Path of god เส้นทางของพระเจ้า

    ตอนที่ 44 : สิ่งที่สั่งสมมาตลอด4ปี

    [จากนักเขียน]   หมายเหตุ  : จะขอเปลี่ยนจากพิพากษาเป็นดาบพิพากษาเพราะมันดูเท่กว่า @#

    ******

    “ดาบพิพากษา!!”

    ...

    [ทักษะ  ดาบพิพากษา]

    ปลดปล่อยคมดาบ20เส้นใส่เป้าหมายเดียวใน1วินาที

    สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 200%ของพลังโจมตี

    ทรัพยากรที่ต้องการ  มานา 7,700 หน่วย  ออร่าดาบ700หน่วย

    คลูดาวน์  12ชั่วโมง

    ...

    บู๊มมม~

    บู๊มม~

    รัศมีดาบสีขาวกว่า20เส้นถูกซัดสาดไปยังทหารผีดิบในพริบตา   แสงสีขาวอาบร่างที่เน่าเปื่อยอย่างสวยงามตระการตา   มันเป็นความงดงามที่หากใครได้พบเห็น เป็นต้องลืมหายใจ  แต่คงไม่ใช้สำหรับลูช นั่นเป็นเพราะเขาคือคนที่ได้รับรู้ถึงฤทธิ์เดชของความงามตรงหน้าเป็นอย่างดี 

    [ท่านสร้างความเสียหาย 20,650 หน่วย]

    คริติคอล

    [ท่านสร้างความเสียหาย 41,150 หน่วย]

    [ท่านสร้างความเสียหาย 20,890 หน่วย]

    [ท่านสร้างความเสียหาย 20,660 หน่วย]

    คริติคอล

    [ท่านสร้างความเสียหาย ….

    [ท่านสร้างความ....

    [….

    [..

    ***

    [หัวหน้าปาตี้ลูชสังหารทหารผีดิบ]

    [ท่านได้รับค่าประสบการณ์  680,000 หน่วย]

    [หัวหน้าปาตี้ลูชได้รับลูกตาผีดิบ 2 หน่วย]

    [หัวหน้าปาตี้ลูชได้รับเหรียญเงิน 57 เหรียญ]

    ***

    “…..”

    อดัมที่เห็นภาพตรงหน้าประหลาดใจจนดวงตาสีฟ้าใสแถบถลนออกจากเบ้าเขามองสลับไปมาระหว่างลูชกับรายระเอียดของสมาชิกปาตี้   เพราะลูชในปัจจุบันมีเลเวลน้อยกว่าเขาถึง3ระดับ  แต่ความเสียหายที่ลูชสร้างขึ้นเมื่อครู่นั้นกับมากถึง400,000หน่วย

    ‘แม้จะมีสุดยอดทักษะแบบนี้อยู่กับตัว  แต่หัวหน้าก็ยังไม่อาจจะเอาชนะบูเล็ตได้อีกงั้นหรือ?’

    ลูชได้เล่าเหตุการณ์ระหว่างการปะทะกันของเขากับบูเล็ตให้อดัมได้ฟังแล้ว   ในตอนแรกอดัมนั้นไม่ได้แปลกใจนักในผลของการต่อสู้   เพราะไม่ว่ายังซะบูเล็ตก็เป็นถึงการ์เดี้ยนไนท์ขั้นพื้นฐานระดับสูงซึ่งเหนือกว่าลูชที่เป็นเพียงนักดาบขั้นพื้นฐานระดับกลาง   ความต่างตรงจุดนี้ใหญ่หลวงมาก  โดยที่แม้แต่เด็กน้อยก็ยังรู้เลย

    ‘นี้บูเล็ตมันแข็งแกร่งขนาดไหนกัน’

    อดัมหันกลับไปมองทางฝั่งของลูช   ลูช ณ ปัจจุบันเองก็ตกใจไม่ได้แพ้อดัมเลยเขาเองก็ไม่เคยคิดว่าทักษะนี้มันจะสุดยอดถึงเพียงนี้

    ‘หรือว่าท่าเราใช้ทักษะนี้แทนกลืนกินศักดิ์สิทธิ์ในตอนที่สู้กับบูเล็ต   เราอาจจะสามารถฆ่าไอหมอนั้นลงได้งั้นหรอ?’

    ลูชเริ่มสงสัยว่าหากเขาใช้ <ดาบพิพากษา>แทน<กลืนกินศักธิ์สิทธิ์> ในตอนที่สู้กลับบูเล็ตเขาอาจมีความหวังที่จะโค่นบูเล็ตลงก็เป็นได้  แต่ในความจริงแล้วคงเป็นไปไม่ได้เลยความเสียหายที่ดาบพิพากษาทำได้นั้นไม่ได้ต่างจาก <กลืนกินศักธิ์สิทธิ์> ที่มี<กระบี่เดี่ยวดาย> ค่อยช่วยเท่าไรนักเพราะไม่ว่าอย่างไร<กระบี่เดี่ยวดาย> ก็ไม่สามารถใช้คู่กับ <ดาบพิพากษา> ได้อย่างลงตัวเพราะเอฟเฟคการมองข้ามพลังป้องกันจะเกิดขึ้นในคอมโบทัดไปเท่านั้น และ<ดาบพิพากษา> ที่มีถึง20คอมโบก็จะถูกนับเพียงแค่คอมโบแรกที่กระทบกับเป้าหมายเท่านั้น ส่วนอีก19 คอมโบก็จะกลายเป็นการโจมตีแบบไม่มองข้ามการป้องกันอีก  และไม่ว่ายังไงในตอนนั้นลูชก็ไม่มี มานาและออร่าดาบพอให้ใช้<ดาบพิพากษา> อยู่ดี  แถมเขายังต้องเหลือมานาสำหรับการล่องหนเพื่อหลบหนีอีก  มันจึงแถบเป็นไปไม่ได้เลยที่ลูชจะสามารถโค่นบูเล็ตลงได้ในตอนนี้   ยกเว้นแต่เขาจะพัฒนาเชิงดาบให้ดีขึ้นยิ่งกว่านี้เขาถึงอาจจะมีโอกาศในการฆ่าบูเล็ตโดยที่ยังมีเลเวลเท่ากับปัจจุบัน

    ลูชเลิกคิดเรื่อยเปื่อยและกลับมาโฟกัสกับการสำรวจดันเจี้ยนอีกครั้งเขาเริ่มจากการสำรวจของที่ดรอปจากทหารผีดิบ

    ‘ของที่ดรอปจากทหารผีดิบมีเพียงแค่ไอเทมขยะกับเหรียญเงินเท่านั้นสมกับเป็นมอนเสอร์ทั่วไปจริงๆ   ส่วนค่าประสบการณแม้เราจะแชร์ค่าประสบการณ์กับอดัมแต่มันก็ยังได้เยอะกว่าตอนที่แชร์ค่าประสบการณ์กับฟีเลียในตอนล่าเดอะริปเปอร์ แต่เราก็ยังต้องฆ่าอีกเกือบ200ตัวสำหรับเลเวล1ระดับ’

    ลูชเริ่มพินิจพิจารณาเกี่ยวกับการสำรวจดันเจี้ยนนี้อย่างเคร่งเครียด

    “อดัม! เราจะต้องว่างแผนกันใหม่ดันเจี้ยนนี้มีความยากมากเกินไป เราจะต้องปรับกำหนดการใหม่โดยรูปแบบของปาตี้ยังเหมือนเดิมกับที่ได้วางเอาไว้ในตอนแรก   แต่เราจำเป็นต้องพักกัน5นาที ในทุกๆครึ่งชั่วโมง   เพราะหากมีจุดเกิดของมอนสเตอร์ที่พลาดสังเกตเกิน4จุดขึ้นไปนั้นหมายความว่าพวกเราอาจจะต้องรับมือกับทหารผีดิบถึง4ตัว  ฉันเลยคิดว่าใน1ชั่วโมงเราอาจจะพลาดจากการสังเกตจุดเกิดของทหารผีดิบและสะสมมันจนมากเกินที่จะรับไหว   แม้พวกเราจะสามารถมองเห็นในที่มืดได้เป็นอย่างดีแต่วิสัยทัศน์รอบๆก็แคบลงมากจริงๆเพราะงั้นเราจะประมาทไม่ได้   ฉันจึงต้องปรับเวลาในการพักใหม่เพราะต่อให้นายกับฉันรวมมือกันสู้อย่างเติมที่เราอาจจะพอรับมือได้แต่มันจะเป็นการเปลืองโพชั่นและค่าเรี่ยวแรงมากเกินไปและอาจทำให้เสบียงของเราไม่พอต่อการสำรวจ”

    “….!!”

    ‘สุดยอด!!   ทั้งๆที่หัวหน้าชอบทำเรื่องโง่ๆแท้ๆ  แต่ในตอนนี้เขาราวกับเป็นคนละคนกับก่อนหน้านี้เลย’

    อดัมมักจะค่อยเฝ้าระวังให้ลูชจากข้างหลังอยู่เสมอๆตลอด2วันที่ผ่านมา   เขาจึงรู้ดีว่าลูชชอบทำเรื่องงี่เง่ากับการตบมุขโง่ๆมากแค่ไหน  แต่หลังจากที่พวกเขาได้เข้ามาในดันเจี้ยนนี้ลูชกลับเป็นคนว่างแผ่นและจัดการทุกๆอย่างคนเดียวทั้งหมด  ตั้งแต่เรื่องเสบียงไปจนถึงแผนการสำหรับการสำรวจทั้งหมดแม้ในตอนแรกแผนการที่ลูชคิดขึ้นจะฟังดูพื้นๆแต่เพียงไม่นานความสมบูรณ์แบบของมันก็เริ่มเพิ่มขึ้นเลื่อยๆจนอยากจะหาจุดบกพร่อง

    อดัมเริ่มมองลูชในมุมมองใหม่ๆ

    แต่สิ่งที่อดัมไม่รู้ก็คือนี้เป็นสิ่งที่ลูชถนัดมากที่สุด   นั้นเป็นเพราะมันคือสิ่งที่เข้าใช้เวลาเรียนมาถึงสี่ปีด้วยความคิดที่ว่าหลังเรียนจบเข้าจะได้มีงานดีๆทำและประสบความสำเร็จ   โดยหากเกมนี้ไม่เกิดขึ้นมาซะก่อน   ลูชเรียนอยู่ในคณะบริหารการจัดการ  สำหรับคนทั่วไปคณะนี้คือการเรียนในทุกๆอย่างที่จำเป็นสำหรับการบริหารการจัดการต่างๆ   โดยที่ไม่ได้เจาะลึกไปในเชิงลึกของสิ่งที่เรียนมากนักและนั้นคือสิ่งที่ควรจะเป็น  แต่ไม่ใช้สำหรับไอบ้าอย่างลูช   ทุกสิ่งที่เขาได้เรียนเขาก็จะเรียนมันไปเรื่อยๆอย่างไม่ยอมหยุด   เขาตั้งใจเรียนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  และมันคือ1ในสาเหตุที่ทำให้เขาไม่มีทั้งเพื่อนและแฟนทั้งที่มีใบหน้าหล่อเหลาถึงเพียงนี้   และมันยังเป็นอีกสาเหตุของหนี้ก้อนแรกในชีวิตของเขา  และหนี้ก้อนนั้นก็ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่มีปัญญาไปเรียนต่อและต้องมาเป็นหนี้ซ้ำก่อนจะมาจบลงที่ Path of God

    ***

    ลูชและอดัมเริ่มออกสำรวจชั้นที่1ของดันเจี้ยนสุสานโกลมาสกันอีกครั้งหลังจากการเปลี่ยนกำหนดการพักของปาตี้เสร็จ  โดยที่ช่วงแรกลูชจะค่อยเป็นตัวหลักในการรับมือกับพวกผีดิบและอดัมก็จะค่อยช่วยในการขัดขวางการโจมตีที่ลูชไม่สามารถหลบหลีกได้  แต่นั้นคือรูปแบบที่ลูชสามารถรับมือได้โดยที่มีทหารผีดิบออกมาเพียง2ตัวเท่านั้น   เพราะเขาไม่สามารถรับมือกับทหารผีดิบเกินสองตัวขึ้นไปได้  หากทหารผีดิบมีจำนวนเกินกว่าที่กำหนดเขาอาจจำเป็นต้องให้อดัมออกมาช่วยในการตรึงศัตรูเอาไว้โดยให้อดัมได้สู้น้อยที่สุดเพื่อประหยัดค่าเรี่ยวแรงของอดัมเอาไว้   และนับเป็นเรื่องที่โชคดีสำหรับพวกเขาที่ผีดิบในดันเจี้ยนนี้จะปรากฏตัวออกมาอย่างช้าๆหากไม่มีการโจมตีเข้าไป   มันเลยทำให้พวกเขาสามารถควบคุมจำนวนของศัตรูที่ปรากฏตัวออกมาได้จึงทำให้พวกเขาสามารถจัดการกับ30นาทีแรกได้เป็นอย่างดี

    “หัวหน้าครับนี้มันจะดีจริงๆหรือครับ   แม้พวกเราจะควบคุมจำนานศัตรูและรับมือกับพวกมันได้เป็นอย่างดี  แต่ผ่านไปตั้ง30นาทีเรากลับเขามาได้ยังไม่ถึง1000หลาเลยนะครับ”

    อดัมเริ่มสงสัยว่าดันเจี้ยนนี้เหมาะกับการสำรวจหรือไม่แม้พวกเขาจะรับมือกับความยากของดันเจี้ยนได้เป็นอย่างดีแต่ด้วยการที่พวกเขาต้องค่อยจัดการและควบคุมจำนวนของมอนสเตอร์จึงทำให้การสำรวจล่าช้าขึ้นมาก

    “ฉันรู้แต่จะทำยังไงได้ก็ดันเจี้ยนนี้  ในตอนนี้มันอยู่ในช่วงระยะเวลา2เท่าซึ่งนี้ก็จัดว่ามันคุมค่าอย่างแน่นอน พวกเราแค่ต้องปรับตัวกับมันให้ได้ก็เท่านั้น  เพราะสำหรับตอนนี้จุดอ่อนของพวกเราคือไม่สามารถจัดการกับศัตรูได้เร็วเท่าที่ควร  แต่หากนายเริ่มคุ้นชินกับรูปแบบการโจมตีของทหารผีดิบความเร็วในการสำรวจจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน”

    ลูชเริ่มอธิบายรูปแบบการโจมตีของทหารผีดิบให้อดัมฟัง  เนื่องจากพวกเขาตกลงจะสลับตำแหน่งกันในทุกๆครั้งหลังจากการพักและต่อไปจะเป็นรอบของอดัมในการเป็นตัวหลักสำหรับการต่อสู้กับทหารผีดิบ   แต่ในระหว่างที่ลูชเริ่มอธิบายรูปแบบการโจมตีของทหารผีดิบได้สักพัก

    แกร่ก~แกร่ก~

    “มาแล้ว!!”

    ลูชและอดัมเตรียมพร้อมต่อสู้กันอีกครั้ง  พวกเขาเริ่มหันกลับไปมองข้างหลังซึ่งเป็นที่มาของเสียงดังกล่าว

    ไม่นานทหารผีดิบสามตัวก็ปรากฏขึ้น

    ‘เป็นอย่างที่คิดขนาดลดเวลาจากการหยุดพักลงถึงครึ่งชั่วโมงแถมยังเป็นระยะทางที่ไม่ถึง1พันหลาด้วยซ้ำ  แต่กลับพลาดจุดเกิดไปถึง3จุด’

    “อดัมนายไปค่อยตรึงทหารผีดิบเอาไว้หนึ่งตัว  พยายามออมค่าเรี่ยวแรงเอาไว้ให้มากที่สุดเพราะนายจะต้องรับไม้ต่อจากฉัน”

    “ครับ”

    อึก~

    ลูชกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนที่เข้าจะพุ่งไปรับมือกับทหารผีดิบเพราะนี้เป็นครั้งแรกที่เขาจะต้องรับมือกับพวกมันถึง2ตัวโดยที่ไม่มีอดัมค่อยขัดขวางการโจมตีให้  แต่ถึงแม้จะเป็นช่วงที่ดูเหมือนจะวิกฤติแต่ลูชกลับไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าของเขาเลย เขายังมีใบหน้าที่สงบเหมือนเดิมก่อนที่จะปรากฏรอยยิ้มที่มุมปากออกมา

    สแยะ

    คล้ายกับเรื่องPath of god เส้นทางของพระเจ้า ที่คุณอ่าน