ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 121

    “..ท่านชายพูดเรื่องอะไรกันขอรับ กระผมไม่เห็นจะเข้าใจเลยสักนิดเดียว.. กระผมคิดว่าท่านชายคงจะเข้าใจผิดไปเองว่ากระผมเป็นคนที่ท่านชายรู้จักนะขอรับ..” เซ็ตหัวหน้าผู้ก่อการร้ายกล่าว..

    “ไม่หรอก.. พี่คิดว่าผมจะจำพี่ไม่ได้อย่างนั้นเหรอ พี่คิดว่าผมเลือกคบคนมากขนาดนั้นเชียวหรือ.. ทั้งท่าทางของพี่.. พี่เชื่อว่าฉันจะไม่สังเกตเห็นอย่างนั้นเหรอ อีกทั้งน้ำเสียงของพี่เองก็เหมือนกัน ผมจะจำเสียงของคนที่ผมเรียกว่า ‘พี่ชาย’ ไม่ได้เลยอย่างนั้นเหรอ..” โอ๊ตกล่าว

    “ท่าทางของคนเรามันอาจจะคล้ายๆกันก็ได้นะขอรับท่านชาย อย่างน้ำเสียงเองผู้คนส่วนใหญ่ก็มีเสียงที่คล้ายกันอยู่นะขอรับ.. ท่านชายคงจะเข้าใจผิดแล้วจริงๆ” เซ็ตกล่าวตอบ และโอ๊ตก็ไม่อยากจะโต้เถียงต่อไปให้เสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว ถ้าจะให้พูดมันก็คงจะไม่จบในวันนี้แน่ๆ

    “แหวน.. แหวนของพี่.. ล่าสุดที่ผมเจอกับพี่ พี่ก็ใส่แหวนวงนั้น ทั้งยังอยู่ในตำแหน่งเดียวกันอีกด้วย.. ทำไมเราไม่เลิกเล่นเกมโต้เถียงอย่างนี้กันล่ะครับ มันจะดีกว่าถ้าพี่ถอดหน้ากาก แล้วเอาหน้าจริงๆมาพูดคุยกันจะดีกว่าไหม.. มันจะได้ไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้..” โอ๊ตกล่าว เซ็ตที่ได้ยินอย่างนั้นก็นิ่งไปสักพัก..

    “ฮ่าๆๆ ฉันล่ะเกลียดสายตาของนายจริงๆเจ้าน้องชาย.. ฉันคิดว่าฉันเปลี่ยนแปลงคำพูดของตัวเองไปค่อนข้างเยอะแล้วเชียวนะ ทำไมนายถึงยังคิดว่าเป็นฉันล่ะ เจ้าน้องชาย” เซ็ตหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะพูดกล่าวถาม พร้อมกับค่อยๆถอดหน้ากากของตัวเองออกมาอย่างช้าๆ และมันก็ปรากฏเป็นบุคคลที่โอ๊ตนั้นคาดเดาเอาไว้ตั้งแต่แรก ‘เกมส์’ รุ่นพี่ที่โบสถ์นั่นเอง..

    “..ต้องขอโทษด้วยที่ผมนั้นเป็นพวกขี้ระแวงไปสักหน่อย หูกับตามันก็เลยดีตามไปด้วยน่ะครับ” โอ๊ตกล่าวด้วยสีหน้านิ่งๆ ในใจของเขาตอนนี้บอกได้เลยว่ามันมีแต่ความว่างเปล่าเต็มไปหมดทั้งใจ ขนาดคนที่เขาคิดว่าเชื่อใจได้ระดับหนึ่ง แต่เขายังทำอย่างนี้กับเขาได้ แล้วเขาจะไว้ใจใครได้อีก..

    “นั่นสินะ! นายมันพวกขี้ระแวง ครั้งแรกที่เราเจอกัน ฉันก็ยังจำได้ว่านายเล่นดมขนมปังของโบสถ์อย่างระมัดระวังกลัวว่ามันถูกผสมไปด้วยยาพิษ.. ฮ่าๆ มันผ่านไปนานแค่ไหนกันแล้วนะ จากวันนั้น..” เกมส์กล่าว พร้อมกับถอยหลังไปนั่งที่เก้าอี้ข้างๆกับปิงปิงที่ถูกปิดปากอีกครั้ง..

    “ใช่! มันคงจะนานมากแล้วจริงๆจากวันนั้น.. เพราะในความทรงจำที่ผมมีต่อพี่ มันไม่ใช่อย่างนี้นี่น่า..” โอ๊ตตอบกลับพร้อมกับทำหน้าผิดหวังเล็กน้อย และเขาก็ยังหาเหตุผลไม่ได้ว่าพี่ชายที่แสนใจดีคนนั้นมันหายกลายมาเป็นแบบนี้ได้ยังไง

    “ฮ่าๆ คนเราก็ต้องรู้จักการเปลี่ยนแปลงกันบ้าง นายเองก็เปลี่ยนไปไม่ใช่หรือยังไง เผลอแป๊บเดียวกลายเป็นท่านชายคนใหญ่คนโตเสียแล้ว..” เกมส์กล่าวกลับ

    “นั่นสินะ! คนเราก็ต้องเปลี่ยนตามกาลเวลาที่มันเปลี่ยนไป.. แต่เราก็ควรจะเปลี่ยนไปในสิ่งที่ดีกว่าไม่ใช่เหรอครับ.. แล้วพี่คิดว่าองค์กรอะไรนั่นของพี่ มันจะทำให้ชีวิตพี่ดีขึ้นเหรอครับ พี่ก่อเหตุก่อการร้ายอย่างนี้..มันคือสิ่งที่ดีเหรอครับ..” โอ๊ตกล่าวถาม

    “..หึหึ.. เจ้าน้องชาย แกโลกสวยไปหรือเปล่า แกไม่เห็นอย่างนั้นเหรอว่าสังคมมันทำอะไรกับพวกเรา.. พวกคนใหญ่คนโต คนที่มีอำนาจมันก็เอาแต่กดขี่ประชาชนตาดำๆ และคนที่ได้รับผลกรรมนั้นคือใคร.. ทั้งๆที่ควรจะเป็นพวกมันไม่ใช่เหรอที่ผิด ไม่ว่าพวกมันจะทำอะไรก็ถูกเสมอ.. เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะมันมีเงินยังไงล่ะ..”

    เกมส์เริ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เขาโกรธแค้นตลอดหลายปีมานี้ กับพวกคนรวยพวกนั้น พวกมันเพียงแค่มองเด็กกำพร้าอย่างพวกเขาเป็นเพียงแค่มดปลวกที่ต้องคอยเอาไว้ใช้งานเท่านั้น จะเป็นจะตายยังไงพวกมันไม่เคยสนใจเลยสักนิด แถมในบางครั้งพวกมันยังใช้อำนาจของมันกดขี่ผู้คนให้อยู่ใต้เท้าของพวกมันอีก..

    “แต่พี่ก็เหมารวมกับทุกคนไม่ได้หรือเปล่า.. ยกตัวอย่างก็ยังมีคนอย่างเช่นคุณหญิงเปรม เธอทั้งใจดี และบริจาคอาหาร ทั้งเงินบำรุงสถานที่.. แล้วสิ่งที่พี่กำลังตอบแทนบุญคุณของคุณหญิงก็คือการจับตัวลูกสาวของคุณหญิงมาด้วยนี่นา.. จิตใจของพี่ทำด้วยอะไรกัน พี่ไม่ใช่คนที่ผมรู้จักอีกต่อไปแล้วจริงๆล่ะมั้ง คุณแม่ฝนคงจะเสียใจ ถ้ารู้ว่าพี่ทำอะไรอย่างนี้เป็นแน่..” โอ๊ตกล่าว

    “หุบปากซะ!.. ถ้าแกไม่รู้อะไร แกก็อย่ามาพูดมาก.. ไอ้คุณหญิงนั่นมันก็ทำไปเพราะอยากจะได้หน้าได้ตาในสังคมเท่านั้นแหละ ตอนที่พวกมันหาเสียงให้กับสส.เสกสรรค์ พวกเขาก็หยิบประเด็นนี้มาพูด เหอะ! มันไม่ต่างอะไรกับการทำบุญทำทานเพื่อผลประโยชน์หรอก.. เธอมีบุญคุณอย่างนั้นเหรอ ไม่เลย! พวกมันเอารูปเด็กๆของเราขึ้นปกหลาราวกับประจานให้คนทั่วทั้งเมืองรับรู้ว่าพวกเราคือเด็กกำพร้าอย่างนั้นแหละ..” เกมส์กล่าว

    “..แต่ทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ไม่ใช่เหรอ ว่าที่เด็กกำพร้าอย่างพวกเราสามารถมีชีวิตอยู่รอดต่อไปได้ก็เพราะพวกเขา.. สำหรับผม ผมคิดว่ามันได้ผลประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย มันก็ยังดีกว่าคนอื่นที่ไม่ได้ทำอะไรเลยไม่ใช่เหรอ หรือบางคน..ที่กำลังใช้พี่น้องเด็กกำพร้าเป็นข้ออ้างในการก่อการร้าย..” โอ๊ตกล่าวก่อนจะหรี่ตามอง

    “..ฉันกำลังทำเพื่อพวกเขา!.. ฉันบอกแล้วไม่รู้ก็ไม่ควรพูด!.. องค์กรของเราจะทำให้โลกนี้เกิดความเท่าเทียม พวกเรามีปณิธานที่ชัดเจน..เราต้องการโลกที่ทุกคนจะสามารถอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข และเท่าเทียม ไม่มีใครกล่าวดูถูกหรือเหยียบย่ำใคร.. พวกเรากำลังทำเพื่อทุกคน..” เกมส์กล่าว

    “พี่ทำเพื่อน้องๆที่โบสถ์จริงๆอย่างนั้นเหรอครับ.. มีใครดีใจกับพี่บ้างเหรอที่พี่กระทำเช่นนี้.. พี่คิดว่าน้องจะคิดยังไง เมื่อพี่บอกแก่พวกเขาว่า ‘ความเท่าเทียม’ ที่พี่ได้มานั้น มันต้องแลกกับชีวิตเลือดเนื้อ และการทำร้ายคนบริสุทธิ์ .. ทั้งหนึ่งในนั้นเป็นลูกสาวของผู้มีพระคุณ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม.. พี่คิดว่าน้องๆจะดีใจ และปรบมือให้กับสิ่งที่พี่กระทำอย่างนั้นเหรอครับ..” โอ๊ตกล่าว และเว้นประโยคเล็กน้อย

    “..คำตอบคือไม่เลย ไม่มีใครดีใจกับพี่เลยสักคน.. เสรีภาพ และความเท่าเทียมที่พี่ตามหา มันมีวิธีอื่นอีกตั้งมากมายที่จะเข้าไปแก้ไข.. ตอนนี้พี่ก็แค่คนที่กำลังใช้เหตุผลดีๆบางอย่าง เพื่อให้ตัวเองก่อการร้าย ฆ่าคนได้อยากไม่รู้สึกผิดเท่านั้นแหละ.. พี่ไม่ได้ทำเพื่อน้องๆหรอก พี่ก็แค่ทำเพื่อตัวเอง เพื่อแก้แค้นกับสิ่งที่ตัวเองพบเจอเท่านั้นแหละ” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับแสดงความเห็นส่วนตัวของตัวเองไป

     

    ทั้งชีวิตของเขาที่ผ่านมานั้น ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยพบเคยเจอกับความอยุติธรรม แต่เขามีคติความคิดที่ไม่เหมือนใคร เขาไม่เคยง้อคนรวย หรือคนที่มีอำนาจเลย และถ้าพวกนั้นยอมที่จะจบแค่นั้น เขาก็ไม่เคยเก็บมาคิดแค้นเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้ามันเหลืออดจริงๆ เป็นตายเขาก็ไม่สนใจอีกต่อไปเช่นกัน..

    “หุบปาก!.. แกไม่สิทธิ์ที่จะพูดกับฉันเช่นนั้น ตอนนี้แกมีอำนาจมากนี่ แกไม่มีทางเข้าใจหรอก ชู่ววว แกคงกำลังปั่นหัวฉันอยู่ใช่ไหม..หึหึ แล้วแกล่ะ เจ้าน้องชาย ล่าสุดแกก็ยังยิงคนโดยที่ไม่รู้สึกผิดเหมือนกันไม่ใช่เหรอ..” เกมส์กล่าวออกมาอย่างหัวร้อน แต่จู่ๆเขาก็เหมือนรู้ตัวแล้วว่าสิ่งที่โอ๊ตกำลังทำนั้นคือการปั่นให้เขาหัวร้อน และคงแอบถ่วงเวลาอยู่แน่ๆ เขาจึงเป่าปากของตัวเองเพื่อระบายความโกรธก่อนจะหันมาตั้งสติ..

    “แกใช้อำนาจของแกจัดการผู้คนที่อยู่ต่ำกว่าแก โดยที่แกไม่สนใจความยากลำบากของพวกเขา แกยึดบริษัทของคนอื่น แกจัดการกับนักข่าวตัวเล็กๆที่เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับสิ่งที่แกทำ ปกปิดเรื่องที่แกทำเอาไว้ พลิกจากขาวเป็นดำ.. แกเองก็ใช้อำนาจหรือใช้ปืนจ่อหัวพวกเขาให้ทำตามสิ่งที่แกต้องการ.. แกก็ไม่ได้ต่างอะไรกับฉันหรอก แต่ที่เราต่างกันนั้นก็คือ.. ฉันทำในสิ่งที่ถูกต้อง..” เกมส์กล่าว

    “..แต่ผมก็ไม่เคยอวดอำนาจของตัวเอง ผมก็แค่จัดการกับคนที่มาหาเรื่องก็เท่านั้น.. และมันเป็นปกติอยู่แล้วที่คนเราจะปกป้องตัวเองด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามี.. ผมไม่เคยหาเรื่องใครก่อน แต่ถ้าพวกมันกล้าทำอะไรอย่างนี้ มันก็ต้องได้รับผลกรรมจากผมคนนี้แน่นอน..” โอ๊ตกล่าว

    “จะว่าไปพี่ก็มาหาเรื่องกับผมก่อนเหมือนกันนี่น่า.. ผมยังอยากจะนับถือพี่ในฐานะพี่ชายที่แสนดีอยู่นะ.. ถ้าพี่หยุดทุกอย่างในตอนนี้ เราก็ยังพอจะพูดคุย และตกลงกันได้อยู่..” โอ๊ตกล่าวต่อจากที่เว้นเอาไว้..

    “เหอะ! ฉันทำมาขนาดนี้แล้ว.. ฉันตัดสินใจเองที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่ยุติธรรม ถ้าจะล้มเลิกในตอนนี้ฉันก็คงไม่ทำมาตั้งแต่แรกแล้ว ไอ้น้องชาย..” เกมส์กล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา

    “ถึงผมจะไม่อยากจะเป็นศัตรูกับคนที่รู้จักกันมานานอย่างพี่ก็เถอะ.. แต่ครั้งนี้พี่ทำเกินไปจริงๆ และพี่ยังเข้าไปรับใช้ไอ้องค์กรบ้านั่นที่มันฆ่าพ่อกับแม่ของผม.. แน่นอนว่าเพื่อให้เกียรติพี่.. พี่จะตกตายด้วยน้ำมือของผม” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับจริงจังมากกว่าทุกครั้งที่เป็นมา เขาไม่ได้แสดงความอ่อนแอ และยอมทำในสิ่งที่อีกฝ่ายจะร้องขอแต่อย่างนั้น ทั้งๆที่เขามีไพ่ในมือเป็นรองอีกฝ่าย แต่เขาก็ขู่กลับได้อย่างไม่กลัวสิ่งใด..

    “เห้ๆๆ นายกำลังโกธรอย่างนั้นเหรอ.. ด้วยวิสัยทัศน์ขององค์ ‘พ่อ’ กับ ‘แม่’ ของแกก็สมควรตายแล้วล่ะ ต่อไปก็จะเป็นคุณตาหน้าโง่ที่แกเกลียดมามากกว่าครึ่งชีวิต วันหนึ่ง..แกจะไม่เหลือใคร จนแกเลือกที่จะฆ่าตัวเองตายไปตามพวกเขา ฮ่าๆๆ เป็นอะไรไปล่ะ โกรธอย่างนั้นเหรอ.. ไม่เอาน่า ฮ่าๆ ไม่สมกับเป็นแกเลยนะ..” เกมส์กล่าว พร้อมกับโอ๊ตที่ตอนนี้กำลังทำหน้าดำหน้าเขียว..

    “ในเมื่อพี่พูดถึงขนาดนั้นแล้ว.. พวกเราก็ขาดกันซะตรงนี้ ต่อจากนี้พวกเราคือศัตรูกัน!..”

    คล้ายกับเรื่องระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน ที่คุณอ่าน