ตอนที่ 25 : ห้ากระบวนท่าที่น่าหวั่นเกรง
เมื่อเหล่าทหารยาม ซึ่งประจำการอยู่บริเวณประตูเมือง พร้อมทั้งชาวเมืองที่ได้ยิน คำชี้แนะของเ้าเมืองจันทร์ล่อง จึงเริ่มพากันสังเกต ไปที่ใบหน้าของม๋อเฟยหย่าอีกครั้ง แค่ชั่วพริบตาเดียว แก้มทั้งสองของนาง กลับกลายเป็ยิ่งเท่าเทียมกัน จนไม่อาจแยกออก!!! นี่ไม่ใช่การตบแบบธรรมดา ทว่าเป็การควบคุมแรงและวิถีกระบี่ ได้อย่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก อัจฉริยะระดับนี้ ตระกูลม๋อช่างกล้าทำให้ขุ่นเคือง... พวกเขาช่างโง่งมงายเหลือคณานับ
“อุ๊บบบบบ!!! ฮ่า...ฮ่า...”
ซุ่มเสียงของเ้าเมืองจันทร์ล่อง ไม่นับว่าแ่เบา เหล่าผู้คนเกิน 8 ใน 10 ส่วนได้ยินอย่างชัดเจน หลายคนถึงกับเสียกิริยา... ชาวเมืองบางคนรวม ถึงผู้าุโบางตระกูล ถึงกับต้องกุมท้องของตนเองเอาไว้ พยายามอย่างยิ่ง เพื่อมิให้หลุดแสดงอาการขบขัน พร้อมทั้งยกนิ้วหัวแม่มือ ชื่นชมแก่เ้าเมืองจันทร์ล่อง
ม๋อเฟยหย่ากระเสือกกระสนลุกขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะฝืนกลืนโลหิตลงไปในลำคอของตน... นางจับจ้องเชี่ยอิงอิง ด้วยดวงตาที่บวมเป่ง ภาวนาให้ตนเอง สามารถฉีกกระชาก นังสารเลวนี่ให้เป็ชิ้น ๆ ได้ด้วยการจ้องมอง
ขณะเดียวกัน ในใจของม๋อเฟยหย่า ก็บังเกิดความตกตะลึง... เมื่อครู่ เชี่ยอิงอิงมาปรากฏตัว ที่ด้านซ้ายได้อย่างไร??? ร่างของนังสารเลวนั่น ยังอยู่ที่เดิมชัด ๆ นังนี่ตบข้าถึงสองครั้งอย่างชัดเจน แต่ทำไมข้าถึงโจมตี ได้เพียงความว่างเปล่า??? หรือั์ตาของข้าพร่ามัว มองเห็นได้ไม่ชัดเจนพอ???
หรือว่านี่จะเป็ทักษะท่าร่าง??? ทว่าเคล็ดวิชานี้ ผู้ที่จะสามารถฝึกได้ ต้องเป็ศิษย์หลัก ของสำนักใหญ่เท่านั้นนี่นา???
เชี่ยอิงอิง... ในความจริงนางก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน เนื่องจากว่า นี่เป็ครั้งแรกที่นางได้ลองใช้ “ท่าร่างหมอกสลายเหมันต์” อย่างจริงจัง
รันฟงเทียนเคยบอกกล่าวแก่นางว่า “หากนางบรรลุท่าร่างนี้ ได้ในขั้นแรก นางจะสามารถต่อสู้ กับผู้มีพลังปราณ ขอบเขตก่อเกิดิญญาในระดับแรก ๆ ได้อย่างเท่าเทียม ยิ่งบรรลุขั้นสูงขึ้นไป ความสมจริงสมจังของร่างหมอก จะสามารถบิดเบือนการมองเห็น และประสาทััได้ หากไม่เจอคู่ต่อสู้ ที่ห่างกันเกินหนึ่งขอบเขต ก็จะไม่สามารถแยกแยะได้ว่า ร่างจริงของนางอยู่ที่ใด”
“โลหิตของเ้ารสชาติเป็อย่างไรบ้าง??? ” เชี่ยอิงอิงกล่าวถากถางอย่างเฉยชา
“ดี...ดี...ดี...!!! เหอะ...เหอะ...!!!” ม๋อเฟยหย่าเช็ดมุมปากของตน ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะออกมา “เชี่ยอิงอิง เ้าสามารถบีบให้ข้า อยู่ในสภาพที่น่าอับอายเช่นนี้ได้ เพิ่งจะมีเ้าเป็คนแรก เพราะฉะนั้น... เ้าจะต้องตาย ด้วยความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส”
ก่อนที่ม๋อเฟยหย่าจะกล่าวคำพูดชั่วร้ายของนางจบ ทันใดนั้น… เงาร่างของเชี่ยอิงอิงในแววตาของนาง กำลังสั่นพล่าและโฉบ เข้าหานางอย่างรวดเร็ว สีหน้าของม๋อเฟยหย่า พลันกลับกลายเป็เคร่งขรึม
ม๋อเฟยหย่ายกแขนทั้งสองขึ้น วาดอย่างรวดเร็ว มาที่เบื้องหน้าของนาง เพราะตอนนี้นางมีประสบการณ์ ในการโดนตบถึงสองครั้งสองครา จึงใช้เคล็ดวิชาไหมฟ้าอย่างเต็มกำลังทันที พลังปราณสีม่วง แผ่ปกคลุมทั้งสามทิศทาง ทั้งด้านหน้า และด้านซ้ายขวา ไม่ว่าเชี่ยอิงอิง จะตวัดกระบี่ มาจากทิศทางใด หากปลายกระบี่นั้น ััเข้ากับพลังปราณไหมฟ้า ในขอบเขตก่อเกิดิญญา ย่อมต้องถูกกระแทก สะท้อนกลับอย่างรุนแรงในทันที
ม๋อเฟยหย่ามั่นอกมั่นใจ ในการเคลื่อนไหวครั้งนี้... ถ้าสามารถกระแทก กระบี่ของเชี่ยอิงอิงกลับไปได้... นังสารเลวจะต้องเสียหลัก ตอนนั้นแหละที่จะเป็โอกาสของข้า... หึหึ!!! มีวิชาท่าร่างแล้วอย่างไรเล่า ประสบการณ์การต่อสู้ของข้ามีมากกว่า... เพียงแค่ข้าสามารถโจมตี ใส่นังนี่ได้อย่างจัง ก็จะสามารถบดขยี้นังสารเลว ลงไปนอนกับพื้น จนกระทั่งไม่สามารถ คืบคลานลุกขึ้นมาได้อีกต่อไป!!!
เงาร่างของเชี่ยอิงอิงเลือนหายไป ก่อนจะเข้าัั กับคลื่นพลังปราณไหมฟ้าที่เบื้องหน้าของนาง ใบหน้าของม๋อเฟยหย่า พลันกลายเป็มืดครื้ม พร้อมทั้งทุ่มเทจิตสมาธิ ไปทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของตนเอง... ทว่าครานี้ คลื่นกระแสลมเย็นะเื อันรุนแรง กลับซัดสาดเข้ามาจากทางเบื้องบน...
“เพียะ!!!”
เชี่ยอิงอิง ผู้ซึ่งร่างที่แท้จริง ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะ ของม๋อเฟยหย่า ฟาดปลายกระบี่ใส่ที่กลางหน้าผาก ของม๋อเฟยหย่าอย่างรุนแรง ร่างของนางทรุด จนเข่าทั้งสองกระแทก ลงพื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น ทำให้ร่างท่อนบนเอนไปด้านหน้า ปลายคางของนาง จึงมุ่งลงตามแรงโน้มถ่วงสู่พื้นอีกครา...
เมื่อเชี่ยอิงอิงทิ้งตัวลงบนพื้น นางแทบเหยียบ ลงบนศีรษะของม๋อเฟยหย่า จากนั้นนางก็สาดสายตามองลงต่ำ แล้วเอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงอันไพเราะว่า
“กระบวนท่าที่สาม!!!”
“นังสารเล..... อ๊ากกกกก!!!”
“เพียะ!!!”
ขณะที่ม๋อเฟยหย่า กำลังจะตะเกียกตะกายลุกขึ้น ปลายกระบี่ของเชี่ยอิงอิง พลันฟาดตี ใส่ไปที่ใบหน้าของนาง ทำให้เกิดรอยแดงปรากฏขึ้นทันที เริ่มั้แ่ปลายคาง จมูก... จรดหน้าผากของนาง เป็แนวยาวจากล่างสู่บนอย่างงดงาม
“สำนักไหมฟ้าของเ้า ไม่เคยสอนให้เ้า มีสมาธิในทุกสถานการณ์หรืออย่างไร... กระบวนท่าที่สี่!!!” เชี่ยอิงอิงกล่าวออกมาอย่างเหนื่อยใจ
“ย๊ากกกกก!!! ข้าจะฆ่าเ้า!!! นังสารเลววววว!!!”
ใบหน้าที่แดงเถือก ปูดบวมไปทุกพื้นที่... สีหน้าของม๋อเฟยหย่า ที่เคยเปี่ยมล้น ไปด้วยความหยิ่งผยอง ราวกับว่าตนเป็ยอดยุทธ... พลันบิดเบี้ยวแปรสภาพ กลายเป็ใบหน้าคล้ายหมูตัวเมีย... น่าสังเวชอย่างที่สุด
เมื่อม๋อเฟยหย่าลุกขึ้นยืนได้ ใบหน้าอันแสนน่าตลกขบขัน กลับยิ่งทวีความร้ายกาจมากขึ้น คล้ายกับว่าตัวนางกำลังยืนอยู่ ณ ริมขอบเหวของความวิกลจริต
“วิชาฝ่ามือสายใยไหมฟ้า !!!”
ม๋อเฟยหย่าคำรามเสียงดังลั่น ก่อนพุ่งใส่เชี่ยอิงอิง ภายใต้เคล็ดวิชาไหมฟ้า แขนทั้งสองข้างของนาง แทบเปลี่ยนเป็สีม่วงทั้งหมด
“นี่คือหนึ่งในกระบวนท่า ที่มีพลังโจมตีสูงมาก ของสำนักไหมฟ้า... วิชาฝ่ามือสายใยไหมฟ้า!!! ยัยหนูเชี่ยอิงอิงโปรดระวัง!!!” เ้าเมืองจันทร์ล่องลุกขึ้นอีกครา อย่างตื่นตระหนกแล้วรีบะโขึ้น
“แม่นางเชี่ยอิงอิง...ระวังตัวด้วย!!!” เสียงของบรรดาผู้ชมเหตุการณ์ ดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน
แขนทั้งสองข้างของม๋อเฟยหย่า หมุนสลับตำแหน่งไปมา มีเส้นใยสีม่วงจำนวนนับไม่ถ้วน กระจายออกมาโอบล้อม ไปยังทิศทางที่เชี่ยอิงอิงยืนอยู่ นางมิได้ล่าถอย หรือหลบเลี่ยงแต่อย่างใด สายตาทั้งสองข้างของนาง จับจ้องอย่างตั้งใจ พร้อมตวัดกระบี่รวดเร็ว ประดุจพายุน้ำแข็ง มีไอเย็นะเิออกมา จากกระบี่ฉิงหัวอย่างไม่หยุดหย่อน ตัวกระบี่ฟาดเข้าที่ตำแหน่ง เหนือข้อศอกของม๋อเฟยหย่า ด้วยกำลังที่พอดิบพอดีอย่างที่สุด
ปลายกระบี่ของเชี่ยอิงอิง พลันถูกจุดรวมพลังปราณบนฝ่ามือ ของเคล็ดวิชาไหมฟ้าเข้าอย่างจัง ซึ่งเป็เส้นทาง การเดินพลังปราณของม๋อเฟยหย่า จนเกิดอาการติดขัด ทำให้พลังปราณของเคล็ดวิชาไหมฟ้า ไม่มีที่ระบายออก แขนทั้งสองข้างของม๋อเฟยหย่า พลันบวมขึ้น ิัที่แขนเริ่มมีรอยแตก... โลหิตพุ่งออกมา จากทุกรูขุมขน ไม่หยุดราวกับน้ำพุสีแดง
แขนทั้งสองข้างของม๋อเฟยหย่า กลับกลายเป็ชาด้าน คลื่นพลังสีม่วงเริ่มอันตรธานหายไป พลังปราณภายในร่างของนาง เกิดการปั่นป่วนขึ้น ส่งผลทำให้ม๋อเฟยหย่า ไม่สามารถขยับตัวได้
ชั่วเวลานี้เอง เชี่ยอิงอิงก้าวเท้า ไปยังเบื้องหน้าของม๋อเฟยหย่า พร้อมผลักนางอย่างแรง... แล้วกล่าวขึ้นว่า “กระบวนท่าที่ 5”
“ตู้มมมมม!!!”
ร่างกายของม๋อเฟยหย่า กระเด็นลอยขึ้นอีกครา ขณะที่นางปลิวถอยหลัง นางกระอักโลหิต พวยพุ่งออกจากปากเป็สายดุจลูกธนู จากนั้นจึงร่วงหล่น ลงสู่พื้นเสียงดังสนั่น ทั่วร่างบิดกระตุกสองครั้ง ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีก
เหมือนจะเป็เื่บังเอิญ เพราะพื้นที่ที่ม๋อเฟยหย่าร่วงหล่นลงไปนั้น คือ ตรงด้านหน้าของประมุขม๋อเป่ยพอดิบพอดี
“เฟยหย่า...!!!” ทั้งประมุขม๋อเป่ยและผู้าุโหนึ่ง รีบรุดมาตรวจดูอาการของนาง
“เ้า!!! นังสารเลว!!!” ม๋อเฟยหย่ายกมือชี้นิ้วอย่างยากลำบาก ใส่เชี่ยอิงอิงด้วยร่างกายอันสั่นสะท้าน
ทว่า... ยังไม่ทันที่นางจะกล่าวจบ สองตาของนางกลอกกลับไปด้านหลัง จนเผยให้เห็นลูกตาขาว ศีรษะตกห้อยลง... นางหมดสติลงโดยฉับพลัน ไม่มีผู้ใดทราบว่าที่นางสลบไปนั้น เนื่องจากอาการาเ็หรือว่าแค้นเคืองกันแน่
“เฟยหย่า!!!” ประมุขม๋อเป่ยพยุงร่างของม๋อเฟยหย่า ที่ร่วงอยู่กับพื้น พร้อมทั้งป้อนยาสองเม็ด เข้าไปในปากของนาง ผู้าุโหนึ่งเงยหน้าขึ้น จับจ้องไปที่เชี่ยอิงอิงพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเดือดดาลว่า “เ้า!!! เชี่ยอิงอิงอายุยังน้อย... แต่การลงมือช่างอำมหิตยิ่งนัก!!! หากเกิดอะไรขึ้นกับม๋อเฟยหย่า ข้าและสำนักไหมฟ้า ไม่มีทางปล่อยเ้าไปแน่”
เชี่ยอิงอิงไม่สนใจคำพูดของผู้าุโหนึ่ง และเดินไปหารันฟงเทียน โดยมีสีหน้าที่เศร้าสลดเหมือนจะร้องไห้
“อิงเอ๋อ!!! เ้าเป็อะไรไป ทำไมหน้าซีดเช่นนั้น” เชี่ยหลีเนียงกล่าวด้วยความเป็ห่วง
“ข้า... ไม่เป็ไร... แต่ข้า... ไม่สามารถ... รักษาสัญญาว่าจะจบศึกนี้ ภายในสองนาทีได้ ข้าขอโทษพี่ฟงเทียน” เชี่ยอิงอิงกล่าวออกมาอย่างรู้สึกละอายใจ
รันฟงเทียนคิ้วกระตุกทันที เอื้อมมือไปลูบผมของนางเพื่อปลอบใจ พร้อมกล่าวขึ้นว่า “น้องอิง... ข้าคิดว่าเ้าควรจะใช้ไม้ แทนกระบี่น่าจะดีกว่านะ เล่นฟาดเอา... ฟาดเอา... ข้าเกือบสับสนว่า แท้จริงแล้วที่ข้า สอนเคล็ดวิชาให้เ้าไปนั้น ใช่เพลงกระบี่แน่หรือไม่??? ”
เชี่ยอิงอิงก้มหน้าลง ใบหน้าพลันเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อ และกล่าวอย่างแ่เบาว่า “ข้าจะตั้งใจฝึกฝนให้มากกว่านี้!!!”
ทุกผู้คนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ พวกเขาแทบล้มทั้งยืน เมื่อได้ยินบทสนทนานี้ รวมถึงเ้าเมืองจันทร์ล่อง ที่กำลังเดินมาเพื่อทักทายพวกเขา เกือบเดินตกลงมาจากกำแพงเมือง
“ท่านประมุขม๋อเป่ย ท่านจะส่งใครออกมาอีกหรือไม่??? ” เชี่ยอิงอิงเร่งกล่าวออกมา
“..........”
ความเงียบพลันเกิดขึ้นในตระกูลทันที สายตารุ่นเยาว์ของตระกูลม๋อ ต่างจับจ้องมาที่เชี่ยอิงอิงอย่างยำเกรง... ทุกคนล้วนคิดเช่นเดียวกันว่า ใครจะโง่ออกไปโดนกระทืบให้อับอายกันเล่า เมื่อได้เห็นห้ากระบวนท่าของนาง ที่เหมือนกับการทำศัลยกรรมแปลงโฉมให้กับม๋อเฟยหย่า
สีหน้าของเหล่าผู้าุโตระกูลม๋อ ล้วนแปรเปลี่ยน ดูเป็กังวลและเสียใจ ที่ก่อเื่วุ่นวาย กับเชี่ยหลีเนียง การที่เชี่ยอิงอิงเอาชนะม๋อเฟยหย่า ได้อย่างหมดจดนั้น ช่างน่าประหวั่นพรั่นพรึงยิ่งนัก
“อ่อใช่แล้ว!!! ตระกูลม๋อได้ตั้งค่าหัวข้าเอาไว้ เป็เงินกว่าหนึ่งล้านเหรียญทองใช่หรือไม่ ใครอยากได้มันก็เข้ามาได้เลย” รันฟงเทียนปลดปล่อยพลังปราณออกมาอย่างท่วมท้น