(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 67 ความโกรธที่มากล้น

            หลังจากออกมาจากอาคาร ทันย่าก็ได้เงยหน้ามองไปยังบรรยากาศที่อยู่ด้านบน นัยน์ตาสีแดงสะท้อนแสงภายใต้แสงจันทร์ที่งดงาม ส่องประกายอย่างน่าหลงใหล ประหนึ่งสะกดสายตาของผู้คน


            ต่อให้เวลานี้จะดึกแล้ว แต่ก็ยังมีคนมากมายที่กำลังเดินเข้าออกกันอย่างขวักไขว้


            จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักๆดังขึ้น เสียงนั้นชัดเจนและมีความกดดันเป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าผู้มาเยือนใหม่ไม่ได้มาอย่างเป็นมิตร


            “เจ้ากล้าทำร้ายคุณชายพานหลี่?”


            เสียงทุ้มต่ำดุดันดังขึ้นจากด้านหลัง


            “ให้ตายเถอะ มันไม่จบไม่สิ้น!”


            ทันย่าหันไปมองก็พบชายร่างใหญ่ยักษ์ ผิวหยาบกร้านและกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ดูเหมือนหินแข็งที่หยาบกระด้าง ชายผู้นี้มีใบหน้าดุดันและตาซึ่งเปล่งประกายด้วยความโกรธแค้น


            เขาคือ พานหย่ง นักสู้แห่งพันธุกรรมระดับ 8 ดาว ผู้มีชื่อเสียงและเกรงขามทั่วทั้งเมือง


            “พวกเขาคือคนของตระกูลพานหรือ?”


            “นั่นคือคุณชายผู้เอาแต่ใจพานหลี่ ทำไมเขาถึงมามีเรื่องกับสาวสวยผู้งดงามเช่นนี้กัน”


            “เหอะ ไม่เห็นต้องถาม เธอคนนี้คงไม่เล่นด้วยและต้องสั่งสอนคุณชายผู้นี้ไปเล็กน้อย”


            ผู้คนนับสิบรอบบริเวณต่างพูดคุยกันอย่างล้นหลาม จ้องมองไปยังพวกเขาทั้งสามเหมือนกำลังจะได้เห็นเรื่องที่น่าสนุก


            “นั่นไง! นังบ้านี้กล้าทำร้ายข้า! เธอกล้าทำแบบนี้กับข้าพานหลี่ ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ไม่เคยมีมาก่อนเลย”


            พานหลี่ที่ตามหลังมาในสภาพข้อมือที่ยังคงบวมแดง ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางเย่อหยิ่งเช่นเดิม แม้จะถูกทำให้ขายหน้าไปก่อนหน้านี้ แต่ด้วยพานหย่งที่อยู่เบื้องหลัง เขายิ่งมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นหลายเท่า


            ทันย่าเพียงจ้องมองพานหลี่ด้วยสายตาเรียบนิ่ง ดวงตาสีแดงดุจอัญมณีส่องสว่างวาบ ไม่ได้มีท่าทางหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย


            “ฉันทำร้ายแกหรือ?”


            เขาถามด้วยน้ำเสียงยียวน จากนั้นก็ได้อธิบายออกมาอยู่เล็กน้อย


            “ฉันเพียงแตะข้อมือเบาๆเท่านั้นเอง”


            “ว่าแต่แกมันช่างอ่อนแอจริงๆ มีพลังเพียงแค่นี้แต่กลับมีนิสัยที่หยิ่งผยองและอวดดี!”


            พานหย่งได้ยินแบบนั้นก็ขยับก้าวหนึ่งเข้ามาใกล้ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยประกายที่อันตราย


            “เจ้าอาจคิดว่าตนเองแข็งแกร่ง อาจคิดว่าตนเองจะลงมือกับใครก็ได้ แต่อย่าลืมนะว่าในโลกต้องมีผู้ที่แข็งแกร่งมากยิ่งกว่า!”


            “และข้าพานหย่งไม่ใช่คนที่เจ้าจะทำเช่นนี้ได้ ตัวของเจ้าควรขอโทษต่อพานหลี่ซะ ก่อนที่เรื่องราวมันจะเลวร้ายลงไปกว่านี้!”


            ทันย่าไม่ได้สนใจและหัวเราะออกมาเบาๆ ใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มเยาะขึ้น


            “ขอโทษ? ฉันไม่เห็นว่ามีอะไรที่ควรจะขอโทษไอ้สารเลวคนนี้! เจ้าชายที่เอาแต่ใจ ร้องไห้คร่ำครวญเพียงแค่ฉันแตะเขานิดหน่อย”


            “แกจะให้ฉันขอโทษคนเช่นนี้หรือไง?”


            พานหย่งขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงและท่าทีของทันย่าทำให้เขารู้สึกถึงความไม่เกรงกลัวใดๆ


            และที่สำคัญเธอคนนี้กล้าทำร้ายคนในตระกูลพานและยังกล้าเย้ยหยันอีก ยิ่งทำให้ความโกรธในส่วนลึกของเขาต้องพุ่งสูงขึ้น


            “เจ้าคิดจริงๆหรือว่าจะเอาชนะข้าได้?”


            “เจ้าคิดว่าตัวเองเหนือกว่าแค่เพราะทำร้ายพานหลี่ได้? ข้าพานหย่งเป็นถึงนักสู้แห่งพันธุกรรมระดับ 8 ดาว จะสอนบทเรียนให้เจ้ารู้ถึงความเจ็บปวดที่แท้จริง!”


            ทันย่าเพียงแค่มองไปยังเขา แววตายังคงแสดงความเย้ยหยัน เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความเหยียดหยาม


            “ระดับ 8 ดาวงั้นหรือ? ฉันไม่สนใจหรอกว่าตัวของแกจะมีระดับสูงแค่ไหน”


            “ฉันมาที่นี่เพื่อหามีดพลังจิตด้วยความสบายใจ ไม่ใช่เล่นสนุกกับพวกขี้อวดที่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่เพราะมีครอบครัวหนุนหลัง”


            พานหย่งกับพานหลี่ได้ยินเช่นนั้นก็โกรธจนกำหมัดแน่น


            “ถ้าอย่างนั้น..ข้าพานหย่งจะทำให้เจ้าเห็นว่าตัวของเจ้าคิดผิดมากแค่ไหนกัน!!”


            ทันใดนั้นพานหย่งก็ตะโกนก้องพร้อมกับชักหมัดเข้าใส่ทันย่าอย่างรวดเร็ว แรงกดดันจากร่างกายมหึมาของเขาทำให้รอบข้างสั่นสะเทือน


            “เฮ้อ เดี๋ยวพอสั่งสอนเจ้านี่เสร็จ คนหนุนหลังของพวกแกคงต้องออกมาอย่างแน่นอน!”


            เขาบ่นพึมพำออกมาอย่างรำคาญ ขณะที่ร่างกายของเขาไม่แม้แต่จะขยับ เสี้ยววินาทีก่อนที่หมัดของพานหย่งจะกระทบตัวเธอ ทันย่าก็ยื่นมือออกไปดักหมัดของเขาอย่างง่ายดาย เพียงแค่ใช้พละกำลังและร่างกายที่แข็งแกร่งก็เท่านั้น


            “ปัง!”


            เสียงกระแทกดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ พานหย่งรู้สึกถึงแรงต้านที่มหาศาล หมัดของเขาไม่สามารถทะลุผ่านการป้องกันของทันย่าได้ และยิ่งกว่านั้น เขารู้สึกว่ามือของเธอที่จับหมัดของเขานั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าหิน


            “นี่เป็นทุกอย่างที่เจ้ามีเหรอ?”


            ทันย่าถามด้วยเสียงเย้ยหยัน เธอบีบมือของพานหย่งให้แน่นขึ้นเล็กน้อยจนชายร่างใหญ่ต้องกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด


            “แกจะได้รับบทเรียนจากฉันเอง!”


            ทันย่ากล่าวพร้อมปล่อยมือพานหย่งจากการกดขี่ ทิ้งให้เขาล้มลงบนพื้นเบื้องล่าง กลิ้งกระเด็นออกไปไกล


            ในตอนนั้นพานหย่งได้ทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความอับอาย แม้เขาจะเป็นนักสู้พันธุกรรมระดับ 8 ดาว ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงในเมืองหรู่หมิงแห่งนี้


            แต่เขากลับพ่ายแพ้ต่อหญิงสาวตรงหน้าอย่างง่ายดาย การเผชิญหน้ากับพละกำลังที่เหนือมนุษย์ของทันย่า ทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นเพียงมดปลวกตัวหนึ่ง


            “นะ..นี่มัน.. ทำบ้าอะไรน่ะพานพย่ง!”


            พานหลี่ยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยดวงตาเบิกกว้าง แววตาเย่อหยิ่งของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวและโกรธเกรี้ยว เขาไม่สามารถเชื่อสายตาตัวเองว่าพานหย่ง ชายที่เขาเคยพึ่งพาและเชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้แค้นให้เขาได้ กลับพ่ายแพ้อย่างน่าสมเพชเช่นนี้


            “เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเรื่องนี้ไว้แค่นี้หรือ?”


            พานหลี่พูดออกมาด้วยเสียงที่สั่นเทา


            “ข้าคือลูกหลานของตระกูลพาน! เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะยอมให้เรื่องนี้ผ่านไปโดยไม่มีผลอะไร?”


            ทันย่าหันมามองพานหลี่เพียงแวบเดียว สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเฉยชา


            “แกไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากไปกว่านี้ แกคิดว่าการเป็นคนของตระกูลพานทำให้แกมีอำนาจเหนือฉัน? จะบอกอะไรให้นะ...ไม่ว่าตระกูลของแกจะมีอำนาจแค่ไหน ฉันก็ไม่สนใจ เพราะฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อก้มหัวให้ใครทั้งสิ้น!”


            คำพูดนี้ทำให้พานหลี่ยิ่งโกรธมากขึ้น


            “ข้าจะกลับไปบอกแม่ของข้า”


            “เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้แน่!”


            แต่เขารู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับเธอตรงๆ นั้นไม่ใช่ความคิดที่ดีในตอนนี้ เขากัดฟันแน่น ดวงตาเปล่งประกายด้วยความอาฆาต


            “แกนี่มันน่ารำคาญจริงๆ!”


            “แกจะไปฟ้องพ่อฟ้องแม่ ฟ้องตระกูล ฟ้องใครก็เชิญ ฉันไม่สนใจแกอยู่แล้ว”


            ทันย่าหัวเราะเบาๆ ทำให้พานหลี่สะดุ้งเล็กน้อยกับคำพูดของเธอ แต่ด้วยความอับอาย เขาไม่สามารถทนอยู่ในที่นี้ได้นานกว่านี้อีก


            เขาจึงรีบหันหลังแล้วลากพานหย่งที่ยังคงนั่งอยู่บนพื้นออกจากบริเวณอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงตะโกนสุดท้ายที่แฝงไปด้วยความโกรธ


            “นังบ้าสารเลว ข้าจะกลับมาพร้อมคนในตระกูลพานของข้า!”


            เมื่อพานหลี่และพานหย่งจากไป บรรยากาศในรอบบริเวณก็กลับมาเงียบสงบขึ้นอีกครั้ง


            ทุกคนรอบด้านยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความเงียบงัน พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปาก เมื่อเห็นพลังที่น่ากลัวของทันย่า หญิงสาวคนนี้เป็นใครกัน เธอแข็งแกร่งอย่างมาก


            “ลองเชือดไก่ซักคนนึงไหมท่านอาจารย์?”


            ในตอนนั้นดวงตาของทันย่าก็สว่างวาบไปด้วยจิตสังหาร ประหนึ่งมีเทพอสูรที่ดุร้ายกำลังสำแดงความโกรธ


            [ฮ่าฮ่าฮ่า ในอนาคตเจ้าจะต้องพบเจอกับผู้คนแบบนี้อีกมากมาย]


            ดาวาลที่อยู่ด้านข้างต้องหัวเราะออกมาจนท้องแข็ง น้ำตาถึงกับเล็ดไหลออกมาอยู่นิดๆ


            [พวกมันเหมือนกลุ่มก้อนของพวกแมลงหวี่แมลงวัน เราไม่ควรเปรอะเปื้อนเลือดโลหิตของพวกมันเลยด้วยซ้ำ]



            ...

            ทันย่าปากแจ๋วใช่เล่นเลยนะเนี่ย

            ว่าแต่เรื่องราวสนุกไหมนะ คนเขียนก็ไม่มั่นใจ 555


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน