หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก

    บทที่ 57 ตั๋ว

    หลี่เป่า น้องสาวคนเล็ก

    บทที่ 57 ตั๋ว


    ณ จวนตระกูลหลี่ในเมืองหลวง

    ทุกๆ เช้ากิจวัตรของหลี่ซานลูกชายคนที่สามของบ้านคือต้องถือของทั้งน้อยใหญ่เดินเข้าไปที่จวนอ๋องสาม จนบ่าวรับใช้ในจวนรู้จักมักคุ้นกับเขาเป็นอย่างดี ถึงขั้นไม่สนใจหลี่ซานที่เดินไปเดินมาในจวน

    "เจ้านั่นมาอีกแล้วหรือ?"

    อ๋องสามเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดรำคาญเล็กน้อยกับพ่อบ้านของเขา ตั้งแต่วันที่เขาเรียกชายหนุ่มผู้นี้มาคุยที่บ้าน ชายหนุ่มก็จะแวะมาทุกเช้าจนเขารู้สึกหงุดหงิดใจ

    "เจ้ามาทุกวันแบบนี้ไม่เบื่อหรืออย่างไร"

    "ข้าน้อยมาเพื่อคารวะท่านพ่อ เอ๊ย ท่านอ๋องสาม จะเบื่อได้อย่างไรขอรับ"

    "เจ้าไม่เบื่อแต่ข้าเบื่อ!!"

    "เบื่อสิ่งใดหรือขอรับ?? คงไม่ได้เบื่อข้าหรอกนะขอรับ หากท่านไม่อนุญาตให้ข้ามา ข้าคงไม่สามารถแสดงความจริงใจให้ท่านเห็นได้"

    หลี่ซานเอ่ยถามอย่างยียวนทั้งๆ ที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว เขาไม่เบื่อที่จะมาที่นี่เพราะหนึ่งเขาได้มีเพื่อนคุยสนุกอย่างอ๋องสาม และสองบางครั้งเขาจะได้พบนางในดวงใจอย่างเลี่ยงหรู จะเบื่อได้อย่างไรกัน

    อ๋องสามที่ได้ยินคำพูดของหลี่ซานก็สบถออกมาทีหนึ่ง ก่อนจะไล่เขากลับไปแล้วสั่งให้คนนำของฝากไปเก็บ นี่ถือเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่งของหลี่ซาน ที่อ๋องสามยอมรับของฝากเอาไว้แล้ว โดยที่อ๋องสามเองไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองมีจิตใจที่โอนอ่อนลงให้กับอีกฝ่ายมากแค่ไหน

    พ่อบ้านที่เห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นก็แอบยิ้มอยู่ด้านหลัง ทั้งยังยกนิ้วให้กับความพยายามของหลี่ซานอีกด้วย

    หลังกิจวัตรประจำวันอย่างการไปเยี่ยมจวนอ๋องสามจบลง หลี่ซานก็ไม่ได้อยู่เฉย แม้เขาจะดูเป็นคนเอ้อระเหยลอยชาย แต่ถ้าเรื่องการทำการค้ากลับไม่เป็นสองรองใคร

    ตอนนี้หลี่ซานมีเงินในมือนับแสนตำลึง ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการรับแลกเปลี่ยนเงินทังโจว เมื่อครบหนึ่งปี เงินเหล่านี้จะต้องถูกแลกคืนในอัตราที่เขาขาดทุน ดังนั้นเขาต้องหาวิธีทำกำไรจากเงินในมือให้มากและเร็วที่สุด

    การค้าต่อไปที่หลี่ซานคิดจะทำ ไม่ใช่ร้านค้าทั่วไปหรือร้านอาหาร แต่เขาคิดจะทำการจำหน่ายตั๋วที่มีตัวเลขสองตัวให้กับประชาชนและทุกๆ ครึ่งเดือนจะมีการสุ่มจับตัวเลขขึ้นมา หากใครเป็นผู้ถือครองตั๋วที่มีหมายเลขตรงกับเลขที่สุ่มออกจะได้เงินรางวัลหกสิบเท่าของเงินที่ซื้อไปเป็นการตอบแทน

    ก่อนหน้านี้เขาเคยหารือกับพี่น้องคนอื่นๆ ซึ่งแต่ละคนมีความคิดแตกต่างกัน หลี่ต้าพี่ชายคนโตรู้สึกว่าสิ่งนี้ดูคล้ายกับการพนัน แต่หลี่เอ้อกลับชื่นชอบการเสี่ยงดวงแบบนี้ และเขาคิดว่ามันคล้ายการลงทุน หากถูกก็ได้เงินมาจำนวนมากมายในระยะเวลาอันสั้น หากผิดก็เสียเงินเพียงเล็กน้อย ไม่ได้กระทบกับชีวิตประจำวัน

    เป่าเปาเองก็เห็นด้วยกับพี่ชายทั้งสองคน แม้มันจะดูเหมือนการพนัน แต่เป็นการพนันที่ไม่ได้เสียเงินมากมาย แต่บางทีอาจได้รับเงินจำนวนมากตอบแทน

    "แบบนี้จะไม่มีผู้หาว่าการกระทำนี้เป็นการมอมเมาชาวบ้านหรอกหรือ?"

    "พี่สามก็เอาอย่างนี้สิ ตั๋วที่ซื้อไปแล้วไม่ถูกรางวัลก็มีค่า สามารถนำตั๋วจำนวนสองใบมาแลกไข่ ข้าวสาร หรืออาหารบางอย่าง ในโรงเตี้ยมของเราได้ ดีหรือไม่?"

    หลี่ซานเห็นด้วยกับความคิดนี้ ไข่กับข้าวสาร และวัตถุดิบต่างๆ ในการทำอาหารก็ต้องซื้อมาใช้ในโรงเตี๊ยมอยู่แล้ว เนื่องจากซื้อมาจำนวนมากจึงได้มาในราคาที่ถูกกว่าปกติ ดังนั้นการทำเช่นนี้จะช่วยให้ไม่ถูกมองว่าเป็นการมอมเมาชาวบ้าน แต่กลับยังเป็นการช่วยเหลือชาวบ้านอีกต่างหาก

    ดังนั้นหลี่ซานจึงตัดสินใจซื้อร้านค้าเล็กๆ ร้านหนึ่ง ปรับปรุงหน้าร้านคล้ายกับร้านแลกเงิน ทำให้ผู้คนเข้าใจว่าเขาจะเปิดร้านแลกเงิน แต่เมื่อวันเปิดร้านมาถึง หลี่ซานพี่ชายสามก็อธิบายขึ้นว่า

    "ร้านมังกรทอง ของเราจะเปิดจำหน่ายตั๋วที่มีเลขสองหลัก ทุกท่านสามารถเลือกหมายเลขที่ต้องการในหน้าร้านของเราได้ และในทุกๆ ครึ่งเดือนจะมีการสุ่มออกหมายเลขที่หน้าร้านให้ทุกท่านร่วมเป็นพยาน และจะแสดงป้ายเลขรางวัลด้านบนตลอดครึ่งเดือน คนที่มีตัวเลขตรงตามป้ายสามารถนำมา ขึ้นรางวัลได้ในระยะเวลาครึ่งเดือน ในอัตราสูงกว่าราคาซื้อถึงหกสิบเท่า!!"

    "โอ้ววว ว้าวววว"

    "เจ้าได้ยินหรือไม่พ่อหนุ่มคนนั้นบอกว่าได้รางวัลตั้งหกสิบเท่า"

    "น่าสนใจจริงๆ"

    "ใช่ๆ"

    "แล้วแบบนี้....'คนจนมีสิทธิ์หรือไม่เจ้าคะ' "

    "โอ้ว มีสิ ราคาจำหน่ายตั๋วเพียงใบละห้าสิบเหวินเท่านั้น!! และเมื่อพวกท่านถูกรางวัลตั๋วเลข พวกท่านจะได้รับเงินจำนวนสามตำลึง ทุกท่านจะไม่ต้องอยู่อย่างอัตคัดอีกต่อไป"

    เสียงชาวบ้านเริ่มฮือฮาขึ้นมา จ่ายห้าสิบเหวินมีโอกาสได้เงินถึงสามตำลึง ดังนั้นชาวบ้านจึงพากันเข้ามาถามรายละเอียด แต่หลายๆ คนยังรู้สึกไม่มั่นใจจึงรอดูคนอื่นไปก่อน

    อ๋องสามที่ได้ยินข่าวเรื่องร้านเปิดใหม่ของหลี่ซานก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาส่งคนให้ไปซื้อตั๋วเลขมาจำนวนหนึ่ง และแจกจ่ายให้บ่าวรับใช้ในบ้านคนละใบ และเก็บไว้เองสองใบ

    พ่อบ้านที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มออกมา ดูเหมือนใกล้จะมีงานมงคลเร็วๆ นี้แล้วรึเปล่านะ

    ------

    ณ บ้านตระกูลหลี่เมืองทังโจว

    หลังจากลูกชายคนโต ลูกชายคนที่สามและลูกสาวคนเล็กเดินทางไปเมืองหลวง บ้านที่เคยคึกคักก็เงียบเหงาลง

    หลี่เอ้อลูกชายคนรองออกไปทำงาน หลี่ซื่อลูกชายคนที่สี่ยังคงหาวิธีรักษามารดาอยู่ในห้องหนังสือ สะใภ้คนรองเลี้ยงบุตรชายอยู่ที่บ้านตระกูลซู

    แม้หลี่เอ้อจะรู้แล้วว่าครอบครัวตัวเองอยู่ที่นี่ แต่เพราะบ้านของซูซินมีบิดามารดาและท่านย่าที่ชรามากแล้ว ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจขออนุญาตหลี่ชุนผู้เป็นพ่ออาศัยอยู่ที่บ้านตระกูลซูต่อไป หลี่ชุนเองก็ไม่ได้ว่าสิ่งใด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสมัครใจของบุตรหลาน

    ถึงจะเป็นอย่างนั้น หลี่เอ้อและซูซินก็จะมาพักที่บ้านตระกูลหลี่อย่างน้อยสัปดาห์ละสองถึงสามวัน

    วันนี้เป็นวันที่ซูซินพาหลี่เฉินบุตรชายมาบ้านตระกูลหลี่

    "ท่านพ่อจะออกไปทำงานแล้วหรือเจ้าคะ"

    "ใช่ ถ้ายายแก่ตื่นฝากบอกว่าข้าไปทำงานด้วยนะ"

    "เจ้าค่ะ"

    เป็นคำพูดติดปากที่หลี่ชุนผู้เป็นพ่อจะบอกกับคนในบ้านก่อนออกไปทำงาน แม้จะรู้ว่ามันมีโอกาสน้อยมากที่ภรรยาของเขาจะตื่นขึ้นมาแต่เขาก็ยังมีความหวังเสมอ

    หลังหลี่ชุนออกจากบ้าน หลี่ซื่อน้องชายสามีก็ออกจากบ้านไปเช่นเดียวกัน วันนี้เขามีนัดแลกเปลี่ยนความรู้กับเหล่าหมอที่ร้านอาหารกลางเมือง จึงมีเพียงซูซินที่อยู่บ้านในตอนนี้

    ระหว่างที่นางอยู่บ้าน จู่ๆ หลี่เฉินก็ร้องงอแงออกมาเสียงดังลั่น ปลอบเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหยุด นมก็ไม่ยอมกิน ทำให้ซูซินต้องอุ้มพาบุตรชายเดินไปเดินมา เมื่อเดินเข้าไปใกล้ห้องทางทิศตะวันออกของบ้าน หลี่เฉินก็ค่อยๆ ร้องไห้น้อยลง

    ซูซินที่เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกแปลกใจ นางจึงลองอุ้มหลี่เฉินเดินไปตามทางนั้นเรื่อย จนมาหยุดอยู่หน้าห้องของหลี่หลิงผู้เป็นแม่สามี หรือบุตรชายของนางอยากมาเยี่ยมท่านย่าของเขากันนะ หลี่หลิงได้แต่คิดในใจ นางเลือกจะเปิดประตูห้องเข้าไปด้านใน ในขณะเดียวกันหลี่เฉินก็หยุดร้องไห้ 

    "นี่ลูกอยากมาเยี่ยมท่านย่าอย่างงั้นหรือ?"

    ซูซินพูดหยอกล้อกับบุตรชายที่อายุได้หนึ่งเดือนกว่า หลี่เฉินส่งเสียงอ้อแอ้ออกมา ไม่เหมือนเด็กที่เพิ่งร้องไห้เมื่อครู่นี้

    "เดี๋ยวแม่พาลูกไปหาท่านย่านะ"

    กล่าวจบซูซินก็พาหลี่เฉินเข้าไปตรงเตียงที่หลี่หลิงผู้เป็นแม่สามีนอนอยู่ นางขยับบุตรชายเข้าไปใกล้ๆ หลี่หลิง 

    หลี่เฉินพยายามเอี้ยวตัวไปทางเตียง ทำให้ซูซินพาเขาไปนอนข้างๆ แม่สามี จังหวะนั่นเองสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น หลี่เฉินกำมือท่านย่าของเขาไว้แน่นเหมือนต้องการขอพลังบางอย่าง

    และแล้ว...และแล้ว....

    .

    .

    .

    ปู้ดดดด~

    ทารกน้อยหลี่เฉิน ปลดทุกข์เสียงดัง พร้อมกากใยที่ทะลักออกมา ทำให้ซูซินตกใจเป็นอย่างมาก ที่แท้ที่บุตรชายร้องไห้เพราะไม่สบายตัวนี้เอง นางรีบคว้าตัวบุตรชายออกจากห้องไปทำความสะอาดทันที เพราะกลัวจะเลอะเตียงนอนของแม่สามี โดยไม่รู้ตัวเลยว่าคนบนเตียงมีปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมาแล้ว...