บทที่ 19 ใครหายไป
พอได้ยินว่าหลิ่วไถเฉิงปลอดภัย อวี๋ฉางเซิ่งก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “พวกเราแค่ทำในสิ่งที่สมควรทำครับ แม้ว่าจะปลดประจำการแล้ว แต่ก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็ทหาร ต้องปฏิบัติตัวให้สมกับเครื่องแบบที่มีหน่อย! ทำเื่ที่ถูกต้องนั้นถือว่าสมควรแล้ว คุณน้าอย่าได้กังวลไปเลยครับ!”
พวกเขาเป็คนจากกองทัพนี่เอง!
เล่อเวยชำเลืองมองหลิ่วไถเฉิงบนเตียงโดยไม่รู้ตัว หน้าตาดีแบบนี้ นึกว่าจะเป็นักศึกษามหาวิทยาลัยในเมืองเสียอีก
คนเราตัดสินจากหน้าตาไม่ได้จริงๆ!
ถึงเล่อเวยอยากจะรู้เื่ของหลิ่วไถเฉิงให้มากกว่านี้ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาถาม เพราะยังมีคนอยู่เต็มห้อง
สักพักลุงเฉียวและคนอื่นๆ ก็ทยอยกันเข้ามา
ไฟดับหมดแล้ว แต่บ้านสกุลเล่อเหลือเพียงซาก
บ้านของเธอแต่เดิมก็สร้างด้วยไม้กับโคลน จึงทนทานน้อยกว่าบ้านที่สร้างจากอิฐ
น้าสะใภ้กุ้ยพูดขึ้น “คืนนี้พวกเธอมาอยู่ที่บ้านฉันก่อนก็แล้วกัน! อาจจะคับแคบไปหน่อย พี่จี่กับพวกเธอสองคนนอนที่ห้องพี่กุ้ยจือนะ ส่วนไถเฉิงกับฉางเซิ่งนอนห้องนี้ ยายเล่อให้นอนที่ห้องของแม่ก่อน กุ้ยจ้วงนอนบนโต๊ะในห้องใหญ่ได้ ส่วนพี่กุ้ยจือกับฉันจะปูเสื่อนอนที่ห้องแม่เอง”
“ได้ที่ไหนกัน แค่แบ่งที่หลับที่นอนให้ก็มากพอแล้ว” จี่เฟิ่งกล่าว “เราสามคนแม่ลูกนอนพื้นจะดีกว่า ส่วนเธอกับกุ้ยจือนอนบนเตียงเถอะ”
ลุงเฉียวจึงบอกว่า “ให้ตงตง ฉางเซิ่งกับจ้วงจื่อไปนอนที่บ้านฉันก็ได้ จี่เฟิ่งจะได้สบายใจ”
ทุกคนต่างก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
เล่อเวยมองดูด้วยรอยยิ้ม ความสัมพันธ์แบบถ้อยทีถ้อยอาศัยเช่นนี้ นำความอบอุ่นมาสู่หัวใจเสมอไม่ว่าจะเมื่อไรก็ตาม
แต่เมื่อมองดูแล้ว จู่ๆ เธอก็รู้สึกเหมือนมีอะไรผิดแปลกไปเล็กน้อย
ทำไมรู้สึกเหมือนขาดใครไปสักคน
แต่กลับจำไม่ได้ว่าใครหายไป
เพียงแค่รู้สึกว่าควรจะมีใครบางคนอยู่ที่นี่ แต่เขาไม่อยู่
เล่อเวยจำไม่ได้จนกระทั่งลุงเฉียวพาเล่อตงกับคนอื่นๆ ออกไป และน้าสะใภ้กุ้ยเข้ามาช่วยปูที่นอน
ป้ากุ้ยจือมีลูกชายคนหนึ่งไม่ใช่เหรอ ปีนี้อายุยี่สิบ ชื่อเฉินหย่งิ
ตอนกุ้ยจือย้ายกลับมาที่หมู่บ้านเมื่อสองปีก่อน เขาก็ตามมาด้วย
น่าแปลก ทำไมตอนนี้เธอถึงจำเฉินหย่งิไม่ได้
นั่นพี่ชายของเธอเชียวนะ!
เธอจำได้ว่า ยายเฒ่ามักจะเฆี่ยนตีเธออยู่เสมอเวลาที่เธอทะเลาะกับเล่อตง เล่อเวยจึงมีแผลเป็อยู่บ่อยๆ และทุกครั้งเฉินหย่งิก็จะเป็คนแอบเอายามาให้ หรือเวลาที่บ้านกุ้ยทำอาหารดีๆ เฉินหย่งิก็จะคอยตักแบ่งมาให้เธออยู่ตลอด
เขายังพาเธอไปปีนต้นไม้เก็บรังนก ลงแม่น้ำจับปลา แล้วแอบแกล้งเล่อตงให้สะดุดล้มแทนเธอด้วย
แม้จะเป็่เวลาสองปีสั้นๆ นับั้แ่การกลับมาที่หมู่บ้านเฟิงเล่อของเฉินหย่งิ จนถึงตอนที่เล่อเวยถูกจับไปขายให้เฝิงเจียง แต่ในสองปีนั้น พวกเขาใกล้ชิดสนิทสนมกันราวกับพี่น้องคลานตามกันมา
สำหรับเล่อเวย นั่นเป็่เวลาแสนอบอุ่นของเธอซึ่งหาได้ยากในชาติที่แล้ว
และเพราะเฉินหย่งิ ในระหว่างตั้งครรภ์เล่อเวยถึงกับคิดว่า ถ้าลูกคนแรกเป็ผู้ชาย เธอก็อยากจะมีลูกสาวอีกสักคน ลูกสาวของเธอจะได้มีพี่ชายที่มาจากสายเืเดียวกัน!
ทำไมเธอถึงจำอะไรไม่ได้เลย ราวกับชิ้นส่วนความทรงจำขาดหายไปอย่างไรอย่างนั้น
“น้าสะใภ้กุ้ย พี่เฉินไม่อยู่บ้านเหรอคะ”
“พี่เฉินไหน” นางกุ้ยชะงักกับคำถาม ก่อนจะนึกขึ้นได้อย่างรวดเร็ว “อ๋อ สามีพี่กุ้ยจือใช่ไหม เขาตายไปแล้วละ แต่ก็ดีแล้ว หมอนั่นไม่ใช่คนดีนักหรอก เธอยังเด็ก ฉันเลยไม่ได้เล่าเื่พวกนี้ให้เธอฟัง นายเฉินมันเลว ชอบตีเมียเวลาที่เมา พวกเราอยากให้พี่กุ้ยจือกลับมาตั้งนานแล้ว แต่เขาไม่ยอม โชคดีที่เขาตายไปซะก่อน เห็นว่าเมาจนตกคูน้ำ เลยจมน้ำตาย”
เธอก็พอจะรู้เื่นี้มาบ้าง แม้เธอจะไม่ได้สนิทกับป้ากุ้ยจือมากนัก เพราะหลังจากกลับมาที่หมู่บ้าน ป้ากุ้ยจือก็อยู่แต่บ้านดูแลแม่ เลยไม่ได้ออกไปไหน จึงไม่ค่อยได้เจอกับเล่อเวย
แต่เธอมักจะได้ยินเฉินหย่งิพูดถึงพ่อของเขาอยู่บ่อยๆ และบอกว่าเป็ไอ้สารเลวคนหนึ่ง
“ฉันหมายถึงพี่หย่งิ” เล่อเวยบอก “วันนี้ฉันยังไม่เห็นเขาเลย”
น้าสะใภ้กุ้ยยิ่งสับสน “ใครคือพี่หย่งิ”
“ลูกชายป้ากุ้ยจือ เฉินหย่งิไงคะ”
น้าสะใภ้กุ้ยมองเธอด้วยความประหลาดใจ “เล่อเวยเธอสับสนอะไรหรือเปล่า พี่กุ้ยจือจะมีลูกได้ยังไง”
บทที่ 20 พลัดพราก เจอะเจอ
อะ...อะไรนะ
น้าสะใภ้กุ้ยยื่นหลังมือมาแตะที่หน้าผากของเธอ “ตัวก็ไม่ร้อนนี่นา เฮ้อ...แต่ก็นะ วันนี้เกิดเื่ขึ้นมากมาย รีบไปพักผ่อนเถอะ”
“น้าสะใภ้กุ้ย ป้ากุ้ยจือไม่มีลูกเหรอคะ” เล่อเวยดึงเธอเอาไว้ “เป็ไปได้ยังไง”
“เวยเวย” จี่เฟิ่งที่ฟังอยู่ ตบหลังมือของเธอเบาๆ “เบาหน่อยลูก พี่กุ้ยจือเสียใจเื่ที่ไม่มีลูกมาทั้งชีวิต อย่าพูดให้เธอได้ยินเชียว”
แต่กุ้ยจือควรจะมีลูกชายวัยยี่สิบปีที่แข็งแรงชื่อเฉินหย่งิ!
สมองของเล่อเวยสับสนและอื้ออึงไปหมด
ข้างๆ เธอ จี่เฟิ่งหลับไปแล้ว
แต่เล่อเวยกลับหลับไม่ลง ความรู้สึกมากมายหลั่งไหลเข้ามา
เธอเกิดความกลัวเล็กน้อยที่ไม่อาจบรรยายได้ เพราะการเกิดใหม่ในชาตินี้แตกต่างจากชาติที่แล้วมาก
ไม่ว่าจะเป็การที่เธอตกลงไปในแม่น้ำ ิญญาที่อยู่ในร่างเล่อตง การปรากฏตัวของหลิ่วไถเฉิง และเฉินหย่งิที่หายตัวไป
เกิดอะไรขึ้นกันแน่
นี่...เป็โลกแห่งความจริงหรือเปล่า เธอได้เกิดใหม่จริงๆ ใช่ไหม หรือว่านี่เป็โลกคู่ขนานงั้นเหรอ
เธอไม่เข้าใจ และไม่มีใครให้คำตอบกับเธอได้
ความรู้สึกไม่สบายใจกลับมาอีกครั้ง
ความปรารถนาดีที่เฉินหย่งิมอบให้เธอ เปรียบเสมือนไม้ขีดไฟในคืนฤดูหนาว แม้มันเป็เพียงแค่แสงไฟสลัวๆ เลือนราง เป็ความอบอุ่นอันน้อยนิด แต่กลับมีค่ามากมายในใจเธอ
คนแบบนั้นหายไปได้อย่างไร
ไม่แปลก หากใครบางคนอย่างหลิ่วไถเฉิงจะปรากฏตัวขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง ถึงแม้ในชาติก่อนเล่อเวยไม่เคยพบเขา หรือเล่อตงไม่เคยตกน้ำและได้รับการช่วยเหลือ แต่ในบ่ายวันที่เธอถูกเฝิงเจียงจับตัวไป หลิ่วไถเฉิงอาจจะอยู่ในชาติที่แล้วของเธอก็ได้ เพียงแต่วันนั้นเขาอยู่ที่บ้านสกุลกุ้ย เขาและเธอจึงไม่มีโอกาสได้เจอกัน
แต่การที่ใครบางคนหายไปอย่างไร้ร่องรอยนี่สิ...เขาหายไปได้อย่างไร
ไปเกิดใหม่เหรอ ฟังดูไม่สมเหตุสมผลเลย
หรือเป็ไปได้ไหมว่า เขาเดินทางข้าม...
ข้ามมิติ?
ราวกับสายฟ้าฟาดผ่านท้องฟ้า เล่อเวยผุดลุกขึ้นนั่งในทันที
ข้ามมิติ!!
เล่อตง หรือจะเป็เล่อตง
เล่อเวยขบคิดอย่างรวดเร็วในใจ ยิ่งคิดมากเท่าไร ยิ่งรู้สึกว่าเขาคือิญญาที่ข้ามมิติมาอยู่ในร่างของเล่อตง!
เขารู้จักครอบครัวและสถานการณ์ในบ้านสกุลเล่อ เขามีน้ำใจกับเล่อเวยเสมอ แถมยังเต็มใจมอบนิ้วทองคำให้เธออีกต่างหาก
เขามีความเกี่ยวข้องอะไรกับสกุลกุ้ย เพราะก่อนหน้านี้ เขาเคยแวะมาที่บ้านสกุลกุ้ยเพียงลำพัง
วันนี้ตอนเห็นป้ากุ้ยจือ จู่ๆ ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อ!
แล้ว...ตอนที่เผชิญหน้ากับเฝิงเจียง เล่อตงก็เป็คนที่ก้าวออกมาปกป้องเธอ พร้อมบอกว่าจะจัดการเอง
เฉินหย่งิคือคนที่ข้ามมิติมาอยู่ในร่างของเล่อตง!
หรือนี่คือสาเหตุที่เขาหายไปจากโลกใบนี้ เพราะิญญาของเขาทะลุเข้าไปอยู่ในร่างของเล่อตงแล้ว
หรือในทางกลับกัน เพราะมาอยู่ในร่างของเล่อตง ตัวตนของเขาจึงหายไป
เล่อเวยอยากรีบไปที่บ้านของลุงเฉียวเพื่อหาคำตอบ
แต่สุดท้าย เธอก็จำสิ่งที่เล่อตงบอกกับเธอได้
‘ตราบใดที่เธอไม่พูด หรือตรวจสอบกับฉัน ก็เชิญเดาได้ตามสบาย’
ถึงจะยืนยันไม่ได้ แต่เธอก็รู้สึกได้ว่าเธอเดาถูก ไม่ใช่แค่เื่พวกนี้เท่านั้น แต่รวมไปถึงบุคลิกที่คล้ายคลึงกันด้วย เฉินหย่งิเป็คนจริงใจและตรงไปตรงมา เล่อตงคนนี้ก็เช่นกัน
เล่อเวยยกมือขึ้นปิดปากโดยไม่รู้ตัว แล้วเอนตัวนอนลงบนเตียงอีกครั้ง
ตื่นเต้น ตื่นเต้นจริงๆ
พี่หย่งิกลายเป็ส่วนหนึ่งของครอบครัวเธอแล้วจริงๆ แม้ว่าเขาจะกลายมาเป็น้องชายของเธอก็ตาม...
เล่อเวยรู้สึกมีความหวังมากขึ้น
เพียงแต่เมื่อเธอลองนึกถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับเฉินหย่งิในชาติที่แล้ว เธอกลับจำไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง เธอจำได้อย่างคลุมเครือว่าเธอรู้จักเขา แต่ความทรงจำในส่วนอื่นเหมือนจะถูกลบออกไป โดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้เลย
ในไม่ช้า เล่อเวยก็เข้าใจ
การเกิดใหม่ของเธอคือพรจาก์ ที่เปิดโอกาสให้เธอได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง
แต่การเดินทางข้ามมิติเวลาของเฉินหย่งิอาจจะไม่ใช่ความเมตตาจากเบื้องบน แต่เป็อำนาจลึกลับที่ควบคุมอยู่เื้ั บังคับให้เขาเก็บเื่นี้เป็ความลับ ในขณะเดียวกัน ก็ลบความทรงจำของเล่อเวยเกี่ยวกับเขาออกไป
ท้ายที่สุด การเกิดใหม่ของเล่อเวยก็เป็เื่ที่คาดเดาไม่ได้
แต่ไม่เป็ไร เพราะเื่ลึกลับเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เล่อเวยจะเข้าใจได้อยู่แล้ว
สิ่งที่เธอทำได้ก็คือ มีชีวิตที่ดีร่วมกับเล่อตงและจี่เฟิ่ง
ตอนแรกเธอไม่รู้ว่าจะโน้มน้าวจี่เฟิ่งให้ออกจากหมู่บ้านยังไงดี แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะง่ายขึ้นแล้ว เพราะบ้านถูกเผาจนไม่เหลืออะไรให้จดจำอีก เธอจะใช้โอกาสนี้ในการออกไปจากหมู่บ้าน
มองอีกมุมหนึ่ง คืนนี้คนลอบวางเพลิงได้ช่วยเธอเอาไว้
แน่นอน ถึงใช้หัวเข่าคิด ก็รู้ได้ในทันทีว่าเฝิงเจียงเป็คนส่งคนพวกนั้นมา
เธอคงต้อง ‘ขอบคุณ’ เฝิงเจียงก่อนออกจากหมู่บ้านสักหน่อย ทั้งเื่การเผาบ้านและความคับแค้นใจจากชาติที่แล้วด้วย!