หนึ่งพฤกษาหมื่นกระบี่ (一木化万剑 - Yī Mù Huà Wàn Jiàn)

    ตอนที่ 63: เถาวัลย์กลางความเงียบ,จุดเริ่มแห่งการรับรู้

    ตอนที่ 63: เถาวัลย์กลางความเงียบ, จุดเริ่มแห่งการรับรู้ 

    เหตุการณ์ "อสูรหมาป่าเขี้ยวพิษ" พลัดหลงเข้ามาอาละวาดในเขตโอสถเมื่อหลายวันก่อนนั้น แม้จะจบลงด้วยการที่อสูรร้ายถูกกำจัดไปได้ในที่สุด แต่ "ระลอกคลื่น" ของความสงสัยและความใคร่รู้ยังคงมิได้จางหายไปโดยง่าย โดยเฉพาะในหมู่ศิษย์ที่อยู่ในเหตุการณ์หรือได้ยินได้ฟังเรื่องราวต่อๆ กันมา

    "พวกเจ้าว่า...ผู้ใดกันแน่ที่ช่วยศิษย์พี่จ้าวไว้ในวันนั้น?" ศิษย์ผู้หนึ่งในหอโอสถเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบระหว่างการคัดแยกสมุนไพร "ข้าเห็นกับตาว่าท่านกำลังจะพลาดท่าอยู่แล้ว แต่จู่ๆ อสูรหมาป่าตัวนั้นก็เสียหลักไปอย่างน่าประหลาด ราวกับถูก 'บางสิ่ง' ที่มองไม่เห็นเข้าขัดขวาง"

    "ข้าก็ได้ยินมาเช่นกัน" อีกคนเสริม "บางคนก็ว่าอาจจะเป็น 'พลังลึกลับ' ของสมุนไพรบางชนิดในแปลงนั้นที่บังเอิญสำแดงฤทธิ์ขึ้นมาพอดี แต่ข้าว่ามันดูจะ 'บังเอิญ' เกินไปหน่อยกระมัง"

    ข่าวลือแพร่สะพัดไปต่างๆ นานา บ้างก็ว่าอาจจะเป็นศิษย์พี่อาวุโสท่านใดท่านหนึ่งที่บังเอิญผ่านมาและแอบให้ความช่วยเหลือโดยมิประสงค์จะออกนาม แต่ก็มิมีผู้ใดสามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ มีเพียงเหอซวี่ (何旭) ที่ยังคงสงบนิ่งอยู่กับงานในมือ มิได้ร่วมวงสนทนาหรือแสดงความคิดเห็นใดๆ ออกมา ทว่า...ในดวงตาที่เรียบเฉยของเด็กหนุ่มผู้นั้น กลับฉายแวว "ครุ่นคิด" ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าผู้ใด

    เหอซวี่มิได้ลืมเลือนภาพของ "เถาวัลย์" ที่เคลื่อนไหวอย่างผิดปกติในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น มันมิใช่การเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของพืชพรรณ แต่เป็นการ "ตอบสนอง" ที่ "มีเจตจำนง" อย่างชัดเจน และผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นและมี "กลิ่นอาย" ของพลังธาตุพฤกษา (草木之力) ที่ "บริสุทธิ์" และ "แตกต่าง" จนเขาสัมผัสได้รางๆ นั้น...ก็มีเพียงผู้เดียว

    เขามิได้เอ่ยปากพูดสิ่งใดออกไป แต่หลังจากวันนั้น เหอซวี่ก็เริ่มจะ "เฝ้าสังเกต" การเปลี่ยนแปลงของ "ต้นอ่อน" เล็กๆ ที่เจี้ยนหลิน (剑林) แอบเพาะปลูกไว้ ณ ลานดินรกร้างใกล้เขตจัดการพันธุ์โอสถนั้นอย่างลับๆ มากยิ่งขึ้น เขาไม่เพียงแต่สังเกตการเติบโตของต้นอ่อนนั้น แต่ยังรวมถึง "พื้นดิน" และ "สภาพแวดล้อม" รอบๆ บริเวณนั้นด้วย มันมีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่คนทั่วไปอาจจะมองข้ามไป แต่สำหรับผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องพืชพรรณและโอสถอย่างลึกซึ้งเช่นเขาแล้ว มันคือ "ร่องรอย" ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

    ส่วนเจี้ยนหลินนั้น หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น เขาก็ยิ่งทุ่มเทให้กับการฝึกฝน "การควบคุม" พลังธาตุพฤกษาของตนเองมากขึ้น เขารู้สึกได้ว่า "ความเข้าใจ" ในการ "สื่อสาร" และ "ชี้นำ" พลังชีวิตของพืชพรรณนั้นสำคัญเพียงใดในยามคับขัน และมันอาจจะเป็น "หนทาง" ที่จะช่วยให้เขาสามารถ "พลิกแพลง" สถานการณ์ได้อย่างไม่คาดคิด พลังปราณ (灵气) ขั้นหลอมรวมปราณระดับหกของเขานั้น แม้จะยังมิได้ก้าวหน้าไปถึงระดับเจ็ด แต่ก็มีความ "มั่นคง" และ "หนาแน่น" อย่างยิ่ง ทำให้การฝึกฝนการควบคุมพลังธาตุพฤกษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    "ขาวน้อย" (小白) สหายตัวจ้อยของเขา ก็ดูจะ "ปรับตัว" เข้ากับ "แปลงทดลอง" เล็กๆ ของเจี้ยนหลินได้เป็นอย่างดี มันมิได้เพียงแค่รอคอย "อาหาร" ที่เป็น "กระบี่ไม้" (木剑) จากเจี้ยนหลินอีกต่อไป แต่เริ่มจะแสดงพฤติกรรมที่น่าสนใจยิ่งขึ้น มันมักจะใช้เวลาส่วนหนึ่งในการ "คลุกคลี" อยู่กับดินรอบๆ "ต้นอ่อน" ของเมล็ดพันธุ์จิตแรกนั้น บางครั้งมันก็ใช้หัวเล็กๆ ดุนรากฝอยที่เพิ่งจะแทงยอดออกมา หรือบางทีก็คาบเศษใบไม้แห้งเล็กๆ มา "ทำรัง" หรือ "ปักหลัก" อยู่ข้างๆ ต้นอ่อนนั้น ราวกับว่ามันกำลังจะ "ตั้งรกราก" และ "ผูกพัน" กับสถานที่แห่งนี้อย่างแท้จริง

    ในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด เมื่อเจี้ยนหลินเข้าสู่สภาวะการบำเพ็ญเพียร เขาก็เริ่มจะ "ฝัน" ซ้ำๆ ถึงภาพที่แปลกประหลาด มันมิใช่ "ภาพนิมิต" อันน่าอัศจรรย์หรือ "เสียงกระซิบจากบรรพกาล" ที่เขาเคยได้สัมผัสในคืนเดือนมืด ณ ป่าไผ่แห่งนั้น หากแต่เป็น "ความรู้สึกภายใน" ที่เข้มข้นและแจ่มชัด...ความรู้สึกราวกับว่า "รากไม้" ขนาดมหึมากำลัง "แผ่ขยาย" ออกไปจากตัวเขาอย่างช้าๆ แต่มั่นคง ชอนไชลงไปในผืนดินเบื้องล่าง และโอบล้อมไปทั่วทั้ง "ภูเขา" ลูกมหึมาลูกหนึ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ความรู้สึกนั้นมันทั้ง "ทรงพลัง" และ "เป็นหนึ่งเดียวกับปฐพี" อย่างน่าอัศจรรย์

    แม้จะยังมิอาจเข้าใจความหมายของ "ความฝัน" หรือ "ความรู้สึก" นั้นได้อย่างถ่องแท้ แต่มันก็ทำให้เจี้ยนหลินรู้สึกถึง "ศักยภาพ" อันไร้ขีดจำกัดของพลังธาตุพฤกษาที่เขามีอยู่ และความปรารถนาที่จะ "หยั่งราก" แห่งพลังของตนเองให้มั่นคงยิ่งขึ้นก็ทวีความรุนแรง

    หลายราตรีต่อมา ขณะที่แสงจันทร์สาดส่องลงมาอาบไล้ลานดินรกร้างนั้นอย่างอ่อนโยน เจี้ยนหลินที่กำลังจะกลับจากการฝึกซ้อมวิชาตัวเบาในป่าไผ่ ก็พลันได้ยินเสียง "กุกกัก" แผ่วเบา ดังมาจากทิศทางของแปลงทดลองของเขา!

    สัญชาตญาณร้องเตือนในทันที! เขาค่อยๆ ย่องเข้าไปอย่างระมัดระวัง และก็ได้เห็น "ร่าง" ตะคุ่มๆ ของคนกลุ่มหนึ่งประมาณสามถึงสี่คน กำลัง "ลอบ" เข้ามาในบริเวณนั้น! พวกมันมิได้มีท่าทีที่จะมาฝึกฝน แต่กลับมุ่งหน้าไปยังบริเวณที่ "ต้นอ่อน" ของเมล็ดพันธุ์จิตแรกนั้นเติบโตอยู่!

    'พวกมัน...จะมาขโมยสมุนไพร!' เจี้ยนหลินคิดในใจอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าในเขตโอสถนั้นมีสมุนไพรล้ำค่าบางชนิดที่อาจจะเป็นที่หมายปองของเหล่าศิษย์ที่ต้องการจะนำไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากร และดูเหมือนว่าพวกมันจะเลือกเวลากลางดึกในการลงมือ! 'ช่างเป็นกลุ่มคนที่ "ขยันขันแข็ง" ในการแสวงหา "โอกาส" เสียจริง...แม้จะเป็นโอกาสในการลักเล็กขโมยน้อยก็ตามที' ความคิดที่แฝงความเย็นชาผุดขึ้นในใจเด็กหนุ่ม

    เขามิอาจปล่อยให้พวกมันทำลาย "เมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง" ของเขาได้! แต่การจะเข้าปะทะโดยตรงกับคนหลายคนในความมืดนั้นก็เสี่ยงเกินไป! พลังปราณระดับหกของเขาแม้จะมั่นคง แต่การรับมือคนจำนวนมากพร้อมกันยังคงเป็นเรื่องยาก

    เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสงบจิตใจที่เริ่มเต้นแรง เขารู้ว่าต้อง "คิด" และ "วางแผน" อย่างรวดเร็ว หากผลีผลามออกไป อาจจะเสียทีได้โดยง่าย เขาครุ่นคิดถึงสภาพแวดล้อมรอบกาย เถาวัลย์ที่เลื้อยพันอยู่กับต้นไม้เตี้ยๆ รากไม้ที่แผ่ขยายอยู่ใต้ผืนดินที่อ่อนนุ่ม การจะตอบโต้โดยไม่เปิดเผยตัวตนและไม่ใช้พลังที่ "โจ่งแจ้ง" จนเกินไปนั้น คือความท้าทาย

    ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ความเข้าใจใน "การควบคุม" พืชพรรณที่เขาได้ฝึกฝนมาก็พลันสว่างวาบขึ้นในความคิด! เขามิได้ใช้พลังปราณในการก่อรูปกระบี่ไม้เพื่อเข้าโจมตี แต่กลับใช้ "การเพ่งจิต" อย่างแน่วแน่ ส่งผ่านเจตนาของตนเองไปยัง "เถาวัลย์" ที่เลื้อยอยู่บนพื้นดินใกล้กับกลุ่มผู้บุกรุก และ "รากไม้" เล็กๆ ที่แผ่ขยายอยู่ใต้ผืนดินบริเวณที่พวกมันกำลังจะย่างเท้าเข้าไป! การจะควบคุมพวกมันอย่างลับๆ และมีประสิทธิภาพในสถานการณ์ที่กดดันเช่นนี้ ต้องใช้สมาธิอย่างสูง และต้องแน่ใจว่าการเคลื่อนไหวของพฤกษาเหล่านั้นดูเป็น "ธรรมชาติ" ที่สุด

    ศิษย์คนหนึ่งในกลุ่มผู้บุกรุกที่กำลังจะยื่นมือไปเด็ดสมุนไพรต้นหนึ่ง ก็พลันสะดุ้งและร้องอุทานออกมาเบาๆ! "อุ๊บ! ขะ...ข้าว่าเหมือนมีใครจับข้อเท้าข้าเลย!" เถาวัลย์เส้นหนึ่งที่เลื้อยอยู่กับพื้นดินอย่างเป็นปกติ พลัน "กระตุก" และ "เกี่ยว" เข้าที่ข้อเท้าของมันอย่างรวดเร็ว! แรงดึงนั้นมิได้รุนแรง แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้มันเสียหลักจนเกือบล้มลง!

    "ทำอะไรของเจ้า! เดินให้มันดีๆ หน่อยสิ!" สหายของมันอีกคนหนึ่งหันมาดุ แต่ยังมิทันที่มันจะได้กล่าววาจาใดต่อ พื้นดินใต้เท้าของมันก็พลัน "ยุบตัว" ลงเล็กน้อยอย่างกะทันหัน! คล้ายกับว่ารากไม้เล็กๆ ที่แผ่ขยายอยู่ใต้ผิวดินนั้น ได้ "คลายตัว" ออกชั่วขณะตามการชี้นำของเจี้ยนหลิน ทำให้มันเสียการทรงตัวและเซถลาไปข้างหน้าสองสามก้าว! "ข้า...ข้าก็ไม่รู้ ข้ารู้สึกแปลกๆ...เหมือนพื้นมัน..." มันพึมพำด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นคง

    กลุ่มผู้บุกรุกที่เหลืออีกสองคนถึงกับหน้าซีดเผือด! พวกมันมองไปรอบๆ ด้วยความหวาดระแวง! มิอาจเข้าใจได้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น! ราวกับว่า "ผืนดิน" และ "พงหญ้า" รอบๆ ตัวกำลัง "หยอกล้อ" หรือ "ขัดขวาง" พวกมันอย่างเงียบงัน! ความไม่แน่นอนนี้เริ่มสร้างความหวาดหวั่นในใจของพวกมันอย่างรวดเร็ว

    เจี้ยนหลินยังคงซ่อนตัวอยู่ในความมืด เขาเพียงแค่ใช้พลังธาตุพฤกษา "เบี่ยงเบนสมดุล" ของสภาพแวดล้อมเล็กๆ น้อยๆ อย่างต่อเนื่อง สร้างความสับสน ความไม่แน่นอน และความหวาดระแวงให้กับผู้บุกรุกเหล่านั้น โดยมิได้เปิดเผยตัวตนหรือใช้พลังรุนแรงใดๆ เลยแม้แต่น้อย! การควบคุมพลังเช่นนี้ละเอียดอ่อนและกินสมาธิอย่างมาก แต่เขาก็ยังคงกัดฟันทำต่อไป ความตึงเครียดทำให้เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามหน้าผากของเด็กหนุ่ม

    เมื่อเห็นว่าแผนการของตนเองเริ่มจะ "ติดขัด" และยังต้องมาเจอกับ "ปรากฏการณ์" ประหลาดที่หาสาเหตุไม่ได้ กลุ่มผู้บุกรุกเหล่านั้นก็เริ่มจะมองหน้ากันด้วยความลังเล ในที่สุด หัวหน้ากลุ่มก็ตัดสินใจส่งสัญญาณให้ล่าถอย "ที่นี่มัน...ไม่ชอบมาพากล! ไป!" พวกมันรีบพากันออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็วด้วยความหวาดกลัวและความไม่เข้าใจ!

    เจี้ยนหลินรอจนกระทั่งแน่ใจว่าพวกนั้นจากไปแล้วจริงๆ จึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาเดินไปยัง "ต้นอ่อน" ของเมล็ดพันธุ์จิตแรกนั้น มองดูมันด้วยแววตาที่อ่อนโยนระคนความมุ่งมั่น 'การปกป้อง...บางครั้งก็มิจำเป็นต้องใช้กำลังเสมอไปสินะ การทำความเข้าใจในสภาพแวดล้อมและใช้มันให้เป็นประโยชน์ต่างหาก คือกุญแจสำคัญ'

    แผ่วลมเบาเคลื่อนผ่านใบอ่อนของเมล็ดพันธุ์จิตแรก รากฝอยของมันดูเหมือนจะงอกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอย่างเงียบงัน ตอบรับกับความมุ่งมั่นของผู้เฝ้ามอง

    (จบตอนที่ 63)

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งพฤกษาหมื่นกระบี่ (一木化万剑 - Yī Mù Huà Wàn Jiàn) ที่คุณอ่าน