[จากนักเขียน] หมายเหตุ : จะขอเปลี่ยนจากพิพากษาเป็นดาบพิพากษาเพราะมันดูเท่กว่า @#
******
“ดาบพิพากษา!!”
...
[ทักษะ ดาบพิพากษา]
ปลดปล่อยคมดาบ20เส้นใส่เป้าหมายเดียวใน1วินาที
สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 200%ของพลังโจมตี
ทรัพยากรที่ต้องการ มานา 7,700 หน่วย ออร่าดาบ700หน่วย
คลูดาวน์ 12ชั่วโมง
...
บู๊มมม~
บู๊มม~
รัศมีดาบสีขาวกว่า20เส้นถูกซัดสาดไปยังทหารผีดิบในพริบตา แสงสีขาวอาบร่างที่เน่าเปื่อยอย่างสวยงามตระการตา มันเป็นความงดงามที่หากใครได้พบเห็น เป็นต้องลืมหายใจ แต่คงไม่ใช้สำหรับลูช นั่นเป็นเพราะเขาคือคนที่ได้รับรู้ถึงฤทธิ์เดชของความงามตรงหน้าเป็นอย่างดี
[ท่านสร้างความเสียหาย 20,650 หน่วย]
คริติคอล
[ท่านสร้างความเสียหาย 41,150 หน่วย]
[ท่านสร้างความเสียหาย 20,890 หน่วย]
[ท่านสร้างความเสียหาย 20,660 หน่วย]
คริติคอล
[ท่านสร้างความเสียหาย ….
[ท่านสร้างความ....
[….
[..
***
[หัวหน้าปาตี้ลูชสังหารทหารผีดิบ]
[ท่านได้รับค่าประสบการณ์ 680,000 หน่วย]
[หัวหน้าปาตี้ลูชได้รับลูกตาผีดิบ 2 หน่วย]
[หัวหน้าปาตี้ลูชได้รับเหรียญเงิน 57 เหรียญ]
***
“…..”
อดัมที่เห็นภาพตรงหน้าประหลาดใจจนดวงตาสีฟ้าใสแถบถลนออกจากเบ้าเขามองสลับไปมาระหว่างลูชกับรายระเอียดของสมาชิกปาตี้ เพราะลูชในปัจจุบันมีเลเวลน้อยกว่าเขาถึง3ระดับ แต่ความเสียหายที่ลูชสร้างขึ้นเมื่อครู่นั้นกับมากถึง400,000หน่วย
‘แม้จะมีสุดยอดทักษะแบบนี้อยู่กับตัว แต่หัวหน้าก็ยังไม่อาจจะเอาชนะบูเล็ตได้อีกงั้นหรือ?’
ลูชได้เล่าเหตุการณ์ระหว่างการปะทะกันของเขากับบูเล็ตให้อดัมได้ฟังแล้ว ในตอนแรกอดัมนั้นไม่ได้แปลกใจนักในผลของการต่อสู้ เพราะไม่ว่ายังซะบูเล็ตก็เป็นถึงการ์เดี้ยนไนท์ขั้นพื้นฐานระดับสูงซึ่งเหนือกว่าลูชที่เป็นเพียงนักดาบขั้นพื้นฐานระดับกลาง ความต่างตรงจุดนี้ใหญ่หลวงมาก โดยที่แม้แต่เด็กน้อยก็ยังรู้เลย
‘นี้บูเล็ตมันแข็งแกร่งขนาดไหนกัน’
อดัมหันกลับไปมองทางฝั่งของลูช ลูช ณ ปัจจุบันเองก็ตกใจไม่ได้แพ้อดัมเลยเขาเองก็ไม่เคยคิดว่าทักษะนี้มันจะสุดยอดถึงเพียงนี้
‘หรือว่าท่าเราใช้ทักษะนี้แทนกลืนกินศักดิ์สิทธิ์ในตอนที่สู้กับบูเล็ต เราอาจจะสามารถฆ่าไอหมอนั้นลงได้งั้นหรอ?’
ลูชเริ่มสงสัยว่าหากเขาใช้ <ดาบพิพากษา>แทน<กลืนกินศักธิ์สิทธิ์> ในตอนที่สู้กลับบูเล็ตเขาอาจมีความหวังที่จะโค่นบูเล็ตลงก็เป็นได้ แต่ในความจริงแล้วคงเป็นไปไม่ได้เลยความเสียหายที่ดาบพิพากษาทำได้นั้นไม่ได้ต่างจาก <กลืนกินศักธิ์สิทธิ์> ที่มี<กระบี่เดี่ยวดาย> ค่อยช่วยเท่าไรนักเพราะไม่ว่าอย่างไร<กระบี่เดี่ยวดาย> ก็ไม่สามารถใช้คู่กับ <ดาบพิพากษา> ได้อย่างลงตัวเพราะเอฟเฟคการมองข้ามพลังป้องกันจะเกิดขึ้นในคอมโบทัดไปเท่านั้น และ<ดาบพิพากษา> ที่มีถึง20คอมโบก็จะถูกนับเพียงแค่คอมโบแรกที่กระทบกับเป้าหมายเท่านั้น ส่วนอีก19 คอมโบก็จะกลายเป็นการโจมตีแบบไม่มองข้ามการป้องกันอีก และไม่ว่ายังไงในตอนนั้นลูชก็ไม่มี มานาและออร่าดาบพอให้ใช้<ดาบพิพากษา> อยู่ดี แถมเขายังต้องเหลือมานาสำหรับการล่องหนเพื่อหลบหนีอีก มันจึงแถบเป็นไปไม่ได้เลยที่ลูชจะสามารถโค่นบูเล็ตลงได้ในตอนนี้ ยกเว้นแต่เขาจะพัฒนาเชิงดาบให้ดีขึ้นยิ่งกว่านี้เขาถึงอาจจะมีโอกาศในการฆ่าบูเล็ตโดยที่ยังมีเลเวลเท่ากับปัจจุบัน
ลูชเลิกคิดเรื่อยเปื่อยและกลับมาโฟกัสกับการสำรวจดันเจี้ยนอีกครั้งเขาเริ่มจากการสำรวจของที่ดรอปจากทหารผีดิบ
‘ของที่ดรอปจากทหารผีดิบมีเพียงแค่ไอเทมขยะกับเหรียญเงินเท่านั้นสมกับเป็นมอนเสอร์ทั่วไปจริงๆ ส่วนค่าประสบการณแม้เราจะแชร์ค่าประสบการณ์กับอดัมแต่มันก็ยังได้เยอะกว่าตอนที่แชร์ค่าประสบการณ์กับฟีเลียในตอนล่าเดอะริปเปอร์ แต่เราก็ยังต้องฆ่าอีกเกือบ200ตัวสำหรับเลเวล1ระดับ’
ลูชเริ่มพินิจพิจารณาเกี่ยวกับการสำรวจดันเจี้ยนนี้อย่างเคร่งเครียด
“อดัม! เราจะต้องว่างแผนกันใหม่ดันเจี้ยนนี้มีความยากมากเกินไป เราจะต้องปรับกำหนดการใหม่โดยรูปแบบของปาตี้ยังเหมือนเดิมกับที่ได้วางเอาไว้ในตอนแรก แต่เราจำเป็นต้องพักกัน5นาที ในทุกๆครึ่งชั่วโมง เพราะหากมีจุดเกิดของมอนสเตอร์ที่พลาดสังเกตเกิน4จุดขึ้นไปนั้นหมายความว่าพวกเราอาจจะต้องรับมือกับทหารผีดิบถึง4ตัว ฉันเลยคิดว่าใน1ชั่วโมงเราอาจจะพลาดจากการสังเกตจุดเกิดของทหารผีดิบและสะสมมันจนมากเกินที่จะรับไหว แม้พวกเราจะสามารถมองเห็นในที่มืดได้เป็นอย่างดีแต่วิสัยทัศน์รอบๆก็แคบลงมากจริงๆเพราะงั้นเราจะประมาทไม่ได้ ฉันจึงต้องปรับเวลาในการพักใหม่เพราะต่อให้นายกับฉันรวมมือกันสู้อย่างเติมที่เราอาจจะพอรับมือได้แต่มันจะเป็นการเปลืองโพชั่นและค่าเรี่ยวแรงมากเกินไปและอาจทำให้เสบียงของเราไม่พอต่อการสำรวจ”
“….!!”
‘สุดยอด!! ทั้งๆที่หัวหน้าชอบทำเรื่องโง่ๆแท้ๆ แต่ในตอนนี้เขาราวกับเป็นคนละคนกับก่อนหน้านี้เลย’
อดัมมักจะค่อยเฝ้าระวังให้ลูชจากข้างหลังอยู่เสมอๆตลอด2วันที่ผ่านมา เขาจึงรู้ดีว่าลูชชอบทำเรื่องงี่เง่ากับการตบมุขโง่ๆมากแค่ไหน แต่หลังจากที่พวกเขาได้เข้ามาในดันเจี้ยนนี้ลูชกลับเป็นคนว่างแผ่นและจัดการทุกๆอย่างคนเดียวทั้งหมด ตั้งแต่เรื่องเสบียงไปจนถึงแผนการสำหรับการสำรวจทั้งหมดแม้ในตอนแรกแผนการที่ลูชคิดขึ้นจะฟังดูพื้นๆแต่เพียงไม่นานความสมบูรณ์แบบของมันก็เริ่มเพิ่มขึ้นเลื่อยๆจนอยากจะหาจุดบกพร่อง
อดัมเริ่มมองลูชในมุมมองใหม่ๆ
แต่สิ่งที่อดัมไม่รู้ก็คือนี้เป็นสิ่งที่ลูชถนัดมากที่สุด นั้นเป็นเพราะมันคือสิ่งที่เข้าใช้เวลาเรียนมาถึงสี่ปีด้วยความคิดที่ว่าหลังเรียนจบเข้าจะได้มีงานดีๆทำและประสบความสำเร็จ โดยหากเกมนี้ไม่เกิดขึ้นมาซะก่อน ลูชเรียนอยู่ในคณะบริหารการจัดการ สำหรับคนทั่วไปคณะนี้คือการเรียนในทุกๆอย่างที่จำเป็นสำหรับการบริหารการจัดการต่างๆ โดยที่ไม่ได้เจาะลึกไปในเชิงลึกของสิ่งที่เรียนมากนักและนั้นคือสิ่งที่ควรจะเป็น แต่ไม่ใช้สำหรับไอบ้าอย่างลูช ทุกสิ่งที่เขาได้เรียนเขาก็จะเรียนมันไปเรื่อยๆอย่างไม่ยอมหยุด เขาตั้งใจเรียนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และมันคือ1ในสาเหตุที่ทำให้เขาไม่มีทั้งเพื่อนและแฟนทั้งที่มีใบหน้าหล่อเหลาถึงเพียงนี้ และมันยังเป็นอีกสาเหตุของหนี้ก้อนแรกในชีวิตของเขา และหนี้ก้อนนั้นก็ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่มีปัญญาไปเรียนต่อและต้องมาเป็นหนี้ซ้ำก่อนจะมาจบลงที่ Path of God
***
ลูชและอดัมเริ่มออกสำรวจชั้นที่1ของดันเจี้ยนสุสานโกลมาสกันอีกครั้งหลังจากการเปลี่ยนกำหนดการพักของปาตี้เสร็จ โดยที่ช่วงแรกลูชจะค่อยเป็นตัวหลักในการรับมือกับพวกผีดิบและอดัมก็จะค่อยช่วยในการขัดขวางการโจมตีที่ลูชไม่สามารถหลบหลีกได้ แต่นั้นคือรูปแบบที่ลูชสามารถรับมือได้โดยที่มีทหารผีดิบออกมาเพียง2ตัวเท่านั้น เพราะเขาไม่สามารถรับมือกับทหารผีดิบเกินสองตัวขึ้นไปได้ หากทหารผีดิบมีจำนวนเกินกว่าที่กำหนดเขาอาจจำเป็นต้องให้อดัมออกมาช่วยในการตรึงศัตรูเอาไว้โดยให้อดัมได้สู้น้อยที่สุดเพื่อประหยัดค่าเรี่ยวแรงของอดัมเอาไว้ และนับเป็นเรื่องที่โชคดีสำหรับพวกเขาที่ผีดิบในดันเจี้ยนนี้จะปรากฏตัวออกมาอย่างช้าๆหากไม่มีการโจมตีเข้าไป มันเลยทำให้พวกเขาสามารถควบคุมจำนวนของศัตรูที่ปรากฏตัวออกมาได้จึงทำให้พวกเขาสามารถจัดการกับ30นาทีแรกได้เป็นอย่างดี
“หัวหน้าครับนี้มันจะดีจริงๆหรือครับ แม้พวกเราจะควบคุมจำนานศัตรูและรับมือกับพวกมันได้เป็นอย่างดี แต่ผ่านไปตั้ง30นาทีเรากลับเขามาได้ยังไม่ถึง1000หลาเลยนะครับ”
อดัมเริ่มสงสัยว่าดันเจี้ยนนี้เหมาะกับการสำรวจหรือไม่แม้พวกเขาจะรับมือกับความยากของดันเจี้ยนได้เป็นอย่างดีแต่ด้วยการที่พวกเขาต้องค่อยจัดการและควบคุมจำนวนของมอนสเตอร์จึงทำให้การสำรวจล่าช้าขึ้นมาก
“ฉันรู้แต่จะทำยังไงได้ก็ดันเจี้ยนนี้ ในตอนนี้มันอยู่ในช่วงระยะเวลา2เท่าซึ่งนี้ก็จัดว่ามันคุมค่าอย่างแน่นอน พวกเราแค่ต้องปรับตัวกับมันให้ได้ก็เท่านั้น เพราะสำหรับตอนนี้จุดอ่อนของพวกเราคือไม่สามารถจัดการกับศัตรูได้เร็วเท่าที่ควร แต่หากนายเริ่มคุ้นชินกับรูปแบบการโจมตีของทหารผีดิบความเร็วในการสำรวจจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน”
ลูชเริ่มอธิบายรูปแบบการโจมตีของทหารผีดิบให้อดัมฟัง เนื่องจากพวกเขาตกลงจะสลับตำแหน่งกันในทุกๆครั้งหลังจากการพักและต่อไปจะเป็นรอบของอดัมในการเป็นตัวหลักสำหรับการต่อสู้กับทหารผีดิบ แต่ในระหว่างที่ลูชเริ่มอธิบายรูปแบบการโจมตีของทหารผีดิบได้สักพัก
แกร่ก~แกร่ก~
“มาแล้ว!!”
ลูชและอดัมเตรียมพร้อมต่อสู้กันอีกครั้ง พวกเขาเริ่มหันกลับไปมองข้างหลังซึ่งเป็นที่มาของเสียงดังกล่าว
ไม่นานทหารผีดิบสามตัวก็ปรากฏขึ้น
‘เป็นอย่างที่คิดขนาดลดเวลาจากการหยุดพักลงถึงครึ่งชั่วโมงแถมยังเป็นระยะทางที่ไม่ถึง1พันหลาด้วยซ้ำ แต่กลับพลาดจุดเกิดไปถึง3จุด’
“อดัมนายไปค่อยตรึงทหารผีดิบเอาไว้หนึ่งตัว พยายามออมค่าเรี่ยวแรงเอาไว้ให้มากที่สุดเพราะนายจะต้องรับไม้ต่อจากฉัน”
“ครับ”
อึก~
ลูชกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนที่เข้าจะพุ่งไปรับมือกับทหารผีดิบเพราะนี้เป็นครั้งแรกที่เขาจะต้องรับมือกับพวกมันถึง2ตัวโดยที่ไม่มีอดัมค่อยขัดขวางการโจมตีให้ แต่ถึงแม้จะเป็นช่วงที่ดูเหมือนจะวิกฤติแต่ลูชกลับไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าของเขาเลย เขายังมีใบหน้าที่สงบเหมือนเดิมก่อนที่จะปรากฏรอยยิ้มที่มุมปากออกมา
สแยะ