อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    เล่มที่ 2 บทที่ 32 การขัดขวางของนางงามน้ำแข็ง

            เมื่อเซียวกวงหยุนได้ยินที่เซียวม่อซานพูดมันยังจะกล้าอวดดีได้หรือ? มันพลันเก็บงำความหยิ่งยโสของตนพร้อมทั้งเงยหน้าขึ้นเพื่อกล่าวคำ“คือนางเซียนจากแดนศักดิ์สิทธิ์นี่เอง ผู้เยาว์เรียกเซียวกวงหยุน ได้พบกับนางเซียนถือเป็นโชควาสนาของผู้เยาว์ทว่า เหตุใดนางเซียนฉู่จึงตัดสินใจลดตัวลงมายังเมืองเมฆาล่องในวันนี้? ท่านมีเหตุสำคัญอันใดหรือ? บิดาสั่งสอนข้าตลอดมาว่าให้แสดงความเคารพต่อนางเซียนจากแดนศักดิ์สิทธิ์เมื่อพบหน้าหากมีสิ่งใดที่ผู้เยาว์สามารถช่วยเหลือ นางเซียนฉู่ล้วนไม่ต้องเกรงอกเกรงใจ”

            เมื่อได้ยินคำ“แดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็ง” จากปากของเซียวกวงหยุนทุกผู้คนกลับกลายเป็นตกตะลึง พวกมันล้วนกลืนน้ำลายเสียงดังอึกออกมาให้ได้ยิน

            เมืองเมฆาล่องแห่งนี้มีความเกี่ยวพันกับนางเซียน? ปกติแล้วแม้แต่พรรคระดับสามยังไม่สนใจอันใดต่อเมืองนี้ ทว่าวันนี้ไม่เพียงแต่สมาชิกพรรคตระกูลเซียว แม้แต่แดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็งยังส่งคนมา!

            นี่ล้วนไม่ใช่เรื่องน่าตื่นตกใจอันใดที่สตรีนางนี้มาที่นี่ด้วยวิธีที่พิเศษเมื่อนางมีความงามอันเหนือโลก ทั้งยังสามารถใช้เคล็ดวิชาเหาะได้ นางเป็นบุคคลจากแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็งจริงทั้งสถานะของนางในแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ต่ำต้อย! เซียวกวงหยุนในฐานะบุตรชายพรรคตระกูลเซียวล้วนต้องเก็บซ่อนสันดานพร้อมทั้งแสดงออกด้วยความระมัดระวังและเคารพนบนอบ

            “ทำไมข้ามาที่นี่?”ฉู่เยว่หลี่ตอบอย่างเย็นชา “พรรคตระกูลเซียวเจ้าถึงกับกล้ารังแกศิษย์ของข้าอย่าบอกนะว่าเจ้าจะให้ข้าดูอยู่เงียบๆ และปล่อยให้เจ้ารังแกนาง?”

            “ศิษย์ของท่าน?”เซียวกวงหยุนจับจ้องอย่างว่างเปล่าชั่วขณะจากนั้นมันจึงแปรเปลี่ยนเป็นแววตาหวาดหวั่น “นางเซียนฉู่ศิษย์ที่ท่านพูดถึง…หรือจะเป็น…เซี่ยชิงเยว่?”

            เมื่อมันกล่าวออกเซี่ยชิงเยว่ก้าวเท้าเข้าหาฉู่เยว่หลี่พร้อมทั้งเรียกอย่างเคารพว่า “ท่านอาจารย์”

            คำพูดธรรมดาๆ หนึ่งคำถึงกับส่งผลให้ใบหน้าของเซียวกวงหยุนบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงเซียวยู่หลงเองถึงกับตกตะลึงจังงังทั่วทั้งตระกูลเซียวและผู้นำทั้งหลายในเมืองเมฆาล่องต่างตะลึงลานตื่นตระหนกถึงขั้นหัวใจเกือบหยุดเต้น

            สวรรค์!บุตรสาวตระกูลเซี่ยผู้นี้กลับเป็นศิษย์แดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็ง!ไม่น่าเชื่อว่าศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็งกลับอาศัยอยู่ในเมืองเมฆาล่องนี้มาตลอด!!

            ใบหน้าของผู้คนที่จับจ้องมองไปยังเซี่ยชิงเยว่กลับกลายเป็นใบหน้าตื่นตกใจอย่างถึงที่สุดสายตาที่จับจ้องไปยังเซี่ยหงอี้เองก็แปรเปลี่ยนไป

            เซียวยู่หลงยืนตะลึงอยู่เป็นนานทันใดนั้นมันพลันหลั่งเหงื่อเย็นเยียบเซี่ยชิงเยว่กลับเป็นศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็ง…ก่อนหน้านี้มันถึงกับพยายามลวนลามนาง ทว่ากลับได้รับบทเรียนที่ทำให้มันตกอยู่ในสถานะที่เลวร้ายภายในใจของมันยังคงมีความแค้นอยู่ เมื่อมันทบทวนหวนนึกการที่มันรอดกลับมาได้ล้วนเปรียบประดุจการเก็บรักษาส่วนที่เหลือของชีวิตมันไว้ได้!ด้วยความพยายามที่จะรุกรานศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็ง…จะมีใครสักกี่คนในอาณาจักรวายุครามอาจหาญเช่นนั้น?

            นี่ล้วนไม่อาจเทียบเปรียบได้กับการที่เซียวเช่อและเซี่ยชิงเยว่ถูกบีบบังคับให้แยกทางกันนี่เป็นแผนการที่มันเสนอต่อเซียวกวงหยุนเพื่อให้เซียวกวงหยุนสามารถได้ตัวเซี่ยชิงเยว่หลังจากเซียวเช่อจากไปซึ่งแผนนี้กลับล้มเหลวอย่างน่าสมเพช…หากเรื่องนี้ถูกล่วงรู้โดยแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็งมันต้องตายอย่างอนาถแน่นอน

            ท่ามกลางเหงื่อเย็นเยียบเซียวยู่หลงหันหน้าไปทางเซียวกวงหยุนที่มีใบหน้าไร้สีเลือด

            “กลาย…กลายเป็นว่าเซี่ยชิงเยว่คือศิษย์สูงส่งของท่านอย่างไม่คาดหมายเรา…เราผู้เยาว์ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นนี้ขึ้น”

            หากนี่คือศิษย์พรรคตระกูลเซียวเซียวกวงหยุนไม่มีทางปล่อยมือ ทว่าแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็งล้วนแตกต่าง!พวกนางไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด ศิษย์ทั้งหมดล้วนเป็นสตรีคัดเลือกจากผู้ที่มีแววที่สุดในอาณาจักรวายุครามนี้ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นพรรคที่มีจำนวนสมาชิกน้อยที่สุด ทว่ากลับยังคงรั้งอันดับสองท่ามกลางพรรคใหญ่ทั้งสี่พรรคซึ่งสามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจนถึงระดับความสามารถของพวกมันพรสวรรค์ของศิษย์แดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็งแต่ละคนล้วนสูงส่งสุดยอดไม่มีผู้ใดอยู่ในระดับธรรมดา ทุกนางล้วนได้รับการคุ้มครองจากแดนศักดิ์สิทธิ์หากเซียวกวงหยุนตอแยบุคคลในพรรคตระกูลเซียวเองอาจบางทีเป็นเรื่องราวขึ้นมาเล็กน้อยทว่าหากมันตอแยบุคคลจากแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็ง…แม้แต่ศิษย์ขั้นต่ำสุดแดนศักดิ์สิทธิ์ล้วนไม่ยอมยืดหยุ่นใดๆ หากไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจล้วนกำจัดฆ่าทิ้งทั้งหมด!

            “ความเข้าใจผิด? จะดีมากหากนี่เป็นเพียงความเข้าใจผิดเช่นนั้นเจ้ายังคงอยากฉีกหนังสือแต่งงานของศิษย์ข้าเป็นชิ้นเล็กชิ้น้อยอยู่หรือไม่?” ฉู่เยว่หลี่เอ่ยถามด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก เมื่อนางกวาดสายตาลงล้วนไม่มีผู้ใดกล้าสบสายตา แม้ว่านางจะเป็นเพียงสตรีทว่าบุรุษทุกผู้ล้วนรู้สึกว่านางคือเทพธิดาจากดวงจันทร์บุรุษธรรมดาโดยทั่วไปย่อมรู้สึกละอายในตัวเองพร้อมทั้งสำนึกในความแตกต่างแน่นอนว่าย่อมไม่กล้าเหลือบสายตามองอีกเป็นครั้งที่สอง

            “ในเมื่อนี่เป็นความเข้าใจผิดพลาดผู้เยาว์จะกล้าได้อย่างไร?” เซียวกวงหยุนให้เหตุผลอย่างใจเย็น “ทว่าผู้เยาว์กลับสับสนในเรื่องหนึ่ง…แม้ผู้เยาว์มิได้รอบรู้กว้างขวางกลับสามารถเข้าใจได้ว่านางเซียนจากแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็งล้วนไม่สามารถมีความรักทั้งยังต้องขจัดความรู้สึกทางโลก พวกนางล้วนไม่อาจแต่งงานเหตุใดเซี่ยชิงเยว่จึงได้รับอนุญาตให้….”

            “ฮึ่มมม!แม้ว่าเคล็ดวิชาแดนศักดิ์สิทธิ์เราให้ผู้ฝึกฝนควบคุมและบังคับใจตนเองทว่าไม่เคยห้ามการแต่งงาน ชิงเยว่เข้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์เราขณะอายุสิบสองปีทว่ากลับไม่ต้องการกลับสู่แดนเมฆาเยือกแข็งมาตลอด เนื่องเพราะต้องการรอการแต่งงานกับเซียวเช่อเมื่ออายุสิบหกปีนี่ไม่ได้เป็นความปรารถนา ทว่าเป็นความเมตตาและความมุ่งมั่นของนางเพื่อรักษาความชอบธรรมและสัญญาที่ให้ไว้ แดนศักดิ์สิทธิ์เราล้วนไม่อาจหักหาญได้แม้ว่าแดนศักดิ์สิทธิ์เราห้ามการแต่งงาน เหตุผลเหล่านี้ยิ่งสามารถเป็นข้อยกเว้นได้นายน้อยเซียว ท่านยังมีคำถามอันใด?”ฉู่เยว่หลี่ตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาราบเรียบ ทุกคำพูดสะท้อนก้องในหูของทุกผู้คนเจือไปด้วยความเย็นยะเยือกสร้างความรู้สึกหนาวเหน็บในจิตใจผู้รับฟังอย่างไม่อาจควบคุมได้และไม่อาจมีความคิดต่อต้านอันใด

            “ไม่ๆ นี่เป็นเพียงการเข้าใจผิดเท่านั้น”เซียวกวงหยุนตอบคำอย่างรวดเร็วมันไม่อาจทำอย่างไรได้นอกจากหันหน้าเข้าหาเซี่ยชิงเยว่พร้อมทั้งกล่าวว่า“นางเซียนเซี่ย ก่อนหน้านี้ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็นศิษย์แดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็ง หากทำให้ท่านระคายเคืองใจขอท่านอย่าได้ถือสา”

            ศักดิ์ฐานะของบุตรชายผู้นำพรรคตระกูลเซียวย่อมเหนือกว่าศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็งทว่าเมื่อมีฉู่เยว่หลี่อยู่ด้านข้าง มันไม่มีทางเลือกนอกจากเจียมตัวนี่เป็นสถานที่ชนบทอันห่างไกล ดังนั้น มีเพียงเซียวม่อซาน เซียวป้าและเซียวจิ่วอยู่ข้างกายหากมันบังอาจสร้างความรำคาญแก่ฉู่เยว่หลี่หรือทำให้นางขุ่นเคืองใจพวกมันทั้งหมดอาจถูกกำจัดในระหว่างการเดินทางกลับพรรคเช่นนั้นพวกมันล้วนถูกกำจัดฆ่าโดยไร้ร่องรอยและต้องตายด้วยความคับแค้น

            ความปรารถนาของมันที่จะหยิบชิ้นปลามันอย่างเซี่ยชิงเยว่ที่มันเสียเวลาวางแผนมาเป็นครึ่งค่อนวันล้วนเป็นไปไม่ได้ต่อหน้าฉู่เยว่หลี่มันไม่มีทางเลือกอันใดนอกจากต้องเก็บซ่อนความปรารถนาอันแท้จริงของมันไว้ภายในจิตใจของมันล้วนอัดอั้นด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ ทรวงอกสะท้อนขึ้นลงมันเบนสายตาของมันไปทางเซียวหลิงซี แม้ว่ามันจะขาดทุนจากเซี่ยชิงเยว่มาแล้ว มันยังคงมีอีกคนหนึ่ง!ฉู่เยว่หลี่ปกป้องเซี่ยชิงเยว่แต่นางไม่มีทางปกป้องเซียวหลิงซีที่เป็นเพียงคนแปลกหน้าสำหรับนาง!ไม่เช่นนั้นนางคงปรากฏตัวออกมาตั้งแต่ยามที่เซียวเช่อถูกขับไล่จากตระกูลเซียวแทนที่จะปรากฏออกมาเมื่อมันเปลี่ยนเป้าหมายเป็นเซี่ยชิงเยว่

             

            ……………………………………

             

            อันที่จริง สำหรับฉู่เยว่หลี่นางเพียงปกป้องดูแลเซี่ยชิงเยว่ กับบุคคลอื่นที่นางไม่มีความสัมพันธ์อันใดนางล้วนไม่แยแสสนใจแม้เพียงนิด ยิ่งกว่านั้นนางยิ่งไม่มีเหตุผลและหน้าที่อันใดที่จะสอดแทรกเข้าไป“ด้วยการมาเยือนของนางเซียนฉู่ ตระกูลเซียวของเจ้าสมควรรู้สึกเป็นเกียรติที่นางมาเยือน!เช่นนั้น พวกเราควรเริ่มงานที่เป็นสาเหตุให้เราได้มาที่นี่ตั้งแต่แรก”สีหน้าของเซียวกวงหยุนเปลี่ยนแปลงเมื่อสายตาของมันพลันเบนเบือนไปทางเซียวหลิงซี“ฉะนั้น…เซียวป้า เซียวจิ่ว! พวกเจ้าจงจับกุมหัวขโมยผงลมปราณชีพจรซะพรุ่งนี้ผู้กระทำผิดจะถูกนำตัวกลับไปยังพรรคตระกูลเซียวเพื่อจัดการ!”

            ประโยคที่ว่า“พรุ่งนี้ผู้กระทำผิดจะถูกนำตัวกลับไปยังพรรคตระกูลเซียวเพื่อจัดการ!”นี้ล้วนทำให้แม้แต่คนปัญญาอ่อนยังเข้าใจถึงเจตนาที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังของฉากละครที่ทั้งน่าละอายและเลวทรามอย่างที่สุดของเซียวกวงหยุนแม้ว่าการเล่นละครนี้จะถูกเปิดโปงโดยเซียวเช่อต่อหน้าผู้คนทั้งหลายยังคงไม่อาจต่อต้านอำนาจเบ็ดเสร็จของพรรคตระกูลเซียวได้และเซียวกวงหยุนได้ใช้อำนาจของมันอย่างไม่มีความลังเลใดๆ

            “ขอรับ นายน้อย!”

            เซียวป้าและเซียวจิ่วก้าวเท้าออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันและมุ่งตรงไปยังเซียวหลิงซี

            “ท่านอาจารย์!” เมื่อเห็นเช่นนั้นเซี่ยชิงเยว่พลันสะกิดเตือนฉู่เยว่หลี่ด้วยแววตาแฝงความหมายด้วยหวังว่านางจะช่วยปกป้องเซียวหลิงซี…อย่างน้อยเพียงป้องกันมิให้เซียวกวงหยุนนำตัวนางไปได้ ทว่า ฉู่เยว่หลี่ยังคงเมินเฉยและไม่มีปฏิกิริยาใด

            สีหน้าของเซี่ยชิงเยว่ยิ่งมายิ่งร้อนรนนางมีสีหน้าวิงวอนร้องขอพร้อมกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ท่านเองได้เห็นแล้วว่าเซียวกวงหยุนใช้ฝีมือเยี่ยงไรต่อศิษย์เซียวเช่อต้องถูกเนรเทศและเสียหายเนื่องเพราะเกี่ยวพันกับพวกเรา ก่อนจากไปเขาขอร้องให้ศิษย์ปกป้องท่านปู่และอาหญิงเล็กของเขาและศิษย์ได้รับปากไปแล้ว…นี่นับเป็นคำขอสุดท้ายที่ศิษย์สามารถทำให้เขาได้หลังจากเรื่องนี้ ศิษย์จะตามท่านอาจารย์กลับไปในทันที จะอยู่ที่แดนศักดิ์สิทธิ์ตั้งใจฝึกฝนวิชา…ศิษย์ขอร้องท่านอาจารย์ ได้โปรดส่งเสริมคำขอของศิษย์ให้สมปรารถนาด้วย!”

            ดวงตาของฉู่เยว่หลี่พลันทอประกายว้าวุ่นใจจากนั้นนางถอนหายใจแผ่วเบาคราหนึ่ง หญิงสาวยกมือขวาขึ้นโบกเบาๆหนึ่งครั้งในชั่วพริบตา คลื่นพลังความเย็นพลันก่อเกิดเซียวป้าและเซียวจิ่วพลันรู้สึกหนาวสะท้านและหยุดเท้าลง ไม่กล้าก้าวต่อไปเบื้องหน้า

            สีหน้าท่าทางของเซียวกวงหยุนเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเมื่อมันสูดหายใจเข้าลึกก่อนกล่าวว่า“นางเซียนฉู่ ท่านหมายความว่าอย่างไร? ท่านตำหนิพวกเราพรรคตระกูลเซียวข้องเกี่ยวกับพันธะการแต่งงานศิษย์แดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็งท่าน…ทว่าเมื่อเรากำลังทำการสะสางเรื่องราวในตระกูลเรานางเซียนฉู่ยังคงต้องการสอดมือเข้ามา?”

            “ไม่!ข้าไม่มีความสนใจในการข้องเกี่ยวกับเรื่องราวอันใดในพรรคตระกูลเซียว”ฉู่เยว่หลี่กล่าวเสียงเย็นเยียบด้วยใบหน้าเฉื่อยชา“ข้ายังคงไม่กระจ่างในบางเรื่องเกี่ยวกับคดีนี้ ดังนั้น จึงทำตามอำเภอใจเมื่อเจ้าพูดว่านี่เป็นเรื่องของพรรคตระกูลเซียว เช่นนั้นเซียวหลิงซีเป็นศิษย์พรรคตระกูลเซียวหรือไม่?”

            เซียวกวงหยุนสั่นศีรษะ “ไม่!ทว่านางได้ทำการหยิบฉวยผงชีพจรลมปราณของพรรคเราไป!”

            “ทว่าจากที่ข้าได้ฟังมาผงชีพจรลมปราณคือของขวัญที่เจ้านำส่งจากพรรคตระกูลเซียวและได้มอบให้กับตระกูลเซียวเมื่อวันวานอะไรกัน ของขวัญที่เจ้าได้ส่งมอบไปแล้วยังนับว่าเป็นสมบัติของพรรคตระกูลเซียวเช่นนั้นรึ? หากเรื่องนี้แพร่ออกไปเจ้าไม่กลัวถูกผู้คนหัวเราะเยาะหรือไร?”ฉู่เยว่หลี่กล่าวตรงไปตรงมาโดยไม่ลังเลใดๆ

            เซียวกวงหยุนพลันเบิกตาโปนโตเมื่อมันกลับกลายเป็นโง่งมและไม่สามารถเอ่ยคำใดได้

            “เซียวหลิงซีเป็นคนของตระกูลเซียวเมืองเมฆาล่องมิใช่พรรคตระกูลเซียวของเจ้า ผงชีพจรลมปราณเองเมื่อถูกส่งมอบย่อมถือเป็นสมบัติของตระกูลเซียว มิใช่พรรคตระกูลเซียวอีกต่อไป ในเรื่องนี้แม้ว่าเซียวหลิงซีจะเป็นคนขโมยผงชีพจรลมปราณก็เป็นเรื่องของตระกูลเซียวในการตัดสินลงโทษเรื่องนี้ไม่มีใดข้องเกี่ยวกับพรรคตระกูลเซียวแม้แต่น้อย”

            ฉู่เยว่หลี่เหลือบตาไปทางด้านข้างและมองไปยังเซียวหยุนไห่นี่นับเป็นเพียงการทอดตามองเท่านั้นทว่ากลับทำให้ทั่วทั้งร่างของเซียวหยุนไห่สั่นเทิ้มและตัวงองุ้มลงกว่าครึ่งฉู่เยว่หลี่กล่าวต่อเรียบๆ “ท่านผู้นำตระกูลเซียวท่านจัดการสะสางคดีอย่างไรเมื่อผู้กระทำความผิดเป็นสมาชิกของตระกูล”

            เซียวหยุนไห่มองไปยังเซียวกวงหยุนพร้อมทั้งกัดฟันแนบแน่นเพื่อบังคับให้ตนเองสงบลง“หากบุตรหลานตระกูลเซียวกระทำความผิดประพฤติเป็นโจรขโมย…โทษเบาที่สุดคือถูกกักตัวสามเดือนในเขตภูเขาหลัง…สิ่งที่เซียวหลิงซีหยิบฉวยไปเป็นสมบัติพรรคตระกูลเซียวดังนั้นนางสมควรได้รับโทษสูงสุด..นางสมควรถูกลงโทษกักบริเวณเป็นเวลาสิบห้าปีในเขตภูเขาหลังในสิบห้าปีนี้ นางไม่ได้รับอนุญาตให้ก้าวเท้าแม้เพียงครึ่งก้าวออกจากหุบเขาสะท้อนในเขตภูเขาหลังตระกูลเซียว!”

            เซียวหยุนไห่เสมองไปทางอื่นและไม่เอ่ยสิ่งใดต่อแม้เพียงครึ่งคำ

            “เช่นนั้นเจ้ามัวทำอะไรอยู่? ยังไม่นำนางไปขังที่หุบเขาสะท้อนอีกรึ?” ท่าทีเยือกเย็นและสงบสำรวมของเซียวกวงหยุนซ่อนความแค้นใจไว้!แม้ว่าในใจของมันจะยอมรับอย่างไม่เต็มใจแต่แม้คนโง่เง่ากว่านี้ยังเข้าใจได้ว่าฉู่เยว่หลี่ช่วยรักษาหน้าให้มันมากแล้วไม่เช่นนั้น อาจเป็นไปได้ว่านางอาจจะเปิดเผยแผนการของมันออกมา ซึ่งในขณะเดียวกันสามารถทำให้มันทั้งไม่สามารถได้ตัวเซียวหลิงซี ทั้งเสื่อมเสียหน้าทั้งสร้างความอับอายให้แก่มันจนไม่อาจลงจากเวทีได้

            แม้ว่าฉู่เยว่หลี่ไม่ได้เปิดโปงแผนการของเซียวกวงหยุนต่อหน้าทุกผู้คนเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่เซียวหลิงซีการกระทำของนางยังคงสร้างความนับถือเลื่อมใสแก่เซียวเล่ยที่เจ็ดนางเซียนแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็งอันทรงเกียรติกลับออกหน้าเพื่อเด็กสาวตระกูลเซียวผู้ไร้ความหมายใดๆนี่สามารถนับเป็นบุญคุณอย่างเหลือล้นทั้งยังเป็นความเมตตาอย่างเต็มเปี่ยม…อย่างน้อยนางได้หยุดยั้งฝันร้ายที่เซียวกวงหยุนจะนำตัวเซียวหลิงซีกลับไปยังพรรคตระกูลเซียว

            “บุตรสาวที่ข้าสอนสั่งประพฤตินอกลู่นอกทางข้าเองหลอกลวงทั้งตระกูลเซียวมากว่าสิบปี ข้าขอรับโทษเช่นเดียวกับนาง” สีหน้าของเซียวเล่ยปลอดโปร่งน้ำเสียงเฉื่อยชา ชายชรากล่าวออกมาเมื่อเห็นผู้อาวุโสสี่ก้าวเท้าเข้ามา

            เมื่อมีฉู่เยว่หลี่อยู่ต่อหน้าเซียวเฉิงจะกล้าอาละวาดได้อย่างไร? มันไม่กล้าพูดสิ่งใดแม้เพียงครึ่งคำและทำตามจารีตปฏิบัติเมื่อมันนำทางเซียวเล่ยและเซียวหลิงซีไปทางเขตภูเขาหลัง

            แม้ผลลัพธ์ในท้ายที่สุดกลับจบลงด้วยการถูกคุมขังอย่างปราศจากความยุติธรรมถึงสิบห้าปีเซี่ยชิงเยว่เข้าใจได้ว่านี่ล้วนสุดความสามารถที่ฉู่เยว่หลี่จะทำสำเร็จแล้วไม่น่าแปลกใจว่าเซียวเล่ยเองต้องการรับโทษเช่นเดียวกับเซียวหลิงซีเพื่ออยู่เป็นเพื่อนหญิงสาวพร้อมทั้งปกป้องนางจากอันตรายอาจบางทีหากเป็นเรื่องความปลอดภัย ล้วนไม่น่าต้องกังวล ทว่า หากเป็นเรื่องนอกเหนือจากนี้พวกมันล้วนต้องพึ่งพาตนเอง

            “ถ้าเช่นนั้นล้วนไม่มีเหตุผลใดให้เราสองศิษย์อาจารย์ต้องรั้งอยู่ต่อไป”หลังจากที่เซียวหลิงซีและเซียวเล่ยถูกนำตัวไปกักขังฉู่เยว่หลี่กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชา “นายน้อยเซียวหลังจากท่านไปจากเมืองเมฆาล่องแล้ว ข้าจะยังคงท่องเที่ยวอยู่บริเวณนี้…ชิงเยว่พวกเราไปกันเถอะ”

            คำพูดประโยคสุดท้ายที่ฉู่เยว่หลี่กล่าวทำให้เซียวกวงหยุนต้องกัดฟัน…“หลังจากท่านไปจากเมืองเมฆาล่องแล้ว ข้าจะยังคงท่องเที่ยวอยู่บริเวณนี้…”ชัดเจนอย่างยิ่งว่าคำพูดของนางคือคำเตือนต่อเซียวกวงหยุนมิให้ตามตอแยเซียวหลิงซี!แม้ว่านางจะพูดออกมาเพื่อปกป้องเซียวหลิงซี ทว่าเมื่อนางต้องการปกป้องหญิงสาวใครจะรู้ว่าการคุ้มครองนี้จะยาวนานไปถึงเมื่อไร

            หลังจากฉู่เยว่หลี่นำเซี่ยชิงเยว่จากไปเซียวกวงหยุนส่งกำปั้นทุบลงบนพนักเท้าแขนเก้าอี้อย่างรุนแรง เก้าอี้ผู้นำตระกูลสั่นสะเทือนพร้อมทั้งแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยมันล้วนคาดหมายมาตลอดว่ามันสามารถได้ตัวหญิงงามล่มเมืองทั้งสองมาเป็นของตนยิ่งคาดไม่ถึงว่าแผนการทั้งหมดจะแตกสลายเป็นอากาศธาตุผลลัพธ์ที่ได้คือการเนรเทศตัวตนอันไร้ความหมายไปคนหนึ่งคุมขังคนอีกสองคนในตระกูลเซียว ที่หุบเขาสะท้อนเขตภูเขาหลัง!ผลลัพธ์นี้ช่างแตกต่างจากที่มันคิดจินตนาการไว้มากมายมหาศาล

            ชั่วขณะนี้ เซียวกวงหยุนยังไม่ตระหนักว่ามันไม่เพียงพลาดจากสิ่งที่หวัง ทว่ากลับกัน มันได้สร้างบ่อเกิดแห่งหายนะที่จะฉุดดึงให้ผู้คนจ่อมจมลงไป ให้แก่ตัวมันเองและพรรคตระกูลเซียวทั้งหมด!

    คล้ายกับเรื่องอสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods ) ที่คุณอ่าน