“เกิดอะไรขึ้น” พ่อถามดีแลนด้วยท่าทางใเล็กน้อย
“ปู่.. จากไปแล้วครับ” ดีแลนตอบเศร้าๆ แม้เขาจะไม่ได้สนิทกับปู่มากแต่เขาก็รักปู่มาก ปู่คอยช่วยเหลือเขาหลายเื่แม้ตัวท่านเองจะเดินไม่ได้ก็ตาม พ่อของดีแลนเดินเข้าไปข้างในห้องที่วุ่นวายส่วนพี่ชายกอดปลอบดีแลนเบาๆ
หลังจากที่เสร็จกิจศพปู่แล้วดีแลนก็เก็บข้าวของเพื่อเดินทางไปเรียนวิชาดาบตามจำนงของปู่ เขาเองก็มีความไฝ่ฝันที่จะเป็นักล่าอยู่แล้ว เพราะเขาเกลียดปีศาจเข้าไส้ เ้าตัวเดินออกมาหน้าประตูใหญ่หน้าบ้านแล้วมองกลับไป กว่าเขาจะได้กลับมาที่นี่อีกคงนานมากๆ พี่ชายเล่าว่าบนเรียนดาบนั้นใช้เวลาเกือบจะร้อยปีถึงจะสำเร็จการฝึก อย่างว่าการควบคุมพลังของดาบนั้นเป็เื่ยากแม้จะเป็ตระกูลที่เป็นักล่ามายาวนาน อีกทั้งวิชาดาบที่ต้องเรียนกว่าจะได้เรียนจริงๆ ก็ต้องฝึกคุมพลังดาบให้สำเร็จก่อนเท่านั้น เขาคงคิดถึงบ้านหลังนี้มากแน่ๆ
“ขึ้นรถได้แล้วดีแลน” เดลต้าพี่ชายของดีแลนพูดขึ้นเมื่อเขาเดินผ่านน้องชายที่ยืนนิ่งราวกับรำลึกความหลังอยู่
“อ่า” ดีแลนเดินไปที่รถยนต์คันหรูที่แม้แต่คนรวยเองก็หาซื้อได้ยากหากไม่มีเส้นสายกับรัฐบาลหรือผู้ขายในหัวของเขาคิดว่าจะเอาคันนี้ไปจริงหรอ
“พี่จะไปส่งแกที่สนามบินนะ รีบด้วยเดี๋ยวตกเครื่อง” เดลต้าพูดจบเขาก็ปิดประตูหลังรถแล้วเดินไปที่นั่งคนขับ
“ผมจะไปรถไฟ” ดีแลนพูดเพียงแค่นั้นก่อนจะเข้ารถนั่งด้านข้างคนขับ ดีแลนเองก็เป็เด็กเอาแต่ใจเหมือนกันเดลต้าได้แต่มองขมวดคิ้ว
“เื่มากไปได้” เดลต้าแชทหาใครบางคนเพื่อจองตั๋วรถไฟให้น้องชายของเขา แม้จะบ่นแต่เขาก็ไม่เคยขัดใจเลยสักครั้ง
“จองที่ข้างๆ ด้วยนะ ไม่อยากนั่งกับใคร” ดีแลนขออีกรอบ ซึ่งเดลต้าเองก็จัดให้ตามเดิม
รถเคลื่อนตัวออกจากบ้านช้าๆ ก่อนจะเพิ่มความเร็วเมื่อเข้าสู่ถนนใหญ่ เป็วันที่รถเยอะเป็พิเศษเนื่องจากมีเด็กนักเรียนโรงเรียนประจำต้องเดินทางกลับไปโรงเรียนกันมากรถไฟราคาแพงที่เดลต้าจองให้คนคงจะไม่เต็มเพราะดีแลนไม่ชอบความอึดอัด
“ทำไมอยากไปรถไฟล่ะ นั่งนานๆ เมื่อยจะตาย” เดลต้าถามน้องชายด้วยความสงสัย
“ผมกลัวเครื่องบินไม่รู้หรือไง” ดีแลนตอบเหมือนเด็ก แม้ว่าเขาจะขึ้นเครื่องบินทานับครั้งไม่ถ้วนแต่เขาก็ยังกลัวเสมอ
“แล้วทุกครั้งที่ไปเยี่ยมคุณยายแกก็ไปเครื่องบินไม่ใช่หรือไง ไปทุกปีเลย” จะกลัวได้ยังไงเดลต้าสงสัยเขาเองก็ไปกับน้องทุกๆ ปี
“นั่นเพราะผมไม่มีสิทธิ์เลือก ตอนนี้มีแล้ว” ดีแลนตอบ
“ทำไมถึงได้กลัวเครื่องบินล่ะ” เดลต้าถามเพราะเขาเองก็ยังไม่รู้เหตุผลที่น้องชายห้าวหาญคนนี้จะกลัวเครื่องบิน
“จำเกรซได้ไหม” ดีแลนก้มหน้าพูดถึงเพื่อนสนิทของเขาเมื่อสมัยยังเด็กซึ่งตอนนั้นเดลต้าไปฝึกวิชาดายอยู่แต่ดีแลนก็เล่าให้เขาฟังว่าไปเจอกับใครมาบ้าง
“จำได้สิ เพื่อนคนแรกของแกเป็ยังไงบ้างล่ะ ไม่เห็นพามาแนะนำเลยนี่” เดลต้าก็ถามไปอย่างไม่รู้เพราะเขาไม่ได้อัพเดทข่าวของเกรซจากดีแลนไปเลยจนเกือบจะลืม
“เกรซ เครื่องบินตกเสียไปั้แ่ตอนที่ผม 10 ขวบแล้วครับ” ดีแลนก้มหน้าพลางนึกถึงเพื่อนรักสมัยยังเด็ก เดลต้าใเล็กน้อยที่ได้ยินเขาเองก็รู้สึกว่าดีแลนผูกพันธ์กับเด็กสาวคนนี้มากเพียงใด และเขาก็แข็งแกร่งมากๆ ที่พบกับเื่นี้เพียงลำพัง แน่นอนว่าพ่อไม่มีเวลาฟังเื่ของดีแลน ส่วนพี่ชายเองก็ฝึกดาบจนแทบไม่มีเวลากลับบ้าน เดลต้าตบบ่าปลอบน้องชายเบาๆ ทำให้ดีแลนยิ้ม
“ไว้หาเพื่อนใหม่” เดลต้าให้กำลังใจน้องชายก่อนรถจะเลี้ยวเข้าไปที่สถานีรถไฟที่มีคนแน่นขนัดตา
ดีแลนทำหน้าเหนื่อยหน่ายเล็กน้อยเพราะเขาไม่ชอบที่คนเยอะ
“รถแกจะมาอีกสิบนาที จะซื้ออะไรก่อนไหม” เดลต้าถามพลางยกของช่วยน้องชายลงจากรถแม้ไม่ได้มีมากนัก
“ไม่ล่ะ พี่กลับไปได้เลยผมขึ้นรถเองได้” ดีแลนนั่งรอรถที่เก้าอี้สถานีเมื่อรถไฟรอบราคาไม่แพงผ่านเข้ามาคนก็หายไปเกินครึ่งดีแลนรู้สึกโล่งมาหน่อย
“อ่า เอางั้นพี่กลับก่อนนะ” แม้เดลต้าจะอยากอยู่ส่งน้องชายจนถึงเวลาก็ตามแต่น้องชายก็คงอยากอยู่คนเดียวเพราะเขาเองก็โตมากแล้ว ดีแลนยืนขึ้นแล้วอ้าแขนออกให้พี่ชาย เขา้ากอดลา
“เด็กดี” เดลต้ากอดน้องชายแน่นพลางยิ้ม มุมน่ารักเองก็มีเหมือนกัน
หลังจากที่พี่ชายขับรถกลับไปไม่นานรถไฟของเขาก็มาพนักงานรถไฟรับสัมภาระจากเขาแล้วเดินนำเขาไปที่นั่งพร้อมกับเก็บของไว้ที่ช่อง้าไม่นานรถไฟของเขาก็ออกตัวอย่างรวดเร็ว ดีแลนดึงฮู้ดขึ้นมาสวมแล้วใส่หูฟังเพราะเขาคือสถานีปลายทางซึ่งคงอีกหลายชั่วโมง
to be continued