ตอนที่แปดสิบห้า Red Dragon Clan 15
การต่อสู้กับเร้ดดราก้อนแคลนทำให้ผมคิดได้ว่าการต่อสู้ไม่ได้ง่ายดายมากกว่าที่คิด
ด้วยความที่การมองพวกเขาเป็นคนจริงๆแทนที่จะเป็นตัวเลขในเกมส์
ทำให้ผมมีแนวคิดเพ้อฝันไม่อยากให้พวกเขาตายทุกครั้งที่ออกรบพอสมควร
ซึ่งคราวนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างที่ผมต้องการ
ไม่มีทหารตายหรือเสียหาย
แต่นั่นเพราะผมอยู่ในกองทัพด้วยในการช่วยชุบชีวิตResurrection พวกเขา
หากสงครามขยายวงกว้างมากขึ้นจนผมไม่สามารถไปช่วยชุบชีวิตได้ในทุกสมรภูมิ
ก็คงทำให้เกิดความเสียหายกับกองทัพของผมแล้ว
การที่คิดว่าจะบรรลุเป้าหมายโดยไม่มีการสูญเสียชีวิตทหารคือความฝันที่ห่างไกล
ดังนั้นผมพยายามจะวางแผนทำตัวมีประโยชน์ที่สุดต่ออาณาจักร
แม้ผมจะไม่สามารถไปอยู่ได้ในทุกสมรภูมิ
การวิจัยด้านพลังจิตหรือพลังทางศาสนาไม่ใช่สิ่งที่ผมชอบนัก
แต่มันดันเป็นสิ่งที่ผมถนัดที่สุดและวิจัยออกมาได้เร็วที่สุด
เรียกว่าผมวิจัยภายในวันเดียวก็เรียกว่าแทบจะคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ด้านพลังจิตได้แล้วนั่นเอง
แต่นั่นอาจจะเป็นความบกพร่องผมในฐานะผู้นำที่มองการณ์แคบสั้นก็ได้
เฮ้อ
เข้าใจแล้วว่าทำไมผู้นำหลายคนถึงทำเรื่องบ้าบอสายตาแคบสั้น
เพราะบางครั้งพวกเขาเน้นการอยู่รอดไปจนถึงเย็นวันศุกร์มากกว่าการวางแผนระยะยาวในอีกหนึ่งทศวรรษหรือหนึ่งศตวรรษข้างหน้านั่นเอง
...
โบสถ์ในนครหลวง
สถานที่หรูหราแม้แต่ในระดับชนชั้นสูงด้วยกัน
หมายความวว่าจากความที่เป็นโบสถ์ขนาดใหญ่บรรจุคนจำนวนมาก
กลายเป็นโบสถ์ขนาดเล็กที่เข้ามาในโบสถ์ด้วยชนชั้นระดับผู้นำของจักรวรรดิเพียงไม่กี่คนเท่านั้นเอง
และนำพิธีกรรมโดยผู้นำศาสนา
“ท่านจักรพรรดินำพาแสงสว่างให้กับพวกเรานำพาคนตาบอดให้ตาดี นำพาคนเจ็บป่วยให้แข็งแรง”
นักบวชกำลังกล่าวว่าจากับบรรดาผู้นำในจักรวรรดิและครอบครัวที่พวกนี้จะไม่มาร่วมพิธีกับประชนนับล้านล้านในโบสถ์ขนาดใหญ่ด้านนอก
แต่จะมาอยู่ในโบสถ์ที่สามารถหาความเงียบสงบส่วนตัวได้มากกว่า
แต่”ท่านจักร-“
นักบวชสตรีที่กล่าวเทศอยู่นั้นได้คุกเข่าลงเมื่อท่านจักรพรรดิปรากฏตัวขขึ้นมากลางโบสถ์
พร้อมกับนั่งบนบัลลังก์ทองคำที่ว่างเปล่าที่คือสัญลักษณ์ของท่านจักรพรรดิที่วางไว้กลางโบสถ์
Empty’s throne
บัลลังก์ที่ว่างเปล่า
ที่เราเห็นที่แท้จริงไม่ได้มาจากเรื่องวันพีซเท่านั้น
แต่ที่แท้จริงมันมาจากสัญลักษณ์ตัวแทนของพระเจ้าหรือท่านศาสดาเราจะเห็นบัลลังก์ที่ว่างเปล่าเช่นนี้ได้จากวาติกันหรือเก้าอี้ว่างในช่วงชุมนุมพรรคฟ้าดินของอุ้ยเสี่ยวป้อ
ว่าในช่วงที่เราทำพิธีมีเก้าอี้ว่างอยู่
เพราะพิธีกรรมไม่ใช่แค่เรื่องราวของมนุษย์แต่คือเรื่องราวของสิ่งศักดิ์สิทธิ์เทพเจ้าบนสวรรค์ชั้นฟ้าด้วย
ท่านจักรพรรดิตาส่องแสงสีทองหลังจากนั่งบนเก้าอี้ทองคำ
ทันใดนั้นคนบาดเจ็บทุกคนทั่วจักรวรรดิก็มีแสงสีทองส่องออกจากร่างกาย
บาดแผลที่บาดเจ็บหรืออาการเจ็บป่วยก็สามารถรักษาหายด้วยการใช้พลังจิตของท่านจักรพรรดิ...ทั้งที่จักรวรรดิมียาที่รักษาโรคและความก้าวหน้าทางชีวภาพได้ตั้งนานแล้ว
ที่สามารถรักษาได้ทุกโรคในระดับที่ไม่ใช่อาวุธชีวะBio Weapon หรือพวกปรสิตจากต่างดาวหรือต่างมิติ
แต่มนุษย์ยังเป็นมนุษย์
จักรวรรดิของเขาดัมีคนที่ไม่เชื่อถือในเทคโนโลยี
พยายามรักษาตนเองจากการอวยพร Blessing หรือการรักษาHealing จากนักบวชเท่านั้นอยู่อีกนับล้านคน
เขาได้นั่งบัลลังก์ทองคำที่ว่างเปล่าเพื่อใช้พลังจิตรักษาคนที่มาโบสถ์ที่ยืนรอคอยอยู่นับล้านตามโบสถ์ต่างๆ
++++จงกลับไปทำงานของตนเอง+++++
เสียงของท่านจักรพรรดิดังกระหึ่มอยู่ในหัวของคนทุกคนที่ได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บ
ว่าจักรวรรดิขาดแคลนแรงงานอยู่อย่าขี้เกียจตัวเป็นคนไปทำงาน
ไม่มีเวลามาเจ็บป่วยกันอยู่หรอก
แต่คนที่ได้รับการรักษาดันคุกเข้าร้องไห้ภาวนาต่อท่านจักรพรรดิแทนที่จะกลับไปทำงานตามปรกติ
..
ข้อดีของบัลลังก์ทองคำคือ
มันสามารถส่งพลังจิตได้ต่อคนทั้งอาณาจักร
++++จงกลับไปทำงานของตนเอง+++++
หมายความวว่าคำกล่าวนี้กระจายไปในความคิดของทุกคนที่ได้รับการรักษาจากท่านจักรพรรดิ
แม้แต่เร้ดดราก้อนแคลนเองก็เช่นกัน
ที่มีคนมีบาดแผลเล็กน้อย
จากการต่อยานอวกาศหรือการทำงานต่างๆ
แผลนั้นก็รักษาหายเองต่อหน้าต่อตาพร้อมกับได้ยินเสียงในหัวว่าให้กลับไปทำงานในเวลาเดียวกัน
สร้างความศรัทธาแก่ประชาชนมากขึ้นไปอีกว่าท่านจักรพรรดิสามารถอวยพรคนทั้งจักรวรรดิของตนเองได้จริงๆ
ทำให้คนจากเร้ดราก้อนแคลนหลายคนตั้งใจว่าจะไปแสวงบุญที่จักรวรรดิส่วนกลางกันบ้าง
แต่แน่นอน
คนที่มีฐานะทางสังคมสูงของแคลนเท่านั้นที่จะได้โอกาสก่อน