เช้าวันต่อมา
หมอกบาง ๆ ยังลอยอยู่เหนือถนนบนเนินเขา
ขบวนสินค้ายังคงจอดอยู่ที่เดิม
ไม่มีใครเดินทางต่อ
หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน ทุกคนดูระมัดระวังมากกว่าเดิม
นัทนั่งอยู่ข้างกองไฟที่ดับไปเกือบหมดแล้ว
สมุดเล่มเดิมเปิดอยู่บนเข่า
เขามองข้อความที่เขียนเมื่อคืน
อย่าเชื่อข้อมูลจากใบงานกิลด์เพียงอย่างเดียว
นัทอ่านมันอีกครั้ง
ก่อนจะปิดสมุด
“วันนี้กลับเมือง”
มาร์โกที่กำลังเก็บอุปกรณ์อยู่หันมา
“คิดเหมือนกัน”
นัทมองไปยังเกวียน
ลังผลึกสีดำถูกวางอยู่ตรงนั้น
“แต่ก่อนกลับ...”
เขาหยุด
“เราต้องเอาของนี่กลับไปด้วย”
มาร์โกมองลัง
“แน่นอน”
“แล้วนายคิดว่ากิลด์จะทำยังไง?”
“ถ้าเป็นฉัน...”
มาร์โกยกดาบคู่ขึ้นตรวจสอบ
“คงไม่ปล่อยให้เราขนของที่ไม่มีใครรู้ว่าคืออะไรต่อไปง่าย ๆ”
นัทพยักหน้า
“ดี”
“ดีตรงไหน?”
“อย่างน้อยก็มีคนอื่นช่วยดูว่ามันคืออะไร”
มาร์โกมองเขา
“นายกำลังฝากความหวังไว้กับกิลด์?”
“เปล่า”
นัทลุกขึ้น
“ฉันแค่ไม่อยากเป็นคนเดียวที่ต้องสงสัย”
มาร์โกหัวเราะ
“อันนี้เห็นด้วย”
ก่อนออกเดินทาง
นัทเดินไปหยุดตรงหน้าลัง
เขามองผลึกผ่านช่องว่างเล็ก ๆ ของฝาไม้
แสงด้านในยังคงเคลื่อนช้า ๆ
เหมือนเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่เขารู้ดีว่า...
มันไม่ใช่ก้อนแร่ธรรมดา
นัทค่อย ๆ ยื่นมือออกไป
พลังจิตไหลออกมาเพียงเล็กน้อย
เขาไม่ได้แตะผลึกโดยตรง
เพียงแค่ลองสัมผัสจากระยะห่าง
หนึ่งเมตร
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขาขยับเข้าใกล้อีกนิด
ครึ่งเมตร
ผลึกยังนิ่ง
นัทขมวดคิ้ว
จากนั้นเขาส่งพลังเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
วูม...
แสงในผลึกสว่างขึ้น
นัทรีบหยุด
“อีกแล้ว”
มาร์โกเดินเข้ามา
“อะไร?”
“มันตอบสนอง”
“เหมือนเมื่อคืน?”
“ใช่”
นัทมองผลึก
“แต่ฉันยังไม่รู้ว่ามันตอบสนองเพราะพลังจิตของฉัน...หรือเพราะอะไรบางอย่างในตัวฉัน”
มาร์โกนิ่งไป
“งั้นอย่าทดลองมากกว่านี้”
นัทหันมา
“ทำไม?”
“เพราะเราไม่รู้ว่าครั้งหน้ามันจะตอบสนองแรงแค่ไหน”
นัทมองเขา
ก่อนพยักหน้า
“ก็จริง”
เป็นครั้งแรกที่เขาไม่ได้รีบลองต่อ
ขบวนเริ่มเคลื่อนตัว
ระหว่างทางไม่มีใครพูดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนมากนัก
กลุ่มจากป่าหายไปตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น
ชายเสื้อสีน้ำตาลเองก็ไม่ได้เข้ามาพูดกับนัทอีก
เขาเพียงนั่งอยู่ท้ายขบวนเงียบ ๆ
เหมือนกับคนที่กำลังคิดอะไรบางอย่าง
นัทเหลือบมองเขาเป็นระยะ
โดยเฉพาะ...
เงาใต้เท้า
แต่ตอนนี้มันกลับดูปกติ
เหมือนเงาของคนธรรมดา
“แปลก”
มาร์โกถาม
“อะไร?”
“ไม่มีอะไร”
นัทหันกลับ
เขายังไม่ถาม
เพราะตอนนี้เขายังไม่มีข้อมูลมากพอ
ช่วงสาย
ขบวนเดินทางกลับถึงประตูเมือง
ทันทีที่ผ่านเข้าไป ผู้คนยังคงใช้ชีวิตตามปกติ
ร้านค้าเปิด
รถลากวิ่งผ่าน
นักล่าเดินเข้าออก
ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อคืน...
ขบวนนี้เพิ่งเจอกับสิ่งที่ไม่ควรอยู่บนถนนสายนี้
นัทมองเมือง
“เหมือนทุกอย่างปกติ”
มาร์โกตอบ
“โลกก็เป็นแบบนั้น”
“แบบไหน?”
“ต่อให้คนสองคนเพิ่งเกือบตาย...”
เขามองผู้คนรอบตัว
“คนอื่นก็ยังต้องกินข้าวทำงานต่อ”
นัทหัวเราะ
“ฟังดูจริงดี”
เมื่อกลับถึงกิลด์
ทั้งสองไม่ได้เดินไปที่กระดานภารกิจ
แต่ตรงไปยังเคาน์เตอร์รับงานทันที
เจ้าหน้าที่ที่อยู่หลังเคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้น
“กลับมาแล้วเหรอ?”
มาร์โกพยักหน้า
“ภารกิจยังไม่เสร็จ”
เจ้าหน้าที่ขมวดคิ้ว
“มีปัญหาอะไร?”
นัทตอบ
“ของที่เราคุ้มกันมีปัญหา”
เจ้าหน้าที่มองทั้งสองคน
“สินค้าเสียหาย?”
“ไม่”
“มีคนปล้น?”
“ก็ไม่เชิง”
“แล้ว?”
นัทมองมาร์โก
ก่อนวางเอกสารภารกิจลงบนโต๊ะ
“เราอยากรายงานว่าข้อมูลในใบงานไม่ครบ”
เจ้าหน้าที่นิ่งไป
“หมายความว่า?”
มาร์โกตอบ
“สินค้าที่เรากำลังขน...ไม่ใช่สินค้าธรรมดา”
เจ้าหน้าที่มองทั้งสองคน
“อะไรอยู่ในนั้น?”
นัทไม่ได้ตอบ
เพียงหันไปมองลังที่พวกเขานำกลับมาด้วย
เจ้าหน้าที่เดินออกจากเคาน์เตอร์
เปิดผ้าออก
มองลัง
“เปิดได้ไหม?”
นัทพยักหน้า
“ได้”
ฝาถูกเปิดขึ้น
ผลึกสีดำปรากฏอยู่ด้านใน
ทันทีที่มันสัมผัสกับแสงจากภายนอก...
วูม
เจ้าหน้าที่ถอยหลังไปหนึ่งก้าว
สีหน้าของเขาเปลี่ยนทันที
“นี่มัน...”
นัทหรี่ตา
“คุณรู้จัก?”
เจ้าหน้าที่ไม่ได้ตอบ
เขารีบปิดฝาลัง
จากนั้นหันไปมองพนักงานอีกคน
“ไปเรียกหัวหน้ากิลด์”
ไม่ถึงสิบนาที
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินลงมาจากชั้นบน
เสื้อคลุมของเขาไม่มีเครื่องประดับมาก
แต่ทันทีที่เดินเข้ามา บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยน
นักล่าที่อยู่ใกล้ ๆ เริ่มลดเสียงพูดลง
เจ้าหน้าที่ก้มศีรษะ
“หัวหน้า”
ชายคนนั้นมองลัง
“ใครเป็นคนเอาของนี่มา?”
มาร์โกชี้มาที่นัท
นัทหันมองทันที
“พี่?”
“อะไร?”
“โยนให้กันง่ายดีนะ”
มาร์โกหัวเราะ
“นายเป็นคนสังเกตมันก่อน”
นัทถอนหายใจ
“ก็ได้”
เขาหันไปหาชายคนนั้น
“พวกเราได้รับภารกิจคุ้มกัน”
จากนั้นเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด
ตั้งแต่คนจากป่า
ชายเสื้อสีน้ำตาล
จนถึงสิ่งมีชีวิตที่ตามผลึกมา
หัวหน้ากิลด์ฟังโดยไม่ขัด
จนกระทั่งนัทพูดถึงเรื่องหนึ่ง
“ผลึกตอบสนองต่อพลังจิตของผม”
ชายคนนั้นหยุดทันที
“พลังจิต?”
นัทพยักหน้า
“ครับ”
หัวหน้ากิลด์มองเขาใหม่
“เจ้ามีพลังจิต?”
“เพิ่งเริ่มใช้ได้”
“เริ่ม?”
นัทพยักหน้า
“ยังควบคุมไม่ค่อยดี”
ชายคนนั้นไม่ได้ถามต่อ
เขาหันไปมองผลึก
“งั้นเราต้องตรวจสอบมัน”
พวกเขาถูกพาไปยังห้องด้านในของกิลด์
ห้องนี้ไม่มีนักล่าคนอื่น
มีเพียงโต๊ะหินขนาดใหญ่
และอุปกรณ์บางอย่างที่นัทไม่เคยเห็น
ผลึกถูกนำออกจากลัง
วางลงบนโต๊ะ
ชายคนหนึ่งในชุดคลุมเดินเข้ามา
เขามองผลึกอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นวางมือเหนือมัน
แสงบางอย่างปรากฏขึ้น
ผลึกกลับไม่มีปฏิกิริยา
เขาขมวดคิ้ว
ลองอีกครั้ง
ไม่มีอะไร
นัทมองอยู่เงียบ ๆ
มาร์โกถาม
“ตรวจสอบไม่ได้?”
ชายคนนั้นส่ายหน้า
“ไม่ใช่ว่าตรวจไม่ได้”
เขามองผลึก
“แต่มันไม่ยอมตอบสนองต่อพลังของข้า”
นัทชะงัก
“ไม่ตอบสนอง?”
“ใช่”
นัทมองผลึก
แล้วมองมือตัวเอง
หัวหน้ากิลด์หันมาหาเขา
“ลองดู”
นัทชี้ตัวเอง
“ผม?”
“ใช่”
มาร์โกพูดทันที
“ถ้าอันตรายล่ะ?”
หัวหน้ากิลด์ตอบ
“เราจะหยุดทันที”
นัทลังเลเล็กน้อย
ก่อนเดินไปที่โต๊ะ
เขายื่นมือออก
คราวนี้ไม่มีใครพูดอะไร
นัทสูดหายใจ
แล้วส่งพลังจิตออกไป
เพียงเล็กน้อย
วูม...
ผลึกสว่างขึ้น
ทุกคนเงียบ
นัทหยุด
แสงดับ
หัวหน้ากิลด์มองเขา
“อีกครั้ง”
นัทส่งพลังเข้าไปใหม่
ผลึกสว่างขึ้นอีกครั้ง
แต่คราวนี้...
แสงด้านในกลับเคลื่อนเข้าหาจุดที่พลังจิตของเขาสัมผัส
เหมือนกับว่า...
มันกำลัง ตามหาเขา
นัทรีบดึงพลังกลับ
ผลึกดับลง
“พอ”
เขาถอยออกมา
หัวหน้ากิลด์ถาม
“เมื่อกี้รู้สึกอย่างไร?”
นัทคิด
“เหมือนมันกำลังดึงผมเข้าไป”
“เจ็บไหม?”
“ไม่”
“ควบคุมได้ไหม?”
นัทส่ายหน้า
“ไม่ทั้งหมด”
หัวหน้ากิลด์พยักหน้า
“งั้นอย่าทดลองอีก”
นัทไม่ได้เถียง
แต่หลังจากเดินออกจากห้อง
นัทกลับนั่งลงตรงทางเดิน
สมุดถูกเปิดขึ้นมาอีกครั้ง
เขาเริ่มเขียน
มาร์โกยืนมอง
“นายยังจดอีก?”
“แน่นอน”
นัทเขียนต่อ
ผลึก
ผู้ใช้พลังทั่วไป → ไม่ตอบสนอง
พลังจิตของฉัน → ตอบสนอง
ระดับพลังมากขึ้น → ปฏิกิริยาแรงขึ้น
ข้อสังเกต: ไม่ได้หมายความว่าฉันควบคุมมันได้
เขาหยุด
แล้วเขียนเพิ่ม
พลังจิต ≠ ควบคุมทุกสิ่ง
มาร์โกอ่าน
“นายเข้าใจแล้วสินะ”
นัทพยักหน้า
“อืม”
“อะไร?”
นัทมองมือของตัวเอง
“ตอนแรกฉันคิดว่า ถ้าพลังจิตแข็งแรงขึ้น...”
เขากำมือ
“ฉันก็น่าจะควบคุมของที่หนักขึ้นได้”
มาร์โกเงียบ
“แต่ตอนนี้ฉันเริ่มคิดว่า...”
นัทมองผลึกผ่านประตูห้อง
“มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับพลังอย่างเดียว”
“แล้วขึ้นอยู่กับอะไร?”
“ฉันยังไม่รู้”
มาร์โกยิ้ม
“คำตอบที่ดี”
“ทำไม?”
“เพราะครั้งนี้นายไม่ได้รีบหาคำตอบ”
นัทหัวเราะ
“ก็ถ้าฝืนแล้วผลึกดูดฉันเข้าไปในก้อนมันจริง ๆ นายคงต้องแบกฉันกลับห้อง”
“ฉันคงทิ้งไว้ตรงนั้น”
“ใจร้าย”
ขณะเดียวกัน
ภายในห้องตรวจสอบ
หัวหน้ากิลด์ยืนมองผลึก
สีหน้าของเขาเคร่งเครียด
ชายที่ตรวจสอบผลึกเดินเข้ามา
“หัวหน้า”
“ว่า?”
“ผมมีเรื่องหนึ่งที่ต้องรายงาน”
“อะไร?”
เขาหยิบเอกสารขึ้นมา
“ผลึกนี้ไม่ใช่แร่ธรรมดา”
หัวหน้ากิลด์มอง
“ข้ารู้อยู่แล้ว”
“ไม่ครับ”
ชายคนนั้นส่ายหน้า
“ผมหมายถึง...มันไม่ควรถูกจัดอยู่ในหมวดแร่ด้วยซ้ำ”
หัวหน้ากิลด์นิ่ง
“แล้วมันคืออะไร?”
ชายคนนั้นมองผลึก
“ผมยังไม่แน่ใจ”
เขาหยุด
“แต่โครงสร้างภายในมัน...คล้ายกับแกนพลังของสิ่งมีชีวิต”
หัวหน้ากิลด์หันกลับทันที
“แน่ใจ?”
“ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์”
“แล้วทำไมถึงคิดแบบนั้น?”
ชายคนนั้นชี้ไปยังผลึก
“เพราะมันมีการตอบสนองคล้ายกับสิ่งมีชีวิต”
หัวหน้ากิลด์เงียบ
จากนั้นถาม
“แล้วทำไมมันถึงตอบสนองกับเด็กคนนั้น?”
ชายคนนั้นไม่ได้ตอบ
เพราะเขาเองก็ไม่รู้
ด้านนอก
นัทกับมาร์โกกำลังเตรียมกลับที่พัก
แต่ก่อนออกจากกิลด์
เจ้าหน้าที่คนเดิมเดินมาหาพวกเขา
“หัวหน้ากิลด์ฝากบอกว่า...”
นัทหันมา
“ครับ?”
“ภารกิจนี้ยังไม่ถือว่าสิ้นสุด”
มาร์โกขมวดคิ้ว
“หมายความว่า?”
“ผู้ว่าจ้างต้องถูกสอบสวน”
นัทพยักหน้า
“สมควร”
“ส่วนผลึก...”
เจ้าหน้าที่หยุด
“กิลด์จะเป็นคนเก็บไว้”
นัทมองประตูห้องตรวจสอบ
เขาไม่ได้รู้สึกเสียดาย
ตรงกันข้าม...
เขากลับรู้สึกโล่งใจ
อย่างน้อยตอนนี้มันไม่ได้อยู่บนหลังของเขาแล้ว
แต่ก่อนเดินออก
นัทหยุด
หันกลับไปมองห้องนั้นอีกครั้ง
เขาไม่รู้ว่าผลึกคืออะไร
ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน
และไม่รู้ว่าทำไมมันถึงตอบสนองกับเขา
แต่เขารู้เรื่องหนึ่ง
เรื่องนี้ยังไม่จบ
คืนนั้น
ที่พักใหม่
นัทเปิดสมุด
หน้ากระดาษเต็มไปด้วยข้อมูลจากหลายวันที่ผ่านมา
ปราณ
พลังจิต
อาวุธ
แร่
และตอนนี้...
ผลึก
เขามองรายการทั้งหมด
จากนั้นเขียนบรรทัดใหม่
สิ่งที่ยังไม่เข้าใจ
ผลึกสีดำ
สิ่งมีชีวิตในป่า
พลังของชายเสื้อสีน้ำตาล
เหตุผลที่ผลึกตอบสนองต่อพลังจิต
ทำไมผู้ว่าจ้างถึงต้องการนำมันเข้าเมือง
นัทวางดินสอลง
มาร์โกที่กำลังจัดอุปกรณ์อยู่ถาม
“เยอะไหม?”
“เยอะ”
“แล้วจะเริ่มจากอะไร?”
นัทมองรายการ
ก่อนยิ้มเล็กน้อย
“จากข้อที่ง่ายที่สุด”
มาร์โกเลิกคิ้ว
“ข้อไหน?”
นัทชี้ไปที่คำว่า
พลังจิต
“อย่างน้อยอันนี้ฉันก็รู้ว่ามันเป็นของฉัน”
มาร์โกหัวเราะ
“ฟังดูสมเหตุสมผล”
นัทปิดสมุด
แต่ก่อนวางลง...
เขานึกถึงช่วงเวลาที่แตะผลึก
ความรู้สึกนั้นยังติดอยู่ในมือ
มันไม่ใช่ความรู้สึกของการควบคุม
แต่เหมือนกับว่า...
มีบางสิ่งกำลังพยายามรับรู้ว่าเขาเป็นใคร
นัทมองมือของตัวเอง
“แปลกจริง ๆ...”
ด้านนอกหน้าต่าง
เมืองหลวงยังคงสว่างไสว
ผู้คนยังเดินไปมา
ไม่มีใครรู้ว่าในห้องตรวจสอบของกิลด์มีผลึกประหลาดก้อนหนึ่งถูกเก็บไว้
และไม่มีใครรู้ว่า...
ในป่าแห่งหนึ่งนอกเมือง
สิ่งมีชีวิตตัวเดิมกำลังนอนนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้
บริเวณหน้าอกของมัน...
ยังมีรอยแตกสีดำอยู่
มันลืมตาขึ้นช้า ๆ
มองไปยังทิศทางของเมือง
ก่อนหลับตาลงอีกครั้ง
ส่วนที่หายไปของมัน...
ยังไม่ได้กลับคืนมา
และตอนนี้มันอยู่ในเมืองแล้ว