บทที่ 16 หารืองานเลี้ยง
เทียนหลันเซ่อกลับห้องของตนเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์โดยมีทหารคนสนิทคอยช่วยหยิบจับทุกสิ่งทุกอย่างให้
“่นี้ดูเหมือนท่านแม่ทัพจะอารมณ์ดีนะขอรับ ใบหน้าชื้นบานตลอดเวลาไม่เหมือนเมื่อก่อนเอาแต่ทำหน้าราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ” ทหารคนสนิทเอ่ยขึ้นมาเมื่อมองแม่ทัพผ่านกระจกใหญ่ในห้องแต่งกาย
“ข้าเป็เช่นนั้นจริง ๆ นะหรือสงสัย่นี้ไม่ค่อยมีเื่ให้ข้าต้องปวดหัวแต่งกายเสร็จออกเดินทางกันเถิด ข้าอยากกลับมากินอาหารเย็นพร้อมฮูหยิน”
เขาพยักหน้าเดินนำแม่ทัพออกจากห้องแต่งกายเมื่อออกมาเห็นว่าฮูหยินผู้เฒ่ากำลังเดินเข้ามา
“ท่านแม่ทัพอยู่หรือไม่? ข้าคงไม่ได้มาเสียเที่ยวหรอกใช่หรือไม่” ฟางเหนียงเอ่ยถามทหารเมื่อเห็นเขาเดินออกมาจากห้องของเทียนหลันเซ่อ
“ท่านแม่ทัพอยู่ด้านในขอรับกำลังจะออกมา นายหญิงนั่งรอสักครู่นะขอรับข้าจะรินน้ำชาให้”
“ถือว่าโชคดีที่ท่านแม่ทัพยังไม่ออกไป ส่วนเ้าออกไปรอท่านแม่ทัพอยู่ด้านนอกเถิดข้ามีเื่หารือท่านแม่ทัพไม่นาน”
“ขอรับนายหญิง” เทียนหลันเซ่อได้ยินเสียงของท่านแม่จึงรีบเดินออกมาจากห้อง
“ท่านแม่มีเื่ด่วนอันใดกันขอรับถึงมาหาข้าั้แ่เช้าตรู่” เขาเอ่ยถามทันทีที่เดินออกมาพลางนั่งลงที่เก้าอี้ตัวข้าง ๆ
“ข้ามาหาเ้าต้องมีเื่ด่วนด้วยอย่างนั้นหรือ? ่นี้เ้าหลงฮูหยินของเ้าจนลืมข้าแล้วสินะ” ฟางเหนียงทำท่าทางน้อยใจบุตรชายตนเองที่เห็นสตรีดีกว่ามารดาเช่นนาง
“ข้าจะลืมท่านแม่ได้อย่างไรขอรับ ท่านแม่คือท่านแม่ของข้าส่วนเยินเม่ยเม่ยนางคือฮูหยินของข้า อีกอย่างนางได้รับาเ็ข้าจึงต้องเอาใจใส่นางสักนิด เพราะท่านรองแม่ทัพที่มีพระคุณกับข้า ท่านแม่อย่าได้น้อยใจไปเลยขอรับ”
“เ้ารู้หรือไม่ว่าฮูหยินของเ้าร้ายเพียงใด เมื่อวานนางเอ่ยกับข้าช่างไร้มารยาทแถมยังบอกว่านางไม่ชอบข้าอีกด้วยซ้ำ เื่นี้เ้าต้องจัดการให้ข้านะรู้หรือไม่? ” นางรีบนำเื่ที่นางเจอหลี่มี่กล่าวว่ามาฟ้องเทียนหลันเซ่อ
“ท่านแม่เข้าใจนางผิดหรือไม่ขอรับ ตอนที่นางอยู่ต่อหน้าข้า ข้าไม่เคยเห็นนางทำเสียมารยาทกับท่านแม่สักครา”
“เฮ้อ! เ้าคงหลงนางเข้าแล้วจริง ๆ แต่เอาเถอะเดี๋ยวสักวันเ้าจะรู้เองว่านางเป็สตรีเช่นไร ที่ข้ามาในวันนี้เพราะมีเื่หารือกับเ้า ั้แ่เ้าชนะในสนามรบมาแถมยังได้การแต่งตั้งจากฮ่องเต้ ข้าจึงจะจัดงานเลี้ยงฉลองให้เ้าในครั้งนี้ ไม่รู้ว่าเ้าลืมหรือยุ่งวุ่นวายกับการแต่งเยิ่นเม่ยเม่ยเข้ามาจนลืมไปเลยว่าตนเองได้รับตำแหน่งในราชสำนัก” เทียนหลันเซ่อแค่งานของเขามากมายพอแล้ว อย่างไรเื่ในเรือนเขาให้ท่านแม่เป็ผู้จัดการ จึงพยักหน้าพร้อมเอ่ยออกไป
“ข้าไม่ลืมขอรับ เพียงแต่อยากจัดการทุกอย่างให้เสร็จสิ้นเสียก่อน การจัดงานเลี้ยงฉลองเมื่อไหร่ก็สามารถจัดได้ขอรับ ท่านแม่จัดการเื่นี้เลยนะขอรับ่นี้ข้าไม่ค่อยว่างมีเื่ที่จะต้องให้ทำ ทุกอย่างข้าฝากท่านแม่จัดการด้วยนะขอรับ”
“งานเลียงฉลองในครั้งนี้ข้าจะต้องจัดอย่างยิ่งใหญ่ให้สมกับสถานะของเ้า เ้าเป็คนทำให้ตระกูลของเรายิ่งใหญ่เช่นนี้ต้องปล่าวประกาศให้ทุกคนรับรู้สิ เช่นนั้นข้าจะจัดการเื่นี้เอง ทั้งอาหารการแสดงรวมทั้งแขกเหลือข้าจะเขียนเทียบเชิญแค่คนที่สำคัญ ๆ เอาเช่นนี้แล้วกันเ้าออกไปทำหน้าที่ของเ้าเถิด” ฟางเหนียงยิ้มกว้างอย่างดีใจที่เทียนหลันเซ่อเห็นด้วยกับงานเลี้ยงในครั้งนี้
ห้องของฮูหยิน
ไป๋ลู่เดินเข้ามาด้านในเปิดหน้าต่างให้ความสว่างของดวงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาเพื่อให้หลี่มี่ได้รับรู้ว่าตอนนี้สว่างแล้ว
“อื้อเช้าแล้วหรือ ไป๋ลู่เ้าช่วยไปเตรียมสำรับมาให้ข้าทีเตรียมมาสองสำหรับสองคนนะ” หลี่มี่ลืมตาขึ้นมาเห็นไป๋ลู่ยืนอยู่ข้างเตียงจึงสั่งให้นางไปจัดการเตรียมอาหารมาให้ หลี่มี่ลุกขึ้นอย่างแ่เบาเกรงว่าเด็กชายที่นอนอยู่จะตื่นเอาได้ก่อนจะจับผ้าห่มมาห่มกายให้แล้วเดินลงมาจากเตียงอย่างช้า ๆ
“เ้าค่ะ ข้าจะรีบไปจัดเตรียมให้เดี๋ยวนี้”
หลี่มี่เดินออกมารับลมด้านนอกเรือน อากาศเย็นพัดโชยมาปะทะกายอย่างเยือกเย็นแต่กลับมีแสงแดดอุ่น ๆ ที่ทำให้ไม่หนาวมากนัก นางครุ่นคิดจะทำอย่างไรที่จะรู้ถึงแผนการที่ฟางเหนียงกับหลิวอี้เฟ่ย นางจะได้ตั้งรับมือจากทั้งสองได้
‘เฮ้อ! จะทำอย่างไรดีนะคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก’ หลี่มี่คิดในใจสักพักได้ยินเสียงสาวใช้ที่เดินไปมาเอ่ยเื่งานเลี้ยงฉลองดังขึ้น
“นี่เ้าข้าได้ยินมาว่าอีกไม่กี่วันที่จวนแห่งนี้จะจัดงานเลี้ยงฉลองที่ท่านแม่ทัพได้รางวัลจากฮ่องเต้ เมื่อครู่ข้าเดินผ่านห้องครัวเห็นวุ่นวายกันใหญ่ที่จะต้องจัดเตรียมอาหารมงคล”
“ก็ดีนะสิ งานเลี้ยงฉลองข้าว่าต้องใหญ่กว่างานมงคลของท่านแม่ทัพแน่ ๆ อย่างนี้เราก็สบายท้องนะสิของกินคงมากน่าดู”
“นั้นสิ ข้าล่ะอยากถึงวันนั้นจริง ๆ ” ทั้งสองคุยกันหัวเราะคิกคัก หลี่มี่คิ้วขมวดทุกอย่างไม่เหมือนในนิยายสักอย่าง
“งานเลี้ยงฉลองอย่างนั้นหรือ ทำไมฉันรู้สึกถึงลางสังหรณ์อย่างไรก็ไม่รู้ หรือว่าฟางเหนียงจะมีแผนอะไรกันนะ เฮ้อ! ทางเลือกสุดท้ายของฉันคงจะต้องใช้วิธีนี้แล้วสินะ” หลี่มี่เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงรีบเดินเข้าไปด้านในห้องเพื่อปลุกอ้ายเยว่ให้ตื่น
"ดูสิยามเ้านอนช่างน่ารักน่าเอ็นดูแต่ทำไมเวลาเ้าตื่นมาต้องคิดว่าข้ามิใช่คนดีด้วยนะ ข้านะไม่หวังอยากได้ความรักจากท่านพ่อของเ้าหรอกนะ ถึงเวลาข้าจะไปจากที่นี่เอง" หลี่มี่นั่งลงข้างกายอ้ายเยว่จ้องมองเด็กชายอย่างเอ็นดู
"ท่านเอ่ยออกมาเช่นนั้นหมายความว่าท่านจะหย่ากับท่านพ่ออย่างนั้นหรือ " แต่แล้วจู่ ๆ อ้ายเยว่ก็ลืมตาขึ้นเอ่ยถามหลี่มี่ในสิ่งที่นางเอ่ยมาเมื่อครู่
"เ้าตื่นั้แ่เมื่อไหร่กัน สิ่งที่ข้าเอ่ยออกมาเมื่อครู่เ้าคงได้ยินหมดแล้วสินะข้าอธิบายไปเ้าคงไม่เข้าใจเมื่อเ้าตื่นแล้วก็จงลุกเถิดสาวใช้ของข้ากำลังไปยกสำรับมาเ้ากินอาหารเช้ากับข้าเสร็จแล้วค่อยกลับห้องของเ้าแล้วกัน "
"ผู้ใหญ่ทำไมต้องเอ่ยวาจาให้มันยุ่งยากด้วยนะ ข้าไม่เข้าใจสักนิด" อ้ายเยว่ลุกขึ้นจากเตียงไม่นานนักแม่นมของเขาได้เข้ามาด้านในพร้อมไป๋ลู่ที่ยกสำรับมาตามคำสั่งของหลี่มี่
หลังจากนั้นทั้งสองได้ร่วมอาหารด้วยกันครั้งแรกอ้ายเยว่แอบยิ้มบ่อยครั้ง ความรู้สึกที่เคยอยากได้รับตอนนี้เขารู้แล้วว่ามันเป็เช่นไร