ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

เล่มที่ 7 บทที่ 205 ราชันย์สวรรค์มาเยือน ห้วงดาราประหารเซียน!

        หลายราตรีล่วงผ่าน...

        สองร่างเงาแหวกว่ายข้ามห้วงดาราอันไร้สิ้นสุดเคียงคู่กันมาถึงนอกดาวโบราณดวงใหญ่

        มิใช่ใครอื่นหากแต่เป็นสองในสี่จตุรเทพแห่งเผ่าทวยเทพ

        ราชันย์สวรรค์เซียวเหยาราชันย์สวรรค์กวงหมิง

        "นี่คือดาวฝังจักรพรรดิหรือ..."

        "ดินแดนกว้างใหญ่สมคำร่ำลือมิด้อยไปกว่าดาวบรรพชนของเผ่าเราเลยแม้แต่น้อย"

        ราชันย์สวรรค์เซียวเหยายกยิ้มดวงตาเป็นประกาย ท่าทีนุ่มนวลก้มลงมองผืนปฐพีโบราณอันไพศาลเบื้องล่างพร้อมขยับปากงึมงำ

        โดยเฉพาะอย่างยิ่งแคว้นตงฮวงอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา แผ่ขยายอาณาเขตออกไปนับแสนลี้อุดมด้วยปราณฟ้าดิน

        คงเป็นเหล่ามหาจักรพรรดิโบราณที่ซ่อนร่างอยู่กระมัง

        ชนชั้นเช่นนี้ในอดีตล้วนเป็นผู้บรรลุวิถีแห่งยุคสมัย

        ไม่ว่าจะเป็นขุนพลสวรรค์ ปรมาจารย์วิถีมหาจักรพรรดิ หรือจักรพรรดิโบราณ แต่ละยุคสมัยล้วนมีชื่อเรียกขานที่แตกต่างกันไป

        พวกเขาต่างเฝ้ารอวันที่หนทางสู่เซียนเปิดออกจึงจำต้องตัดตนเองออกจากฟ้าดิน ชิงแยกจิตออกจากรอยประทับแห่งฟ้า

        ผนึกตนเองไว้ในแหล่งกำเนิดเทพคงอยู่ชั่วนิรันดร์ และรอคอยโอกาสอันมาถึง

        ถึงแม้จะลดทอนพลังจนร่วงตกจากสุดยอดราชันย์

        เหล่ามหาจักรพรรดิโบราณเหล่านี้ก็ยังมีพลังบ่มเพาะในระดับกึ่งจักรพรรดิขั้นเก้าหากถือกำเนิด ก็เพียงพอที่จะแผดเผาห้วงจักรวาลให้มอดไหม้

        ยุคเทพ กลียุค ยุคบรรพกาล ยุคโบราณและอีกมากมาย

        ล้วนอุบัติซึ่งกลียุคอันมืดมิดนภาสีเลือดต้องร่ำไห้ ทุกชีวิตถูกสังเวยอย่างน่าสังเวชและถูกเปลี่ยนไปเป็นแก่นแท้แห่งชีวิต

        และต้นกำเนิดแห่งความมืดมิดก็คือเหล่ามหาจักรพรรดิโบราณเหล่านี้!

        มิใช่เพียงแค่ดาวจัั้งตี้เท่านั้นห้วงดาราอันลึกล้ำยังมีดาวบรรพกาลอีกหลายดวงที่มีเขตแดนต้องห้ามดำรงอยู่

        เพียงแต่มีปริมาณไม่มากเท่าดาวฝังจักรพรรดิเท่านั้น

        ราชันย์สวรรค์เซียวเหยาและราชันย์สวรรค์กวงหมิงล้วนเป็นยอดพีระมิดแห่งเผ่าทวยเทพ ซึ่งเป็นรองก็เพียงองค์เทพเหนือยอดกว่านั้น

        จึงมิใช่เรื่องแปลกที่จะล่วงรู้ความลับมากมายเช่นนี้

        และในขณะนั้นเอง

        ภายในโลกใบเล็กแห่งความโกลาหลในท้องทะเลไร้สิ้นสุดร่างในชุดคลุมสีขาวค่อยๆ เบิกเนตรขึ้น มองไปยังนอกฟ้าด้วยสายตาอันสงบ พลางกล่าว

        "มาแล้วหรือ"

        "ช่างบังเอิญเสียจริง"

        สิ้นเสียงมู่เสินฉวนก้าวเท้าทะยานขึ้นสู่เก้าชั้นฟ้า เผชิญหน้ากับสองผู้แข็งแกร่งจากนอกโลก!

        ราชันย์สวรรค์กวงหมิงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันทรงพลังนี้ดวงตาพลันแข็งกร้าว

        ทันใดนั้นก็จำได้ว่าบุรุษผู้นี้คือผู้ทำลายร่างแปลงและสังหารทายาทของเขา!

        "เจ้าเองหรือ!?"

        มู่เสินฉวนเหลือบมองกลับด้วยสายตาเย็นชาพลางกล่าว

        "ข้าเคยเตือนเจ้าแล้ว"

        "หากมาอีกครั้งข้าจะสังหารร่างจริงของเจ้าเสีย!"

        "ดูเหมือนว่าเจ้าจะเตรียมใจมาแล้วสินะ!"

        มู่เสินฉวนยืนประสานมือท่าทีสงบนิ่งดุจสายลมเย็น แม้เผชิญหน้ากับมหาเซียนทั้งสองก็มิได้แสดงอาการหวาดหวั่นแม้แต่น้อย

        "เผ่าพันธุ์ต่ำต้อยจองหอง!"

        "วันนี้ข้าจะใช้โลหิตของเจ้าสังเวยดวงวิญญาณของลูกข้า!"

        ราชันย์สวรรค์กวงหมิงตวาดก้องร่างกายห้อมล้อมด้วยแสงสว่างจ้า ประหนึ่งเทพปีศาจโบราณ ก้าวออกมาจากสุริยันแล้วทอแสงเจิดจรัส

        กล่าวจบ เขาก็เหวี่ยงฝ่ามือออกไปด้านหน้าห้วงดาราปั่นป่วนเกิดเป็นคลื่นมหาศาล

        เคล็ดวิชานี้มิใช่วิชาลับของเหล่าทวยเทพหากแต่เป็นวิชาที่สร้างขึ้นเองเป็นเคล็ดวิชามหาเซียนที่สอดประสานไปกับวิถีของตัวเอง

        เมื่อใช้แล้ว โลกและฟ้าดินล้วนแปรเปลี่ยน

        ถึงแม้ราชันย์สวรรค์กวงหมิงจะไม่อาจมองทะลุพลังของบุรุษตรงหน้าและเห็นแต่ม่านหมอกแห่งความโกลาหล

        แต่เขาก็รู้ว่าบุรุษผู้นี้มีพลังไม่น้อยอย่างน้อยก็ต้องมีพลังต่อสู้ในระดับมหาเซียนมิเช่นนั้นย่อมไม่อาจสังหารร่างจำแลงของเขาได้อย่างง่ายดาย!

        "หัตถ์แสง!"

        แสงสว่างสาดส่องทั่วจักรวาลพร้อมเสียงตวาดสั่นสะเทือนใต้หล้าและฟ้าดิน

        เส้นผมของราชันย์สวรรค์เปล่งแสงเทพแผ่ขัตติยศักดา ประหนึ่งราชันย์เทพผู้จุติ

        "ก็ไม่เลว"

        มู่เสินฉวนพยักหน้าเบาๆ สีหน้ายังคงสงบมีกระทั่งเวลาว่างมาพินิจวิชาลับที่สร้างขึ้นเองของเผ่าทวยเทพ 

        "ในเมื่อเป็นเช่นนั้นเจ้าก็รับข้าสักกระบวนท่า!"

        "ดรรชนีดับสูญ!"

        อาภรณ์ของเขาสะบัดพลิ้วเพียงชี้ปลายนิ้วออกไปเบื้องหน้า!

        นี่คือวิชาเซียนที่บันทึกไว้ในคัมภีร์เซียนมหานิรวาณเหนือโลกหล้าและหลุดพ้น เป็นเคล็ดวิชาที่อยู่บนจุดสูงสุดของมนุษย์!

        ในชั่วพริบตา

        โลกและฟ้าดินถล่มทลาย ห้วงมิติปั่นป่วน!

        แสงเจิดจ้าที่สาดส่องห้วงดาราพลันดับวูบแล้วกลับเข้าคืนสู่ความมืดมนอนธการอีกครั้ง

        ภายใต้เคล็ดวิชานี้ประหนึ่งว่าสรรพสิ่งล้วนดับสูญ สรรพวิชาล้วนว่างเปล่า!

        ความน่าสะพรึงแผ่ขยายจนมิอาจบรรยายได้

        ในดวงตาสีดำของราชันย์สวรรค์กวงหมิงกลิ้งกลอกด้วยความงุนงง

        บนหน้าอกพลันปรากฏรอยนิ้วมือโดยไร้การนองไหลของเลือด ไม่มีการหลุดร่วงของเลือดเนื้อและกระดูก ราวกับอยู่ๆก็หวนคืนสู่ความว่างเปล่า!

        แต่ความรู้สึกเจ็บแปลบๆ นั้นกลับดึงให้ราชันย์กลับมาสู่โลกความเป็นจริง 

        "นี่... นี่มันวิชาลับอะไรกัน?"ราชันย์สวรรค์กวงหมิงอุทานด้วยความหวาดผวา

        "วิชาที่ใช้สังหารเจ้าไง!"

        มู่เสินฉวนกล่าวคำไม่กี่คำด้วยสายตาอันลึกล้ำ

        แต่เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะใช้คัมภีร์เซียนมหานิรวาณมาสังหารคนทั้งสอง

        เขาเพิ่งทะลวงสู่มหาเซียนและแค่ต้องการใช้ทั้งสองมาพิสูจน์ว่า พลังต่อสู้ของตนเองนั้นมาถึงระดับใดแล้ว

        ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ได้พาอาวุธจักรพรรดิมาด้วย เพราะตั้งใจจะใช้กายเนื้อ เคล็ดวิชาและวิถีเข้าสู้!

        "เซียวเหยา จงร่วมมือกัน!"

        ราชันย์สวรรค์กวงหมิงเองก็เป็นผู้แข็งแกร่งที่ผ่านสมรภูมิมานับครั้งไม่ถ้วนในไม่ช้าก็สงบใจลงได้

        ถึงแม้ว่าเคล็ดวิชาจะไม่อาจสมานบาดแผลตรงหน้าอกได้แต่ก็ช่างปะไร

        "สังหาร!"

        บนใบหน้าของราชันย์สวรรค์เซียวเหยาปรากฏสีหน้าเคร่งขรึมที่ไม่ค่อยได้เห็นนักเขาเปล่งเสียงทุ้มกังวาน

        ราชันย์สวรรค์ทั้งสองแห่งเผ่าทวยเทพต่างลงมือพร้อมกันกลิ่นอายอันน่าสะพรึงปะทุขึ้น ก่อให้เกิดความปั่นป่วนอันไร้สิ้นสุดในห้วงดารา

        มู่เสินฉวนก้าวผ่านห้วงความว่างเปล่าด้วยสีหน้าสงบโลหิตศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลในร่างสูบฉีด ทุกฝ่าเท้าที่ย่ำลงไปล้วนปรากฏร่องรอยแห่งวิถีอันไร้สิ้นสุดไขว้กันเปรียบดั่งร่างจำแลงแห่งวิถีของโลกหล้าและฟ้าดิน ร้ายกาจสุดจะคณนา

        ตูม!!!

        ท่ามกลางจักรวาลเงียบงันการต่อสู้น่าเร้าใจก็บังเกิดขึ้น!

        มู่เสินฉวนหุ้มห่อไปด้วยร่องรอยแห่งวิถีไร้สิ้นสุดโลหิตลมปราณสีทองแผ่ขยายออกไปนับแสนลี้ เส้นผมดำขลับปลิวไสวหมัดเทพถูกเหวี่ยงออกไป

        กำปั้นเดียวแสงศักดิ์สิทธิ์ทะยานขึ้นสู่น่านฟ้า ทะลวงจักรวาล ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ดาราใหญ่ร่วงหล่น

        สองกำปั้น ห้วงดาราก็ปั่นป่วนมืดมิดดาวนับไม่ถ้วนแปรเปลี่ยนเป็นผุยผง

        สองร่างเงาลอยละลิ่ว ถอยร่นกระอักโลหิตถูกกระแทกกระเด็นไปหลายสิบลี้กระทั่งอุกกาบาตขนาดเล็กที่ลอยคว้างอยู่ในห้วงดารายังถูกชนแตกกระจาย!

        ห้วงดาราอันปั่นป่วนทำให้ดาวโบราณโดยรอบหลายดวงได้รับผลกระทบไปด้วย

        และภายในดาวฝังจักรพรรดินั้นสัมผัสได้ถึงความรุนแรงที่สุดผู้แข็งแกร่งที่อยู่เหนือกว่ากึ่งเซียนนับไม่ถ้วนต่างเงยหน้าขึ้นมองไปยังเก้าชั้นฟ้าสายตาของพวกเขาล้วนเต็มไปด้วยความหวาดผวา

        "นะ... นี่มันมหาเซียนลงมือหรือ?"

        "เป็นใครกัน!"

        "หรือว่าบรรพชนของสำนักใดกลับมาจากห้วงดาราอันลึกล้ำกันแล้ว?"

        ในชั่วพริบตาแสงสีนับไม่ถ้วนสะบัดไปมาบนเก้าชั้นฟ้าราวกับหมายให้ทุกคนได้ประจักษ์ต่อครรลองสายตา

         

คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน