“คุณหนูเชิญขอรับไม่ทราบว่าคุณหนูได้จองที่ไว้หรือไม่ขอรับ” เสี่ยวเอ๋อร์ที่นี่บริการดีเยี่ยมเพียงเข้ามาถึงก็ถูกเข้าประชิดตัวซะแล้ว เหมาะแล้วที่เป็โรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งของที่นี่
“สามที่นั่งไม่ได้จองแต่อยากได้ ที่เป็ส่วนตัวสักหน่อยมีหรือไม่” เหม่ยฮวานางดูคล่องในแบบเ้าของถิ่นแตกต่างจากนางที่เพียงเดินตามแรงจูงของอีกฝ่ายแล้วแต่เ้าจะพาไป
“เชิญคุณหนูทางนี้ขอรับวันนี้ลูกค้าเยอะ เหลือที่นั่งให้เลือกไม่มากโต๊ะนี้น่าจะพอใช้ได้นะขอรับ”
“ถึงจะไม่ส่วนตัวมากอย่างน้อยก็ยังมีเสาต้นใหญ่บังตาผู้คน อยู่บ้างละนะอิงอิงเ้าอย่างเผลอกินจนเกินงามเข้าละ”
เหม่ยฮวาใช้มือป้องปาก ว่ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“นั่งด้วยกันก็ได้ชูชูข้าไม่ถือ นี่ถ้าเสี่ยวจูนางมาด้วยข้าก็ให้นางนั่งกับข้ามิต่างกันนั่งๆ” ชูชูหันไปมองหน้าเ้านายตน พอเห็นคุณหนูพยักหน้า นางถึงกล้านั่ง เหม่ยฮวาสั่งอาหารสี่อย่างและน้ำชาหนึ่งชุด
ทั้งสามนั่งทานอาหารพูดคุยกันอย่างออกรสแต่ก็ยังสงวนท่าที ของบุตรขุนน้ำขุนนางไว้ได้ แต่ทั้งสองไม่รู้เลยว่าความงามของทั้งสองหรือแม้แต่ชูชูนางก็น่ารักในแบบของนาง กำลังตกเป็เป้าสายตาของบุรุษทั้งสี่คนที่นั่งถัดจากพวกนางไปสามโต๊ะ เพียงไม่นานก็เกิดเื่ขึ้นอย่างที่ไม่มีผู้ใดคาดคิด เมื่อบุรุษทั้งสี่ต่างก็พอใจสาวงาม
“แม่นางทั้งสาม ขอพวกข้านั่งด้วยได้หรือไม่ พวกข้าจะเป็เ้ามือเลี้ยงแม่นางทั้งสามเองพร้อมการปรนนิบัติอย่างดีจากพวกข้า” ฮ่าๆเสียงหัวเราะของพวกมันช่างหน้ากลัว ในความคิดของอิงอิง นางยอมรับนางไม่มีอะไรไปต่อสู่กับคนอื่นได้ นางไม่ได้ข้ามภพมาเป็คนเก่งอย่างในนิยายที่เคยผ่านตาสมัยเรียน ที่นางเอกต้องเก่งทุกอย่าง แต่นางทั้งอ่อนแอและไม่มีแรงพอจะไปท้าตีท้าต่อยกับผู้ใดได้
“ไม่ละเ้าคะพวกข้าจ่ายกันเองได้ อีกอย่างพวกข้าอิ่มแล้ว กำลังจะกลับพอดีพวกข้าขอตัว” เหม่ยฮวาวางถุงตำลึงไว้ที่โต๊ะก่อนที่จะคว้ามือสหายลุกยืนพร้อมที่จะกลับ แต่อันธพาลไหนเลยจะสนใจ มือหยาบกร้านของหนึ่งในสี่คว้าเข้าที่แขนอิงอิง ดึงอย่างแรงจนนางถลาชนเก้าอี้ล้มอย่างแรง เป็จุดสนใจของแขก รวมถึงอ๋องสามที่นั่งหางออกไปไม่ไกล ซ้ำยังจับตาดูสตรีในชุดขาวไม่ละสายตา
“ปล่อยแขนข้านะกล้าดีอย่างไรปล่อยสิ” อิงอิงพยายามแกะมือ ที่ยังกำข้อมือของนางไว้แน่นจนนางเจ็บแทบร้องไห้ เชื่อได้เลยข้อแขนนางคงช้ำไปอีกหลายวัน ก็ร่างนี้ทั้งบอบบางทั้งอ่อนแอ เพราะเอาแต่นอนมาเป็สิบปี จะเอาภูมิต้านทานมาจากไหน แค่เพียงสมองไม่ฟ่อก็ถือว่านางมีบุญมากแล้ว
“เสียใจ เ้าต้องไปกับข้า” อิงอิงถูกลากให้ออกจากโรงเตี๊ยม นางฝืนตัวไว้สุดกำลังชูชูก็กอดเอวคุณหนูดึงไว้อีกแรง ส่วนเหม่ยฮวาก็ถูกอีกสามคนประกบตัวไว้อย่างแ่าไม่อาจช่วยสหายได้ แต่ทันทีที่ทั้งสามพ้นประตูโรงเตี๊ยมก็มีบุรุษชุดดำปิดบังใบหน้าสามคนยืนขวางทางพวกมันอยู่มองจากรูปการแล้วพร้อมหาเื่เต็มที่ กลุ่มอันธพาลทั้งสี่ได้แต่คิดว่า พวกชุดดำหวังแย่งชิงหญิงงามกับพวกตน
“อย่าแม้แต่จะคิดแย่งของผู้อื่นสตรีสามนางข้าเจอก่อน” อ๋องสามภายใต้หน้ากากปีศาจและไป๋เทียนที่อยู่ในชุดดำปิดบังใบหน้า เดินเข้าไปรวมกลุ่มกับองครักษ์ทั้งสาม แต่พอไป๋เทียนเห็นสตรีที่พวกมันฉุดเืก็ขึ้นหน้าทันที แต่ยังต้องรอคำสั่งเ้านาย ไป๋เทียนจึงเร่งเ้านายทางอ้อมด้วยสายตา
“ปล่อยมือสกปรกออกจากแขนของนางถ้าเ้าไม่ยากตาย” อ๋องสามชำเลืองหางตามององครักษ์คนสนิทที่ทำท่าห่วงสตรีผู้นั้นจนเกินเหตุ แต่ก็ยอมที่จะอนุญาตอีกฝ่ายให้จัดการตามใจชอบ ไป๋เทียนที่รอคำอนุญาตก็ไม่รอช้าเช่นเดียวกัน เพียงไม่นานอันธพาลทั้งสี่ก็นอนจมกองเืร้องโอดโอย ส่วนสตรีทั้งสามเพียงแค่เห็นหน้ากากปีศาจก็รู้ว่าเป็ผู้ใด
“ขอบพระทัยท่านอ๋องที่ช่วยเหลือเพคะ” ทั้งสามนางสามเสียงย่อกายงดงามขอบพระทัยในความช่วยเหลือ แต่ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรไป๋เทียนก็ตรงดิ่งเข้าคว้าแขนน้องสาวขึ้นมาดูด้วยความเป็ห่วงต่างจากท่านอ๋องที่ก็พอใจแม่นางชุดขาวยังไม่กล้าเข้าใกล้นาง แล้วทำไม่องครักษ์ของพระองค์ถึงรวดเร็วเพียงนี้
อิงอิงนางจะสะบัดแขนออกอยู่แล้วถ้าไม่เห็นแววตาห่วงใยที่ไม่ต่างจากพี่ชายของนาง แต่พอได้คิดนางก็เข้าใจในทันทีว่าคนตรงหน้าคือพี่ชายหาใช่ใครอื่นที่หวังกินเต้าหู้นาง
“พี่ใหญ่ข้าไม่เป็อะไรเ้าคะ ทายาเดี๋ยวก็หาย”
“แล้วผู้ใดปล่อยเ้าออกมาอิงเอ๋อร์” ไป๋เทียนตวัดสายตาไปหาชูชู ซึ่งนางก็คุกเข่าอย่างยอมรับผิดในครั้งนี้ที่ห้ามคุณหนูไม่ได้
“อย่าโทษชูชูนางห้ามข้าแล้วแต่ข้าไม่ฟังมุดกำแพงออกมาเที่ยวจนเกิดเื่ น้องขอโทษเ้าคะพี่ใหญ่” อิงอิงนึกได้ว่ายังไม่ได้แนะนำสหายใหม่เมื่อเห็นสายตาของพี่ใหญ่ที่มองผ่านนางไปหาเหม่ยฮวาที่ยืนอยู่ด้านหลังของนาง
“พี่ใหญ่ฉินเหม่ยฮวาสหายข้าเองเ้าคะ”
“เหม่ยฮวาคำนับคุณชายมู่” เหมยฮวาก็เข้าใจสถานการณ์ได้ดี แต่คนที่ไม่เข้าใจคืออ๋องสามที่ยืนตากแดดรอผู้อื่น ว่าจะมีผู้ใดสนใจพระองค์อยู่ต่างหาก ปกติเปิ่นหวางหาได้ใจเย็นฮึ
“ฉินเหม่ยฮวารึ ถือว่าพวกเ้าทั้งสี่ถึงคราวเคราะห์ ที่กล้าฉุดบุตรสาวใต้เท้าฉิน ผู้ดูแลศาลยุติธรรม” อันธพาลทั้งสี่เพียงได้ยินคำบอกเล่าจากไป๋เทียน ก็ลมจับ เป็ลมล้มตึง แผ่ร่างกาย เหยียดยาวกลางพื้นทางเดินทันที
“ไป๋เทียนเดี๋ยวเปิ่นหวางจะไปส่งอิงอิงเองส่วนเ้าไปส่งคุณหนูฉินให้ถึงจวนละเข้าใจหรือไม่” ไป๋เทียนแม้จะไม่พอใจแต่ก็ขัดรับสั่งไม่ได้ จำต้องเดินเคียงคุณหนูฉินไปส่งนางอย่างปลอดภัย หลังจากพวกนางร่ำลากันเป็ที่เรียบร้อย ขณะเดียวกัน ทั้งสองจวนก็วุ่นวายตามหาคุณหนูของพวกเขาให้วุ่นไปหมด
“พี่ไป๋เทียนข้าเรียกแบบนี้ได้หรือไม่” เมื่อทั้งสองมายืนหน้าประตูจวนใต้เท้าฉิน
“เ้าเป็สหายอิงเอ๋อร์ไม่มีเหตุผลที่ต้องห้าม” ไป๋เทียนไม่อยากมองหน้าอีกฝ่าย เขารู้สึกว่าหัวใจเขาเต้นสะดุดไปหลายครั้งเพียงแค่สบตากับนาง
“พี่ไป๋เทียนช่วยข้าหน่อยได้หรือไม่เ้าคะ” เหม่ยฮวากลัวถูกไม่เรียวท่านพ่อของนางมากที่สุดในเวลานี้ ถ้าข่าวเื่นางถูกฉุดกลางตลาดมาถึงหูท่านพ่อก่อนที่นางจะกลับมาถึง
“ช่วยสิ่งใดพูดมาก่อนถ้าช่วยได้จะช่วย”
“พี่ไป๋เทียนช่วยข้าจากพวกอันธพาลแล้วพามาส่งที่จวน และข้ายังเป็สหายของน้องสาวท่านที่ออกไปทานข้าวด้วยกันที่โรงเตี๊ยมเ้าคะ” บอกบทยาวเลยคุณหนูฉินเฮ่อ!เอาก็เอาหากไม่ช่วยแล้วนางเอาไปฟ้องอิงเอ๋อร์น้องต้องโกรธข้าแน่
“คุณหนูใหญ่กลับมาแล้ว คุณหนูใหญ่กลับมาแล้ว” เสียงะโแสดงถึงความดีใจจนเกินเหตุของบ่าวรับใช้เมื่อเห็นคุณหนูใหญ่ที่กำลังตามหา
“ข้าน้อยมู่ไป๋เทียนคาราวะใต้เท้าขอรับ” ใต้เท้าฉินสือเย่เพียงได้ยินแซ่อีกฝ่ายใบหน้าที่กำลังโกรธจัดก็คลายลงหลายส่วน
“หลานเทียนวันนี้มาหาลุงได้รึ ไม่เจอหน้าเ้านานมากแล้ว คงสิบปีได้แล้วกระมัง” ไป๋เทียนปลดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าคม ที่หล่อเหลาเอาการในสายตาใต้เท้าฉิน
“หลานขออภัยขอรับที่ไม่ได้มาเยี่ยมเยียนท่านลุงเลย หลานละอายใจยิ่งนัก” ไป๋เทียนน้อมคำนับขอโทษสหายบิดาอีกครั้ง อย่างผู้ที่ละอายต่อใจดังที่พูด ส่วนเหม่ยฮวานางก็แปลกใจถ้าอีกฝ่ายเคยมาที่นี่ทำไมนางถึงจำอีกฝ่ายไม่ได้
****
ฝากงานขาย สำหรับอีบุ๊ค ที่ MEB รอรีดช่วยเปย์นะคะ