เกาซูซูแต่งงานกับสามีแล้วย้ายมาอยู่ที่อีกหมู่บ้านเพื่อสะดวกต่อการทำงานโดยสามีนางเป็นเสี่ยวเอ้อในโรงเตี้ยมนางและสามีเป็นเพื่อเล่นวันเด็กด้วยกันโตมาจึงแต่งงานกันชีวิตนางคล้ายจะราบลื่นจนกระทั้งหลังสามีกลับมาจากไปหาของป่าเขาเป็นไข้รักษาไม่หาย จากนั้นเพียงไม่นานนางก็กลายเป็นหม้ายสามีตายทั้งที่พึ่งจะเริ่มชีวิตคู่ แต่งงานกันได้เพียงสิบกว่าวัน
ในระหว่างที่นางกำลังใคร่ครวญว่าจะทำเช่นไรดีกับชีวิตเพื่อนของเขาที่นางก็พึ่งรู้จักตอนย้ายมาอยู่ที่ก็ปรากฏพร้อมกับบอกว่าเขาเป็นห่วงจะอยู่เป็นแต่ใครจะคิดว่าระหว่างที่นางนอนฝันถึงวันวานกับสามี เขาที่ว่าจะเฝ้าข้างนอนจะกลายเป็นคนที่จูบนางไม่ใช่สามีที่อยู่ในฝัน แล้วแบบนี้นางจะต้องทำเช่นไรในเมื่อเขาคร่อมร่างนางขนาดนี้แล้ว
นัยน์ตาเป็นประกายกวาดมองท้องฟ้าโปร่งเปลือกตาของนางโค้งลงเหมือนพระจันทร์เสี้ยวเช่นเดียวกับมุมปากที่ยกสูงขึ้นมือทั้งสองที่ตลอดครึ่งคืนสาละวนอยู่กับกองจาน ชามมากมายถูกับผ้ากันเปื้อนก่อนจะก้มมองดูความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย แล้วก้าวออกจากตรงนั้นเมื่อเห็นร่างสามีเดินมา
“อาซูกลับกันเถิด”ใบหน้าเกลี้ยงพยักรับแล้ววิ่งเข้าไปหาชายร่างสูงผู้เป็นสามีของนาง
เกาซูซูและสามีหม่าลี่แต่งงานกันเมื่อครึ่งเดือนก่อนทั้งสองเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เด็ก เมื่อนางถึงวัยปักปิ่นต้องออกเรือนจึงเลือกแต่งงานกับเขาชายที่บิดา มารดาเห็นว่าจะดูแลนางได้ซึ่งตัวนางเองก็ไม่ปฏิเสธเรื่องนี้ เพราะแต่เล็กมาเขานับว่าเป็นบุรุษเพียงคนเดียวที่นางใกล้ชิดและไว้ใจก่อนจะพากันย้ายมาอยู่อีกหมู่บ้านที่ใกล้ตัวอำเภอหน่อยเพื่อที่เขาจะได้ไปทำงานที่โรงเตี้ยมที่เป็นลูกจ้างได้สะดวก
หม่าลี่เป็นคนขยันอดทน เดิมเขาไม่ต้องการให้นางทำงานต้องการให้นางอยู่เรือนดูแลหุงหาอาหารและทำหน้าที่ดูแลบุตรให้เขาในอนาคตแต่เป็นตัวนางเองที่ต้องการแบ่งเบาจึงขอเถ้าแก่โรงเตี้ยมที่สามีทำงานอยู่ให้รับนางอีกคนตอนนี้ทั้งนางและเขาจึงเป็นลูกจ้างอยู่ที่นี่ด้วยกัน มาทำงานพร้อมกันกลับบ้านก็พร้อมกัน
ซูซูเงยหน้าละสายตาจากเตาไฟหลังได้ยินชื่อเรียกสามีของนางก่อนจะส่งยิ้มอ่อนให้กับสหายสามีที่ก็ส่งยิ้มให้นางเช่นกัน
“อาซู อาลี่เล่า”
“ท่านพี่ไปให้อาหารไก่สักครู่คงกลับ พี่สิงเส้ารอเดี๋ยวนะเจ้าค่ะ”
“อื้ออ เขาบอกเจ้าแล้วใช่หรือไม่ว่าวันนี้ข้ากับเขาจะขึ้นเขา”
“เจ้าค่ะ ท่านพี่บอกว่าท่านชวนเขาไปหาหน่อไม้”
“เขานี่ซื่อสัตย์กับเจ้าจริงๆ จะไปที่ไหน ทำอะไรก็บอกเจ้าหมด”
ซูซูยิ้มหวานด้วยท่าทีเอียงอายกับคำเจ้าของสหายสามีก่อนทั้งนางและเขาจะหันไปทางหลังเรือนมองชายอีกคนที่กำลังเดินมา
“เจ้ามาแล้วหรือ”
“อืมมม”
“อาซูข้าไปก่อน เจ้าอยู่เรือนก็ดูแลตัวเองให้ดีแล้วกัน”
“อื้ออ”
“ข้าจะรีบกลับมาก่อนอาทิตย์ตกวันนี้เจ้าไม่ต้องเตรียมอาหารข้าจะกลับมาทำเอง”
“อื้ออ”
สองสามีภรรยาร่ำลากันด้วยท่าทางอ้อยอิ่งไม่ยอมจะจากกันเสียทีจนชายอีกคนที่คล้ายจะเป็นส่วนเกินยิ้มกริ่มเบือนหน้าหนี พวกเขาทั้งสองจึงยอมผละกันและพวกเขาก็ได้ออกเดินทางเสียที
ตลอดวันหลังสามีออกไปซูซูก็วุ่นวายกับงานเรือนแม้วันนี้จะเป็นวันหยุดของนางใบหน้าชิ้นเหงื่อแหงนมองท้องฟ้าสดใสเพื่อคล้ายความรู้สึกไม่สบายตัว หลังก้ม ๆ เงยๆ มาตลอดทั้งวัน ตอนนี้ยามเว่ยแล้วคิดว่าอีกไม่นานสามีนางก็จะกลับมาเมื่อคิดได้เช่นนั้นหญิงสาวก็เก็บข้าวของที่เอาออกมาทำความสะอาดแล้วไปหุงข้าวทันทีแม้เขาจะบอกว่านางไม่ต้องทำ
และก่อนพระอาทิตย์คนทั้งสองก็กลับมาในตะกร้าบนหลังทั้งสองเต็มไปด้วยหน่อไม้อวบอ้วนคิดว่าพรุ่งนี้ตอนเอาไปขายเถ้าแก่น่าจะได้หลายตังและนอกเหนือจากนั้นในมือของสามีนางยังมีกระต่ายป่าตัวใหญ่ขนปุ๋ยติดมาด้วย
“อาซูสามีเจ้าพยายามและเสียเวลากับเจ้านั้นอยู่นานเลยบอกว่าชอบจะจับมาให้เจ้าให้จงได้”
“เจ้าพูดมากไม่ใช่เจ้าหรือที่บอกว่าหากเอามาได้นางจะไม่ว่าที่เรากลับกันมาช้า”
ทั้งสองแย้งไปพลางกวนไปพลางจนสตรีร่างเล็กที่จ้องมองสหายทั้งสองแกล้งกันอดยิ้มพร้อมส่ายหัวเหนื่อยหน่ายไม่ได้และเพราะวันนี้พวกเขาหาของป่ามาได้หลายอย่างหม่าลี่และสิงเส้าจึงช่วยกันเตรียมมื้อเย็นบรรยากาศบนโต๊ะอาหี่ครึกครื้นอย่างทุกครั้งที่สหายผู้นี้มากินข้าวที่บ้านกว่าสิงเส้าจะกลับบ้านตัวเองได้เหล้าก็หมดไปหลายไหแล้ว
วันนี้คนที่แวะเข้ามาที่โรงเตี้ยมก็ยังมีมากเหมือนเดิมหม่าลี่และสิงเส้าทำหน้าที่ของพวกเขาด้วยความขันแข็งเหมือนเดิมเช่นเดียวกับซูซูที่ขยับตัวอยู่ตลอดมารู้ตัวอีกทีห้องครัวก็ปิดลงพร้อมกับงานมากมายสิ้นสุดหญิงสาวยืดตัวถอนลมหายใจเสียงดัง นางหันมองไปทางด้านในที่ตอนนี้สามีและสหายกำลังจัดเก็บโต๊ะตัวสุดท้ายกันอยู่หลังจากนี้พวกเขาและนางก็จะสามารถกลับบ้านกันได้
บรรยากาศระหว่างเดินหลับเรือนยังเหมือนทุกวันแต่แปลกไปที่หม่าลี่ที่ทุกวันจะพูดคุยหยอกล้อกับสหายสนุกสนานวันนี้กลับถามคำตอบคำ ท่าทางเซื่องซึมใบหน้าซีดเซียว จนนางเริ่มเป็นห่วงไม่ต่างกับสิงเส้าที่จับสังเกตสหายสนิทได้
“ท่านพี่วันนี้ท่านดูไม่ดีเลย รีบพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ”
“อื้ออ ข้าไปนอนก่อน เจ้าเองก็กลับดี ๆ” หม่าลี่พยักหน้ารับภรรยาก่อนจะหันไปกล่าวล่าสหายด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง แล้วหมุนตัวเดินจากไปทันทีส่วนซูซูและสิงเส้าที่อยู่หน้าบ้านเมื่อเห็นอีกคนเดินเข้าไปด้วยในก็มองกันด้วยสีหน้าเป็นกังวล ก่อนคนร่างสูงจะร่ำลาภรรยาสหายแล้วจากไป
คืนนั้นทั้งคืนซูซูแทบไม่ได้นอนหลับนางคอยเช็ดตัวให้สามีตลอดจนท้องฟ้าสว่างร่างกายของเขาก็ไม่มีท่าทีจะเย็นลงจนนางร้อนใจลมหายใจร้อนระอุที่พ่นออกมาราวไอร้อนจากเตายามนางทำกับข้าวทำหญิงสาวแรกวัยปักปิ่นทำอะไรไม่ถูกเคราะห์ดีที่สิงเส้าเข้ามาพอดีไม่อย่างนั้นสามีนางก็คงยังไม่ได้พบหมอเพราะไม่นางไม่กล้าทิ้งเขาไว้เพียงลำพัง
“อาการเขาหนักเอาการทีเดียว แม้แต่ข้าเองก็ไม่กล้าจะบอกว่าหายหรือไม่?”
“เดี๋ยวท่านหมอใยเป็นเช่นนี้เล่า เขาเพียงเป็นไข้ไม่ใช่หรือไยท่านถึงพูดราวกับว่าเขาจะไม่รอด”
“เฮ้ออ อาสิงใช่ว่าข้าจะแช่งเขาแต่เจ้าก็น่าจะจำได้เมื่อปีก่อนอาหลางบ้านท้ายหมู่บ้านก็ตายเพราะเป็นไข้อาการพวกเขาทั้งสองเหมือนกันไม่มีผิดตอนนั้นอาหลางก็เข้าป่าไปหาของอย่างเขานี่แหละแล้วกลับมาก็เป็นไข้จากนั้นไม่กี่วันก็ตาย”
คำพูดท่านหมอทำสตรีเพียงคนเดียวในห้องหน้ามืดยืนไม่อยู่ดีว่าได้มือใหญ่ของชายที่อยู่ข้างกายช่วยประคองไม่เช่นนั้นนางคงล้มลงไปกองที่พื้นเป็นแน่ซูซูมองไปทางสามีที่นอนหายใจแรง สีหน้าทรมานด้วยความกลัวทำในหัวว่างเปล่าไม่มีสิ่งใด ก่อนจะตัดสินใจผุดลุกไปที่ตู้ใส่เสื้อผ้าหยิบกล่องเงินที่สะสมออกมาเปิดหอบเงินทั้งหมดในกล่องเตรียมวิ่งออกจากห้อง
“เจ้าจะไปไหน”
“พี่สิงเส้าฝากท่านดูท่านพี่ที ข้าจะไปหาหมอในตัวเมือง”
“เจ้าจะไปเช่นไร ตอนนี้ใกล้มืดแล้ว”
“แต่...”
“ข้าเอง ข้าจะไปเอง”สิงเส้าเอาเงินบางส่วนจากหญิงสาวมาและวิ่งออกไปอย่างไม่รีรอส่วนซูซูก็กลับไปอยู่ข้างกายสามีทำหน้าที่เช็ดตัวดูแลเขาด้วยใจร้อนรุ่ม
ช่วงหลายวันมานี้สิงเส้าและซูซูทำตามที่ท่านหมอในตัวอำเภอบอกทุกอย่างแต่อาการของหม่าลี่ไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้นเลยทั้งยังดูหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนทุกคนใจเสียโดยเฉพาะสองคนที่ห่วงเขาสุดใจแต่เพราะสิงเสายังต้องไปทำงานซูซูจำต้องดูแลสามีเองคนเดียวไม่ได้หลับได้นอน จนล้มป่วยตามเขาไปแล้วเช่นกัน
ดวงตาปรือมองใบหน้าซีดขาวไร้เลือดของสามีก่อนจะค่อย ๆ ปิดลงทีละน้อยในที่สุดนางก็ผล็อยหลับไปอย่างไม่อาจฝืน
สิงเส้าวิ่งสุดกำลังตรงไปที่บ้านสหายในใจก็โทษตัวเองที่เผลอหลับลืมจนเลยเวลาที่นักภรรยาเพื่อนเอาไว้วันนี้เขาและนางตัดสินใจจะพาหม่าลี่ไปรักษาตัวในเมืองหลังหมอในหมู่บ้านและอำเภอไม่สามารถรักษาเขาได้แต่เมื่อไปถึงบ้านของหม่าลี่หัวคิ้วทั้งสองของเขาก็ต้องขมวดแน่นเมื่อบ้านที่มักเปิดรับแดดวันนี้ปิดสนิทไม่ว่าจะประตูเรือนหรือหน้าต่างทำเขาแปลกใจอยู่ไม่น้อยก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปภายในอย่างถือวิสาสะ
เพราะเสียงประตูไม้ที่เปิดออกส่งเสียงแว่วมาทำคนที่เผลอหลับตื่นขึ้นความรู้สึกหักไปทั้งหัวทำซูซูจำหลับตานอนนิ่งอยู่อย่างนั้นก่อนจะกัดฟันฝืนอาการของตัวเองมองไปทางเตียงนอนที่มีร่างนอนนิ่งหลับสนิทอยู่ก่อนนางจะกวาดตามองรอบห้องมืดไม่มีแสงส่องผ่านกเข้ามา
“อาซู!!” หญิงสาวหันไปทางต้นเสียงก่อนจะผุดลุกขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้นางและสหายสามีมาเพื่อจะพาเขาเข้าไปรักษาตัวในเมือง
“ท่านพี่เส้านี่ยามอะไรแล้วเจ้าค่ะ”
“ยามซือ”
นี่นางหลับไปนานขนาดนี้เลยหรือซูซูไม่คิดว่าตัวนางจะนอนได้นานขนาดนี้มาก่อนและเมื่อคิดว่าหากออกเดินทางชักช้าเวลาที่จะถึงเมืองก็ยืดออกไปเรื่อย ๆจึงหันไปหาสามีเพื่อลองเรียกเขาดูเพื่อที่อย่างน้อยเขาได้สติขึ้นมาการเดินทางของพวกนางก็จะง่ายขึ้น
ทว่าเพียงปลายนิ้วเรียวสัมผัสท่อนแขนเย็นชืดทั้งร่างก็พลันแข็งทื่อดวงตาเบิกกว้างไล่มองท่อนแขนนั่นขึ้นไปที่ใบหน้าทั้งน้ำตาคลอก่อนจะโถมหาเขาแล้วเขย่าร่างแข็งทื่ออย่างแรง
“ท่านพี่ ท่านพี่!!! ท่านพี่ฮืออออ”
สิงเส้ามองท่าทางคร่ำครวญร้องไห้ปานใจจะขาดนั่นของภรรยาสหายก็รับรู้ได้ในทันทีว่าไม่ทันแล้วเขาจ้องมองร่างเล็กสั่นเทาด้วยความสงสารใบหน้านางนองน้ำตาซบลงบนอกสามีพลางร้องเรียกซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้นไม่ขาดช่างเป็นภาพบาดใจเขายิ่งจนตัวเขาเองอดไม่ได้ที่จะเข้าไปกอดปลอบนางด้วยความสงสาร
งานศพของหม่าลี่จัดอย่างเรียบง่ายโดยมีสหายที่โรงเตี้ยมและคนในหมู่บ้านมาช่วยกันคนเหล่านั้นเอาแต่พูดสงสารนางว่าแต่งงานได้ไม่ถึงเดือนสามีก็ตายต้องอยู่ลำพังเพราะไม่มีบุตรบ้างก็พูดถึงความโชคร้ายของเขาที่อายุพึ่งจะสิบเก้าแต่งงานยังไม่ทันจะมีลูกก็มาตายก่อนวันและอีกมากมายจนคนเป็นสหายรักอย่างสิงเส้าเข้าไปปรามคนพวกนั้นถึงจะยอมหยุด
ส่วนเกาซูซูที่ป่วยอยู่ก่อนหลังสามีตายร่างกายนางก็ทรุดหนักลุกไม่ไหวทำให้ตลอดช่วงหลายวันที่มีงานศพนางได้แต่นอนติดที่ลุกไปไหนไม่ได้แม้แต่วันไปล่ำลาสามีที่หลุมนางก็ไม่อาจจะทำได้จำต้องให้สิงเส้าทำหน้าที่เหล่านั้นแทน
และนอกจากที่เขาดูแลเรื่องงานศพของสามีนางชายผู้นั้นยังเป็นคนช่วยเหลือดูแลนางทั้งหมดรวมถึงเช็ดตัวให้ในวันที่เป็นไข้หนักไม่รู้ตัว