบที่ผ่านมา?”

    มาร์โกส่งดาบคืน

    “ฉันไม่รับประกัน”

    นัทเงียบ

    คำตอบนั้นตรงเกินไป

    แต่เขารู้ว่ามาร์โกไม่ได้พูดเกินจริง

    ที่ผ่านมาเขาใช้ดาบเล่มนี้ผ่านการต่อสู้มามากเกินกว่าที่อาวุธระดับเดียวกันควรจะรับไหว

    แม้แต่ในดันเจียน

    เขายังต้องอัดพลังปราณลงไปในอาวุธเพื่อรับมือกับบอสชั้นแรก

    และตอนนี้...

    ดาบกำลังบอกเขาว่า

    มันมีขีดจำกัด

    นัทมองดาบในมืออีกครั้ง

    ก่อนเก็บกลับเข้าฝัก

    “งั้นต้องทำใหม่”

    มาร์โกพยักหน้า

    “ใช่”

    ทั้งสองเดินผ่านประตูเมือง

    โดยไม่มีใครรู้ว่า การกลับมาครั้งนี้กำลังจะทำให้รูปแบบการต่อสู้ของนัทเปลี่ยนไปทีละน้อย

    หลังจากกลับถึงเมือง ทั้งสองไม่ได้แยกกลับที่พักทันที

    พวกเขาตรงไปยังกิลด์อีกครั้ง

    เพราะก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่แจ้งไว้ว่าจะมีการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ที่พวกเขาค้นพบ

    ภายในอาคารกิลด์ยังคงเต็มไปด้วยผู้คนเหมือนเดิม

    นักล่าหลายกลุ่มนั่งอยู่ตามโต๊ะ

    บางคนกำลังทำแผล

    บางคนกำลังนับเงิน

    บางคนกำลังคุยกันเรื่องภารกิจ

    ไม่มีใครสนใจนัทกับมาร์โกเป็นพิเศษ

    จนกระทั่งเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินตรงเข้ามา

    “นัทกับมาร์โกใช่ไหมคะ?”

    นัทหันไป

    “ครับ”

    “เจ้าหน้าที่เรียกพบค่ะ”

    มาร์โกพยักหน้า

    “ไปกัน”

    ทั้งสองเดินเข้าไปด้านใน

    ครั้งนี้ไม่ใช่ห้องรับภารกิจทั่วไป

    แต่เป็นห้องเล็ก ๆ สำหรับจัดการข้อมูลภารกิจและค่าตอบแทน

    เจ้าหน้าที่วางถุงเงินสองถุงลงบนโต๊ะ

    ตุบ

    นัทมอง

    “นี่อะไร?”

    เจ้าหน้าที่ตอบ

    “ค่าตอบแทนภารกิจส่วนที่เหลือ”

    นัทพยักหน้า

    เขาไม่ได้แปลกใจ

    แต่เจ้าหน้าที่กลับยังไม่เก็บถุงเงินอีกใบ

    เธอวางมันลงตรงกลางโต๊ะ

    ตุบ

    นัทมองถุงที่สอง

    “แล้วนี่?”

    “เงินเพิ่มเติมค่ะ”

    มาร์โกขมวดคิ้ว

    “เพิ่มเติม?”

    เจ้าหน้าที่พยักหน้า

    “ทางกิลด์ได้ตรวจสอบรายงานของพวกคุณแล้ว”

    เธอเปิดเอกสาร

    “โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ใต้ดินที่พวกคุณค้นพบ”

    นัทเริ่มเข้าใจ

    เจ้าหน้าที่พูดต่อ

    “กิลด์ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างสมบูรณ์ว่าสถานที่นั้นคืออะไร”

    “แต่ข้อมูลที่พวกคุณนำกลับมา มีค่ามากกว่ารายงานภารกิจทั่วไป”

    เธอผลักถุงเงินเข้าหาทั้งสอง

    “นี่คือค่าตอบแทนสำหรับการค้นพบพื้นที่ใหม่”

    นัทเปิดถุงเล็กน้อย

    เหรียญด้านในกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง

    เขามองอยู่ครู่หนึ่ง

    “เยอะนะ”

    เจ้าหน้าที่ตอบ

    “กิลด์ต้องการสนับสนุนให้นักล่าที่พบพื้นที่ใหม่รายงานข้อมูลกลับมาแทนที่จะเก็บไว้คนเดียว”

    มาร์โกพยักหน้า

    “เข้าใจแล้ว”

    นัทปิดถุง

    “งั้นรับครับ”

    เจ้าหน้าที่มองเขา

    “ไม่คิดจะต่อรองหรือคะ?”

    นัทส่ายหน้า

    “ไม่ครับ”

    เขายกถุงเงินขึ้น

    “ถ้ากิลด์จ่ายเอง ผมไม่ต่อรองให้เสียเวลา”

    มาร์โกหัวเราะเบา ๆ

    เจ้าหน้าที่เองก็ยิ้ม

    “ทางกิลด์ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ”

    นัทกำลังจะลุก

    แต่เจ้าหน้าที่พูดขึ้นอีกครั้ง

    “มีอีกเรื่อง”

    ทั้งสองหยุด

    “กิลด์ยังไม่ต้องการให้มีการประกาศตำแหน่งของพื้นที่นั้นออกไปในวงกว้าง”

    มาร์โกพยักหน้า

    “เพราะยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร?”

    “ใช่ค่ะ”

    นัทพยักหน้า

    เขาเห็นด้วย

    หากข่าวแพร่กระจายออกไป นักล่าจำนวนมากอาจแห่กันเข้าไป

    โดยเฉพาะคนที่คิดว่า

    มีดันเจียน = มีของดี

    แต่พวกเขาเห็นแล้วว่าชั้นสองมีบางสิ่งที่ไม่ควรเข้าไปแตะ

    นัทจึงพูดขึ้น

    “ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่พูด”

    เจ้าหน้าที่มองเขา

    “ขอบคุณค่ะ”

    นัทลุกขึ้น

    “แต่ถ้ามีคนถาม?”

    “บอกเพียงว่าเป็นพื้นที่อันตรายที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ”

    นัทพยักหน้า

    “ได้”

    ทั้งสองเดินออกจากห้อง

    มาร์โกหันมาหานัท

    “ได้เงินเพิ่มเยอะเลยนะ”

    นัทกอดถุงเงินไว้กับตัว

    “งั้นก็เอาไปทำอาวุธ”

    มาร์โกหัวเราะ

    “ฉันรู้อยู่แล้วว่านายต้องพูดแบบนี้”

    เมื่อกลับถึงที่พัก

    นัทวางถุงเงินลงบนโต๊ะ

    จากนั้นถอดอาวุธทั้งหมดออกมา

    ปืนต้นแบบถูกวางไว้ด้านหนึ่ง

    มีดสั้นระดับทั่วไปถูกนำออกจากที่ซ่อนตรงน่องขาขวา

    และสุดท้าย...

    ดาบสั้นทรงคาตานะระดับประณีต

    ถูกวางลงบนโต๊ะตรงกลาง

    มาร์โกเดินเข้ามา

    นัทชี้ไปที่ดาบ

    “เริ่มจากนี่”

    มาร์โกนั่งลง

    หยิบเครื่องมือขึ้นมา

    ตรวจสอบใบดาบอย่างละเอียด

    “ยังซ่อมได้”

    นัทถาม

    “ซ่อมแล้วจะอยู่ได้นานแค่ไหน?”

    มาร์โกนิ่งไป

    “ถ้าใช้แบบเดิม?”

    “อืม”

    “ไม่นาน”

    นัทพยักหน้า

    “งั้นไม่ต้องซ่อม”

    มาร์โกเงยหน้า

    “จะทิ้ง?”

    “ไม่ได้ทิ้ง”

    นัทหยิบดาบขึ้นมา

    “เอาไว้เป็นอาวุธสำรอง”

    มาร์โกพยักหน้า

    ความคิดนั้นสมเหตุสมผล

    ดาบเล่มนี้ยังใช้งานได้

    แต่ไม่ควรเป็นอาวุธหลักสำหรับการล่าที่มีความเสี่ยงสูงอีกต่อไป

    นัทวางมันกลับลง

    “ผมต้องมีอาวุธใหม่”

    มาร์โกมองเขา

    “ดาบ?”

    “หนึ่งเล่ม”

    “แล้วอีกอย่าง?”

    นัทเงียบไป

    จากนั้นหยิบกระดาษขึ้นมา

    เริ่มวาดรูปร่างบางอย่าง

    เส้นยาว

    ด้ามยาว

    หัวอาวุธด้านบนมีคมขนาดใหญ่

    และอีกด้านหนึ่งมีคมอีกแบบ

    มาร์โกมองภาพ

    ก่อนจะหัวเราะออกมา

    “ในที่สุดก็เอาจริงสินะ”

    นัทพยักหน้า

    “ง้าว”

    นัทวางแบบร่างลงบนโต๊ะ

    “ผมอยากได้อาวุธที่มีระยะมากกว่าดาบ”

    มาร์โกมองแบบ

    “แต่ไม่อยากได้ทวน”

    “ใช่”

    “เพราะ?”

    นัทชี้ไปที่ส่วนหัว

    “ผมยังอยากได้ความรู้สึกตอนฟัน”

    จากนั้นชี้ไปอีกด้าน

    “แต่ต้องแทงได้ด้วย”

    มาร์โกมองแบบร่างอย่างละเอียด

    “หัวขวานสองฝั่ง”

    “ฝั่งหนึ่งใหญ่กว่าอีกฝั่ง”

    “แล้วต้องถอดได้?”

    นัทพยักหน้า

    “ถอดเร็ว”

    มาร์โกขมวดคิ้ว

    “ถอดทำไม?”

    “ถ้าหัวอาวุธเสีย จะได้ไม่ต้องทิ้งทั้งด้าม”

    มาร์โกนิ่งไปครู่หนึ่ง

    ก่อนยิ้ม

    “คิดไว้แล้วสินะ”

    “ขวานเก่าพังไปทีหนึ่งแล้ว”

    นัทพูดเรียบ ๆ

    “ผมไม่อยากเสียทั้งอาวุธอีก”

    มาร์โกพยักหน้า

    “ระบบล็อกต้องแข็งมาก”

    “รู้”

    “ต้องรับปราณด้วย”

    “รู้”

    “ถ้าหัวง้าวหลุดตอนเหวี่ยง นายอาจฆ่าตัวเอง”

    นัทเงียบ

    “งั้นก็ทำให้มันไม่หลุด”

    มาร์โกหัวเราะ

    “ง่ายดีนะ”

    ทั้งสองเริ่มทำงาน

    มาร์โกจัดเตรียมโลหะ

    นัทช่วยคัดวัสดุ

    แบบร่างถูกแก้ครั้งแล้วครั้งเล่า

    ระบบล็อกถูกทดลอง

    ครั้งแรกหลวมเกินไป

    ครั้งที่สองแน่นเกินไป

    ครั้งที่สามถอดไม่ได้เร็วพอ

    ครั้งที่สี่รับแรงกระแทกได้ไม่ดี

    นัทมองชิ้นส่วนที่พัง

    “อีกครั้ง”

    มาร์โกถอนหายใจ

    “นายรู้ไหมว่าคำว่าอีกครั้งของนายใช้วัสดุไปเท่าไรแล้ว?”

    “รู้”

    “แล้ว?”

    “อีกครั้ง”

    “...”

    มาร์โกส่ายหน้า

    หลังจากทดลองง้าวไปพักหนึ่ง

    นัทหยิบแบบร่างอีกแผ่นออกมา

    “ส่วนดาบ”

    มาร์โกหันมอง

    “เอาแบบเดิม?”

    นัทส่ายหน้า

    “ไม่”

    เขาวาดรูปร่างใหม่

    ดาบมีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อยจากคาตานะเดิม

    ใบดาบหนาขึ้น

    แต่ยังไม่ถึงกับหนักจนเสียความเร็ว

    “ผมอยากได้ดาบที่รับแรงกระแทกได้มากกว่าเล่มเดิม”

    มาร์โกพยักหน้า

    “งั้นโครงสร้างต้องหนาขึ้น”

    “แต่ความเร็วต้องไม่หาย”

    “ยาก”

    “ถึงได้ทำ”

    มาร์โกยิ้ม

    “ก็จริง”

    ช่วงเวลาต่อมา

    เสียงค้อนดังขึ้นเป็นระยะ

    กึง!

    กึง!

    กึง!

    ประกายไฟกระจายออกจากเตาหลอม

    นัทช่วยจับวัสดุ

    มาร์โกควบคุมอุณหภูมิ

    พวกเขาไม่ได้กำลังสร้างอาวุธเทพ

    ไม่ได้กำลังสร้างของระดับตำนาน

    แต่กำลังทำสิ่งที่สำคัญกว่านั้นสำหรับช่วงเวลานี้

    สร้างอาวุธที่เหมาะกับตัวเองขึ้นมา

    หลังจากพักจากเตาหลอม

    นัทเปิดคลังมิติ

    ของชิ้นหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า

    ก้อนแร่สีฟ้า

    เส้นแสงคล้ายสายฟ้าไหลอยู่ภายใน

    มาร์โกมองทันที

    “ของจากดันเจียน”

    “อืม”

    “ยังไม่เอามาใช้?”

    นัทส่ายหน้า

    “ยัง”

    มาร์โกหยิบมันขึ้นมาพิจารณา

    ประกายไฟเล็ก ๆ วิ่งผ่านนิ้ว

    เขารีบวางลง

    “มันรับพลังสายฟ้าได้ดีมาก”

    นัทมอง

    “ทำอาวุธได้ไหม?”

    “ได้”

    “ดีแค่ไหน?”

    มาร์โกส่ายหน้า

    “ตอนนี้ตอบไม่ได้”

    เขาหยุด

    “แต่ถ้าจะทำอาวุธธาตุสายฟ้า วัตถุดิบแบบนี้น่าสนใจมาก”

    นัทมองแร่

    ในหัวเขาผุดภาพคนคนหนึ่งขึ้นมา

    ชายที่ใช้ดาบ

    ชายที่เคยยืนอยู่ข้างเขา

    ชายที่เลือกกลับไปยังโลกเดิม

    กล้า

    นัทไม่ได้พูดชื่อออกมา

    เพียงยื่นมือรับแร่กลับมา

    “เก็บไว้ก่อน”

    มาร์โกถาม

    “จะใช้เมื่อไหร่?”

    นัทมองมันอีกครั้ง

    “ถ้ามีวันที่จำเป็นต้องใช้”

    จากนั้นเขาเก็บแร่กลับเข้าไปในคลัง

    ไม่มีใครรู้ว่าอีกหลายเดือนต่อจากนี้...

    แร่ก้อนนี้จะกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญของดาบเล่มหนึ่ง

    และไม่มีใครรู้ว่า...

    คนที่นัทตั้งใจสร้างให้

    อาจยังอยู่ไกลออกไปหลายโลก

    คืนนั้น

    หลังจากจัดการวัสดุและอาวุธจนเรียบร้อย

    นัทกับมาร์โกนั่งพักอยู่ในห้อง

    ปืนต้นแบบยังถูกวางอยู่ข้างโต๊ะ

    มีดสั้นยังอยู่ที่เดิม

    ดาบเล่มเก่ายังคงวางอยู่ในฝัก

    ส่วนอาวุธใหม่ยังอยู่ระหว่างการสร้าง

    นัทเปิดระบบแชตขึ้นมา

    ข้อความจำนวนมากไหลผ่านหน้าต่าง

    ข่าวจากนักล่า

    ข่าวจากเมือง

    ข่าวเกี่ยวกับภารกิจ

    และข่าวเกี่ยวกับคนจากโลก 1

    นัทเลื่อนอ่าน

    จนเจอข้อความหนึ่ง

    “มีมนุษย์จากโลก 1 เดินทางเข้าสู่โลก 2 เพิ่มเติม”

    นิ้วของนัทหยุด

    มาร์โกสังเกตเห็น

    “ข่าวอะไร?”

    “คนจากโลก 1 ขึ้นมาเพิ่ม”

    มาร์โกขยับเข้ามาดู

    “อีกแล้ว?”

    นัทพยักหน้า

    ทั้งสองเงียบ

    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ยินข่าวแบบนี้

    แต่ทุกครั้งที่เห็น...

    ความรู้สึกบางอย่างก็ยังกลับมา

    โลกเดิมยังเดินต่อ

    โลก 1 ยังเดินต่อ

    และโลก 2 ที่พวกเขาอยู่ก็ยังเดินต่อเช่นกัน

    ผู้คนกำลังเคลื่อนย้าย

    กำลังค้นหา

    กำลังสร้างชีวิตใหม่

    นัทเลื่อนข้อมูลลงอีก

    มีรายละเอียดจำนวนหนึ่ง

    แต่ยังไม่มีชื่อที่เขากำลังรอ

    มาร์โกมองสีหน้าของนัท

    “ไม่เจอ?”

    นัทส่ายหน้า

    “ยัง”

    “งั้นก็ยังไม่ต้องคิดมาก”

    นัทปิดระบบแชต

    “ผมไม่ได้คิดมาก”

    มาร์โกมองเขา

    “หน้าแบบนั้นเรียกไม่ได้คิดมาก?”

    นัทเงียบ

    จากนั้นหัวเราะเบา ๆ

    “ผมแค่สงสัย”

    “สงสัยอะไร?”

    “ว่าพี่กล้าจะกลับมาเมื่อไหร่”

    มาร์โกไม่ได้ตอบ

    เพราะเขาเองก็ไม่รู้

    ไม่มีใครรู้

    และนั่นคือสิ่งที่ทำให้คำว่า

    รอ

    มีความหมายขึ้นมา

    เช้าวันต่อมา

    เสียงค้อนดังขึ้นอีกครั้ง

    กึง!

    กึง!

    กึง!

    ง้าวยังไม่เสร็จ

    ดาบเล่มใหม่ยังอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย

    นัทหยิบดาบเก่าขึ้นมาดู

    คมดาบมีรอยชัดขึ้นหลังจากผ่านการตรวจสอบและทดลองใช้งาน

    เขาไม่ได้โยนมันออก

    เพราะมันยังมีคุณค่า

    มันเป็นอาวุธที่พาเขาผ่านการต่อสู้มามากมาย

    แต่นับจากวันนี้...

    มันจะไม่ใช่อาวุธหลักอีกต่อไป

    นัทเก็บดาบกลับเข้าฝัก

    จากนั้นหันไปมองง้าวที่กำลังถูกประกอบอยู่บนโต๊ะ

    มาร์โกกำลังปรับระบบล็อก

    “เสร็จหรือยัง?”

    นัทถาม

    “ยัง”

    “อีกนานไหม?”

    “ถ้านายถามอีกครั้ง ฉันจะทำให้ช้าลง”

    “ครับ”

    นัทนั่งลง

    มองงานตรงหน้า

    เขาไม่ได้รู้ว่าดันเจียนนั้นจะมีความหมายกับพวกเขามากแค่ไหน

    ไม่ได้รู้ว่าบอสชั้นสองจะกลายเป็นศัตรูในอนาคตหรือไม่

    ไม่ได้รู้ว่าแร่สายฟ้าจะได้ใช้เมื่อใด

    และยิ่งไม่รู้ว่า...

    กล้าจะกลับมาเมื่อไหร่

    แต่ตอนนี้อย่างน้อยเขาก็มีสิ่งที่ทำได้

    แข็งแกร่งขึ้น

    สร้างอาวุธ

    เก็บทรัพยากร

    เรียนรู้โลกใบนี้

    และรอวันที่เส้นทางของพวกเขาจะกลับมาบรรจบกันอีกครั้ง

    นัทมองง้าวตรงหน้า

    แล้วพูดเบา ๆ

    “ครั้งหน้า...ต้องดีกว่าเดิม”

    มาร์โกเงยหน้าขึ้น

    “อะไร?”

    นัทมองอาวุธที่กำลังสร้าง

    “อาวุธ”

    มาร์โกยิ้ม

    “งั้นก็ตีต่อ”

    เสียงค้อนดังขึ้นอีกครั้ง

    กึง!

    และในเวลาเดียวกัน

    ที่ไหนสักแห่งห่างออกไปหลายโลก

    ชีวิตของมนุษย์อีกกลุ่มหนึ่งก็กำลังเดินหน้าต่อไปเช่นกัน

    โดยที่นัทไม่รู้เลยว่า...

    เส้นทางของพวกเขากำลังค่อย ๆ เข้าใกล้กันมากขึ้น

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกแห่งจักรวาล ที่คุณอ่าน