ต่อต้านเซียนสวรรค์ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 2 วิญญาณคู่ตื่นรู้ บทที่ 46 เซียนทะยานสู่สวรรค์


            “โครม!”

            เสียงดังสะเทือนเลือนลั่นกำไลดับวิญญาณถูกกระบี่ฟันกระเด็นตกลงพื้นตรงกำไลเกิดรอยแตกพลังวิญญาณกระจัดกระจาย

            สมบัติวิเศษระดับสูงถึงกับถูกปราณกระบี่ทำลาย!ฝีมือ...ใครกันแน่?

            ทุกคนสูดลมหายใจเข้าเสียงดังเมื่อเงยหน้ามองบนฟ้า ใบหน้าของพวกเขาล้วนเต็มไปด้วยความตกใจ

            ซีโหลวเหวินอวี่เก็บสมบัติวิเศษที่เสียหายกลับไปเขาเหมือนนึกอะไรขึ้นได้จึงมีท่าทางเยือกเย็นถึงที่สุด!

            เสิ่นว่านโหลวกับจั๋วไท่หยวนมองหน้ากันต่างคนต่างเผยสีหน้าหนักอึ้ง โดยเฉพาะจั๋วเหล่าเอ้อกับจั๋วเหล่าซานยิ่งรู้สึกจิตใจกระสับกระส่าย

            สำหรับซีโหลวรั่วเมิ่งนางกำลังกอดแขนที่ขาดของตัวเองอย่างเหม่อลอยส่วนสีเฟยเยียนพยุงนางถอยไปอยู่ข้างกายเหลียนเว่ยฉีเพื่อให้กองทัพเกราะทมิฬปกป้อง

            ……

            จั๋วอวี้หวั่นกลับไม่ได้สนใจคนอื่นนางเดินมาข้างกายจั๋วอวิ๋นเซียนด้วยการพยุงของลุงเยี่ยน นางกอดเขาเอาไว้ น้ำตาไหลรินเต็มใบหน้า

            “พี่หญิงวางใจ ท่านพ่อ...กลับมาแล้ว” 

            จั๋วอวิ๋นเซียนค่อยๆเงยหน้าขึ้น มีเงาโบยบินจากบนท้องฟ้า นั่นคือท่าร่างระบำกระเรียนเก้าสวรรค์ท่าก้าวเดินนั้นราวกับเป็นเซียนจุติในโลกมนุษย์

            ผู้มาเยือนมิใช่ใครอื่นเขาก็คือผู้นำตระกูลจั๋ว จั๋วฟู่ไห่

            จั๋วอวิ๋นเซียนเชื่อว่าบิดาของตัวเองต้องกลับมาแน่ตั้งแต่ต้นเขาจึงจงใจถ่วงเวลายอมแม้กระทั่งเปิดเผยตัวตน...น่าเสียดายเมื่ออยู่ต่อหน้าพลังอันเด็ดขาดไม่ว่าเขาจะรับมืออย่างไรล้วนเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ไม่ได้

            โชคดีที่จั๋วฟู่ไห่มาถึงทันเวลาแต่ตอนนี้อาภรณ์ของเขาอาบย้อมด้วยเลือด บาดแผลเต็มตัว ท่าทางเหนื่อยล้าเห็นได้ชัดว่าเพิ่งผ่านการต่อสู้อันดุเดือดมา

            ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้เขายังคงยืดแผ่นหลังตั้งตรงถือกระบี่อย่างมั่นคง ราวกับเป็นภูเขาสูงตระหง่าน ให้ความรู้สึกหนักแน่น

            ……

            “ท่านพ่อ น้องชายระเบิดตราประทับ ทำลายเส้นทางเซียนไปแล้วท่านต้องแก้แค้นให้น้องชายด้วย!”

            เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้อย่างโศกเศร้าของจั๋วอวี้หวั่นจั๋วฟู่ไห่มองไปทางจั๋วอวิ๋นเซียน...กลิ่นอายสับสน วิญญาณอ่อนแอเหมือนเป็นเชิงเทียนที่น้ำมันใกล้หมด

            “ท่านผู้นำ ข้าเยี่ยนชางเป่ยไร้ความสามารถ มิอาจดูแลคุณหนูกับนายน้อยให้ดีเยี่ยนชางเป่ยทำผิดต่อท่าน!”

            ลุงเยี่ยนทั้งเสียใจและโกรธแค้นในใจเต็มไปด้วยความสับสนและรู้สึกผิด

            เมื่อเทียบกันแล้วจั๋วอวิ๋นเซียนมองบิดาของตนด้วยสายตาสงบนิ่งเขารู้ว่าบิดามีเรื่องอยากจะพูดมากมาย

            “คุ้มค่าแล้วหรือ?” 

            “คุ้มค่า” 

            “เสียใจหรือ?” 

            “ไม่เสียใจ” 

            นี่คือคำตอบของจั๋วอวิ๋นเซียนและเป็นความสงบนิ่งในใจของเขาอย่างแท้จริง

            เมื่อก่อนจั๋วฟู่ไห่เคยเตือนกับจั๋วอวิ๋นเซียนไปแล้วหากโดดเด่นเกินไปอาจถูกหมายตาได้ เขาจึงหวังว่าบุตรของตนจะแอบซ่อนพลังของตัวเองเอาไว้...แต่เรื่องในวันนี้จั๋วอวิ๋นเซียนกลับแบกรับหน้าที่ไม่เสียทีที่เป็นลูกผู้ชายเขาจึงไม่ได้ปลอบใจหรือดุด่า

            “ดี ดี ดี! สวรรค์ช่างให้ความสำคัญกับข้าเสียจริง!” 

            จั๋วฟู่ไห่หัวเราะเย้ยสวรรค์เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “บุตรชายของข้าจั๋วฟู่ไห่สมควรเป็นคนจิตใจเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ ต่อให้ไม่มีพลังแล้วอย่างไรต่อให้ร่างกายพิการแล้วอย่างไร ขอเพียงยังมีชีวิตก็มีชีวิตได้อย่างสง่าผ่าเผยไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ลงมือทำ!”

            จั๋วฟู่ไห่เว้นจังหวะพูดแอบส่งเสียงกระซิบให้ลุงเยี่ยน ลุงเยี่ยนตกตะลึงจากนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นในดวงตาเผยด้วยความยินดี

            เพื่อไม่ให้ถูกพวกซีโหลวเหวินอวี่จับได้ลุงเยี่ยนจึงรีบก้มหน้าลง

            ……

            จากนั้นจั๋วฟู่ไห่เดินไปทางซีโหลวเหวินอวี่กับเสิ่นว่านโหลว

            “ซีโหลวเหวินอวี่ เจ้ากับข้ารู้จักกันมาหลายสิบปี เคยร่วมเป็นร่วมตายกันมาเรียกได้ว่าเป็นมิตรแท้ ข้าช่วยชีวิตเจ้าไม่ใช่เพียงแค่ครั้งสองครั้งแม้แต่แขนของข้าก็ขาดเพื่อเจ้า...คิดไม่ถึงว่าเจ้ากลับทรยศสหายเพียงเพื่อผลประโยชน์เล็กน้อยเจ้าทำให้ข้าผิดหวังยิ่งนัก” 

            จั๋วฟู่ไห่พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองเขาไม่ได้โกรธอย่างที่ผู้คนจินตนาการเอาไว้เพราะจั๋วอวิ๋นเซียนเคยเตือนเขามาตั้งนานแล้วและการลอบสังหารครั้งนี้ก็เป็นการพิสูจน์ความฉลาดของบุตรชายเขาถ้าไม่ใช่เพราะจั๋วฟู่ไห่ให้ลุงเยี่ยนเตรียมลูกปัดเพลิงอัสนีเอาไว้หลายลูกเกรงว่าเขาคงกลับมาไม่ได้แล้วจริงๆ

            ผ่านไปเนิ่นนานซีโหลวเหวินอวี่กล่าวพลางถอนหายใจ “พี่จั๋วถ้าเพียงเพื่อผลประโยชน์อันน้อยนิดข้าซีโหลวเหวินอวี่จะวางแผนชั่วร้ายเช่นนี้ได้อย่างไรจนสุดท้ายยังต้องแบกรับชื่อเสียงเลวทรามอย่างคนอกตัญญู จิตใจอำมหิต...” 

            ซีโหลวเหวินอวี่กล่าวด้วยเสียงจริงจัง “น่าเสียดายเส้นทางการค้าของเมืองตงหลิงมีความสำคัญเป็นอย่างมากส่งผลกระทบต่อแผนการของใต้เท้าท่านนั้น เจ้าผิดที่ไปอยู่กับพวกจั่วชินอ๋องต่อหน้าผลประโยชน์เจ้ากับข้าต่างเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเท่านั้นยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายยังเอาวิชาระดับเปิดชีพจรมาแลกเปลี่ยน ถ้าเป็นเจ้า เจ้าจะปฏิเสธหรือ?” 

            “อย่าคิดว่าทุกคนจะเลวทรามต่ำช้าเหมือนกับเจ้า!”

            จั๋วฟู่ไห่กล่าวด้วยใบหน้าดูแคลน “ถึงแม้วิชาระดับเปิดชีพจรจะล้ำค่ามากแต่ก็แลกกับเกียรติยศของผู้แซ่จั๋วมิได้ ในเมื่อวิถีต่างกัน ก็ไม่ควรรู้จักกันคิดเสียว่าข้าผู้แซ่จั๋วตาบอด ถึงกับคบสัตว์เดรัจฉานอย่างเจ้าเป็นสหาย!”

            “เช่นนั้นเจ้าคิดจะทำอย่างไร?” 

            “วันนี้ข้าจะสังหารเจ้าด้วยกระบี่เล่มนี้!”

            จั๋วฟู่ไห่กำลังจะลงมือเหลียนเว่ยฉีกลับก้าวออกมา “จั๋วฟู่ไห่ มีคนฟ้องร้องว่าเจ้าร่วมมือกับศัตรู สมคบคิดกับปีศาจทำร้ายเผ่าพันธุ์เดียวกัน...ข้านำราชโองการมา ขอให้เจ้าตามข้ากลับไปรับโทษด้วย!”

            “ราชโองการหรือ?” 

            จั๋วฟู่ไห่อดตะลึงไม่ได้กวาดสายตามองรอบด้านด้วยจิตใจมืดมนทันที

            เมื่อเหลียนเว่ยฉีเห็นจั๋วฟู่ไห่กังวลจึงชูราชโองการตะโกนเสียงดัง “จั๋วฟู่ไห่เจ้าคิดให้ดีนะการขัดราชโองการเท่ากับทรยศแผ่นดินหรือว่าเจ้าคิดจะลากทั้งตระกูลจั๋วเข้าไปเกี่ยวด้วย? ยังไม่รีบยอมให้จับอีก!”

            “……”

            จั๋วฟู่ไห่มองกระบี่กระเรียนในมือพลังค่อยๆ พลุ่งพล่านขึ้น “ชั่วชีวิตของข้าองอาจหาญกล้า มิเคยทำผิด พวกต่ำช้าอย่างพวกเจ้า คู่ควรให้ข้าก้มหัวด้วยหรือ?” 

            “เจ้า...” 

            เหลียนเว่ยฉีอับอายจนโมโหคิดจะตะโกนด่าแต่เขาไม่มีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความโกรธของยอดฝีมือท้ายที่สุดทำได้เพียงกลืนคำพูดกลับไป

            แต่ไม่เป็นไรเขาทำพอเป็นพิธีเพียงเท่านั้น เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าจั๋วฟู่ไห่จะไม่ยอมประนีประนอมเมื่อเป็นเช่นนี้พวกเขาจึงสามารถจับอีกฝ่ายได้อย่างถูกต้อง

            ในเวลานี้ซีโหลวเหวินอวี่กล่าวลองเชิง “จั๋วฟู่ไห่ ก่อนหน้านี้เจ้าเพิ่งต่อสู้มาเกรงว่าคงหมดสิ้นเรี่ยวแรงแล้วกระมัง?” 

            “พูดมากไปก็ไร้ประโยชน์ จะสู้ก็เข้ามา...จัดการพวกหนูสกปรกอย่างพวกเจ้าเรี่ยวแรงในตอนนี้ก็เพียงพอแล้ว” 

            เมื่อกล่าวจบจั๋วฟู่ไห่หายไปจากจุดที่ยืนอยู่

            ระบำกระเรียนเก้าสวรรค์หนึ่งก้าวหนึ่งบัวบาน

            เห็นเพียงขนนกสีขาวล่องลอยบนท้องฟ้าราวกับกระเรียนขาวร่ายรำ ว่องไวและงดงาม

            ทันใดนั้นปราณเยือกเย็นกะพริบวาบจิตกระบี่น่าหวาดกลัวพุ่งลงมาจากฟากฟ้า ราวกับธารดาราพลิกคว่ำ สวรรค์และพื้นปฐพีถล่มทลายอย่างไรอย่างนั้นเมื่อเทียบกับวิทยายุทธ์กระบี่ของจั๋วอวิ๋นเซียนแล้วแข็งแกร่งยิ่งกว่าหลายเท่าตัว!

            มีเพียงกระบี่แต่ไร้ซึ่งเงาคน

            นี่ถึงจะเป็นกระบี่เหินฟ้าเซียนทะยานสู่สวรรค์ที่แท้จริง!

            ……

            “เร็วเข้า! ทุกคนลงมือพร้อมกัน!”

            ซีโหลวเหวินอวี่รู้ว่าสู้ไม่ไหวจึงรีบตะโกนเสียงดัง

            เสิ่นว่านโหลวกับจั๋วไท่หยวนไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อยต่างคนต่างใช้วิชาที่แข็งแกร่งที่สุด! เพราะพวกเขารู้ดีถ้าวันนี้ปล่อยให้จั๋วฟู่ไห่หนีไปได้ พวกเขาจะไม่มีวันใช้ชีวิตอย่างสงบได้อีก

            “วี๊ด...” 

            จิตกระบี่พร่ามัวกระเรียนเมฆากู่ร้อง!

            ไม่ว่าเป็นสมบัติวิเศษระดับสูงหรือวิทยายุทธ์อัศจรรย์ล้วนถูกทำลายภายใต้กระบี่ของจั๋วฟู่ไห่ เรียกได้ว่าหนึ่งกระบี่ทำลายสรรพสิ่ง!

            “ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง!” 

            ปราณกระบี่ฟาดฟันเงาร่างทั้งสามล้มลงพื้นพวกเขาก็คือพวกซีโหลวเหวินอวี่

            ทว่าขณะที่จั๋วฟู่ไห่กำลังจะลงมือสังหารก็มีฝ่ามือยักษ์พุ่งลงมาจากฟากฟ้า กดทับเขาลงพื้นในทันที

            ……