ภายในคือช่องมิติอันกว้างขวางเช่นเดียวกับที่เห็นเมื่อครู่
ผนังพื้นและเพดานเป็สีขาวโพลน เพดานสูงจนดูคล้ายกับโกดังขนาดใหญ่ที่นี่ไม่มีหลอดไฟหรือตะเกียงสำหรับให้แสงสว่าง หากก็สว่างจนเห็นได้ชัดรอบข้าง
เชลซีตามหลังเข้ามาแล้วก็กวาดตามองรอบๆด้วยความสนใจ
“ข้างในเป็แบบนี้เองรึ”
“ว่าแต่ใครล่ะที่เรียกฉันมาที่นี่”
‘ข้าเอง’
เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นในหัวแล้วทั้งสองก็สะดุ้งเหลียวมองรอบๆ อีกครั้ง
ตอนนั้นเองหญิงสาวหน้าตางดงามซึ่งมีร่างโปร่งแสงก็ปรากฏตัวขึ้นมาจากที่ใดก็ไม่ทราบ
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดผีหลอกกกกก!!”
รูริแหกปากร้องอย่างไม่เหลือความเป็สุภาพสตรีก่อนจะไปตัวสั่นหลบอยู่หลังเชลซี
เธอกลัวแมลงกับผีอย่างแก้ไม่หายเป็เื่ยากที่อยู่ในป่าแล้วจะไม่เจอแมลงเลย ซึ่งรูริก็ลงทุนกางเขตแดนรอบตัวบ้านแบบเดียวกับของเชลซีเพื่อกันแมลงเข้ามาและเธอก็กลัวผีกับิญญาหลอนพอๆ กับแมลงนั่นเองกลัวจนลืมไปได้เลยว่าตัวเองยังสาวยังแส้ต้องสำรวมตัวบ้าง
“นี่ตั้งสติหน่อย! นี่ไม่ใช่ผี ภูตยังไงละ”
“ภูต...?”
เธอเกือบจะร้องไห้แต่ก็แอบๆ เยี่ยมหน้ามองจากข้างหลังเชลซี ที่อยู่ตรงนั้นคือหญิงสาวอายุไล่เลี่ยกับรูริเธอมีเส้นผมสีขาวบริสุทธิ์กับดวงตาสีทอง
สีหน้าท่าทีนั้นดูอ่อนโยนร่างโปร่งแสง บนหลังมีปีกเช่นเดียวกับภูตที่อยู่รอบตัวรูริเสมอ
“แต่ขนาดนี่คนละเื่กันเลย...”
เหล่าภูตที่รูริคุ้นตานั้นเป็คนตัวจิ๋วขนาดนั่งพอดีบนฝ่ามือแต่หญิงสาวตรงหน้านี้มีขนาดเท่ากับรูริและเชลซีที่เป็มนุษย์ธรรมดา
‘เด็กพวกนั้นเป็ภูตศักดิ์ล่าง แต่ข้าเป็ภูตศักดิ์สูงกว่ายังไงล่ะ ภูตมีพลังมากเท่าไหร่รูปร่างภายนอกก็จะเปลี่ยนไปตามนั้นด้วย’
เมื่อรู้แล้วว่าไม่ใช่ผีรูริก็ค่อยตั้งสติได้แล้วกล่าวขอโทษที่โวยวายไป
“ขอโทษค่ะ”
‘ไม่เป็ไรหรอก เ้ามีพลังเวทมหาศาลอย่างที่ลือกันเลยคนที่สร้างช่องมิติได้ใหญ่เท่านี้มีอยู่ไม่มากหรอกนะ...ข้าได้ยินเื่ของเ้ามาจากพวกภูตที่อยู่ข้างนอกเลยอยากพบเ้าบ้าง เพราะข้าไปที่มิติฝั่งนั้นไม่ได้’
ภูตกล่าวด้วยสีหน้าเหงาหงอย
“ทำไมล่ะตอนนี้ก็เชื่อมกับข้างนอกอยู่ไง ไปด้วยกันไหมล่ะ”
‘...ขอบคุณมาก แต่ข้าเป็ภูตแห่งกาลเวลา ออกไปจากมิตินี้ไม่ได้หรอก’
“ภูตแห่งกาลเวลารึ!?”
เชลซีโพล่งขึ้นมากะทันหันจนเธอใ
“คุณเชลซีอยู่ๆ ะโขึ้น ฉันใหมดเลย”
“จะไม่ให้ะโได้ไง! ภูตแห่งกาลเวลานะ ภูตที่เขาว่าเป็ตำนานเพราะไม่เคยมีใครเคยเห็นตัวเลย!”
“เห”
เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้เข้าใจแม้แต่กระผีกเชลซีก็ไหล่ลู่ตกลง
“พูดไปเ้าก็คงไม่เข้าใจสินะ...”
“อื้มก็เพิ่งรู้ว่ามีภูตแห่งกาลเวลาเมื่อกี้นี้เองนี่นา...ว่าแต่ภูตแห่งกาลเวลานี่คือย้อนเวลาได้เร่งเวลาได้ด้วยหรือเปล่าแบบไปดูโลกในอีกสิบปีให้หลังอะไรงี้”
เธออดไม่ได้ที่จะนึกถึงการข้ามเวลาจึงถามไปด้วยใจเต้นแรงเพราะความคาดหวัง
‘การควบคุมเวลาต้องใช้พลังเวทมหาศาล ถ้าคิดจะเปลี่ยนเวลาของทั้งโลกต่อให้ใช้พลังเวทของทุกคนบนโลกก็ไม่พอหรอก’
“แต่เวลาของข้างในนี้หยุดอยู่นี่นา”
‘ที่นี่คือแดนอารักษ์ของข้าที่เป็ผู้ดูแลกาลเวลากับห้วงมิติเป็อีกสถานที่ซึ่งต่างจากโลกข้างนอก จึงไม่มีเวลาเป็สิ่งผูกมัดเมื่อเชื่อมโยงกับโลกนี้ ของที่ถูกส่งเข้ามาจึงคงสภาพเดิมไว้ได้’
“เท่ากับว่าถ้าอยู่ที่นี่ก็จะไม่แก่ลงตลอดไปสิ?”
‘เช่นนั้นแหละ แต่สิ่งมีชีวิตมาอยู่ที่นี่นานๆ จะส่งผลกระทบกับจิตใจได้ข้าจึงไม่แนะนำเท่าไหร่ ดีไม่ดีจะเสียสติไปเลย...’
ฟังคำนั้นแล้วทั้งรูริกับเชลซีก็พากันหน้าซีด
“งั้นเราต้องรีบกลับละ!”
“นั่นสินะรีบกลับกันเถอะ”
พวกเธอลนลานจะกลับไปแต่วูบหนึ่งที่รูริหันไปมองและเห็นรอยยิ้มเศร้าสร้อยของภูตที่ทำให้เธอพลอยสะท้อนใจไปด้วย
“แล้วคุณอยู่ที่นี่คนเดียวเหรอภูตตนอื่นๆ ล่ะ”
‘มีแต่ข้าคนเดียว บางทีภูตข้างนอกก็เล่าเื่โลกข้างนอกให้ฟังบ้างแต่เราพบกันไม่ได้’
“ต้องอยู่ที่นี่นานแค่ไหนถึงจะเป็บ้าล่ะหรือว่าไม่กี่ชั่วโมงก็ไม่ไหวแล้ว”
‘เอ๋? อ้อ ถ้าไม่ใช่ทุกวันก็คิดว่าไม่เป็ไรหรอก เ้ามีพลังเวทสูง น่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าคนอื่น...’
ได้ยินเช่นนั้นแล้วเธอก็ตกลงใจได้
“ไว้ฉันจะแวะมาเยี่ยมอีกนะ”
ภูตเบิกตาโต
‘เอ๋...’
“เดี๋ยวต้องไปตลาดแล้วไว้จะซื้อของอะไรมาฝาก รอหน่อยแล้วกัน”
‘จะมาหาข้าอีกเหรอ...’
“ใช่สิ”
อีกฝ่ายน้ำตาร่วงผล็อยแล้วยกมือขึ้นปิดหน้า
‘...ขอบ...คุณ...’
พวกเธอบอกลาภูตที่กล่าวขอบคุณเสียงกระท่อนกระแท่นแล้วกลับมาข้างนอก
เชลซีส่งสายตาตำหนิมายังเธอ
ถึงบอกว่า่สั้นๆจะไม่เป็ไร แต่ใช่ว่าจะปลอดภัยเสียทีเดียว แต่นั่นก็ช่วยไม่ได้และรูริก็ไม่คิดจะเปลี่ยนความตั้งใจของตัวเอง
“จะดีแล้วจริงๆรึ”
“ก็ปล่อยไว้ไม่ได้นี่นา...”
เธอก็กลัวว่าต้องเสียสติเหมือนกันแต่สีหน้าเหงาหงอยนั้นะเืใจรูริอย่างบอกไม่ถูก
ไม่ว่าจะมีเพื่อนหรือคนรักทุกคนก็จะหันไปหลงใหลอาซาฮิ เธอจึงได้แต่เหงาที่ไม่มีใครให้เปิดใจด้วย
หลายๆอย่างอาจจะไม่เหมือนกัน เธอสามารถไปไหนก็ได้ จะไปพบใครก็ได้ที่อยากพบจึงไม่ได้โดดเดี่ยวโดยสิ้นเชิง หากเธอก็เข้าใจความเหงานั้นเป็อย่างดี
เชลซีไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น
ต่อจากสัตว์เลี้ยงเธอก็ได้เพื่อนขี้เหงาเพิ่มขึ้นอีกคน เทียบกับตอนเพิ่งถูกทิ้งไว้ในป่า ชีวิตขณะนี้ช่างครึกครื้นเสียจนรูริอดยิ้มขึ้นมาไม่ได้
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite
https://bit.ly/2Gbylei