ผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์

    บทที่ 50 หอคอยแห่งอิสรภาพ

    บทที่ 50หอคอยแห่งอิสรภาพ

    “ถ้าหากมีปีกฉันก็คงบินได้... ฉันจะได้บินออกไปยังสุดขอบฟ้า ไปตามหาสิ่งที่เรียกว่า ‘อิสรภาพ’”

     

            

            ฉันแค่ไม่อยากถูกทิ้งไว้เพียงลำพังนั่งมองท้องฟ้าอยู่บนยอดหอคอย สถานที่ที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

            

            ฉันแค่อยากบินได้เท่านั้นถ้าบินออกไปได้ละก็...

     




    -เอิร์ธมูน,เก้าเดือนก่อนสงครามใหญ่-

            

            เสียงวิวาทที่แว่วดังมาจากทางด้านหน้าหอคอยทำให้ร่างบางที่นั่งนิ่งอยู่หน้าแปลงดอกไม้แห้งเหี่ยวอดเงยหน้าขึ้นมองหาที่มาของเสียงไม่ได้เด็กสาวลุกขึ้นยืน นัยน์ตาสีแดงสดจ้องมองไปยังพุ่มบีโกเนียรกร้างส้อมพรวนในมือหล่นกระทบพื้นดินแข็งกระด้าง เด็กสาวออกเดินไปตามต้นเสียงชายกระโปรงยาวระพื้น มีเศษดินและกิ่งไม้แห้งเกาะเต็ม

                 

            ปลายเท้าเปลือยเปล่าก้าวไปบนพื้นดินแห้งแล้งต้นไม้ในสวนหลังปราสาทถูกปล่อยให้ทิ้งให้รกร้างหลายต้นแห้งเหี่ยวเหลือทิ้งไว้เพียงลำต้นโกร๋นสีน้ำตาลแก่พุ่งบีโกเนียตรงหน้ามีสีซีดเพราะขาดน้ำ มือบางแหวกพุ่งบีโกเนียออกเสียงวิวาทดังขึ้นเรื่อยๆ เด็กสาวเดินเลาะไปตามริมหอคอยมีคนกลุ่มหนึ่งยืนอยู่หน้าทางเข้า

                 

            เด็กสาวร่างสูงสง่าเจ้าของนัยน์ตาสีม่วงสดใสกำลังร้องตะโกน

             

            ‘หนูจะพาเบริลน่าออกไปจากหอคอย! ท่านแม่ไม่มีสิทธิ์ขังน้องไว้ที่นี่อีกแล้ว น้องควรจะได้รับอิสรภาพ ได้รับในสิ่งที่น้องควรจะได้ในฐานะผู้พิทักษ์’


            ‘ลูกจะทำอย่างนั้นไม่ได้นะเบริล!’


            ‘ทำไมหนูจะทำไม่ได้!น้องผิดอะไรถึงต้องถูกขังไว้อยู่บนยอดหอคอยนั่นท่านแม่ก็เห็นแล้วว่าหนูไม่ใช่ผู้พิทักษ์ เบริลน่าต่างหากที่ได้เป็น! หนูจะพาน้องออกไปจากที่นี่ แล้วหนูก็ไม่สนด้วยถ้าท่านแม่จะไม่อนุญาต!’

                 

            สิ้นคำร่างบางนั้นผลักร่างของคนที่สูงศักดิ์กว่าออกห่างก่อนจะรีบถลาไปยังประตูไม้บานใหญ่อีกเพียงอึดใจเดียวเท่านั้นที่เด็กสาวจะคว้าลูกบิดประตูได้แต่แล้วร่างของเธอก็ถูกดึงห่างออกมาไกลด้วยแรงของชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ข้างเธอ

     

            ‘เบริล!’ แอลโด้ ครอส ปรามเสียงดุ ส่งสายตาไม่พอใจมาให้


            ‘ปล่อยนะแอล!’ เด็กสาวสะบัดตัวออกห่างจากเขา ฝ่ามือหยาบที่กุมอยู่รอบเอวตกลงข้างตัว

                 

            ใบหน้าของรัชทายาทแห่งเอิร์ธสตาร์เรียบนิ่งแต่นัยน์ตาสีเทาคู่นั้นกลับดุดัน เด็กหนุ่มเดินไปขวางประตูทางเข้าหอคอยจ้องมองเด็กสาวอย่างไม่ละสายตา

             

            ‘แอล!’ เบริลร้องตวาด นัยน์ตาสีม่วงใสส่อแววประหลาดใจและผิดหวังเธอจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาก่อนจะหันมาหาคนเป็นแม่


            ‘ทำไมถึงต้องขังน้องไว้ที่นี่!’ เด็กสาวร้องตะโกนถามตัวสั่น น้ำตาไหลอาบนัยน์ตาคู่สวย ‘ทำไมทุกคนถึงคิดว่าน้องเป็นตัวประหลาด น้องทำอะไรผิดอย่างนั้นเหรอคะหนูถามหน่อยเถอะว่ามันจะมีประโยชน์อะไรที่จะขังน้องไว้ที่นี่น้องไปทำร้ายใครหรือไงคะถึงให้เธอออกไปไหนไม่ได้!’

                 

            ใบหน้าของราชินีแห่งเอิร์ธมูนมีร่องรอยแห่งความเสียใจและความเจ็บปวดขณะที่รัชทายาทของเอิร์ธสตาร์ยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่ง


            ‘มันไม่เกี่ยวกับเธอเบริล’ เด็กหนุ่มว่า

     

            ‘ไม่เกี่ยวกับฉัน!’ เบริลร้องทวนเสียงเดือด ฝ่ามือทาบแน่นอยู่ที่หน้าอกตัวเองทั้งโกรธทั้งเสียใจและผิดหวังในตัวเด็กหนุ่ม ‘ไม่เกี่ยวกับฉัน?นั่นน้องสาวฉันนะ แอลโด้  ครอส! แล้วนายเกี่ยวข้องกับเบริลน่ายังไงถึงได้กล้ามาพูดแบบนี้กับฉัน!’

     

            ‘ฉันเป็นคู่หมั้นยัยนั่น’

                 

            เด็กหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงสงบ

                 

            จิตใจของคนที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ปั่นป่วนและสั่นไหวมือบางกำแน่นอยู่ที่ต้นบิโกเนีย กำใบที่แห้งกรอบจนกลายเป็นผุยผง

              

            ‘คู่หมั้น?’ เบริลทวน ส่งเสียงหัวเราะเยาะอย่างเดือดดาลเธอจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าราวกับเขาเป็นคนแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จัก ‘คู่หมั้น!นายคิดจะขังคู่หมั้นตัวเองไว้บนหอคอยโดดเดี่ยวนี่นะเหรอ... แอลนายคิดว่าเบริลน่ายังต้องการจะให้นายเป็นคู่หมั้นอีกเหรอในเมื่อนายไม่เคยสนใจเธอเลย!’

      

            ‘เพราะฉันต้องคอยดูแลเธอ’

                 

            แอลโด้ตอบอย่างสงบ

                 

            เบริลอ้าปากค้างร่างทั้งร่างของเธอสั่นสะท้าน นัยน์ตาสีม่วงใสไหววูบจ้องมองคนตรงหน้าอย่างหวังจะอ้อนวอนให้เขาพูดใหม่อีกครั้ง แต่แอลโด้ยังคงนิ่งเงียบโดยไม่คิดเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ตัวเองพูดเลยแม้แต่น้อยเบริลจ้องมองเขา ความผิดหวังฉายชัดอยู่บนใบหน้าอ่อนเยาว์นั่น เธอหัวเราะอย่างฝืนๆก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แปลกพิกล


            ‘อย่างนั้นเหรอ’ เด็กสาวยกมือขึ้นกอดตัวเอง ‘เพราะอย่างนั้นใช่ไหมนายถึงอยู่กับฉันนายจะสนใจคำสั่งของท่านพ่อทำไม ท่านพ่อตายไปแล้ว! นายออกไปจากชีวิตฉันได้แล้วแอลโด้  ครอส!’

                 

            เบริลกรีดเสียงลั่นเธอตัวสั่นและเริ่มร่ำไห้ ร่างของราชินีคลาวเวียร์ก้าวไปหาลูกสาวคนโตแต่เด็กหนุ่มไวกว่า เขาเข้าถึงตัวเธอในเสี้ยววินาทีก่อนจะโอบกอดร่างที่สั่นเทานั้นไว้แน่นเบริลพยายามทำทุกวิธีทางเพื่อผลักเขาออกห่าง เธอกรีดร้องเสียงดังลั่น ตบตีเขาด่าทอเขาแต่เด็กหนุ่มยังคงกอดร่างของเธอไว้อย่างนั้นโดยไม่แยแสท่าทีรังเกียจของเธอเลยแม้แต่น้อยน้ำตาไหลคลอใบหน้าของเด็กสาวและราชินีแห่งเอิร์ธมูนผู้เฝ้ามองเหตุการณ์


            ‘ให้ฉันตายไปซะ!’ เด็กสาวสะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมแขนของเด็กหนุ่ม ‘ให้ตายไปซะตั้งแต่ตอนนั้น! ท่านพ่อจะได้ไม่ต้องมาตายแทนฉัน’

                 

            เธอใช้เรี่ยวแรงสุดท้ายที่เหลือผลักร่างของเด็กหนุ่มออกห่าง

                 

            เบริลร้องตะโกนดังลั่น ‘ท่านพ่อจะได้ไม่ต้องมาตายเพราะคนอย่างฉัน!’

                 

            ลำแสงสีม่วงทอแสงวาบขึ้นทั่วร่างของรัชทายาทองค์โตแห่งเอิร์ธมูนเด็กสาวขบริมฝีปาก ฝ่ามือกำแน่นอยู่ข้างลำตัว นัยน์ตาคู่สวยของเธอวาวโรจน์จ้องมองไปยังร่างของคนตรงหน้าด้วยสีหน้าโกรธแค้นชิงชัง


            ‘ท่านพ่อจะได้ไม่ต้องจากไป...  แต่ไม่เป็นไรแล้ว ฉันจะไปหาท่านพ่อเอง...  ฉันจะปลดปล่อยน้องให้เป็นอิสระ  แล้วฉันก็จะได้ไปหาท่านพ่อ... ท่านพ่อของฉัน...จะไม่มีวันให้ใครแย่งไปได้อีก!’

                 

            น้ำเสียงท่อนท้ายฟังดูเหมือนไม่ใช่เสียงของเธอเลยแล้วเบริลก็อาละวาด พลังมหาศาลพวยพุ่งออกมาจากร่างเธอมันเข้าปะทะกับกำแพงหอคอยจนระเบิดเป็นรูกว้าง หอคอยทางทิศตะวันตกสั่นไหวพื้นดินแตกระแหงและต้นไม้แห้งกรอบรอบตัวโดนแรงปะทะเข้าไปจนระเบิดกระจายเป็นวงกว้างฝุ่นควันฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ มองเห็นร่างของเด็กสาวเลือนรางอยู่ท่ามกลายม่านควันสีน้ำตาลหม่น

                 

            แอลโด้ครอสเอาตัวเข้าบังราชินีของเอิร์ธมูนที่ยืนตะลึงงันก่อนจะพุ่งตัวฝ่าม่านควันไปหาเด็กสาวแต่แล้วร่างของเขาก็ถูกผลักกระเด็นไปชนกำแพงหอคอยที่อยู่ด้านหลังเสียงปะทะดังสนั่น เด็กหนุ่มร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดมีหยดเลือดไหลออกมาจากริมมุมปาก เขาพยายามจะลุกขึ้นเสียงฝีเท้าของกองทหารยามวิ่งเข้ามาใกล้ ใบหน้าของเด็กหนุ่มกังวลใจ  กลัวว่าจะมีใครได้รับลูกหลง


            ‘สร้างม่านพลังไว้ครับท่านคลาวเวียร์ ผมจะเข้าไปช่วยเบริลเอง’

                 

            เด็กหนุ่มเอ่ยกับคนสูงวัยกว่าที่เข้ามาดูอาการเขาอยู่ใกล้ๆร่างสูงลุกขึ้นยืนโงนเงนนัยน์ตาสีเทาคมดุจ้องมองไปยังร่างของเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าเธอดูคลุ้มคลั่งและไม่เป็นตัวของตัวเอง

                 

            ลำแสงสีน้ำเงินเข้มสว่างวาบขึ้นที่ข้อมือขวาแล้วคนที่คอยสังเกตการณ์อยู่ไกลๆก็เห็นว่าสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาในมือของเด็กหนุ่มคือดาบเล่มยาวสีเงินยวง

                 

            ก่อนที่จะรู้สึกตัวร่างของเบริลน่าก็ก้าวออกไปข้างหน้าแล้ว เด็กสาวเข้าขวางทางดาบไม่มองหน้าเด็กหนุ่มที่กระชับดาบคว้างอยู่กลางอากาศ สีหน้าตะลึงงัน

                 

            เด็กสาวหันไปเผชิญหน้ากับคนเป็นพี่เดินเข้าไปใกล้อย่างไม่เกรงกลัวพลังที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างนั้นพลังของเบริลอ่อนลงก่อนจะหายไปทันทีเมื่อเห็นเธอ


            ‘เบริลน่า...’

                 

            เบริลส่งเสียงพึมพำความหวาดกลัวและความเสียใจฉายชัดอยู่บนใบหน้า

                 

            เด็กสาวที่ถูกเรียกชื่อจ้องมองคนตรงหน้าด้วยท่าทีสงบนิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและราบเรียบจนหัวใจคนฟังกระตุกวาบ


            ‘ฉันจะอยู่ที่นี่ที่ของฉัน’ น้ำเสียงของเธอนั้นเหมือนดังมาจากที่ที่ไกลแสนไกล‘ตามลำพัง... ตลอดไป...’

                 

            เธอหมุนตัวกลับ เดินขึ้นไปบนหอคอยประตูไม้บานใหญ่ปิดลงดังปัง! แล้วเด็กสาวก็ไม่เคยออกมาจากหอคอยอีกเลยนับจากนั้น

             

             

            


            น้ำตาหยดหนึ่งไหลซึมออกมาจากนัยน์ตาของเด็กสาว

            

            มินาโยะยกมือขึ้นป้ายตาพยายามกำจัดคราบน้ำตาออกจากใบหน้า

            

            ความทรงจำล่าสุดที่ไหลกลับเข้ามาในหัวของเธอคือเรื่องราวของเธอกับพี่มีรอยแยกที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนในความสัมพันธ์ของครอบครัวหลังจากที่ท่านพ่อของพวกเธอจากไปเธอรู้สึกตัวมาได้สักพักแล้วจากความทรงจำครั้งก่อนๆ  เบริลไม่ถูกกับแม่ท่านพี่ของเธอมักจะอยู่แต่กับท่านพ่อตามติดเขาไปทุกที่เหมือนลูกเจี๊ยบตัวเล็กๆที่ติดพ่อ พอท่านพ่อจากไปช่องว่างระหว่างพี่กับแม่ก็ขยายตัวตามไปด้วยมินาโยะไม่รู้สาเหตุหรอกว่าทำไมเบริลถึงได้ไม่ชอบแม่ของตัวเองและเหตุใดราชินีคลาวเวียร์ถึงได้ดูเกรงใจลูกสาวคนโตของตัวเองนักแต่ทว่าปัญหาความไม่ลงรอยนี้มันฝังรากลึกมานานเสียจนไม่อาจสมานให้กลับคืนมาได้

            

            เด็กสาวพยายามนึกถึงความทรงจำครั้งก่อนๆเค้นสมองและพยายามปะติปะต่อเรื่องราว แต่เธอก็นึกไม่ออกความทรงจำที่เธอมีอยู่มันขาดช่วงเกินไปซ้ำร้ายความทรงจำบางส่วนยังไม่ใช่ของเธอเสียด้วย มันเป็นความทรงจำของพี่ มีความรู้สึกบางอย่างปะปนอยู่ในความทรงจำเหล่านั้นรัก... โหยหา... อยากครอบครอง...เธอไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้รู้สึกอย่างนี้ทุกครั้งเวลาที่เห็นความทรงจำของพี่กับท่านพ่อของพวกเธอ

            

            มีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในความสัมพันธ์เหล่านั้นสิ่งที่เธอไม่อาจคาดคิดได้ เบริลดูจะเป็นเด็กสาวที่โหยหาความรักเธอต้องการใครสักคนเป็นที่พึ่ง แต่เหล่าผู้คนที่เธอรักทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นท่านพ่อ คู่หมั้นของเธอ หรือแม้แต่ตัวของ แอลโด้ ครอส เองทุกคนดูเหมือนจะทอดทิ้งเธอไป สุดท้ายแล้วเธอก็จากไปด้วยน้ำมือของคนที่เธอรัก

           

             แต่กับเบริลน่า...อดีตของตัวมินาโยะเองนั้น เธอไม่ได้เป็นเหมือนเบริลไม่ใช่เด็กผู้หญิงที่ได้รับความรักจากท่านพ่อหรือคู่หมั้น อันที่จริงเธอเป็นแค่เด็กสาวที่ถูกผู้คนที่เธอรักทอดทิ้งไว้หลังหอคอยท่านพ่อไม่เคยมาหาเธอที่หอคอยเลยสักครั้ง มีแต่ท่านแม่เท่านั้นที่นานๆทีจะมาหาส่วนคู่หมั้นของเธอน่ะเหรอครั้งสุดท้ายที่เธอได้พบกับเขาคือวันที่เธอรู้ว่าเขากลายมาเป็นคู่หมั้นของพี่แทนพี่ชายของตัวเอง

            

            นั่นแหละคือความน่ากลัว...

            

            มีครั้งหนึ่งที่มินาโยะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของเบริลน่าก่อนที่เธอจะรู้ว่าเบริลน่าคืออดีตของเธอเองความโกรธแค้น ชิงชัง ความรู้สึกที่พร้อมจะหันหลังให้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ด้านนอกหอคอยเป็นความรู้สึกต่อต้านของคนที่ถูกโลกภายนอกทอดทิ้ง มินาโยะรู้สึกกลัวตัวเองกลัวตัวเธอในอดีต... เบริลน่าเกลียดชังเบริล พี่สาวแท้ๆของเธอมีความรักในตัวเบริลมากพอๆกับความรู้สึกอิจฉาริษยา มินาโยะรู้ได้ในทันทีว่าตัวเธอในอดีตไม่อาจกำจัดความรู้สึกที่แตกต่างกันนี้ออกไปจากตัวได้จึงได้เลือกหนทางที่จะปฏิเสธทุกอย่างและขังตัวเองไว้ภายในหอคอยนั้น

            

            แต่ตอนนี้เธอไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วเธอไม่ใช่เจ้าหญิงบนยอดหอคอยเหมือนอย่างเบริลน่าอีกต่อไป เพราะเธอมีคนที่อยากจะอยู่เคียงข้างและมีพลังพอที่จะสามารถออกมาจากหอคอยที่เธอกักขังตัวเองเอาไว้ได้ นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เธอแตกต่างจากตัวเธอในอดีต

            

            เด็กสาวได้แต่หวัง...หากเบริลกลับมาเกิดใหม่เช่นเดียวกันหากพี่มาซารุยังคงอยู่เคียงข้างพี่สาวเธอเหมือนอย่างที่ผ่านมานั้น เธอก็ปรารถนาให้ทั้งเขาและพี่สาวเธอมีความสุขและหวังว่าสักวัน เบริลจะได้รับความรักจากคนที่เธอรักอย่างแท้จริง

            

            ส่วนตัวเธอในตอนนี้เธอรู้จักสิ่งที่เบริลน่าโหยหามาตลอดแล้ว ความรัก... ก่อตัวขึ้นและสูญเสียไป กับคนเพียงคนเดียวที่ไม่ว่าจะผ่านมานานเท่าไหร่ก็ทำให้เธอทั้งสุขที่ได้รักและทุกข์ที่ได้รู้ว่าเขาไม่รักมาเสมอเธอเรียนรู้ที่จะยอมรับเพราะมีคนที่สอนให้เธอได้รู้เธอพร้อมที่จะก้าวต่อไปเพราะมีคนที่เธออยากจะยืนอยู่เคียงข้างเท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเธอในตอนนี้ ไม่ว่าตัวเธอจะเป็นอะไรสำหรับพวกเขาก็ตาม...

    คล้ายกับเรื่องผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์ ที่คุณอ่าน

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    เทพมังกรเหนือโลก

    เทพมังกรเหนือโลก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    104K 62
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271