“คิดยังไงถึงจะไปเที่ยวในที่อย่างนั้นตามลำพัง”
คุณดาวรายเอ่ยถามบุตรสาวคนเดียวด้วยความแปลกใจและห่วงใย
“ดาด้ารู้สึกเบื่อๆค่ะ อยากไปเที่ยวในที่เงียบๆสักพัก”
ดาด้าหรือนางสาวฉัตรชฎา สาวน้อยวัยยี่สิบเอ็ดปีบอกกับผู้เป็มารดาแค่เพียงเท่านั้น โดยที่ไม่ได้บอกสาเหตุที่ทำให้เธอรู้สึกอย่างนี้ไปตามตรง อะไรคือสาเหตุนะเหรอ
อกหัก
ใช่ นี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้เธออยากไปอยู่ในที่เงียบๆที่ไหนสักแห่ง ที่ซึ่งไม่มีใครรู้จักเธอ ที่ที่เธอจะได้มีเวลาทำใจอย่างแท้จริง โดยหวังเอาไว้ว่าเมื่อกลับมาจากทริปนี้แล้ว เธอจะมีพลังใจเข้มแข็งมากพอที่จะใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติ โดยที่ไม่ต้องรู้สึกแย่ๆอย่างนี้อีก
ใครจะว่าเธออ่อนแอก็ช่าง แต่ตอนนี้เธออยากอยู่เงียบๆในที่ที่ไม่มีใครรู้จักจริงๆ จะได้ร้องไห้ให้สาแก่ใจไปเลย
“แล้วจะไปสักกี่วัน”
คุณดาวรายสาวใหญ่วัยสี่สิบแปดปีถามกับบุตรสาวคนเดียวด้วยความห่วงใย เธอเป็คุณแม่เลี้ยงเดียวมาสิบกว่าปีแล้วเห็นจะได้ เลิกกับพ่อของลูกตอนที่ลูกอายุแค่แปดขวบ แต่เธอเป็นักธุรกิจที่มีกิจการเป็ของตัวเอง จึงไม่ลำบากในการเลี้ยงดูลูก ปัจจุบันเธอส่งลูกเรียนจบปริญญาตรีมาหมาดๆ ยังไม่ทันจะหางานทำเลย ก็มาขออนุญาตไปเที่ยวป่าเที่ยวดอยเสียแล้ว และเพราะเห็นว่าลูกเป็ผู้หญิงซึ่งถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมยิ่งกว่าไข่ในหิน จึงกลัวว่าลูกจะทนความลำบากไม่ได้ ไหนจะอันตรายด้านอื่นๆอีกล่ะ
“ไม่มีกำหนดค่ะ คุณแม่อนุญาตดาด้าแล้วใช่ไหมคะ”
คุณดาวรายยังไม่ได้ออกปากอนุญาต แต่ประโยคที่เหมือนกับถูกมัดมือชก ทำให้เธอต้องถอนใจเฮือก
“แล้วจะไปกับใครบ้าง มีเพื่อนไปด้วยกันกี่คน”
“ดาด้าไปคนเดียวค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่อนุญาต ดาด้าขอไปเตรียบตัวก่อนนะคะ”
สาวน้อยกล่าวรวบรัดก่อนรีบลุกเดินจากไป ทำเอาผู้เป็มารดาถึงกับอ้าปากค้าง อยากออกปากห้ามปรามลูก แต่ก็ต้องพยายามบอกกับตัวเองเอาไว้ว่า ลูกของเธอโตแล้ว ควรปล่อยให้เขาได้ตัดสินใจและใช้ชีวิตด้วยตัวเองเสียบ้าง แต่ถึงกระนั้นความห่วงใยที่มีก็ทำให้เธอส่งเสียงตามหลังลูกไปว่า
“ระหว่างที่ไปเที่ยวก็โทรบอกแม่ด้วยนะว่าอยู่ที่ไหนบ้าง แล้วก็อย่าปิดโทรศัพท์ด้วย”
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
ฉัตรชฎาอาศัยอยู่กับแม่ในบ้านที่สมุทรปราการ พอเรียนจบมัธยมปลายก็ได้เข้าไปเรียนต่อระดับปริญญาที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพ โดยแม่เช่าหอพักที่อยู่ใกล้ๆมหาวิทยาลัยไว้ให้แล้วจะกลับบ้านใน่วันหยุด
และระหว่างที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยนี่เองที่ทำให้เธอได้รู้จักกับรุ่นพี่คนหนึ่ง หลังจากที่รู้จักกันไปสักพัก เขาก็เริ่มจีบเธอ พยายามอยู่นานจนสาวน้อยใจอ่อนยอมคบหาเป็แฟน แล้วความรักที่แสนหวานก็เกิดขึ้น มีคนให้โทรปลุกตอนเช้ามีคนทานข้าวด้วยตอนกลางวัน มีคนโทรมาคุยด้วยจนหลับคาสายไปทุกคืน สเตตัสบนโซเชี่ยลหวานจนคนอิจฉาโลกของเธอเหมือนเป็สีชมพูไปทั้งใบเลยทีเดียว นับว่าเป็่เวลาที่ทำให้สาวน้อยมีความสุขมาก
แต่่เวลาแห่งความสุขนั้นก็แสนสั้น จนคนที่ไม่ได้เตรียมใจไว้ล่วงหน้า ก็ถึงกับตั้งหลักรับไม่ทันเลยทีเดียว
ก่อนจบปริญญาตรีไม่ถึงเดือน ฉัตรชฎาก็ได้รับข่าวร้ายสำหรับตน รุ่นพี่คนนั้นซึ่งเรียนจบไปก่อนหน้าแล้วกำลังจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศซึ่งก็คงจะไม่เป็อะไรเลย ถ้าเขาจะไม่ไปพร้อมกับเพื่อนสาวที่สนิทของฉัตรชฎา เด็กสาวไม่ได้คิดไปเองหรอกว่าเขาสองคนแอบคบกันมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่หลายๆอย่างมันก็ฟ้องมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว
เพียงแต่ตอนนั้นเธอไม่ยอมรับรู้เอง
สุดท้ายรุ่นพี่คนนั้นก็บอกเลิกกับเธอแบบตรงๆ เจ็บมาก จุกมากเสียใจมากจนรับแทบไม่ไหว เดชะบุญที่ยังแข็งใจเรียนต่อจนจบมาได้ นี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้เธออยากไปเที่ยวในที่ไกลๆ ไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก เพื่อให้มันช่วยเยียวยาความรู้สึกแย่ๆที่เกิดขึ้นนี้ให้มลายหายไปโดยเร็วเสียที