บทที่ 52
“หนังสือพิมพ์ไม่คิดจะประกาศข่าวเรื่องอื่นกันบ้างรึยังไง”
เอเลนบ่นอุบก่อนที่เจ้าคนที่คาดหวังสาระจะโยนหนังสือพิมพ์ฉบับล่าสุดลงบนโต๊ะทำงานหลังจากเห็นพาดหัวข่าวที่ยังคงมีเนื้อหาคลายคลึงกันมาตลอดครึ่งปีราวกับว่านักข่าวพวกนี้ไม่มีอย่างอื่นทำหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ซึ่งพาดหัวข่าวแต่ละวันก็มีแต่เรื่องเดิมๆอย่าง ชัยชนะเหนือสำนักดาบอีกครั้ง
“เอาน่า เอ็งบ่นทุกวันไม่เบื่อรึไง ดูอย่างข้าสิบ่นจนเลิกบ่นไปแล้วเนี่ย”
คนแคระชราหรือเรกิลกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ จากตอนแรกที่เขาก็เป็นอีกคนหน่งที่บ่นจนเลิกบ่นไปแล้วด้วยการตัดปัญฆาเลิกอ่านหนังสือพิมพ์ที่มีเนื้อหาซ้ำซากจำเจ ทั้งนี้ที่ชายชรากล่าวตบเอเลนได้โดยที่มือยังคงทำงานไม่มีหยุด
“ว่าแต่เอ็งเถอะ มานั่งสบายใจเฉิบแบบนี้มันจะดีงั้นรึ ไม่คิดจะเตรียมตัวอะไรสำหรับงานแข่งอัคนีรุ่งโรจน์ หรือลานประลองเกียรติเลยงั้นเรอะ”
พอถามออกไปแบบนั้นเจ้าคนโดยถามก็เอื้อมมือไปคว้าหนังสือพิมพ์พร้อมกับพลิกหน้าหนังสือไปหน้าถัดไปก่อนก่อนที่เขาจะกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ
“จะให้เตรียมตัวอะไรละลุงงานแข่งขันตีเหล็กนั่นก็ต้องแข่งตีเหล็กใช่มะ แล้วมันแตกต่างอะไรกับงานที่ทำอยู่นี่ละ”
เอเลนกล่าวตอบตามความคิดของตนเองเพราะสำหรับเขาแล้วที่เขายอมเข้าร่วมการแข่งขันเด็กเล่น(ในสายตาของเขา)นี่มีความหมายเพียงเพื่อใบอนุญาตเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เรกิลที่ทำงานอยู่ได้ยินแบนั้นถึงกับหยุดมือ วางค้อน แล้วเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าจริงจัง
“พอเป็นเรื่องที่ไม่สนใจ เอ็งนี่โง่ไปซะทุกทีเลยนะ”
“เอ้า นี่ลุงว่าผมทำไมอะ”
เอเลนกล่าวตอบพลางกระพริบตาปริบๆเพราะอยู่ดีๆเรกิบก็มีท่าทีเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ก่อนที่มือกำยำของชายชราจะยื่นมาคว้าหัวไหล่ของเขาเอาไว้
“ฟังข้านะ ฟังให้ดี การแข่งขันอัคนีรุ่งโรจน์น่ะเอ็งอาจจะดูถูกคู่ต่อสู้ที่เป็นมนุษย์ได้ แต่อย่าลืมซะละว่างานแข่งขันนี้จัดขึ้นในจักรวรรดิที่มีนโยบายเป็นกลางทางเผ่าพันธุ์ นั่นหมายความว่านอกจากมนุษย์แล้วเอ็งยังต้องเผชิญกับคู่แข่งที่เป็นเผ่าพันธ์อื่นๆด้วย”
อัคนีรุ่งโรจน์มีกำหนดการจัดที่ค่อนข้างแน่นอน ทุกฝ่าที่เล็งผลประโยชน์จากการแข่งขันย่อมมีเวลาเตรียมตัวเพื่อพัฒนาฝีมือนานถึงห้าปี กับเอเลนที่ใส่ใจแต่เรื่องปากท้องนั้นอาจจะไม่เห็นถึงความสำคัญข้อนี้
“ของรางวัลนอกจากใบอนญาติแล้ว สิ่งที่คนอื่นเล็งเอาไว้ก็คือตำแหน่งช่างตีเหล็กหลวงฝึกหัดซึ่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญมากแถมเป็นรางวัลใหม่ที่ปีอื่นๆไม่มี เพราะเอ็งจะสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่คนธรรมดาได้แต่แหงนหน้ามองเพียงแค่เอ็งกระดิกนิ้วเท่านั้น”
ช่างตีเหล็กหลวงฝึกหัดเป็นตำแหน่งที่สำคัญมากเพราะนั่นทำให้ผู้ที่ครอบครองตำแหน่งนี้มีบรรดาศักดิ์เทียบเท่ากับขุนนาง มีอำนาจในการดึงทรพยากรที่เกี่ยวข้องกับการตีเหล็กมาใช้ได้อย่างไม่กลัวว่าท้องพระคลังหลวงจะขนหน้าแข้งร่วงเป็นสิทธิพิเศษที่เอเลนไม่อาจจินตนาการถึง
“ไอ้ตำแหน่งนั่นมันปฏิเสธได้รึเปล่าอะลุง”
เอเลนกล่าวตอบโดยไม่เปลี่ยนน้ำเสียงแม้แต่น้อย การยอมรับจากเชื้อพระวงศ์หรือขุนนางนั้นหาได้สำคัญกับเขาไม่ เป้าหมายของเขาคือการจะนำทักษะของตัวเองให้มีระดับทัดเทียมกับเทพีเซเลสเทียร์ เรกิลที่ได้รับคำตอบแบบนั้นก็ไม่ได้รู้สึกผิดคาดเสียเท่าไหร่
“ก็คิดเอาไว้อยู่แล้วล่ะนะ...แต่ข้าว่าเอ็งมีตำแหน่งนั้นไว้ก็ดีเหมือนกันนะ เอาไว้เป็นไม้กันหมาจากพวกสมาคมช่างตีเหล็กไง”
พอได้ยินแบบนั้นเด็กหนุ่มก็นิ่งไปเล็กน้อยแล้วเริ่มรู้สึกคล้อยตามเพราะการมีมิตรย่อมดีกว่ามีศัตรู พันธมิตร(?)ในตอนนี้เท่าที่นับได้ก็เห็นจะมีแต่สมาคมการค้าเท่านั้น
พูดถึงสมาคมการค้าแล้วเอเลนก็เหลือบไปมองเทียบเชิญี่ถูกส่งมาเมื่อเช้าทั้งยังไม่ใช่ใบเดียวแต่เป็นสองใบ โดยใบหนึ่งระบุเอาไว้ชัดเจนว่าผู้เข้าแข่งขันนั้นคือเอเลนเจ้าของร้านค้อนเพลิงตัวแทนจากสมาคมการค้า ส่วนอีกใบหนึ่งนั้นมาจากตระกูลคริฟมอนด์ซึ่งนอกจากตระประจำตระกูลแล้วจดหมายยังระบุเอาไว้ว่าเขาคือตัวแทนของเซลีนแต่ไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าชื่อของผู้ที่เป็นตัวแทนนั้นคือใคร
การแข่งขันลานประลองเกียรติยศนั้นฝ่ายขุนนางที่เข้าร่วมมักจะเอาบุคคลในสังกัดฝ่ายตนเข้าแข่งขันส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นการแสดงแสนยานุภาพของตระกูลทำให้ลับหลังผู้เข้าแข่งหลายคนมักถูกทำร้ายจนไม่อาจเจ้าร่วมการแข่งขันได้ ทำให้ในปัจจุบันทางจักรวรรดิจึงมีการยอมหลับตาข้างหนึ่ง ทำให้ผู้เข้าแข่งสามารถใช้ชื่อปลอมเพื่อเป็นการปกปิดตัวตนแทนได้
“เอาเถอะ ยังไงก็ต้องชนะให้ได้เท่านั้นตำแหน่งอะไรนั่นคิดซะว่าเป็นของแถมแล้วกัน”
เอเลนตอบง่ายๆก่อนจะเดินตรงไปยังโต๊ะตัวใกล้ๆที่คลุมผ้าทิ้งเอาไว้
“ถึงอัคนีรุ่งโรจน์ผมจะไม่ได้ทำอะไรมากกว่าจริง แต่ลานประลองกเกียรติยศน่ะผมจัดเต็มแน่นอน”
เอเลนยิ้มร้ายก่อนจะดึงผ้าที่คลุมโต๊ะออก เรกิลที่เห็นดังนั้นก็ตาลุกวาวเพราะมันประกอบไปด้วยยุทธภัณฑ์นาๆชนิดแต่ที่น่าตกใจไม่ใช่จำนวนของมัน แต่เป็นเพราะยุทธภัณฑ์ทุกชิ้นที่ปรากฏอยู่นั้นมีระดับไม่ต่ำกว่า C!
“ให้ตายสิ เอ็งจะไปทำสงครามรึไง”
เรกิลที่เห็นดังนั้นก็อดพูดแบบนั้นไม่ได้ ส่งผลให้เจ้าตัวแสบที่กำลังฉีกยิ้มร้ายราวกับผู้ร้ายเกรดตลาดหัวเราะลั่นก่อนจะกวาดตาดูยุทธภัณธ์ระดับสูงสามสิบกว่าชิ้นซึ่งครอบคลุมทุกระยะโจมตีและสไตลการต่อสู้ทุกรูปแบบก่อนที่พวกมันจะถูกสูบหายเข้าไปในคลังศาสตรา
แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้เอเลนต้องหลั่งหยาดเหงื่อและน้ำตาไปหลายถังกว่าจะผลิตยุทธภัณฑ์ที่มีแรงค์เกิน C ได้ซักชิ้นหนึ่ง เมื่อคิดได้ดังนั้นความเสียใจก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเด็กหนุ่มแต่เขาก็ต้องตัดใจเอาพวกมันไปใช้จนได้
“เอาน่า อย่างน้อยก็เอาไปขายได้ละนะ”
เอเลนปลุกปลอบใจตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ในบรรดาอาวุธทั้งหลายสิบชิ้นมีเพียงควินดีลเท่านั้นที่ยังยืนหนึ่งในตำแหน่งของอาวุธยาวชั้นหนึ่งแม้จะแอบเคืองมันอยู่บ้างตอนที่สู้กับมังกรเพราะมันดันเอาแต่หดหัวอยู่ในแหวน
พูดถึงทันดร้าแล้วเอเลนก็อดที่จะเสียดายไม่ได้ เพราะการใช้แอนทาเรสสังหารทำให้มีราคาที่ต้องจ่าย วัสดุที่ควรจะได้รับจากทันดร้าได้ถูกเร่งกาลเวลาเนื่องจากถูกฟันด้วยแอนทาเรสซึ่งเขามารู้เอาทีหลังว่าหากอยู่ในสถานะอาวุธคำอวยพรแห่งการสูญสิ้นก็จะไม่แสดงผล ทำให้วัสดุล้ำค่าเกิดการเสื่อมอำนาจลงไม่อาจนำมาหาประโยชน์ได้เว้นเสียแต่วัสดุระดับสูงสุดอย่างแก่นผลึกมังกรกับกระดูกบางชิ้นเท่านั้นที่ไม่บุบสลาย
“ชั้นจะเอายังไงกับแกดีนะ”
เอเลนบนสายตามองไปยังลูกแก้วสีเหลืองทองที่ถูกเก็บอยู่บนชั้นวางของภายในตู้กระจกนิรภัยอย่างดีเคียงคู่กันกับลูกแก้วสีเทาขุ่นที่มีรอยบากสามรอย ลูกแก้วสีเหลืองางครั้งจะปะทุพลังสายฟ้าออกมาจนต้องใช้ตู้นิรภัยที่มีความทนทานสูงในการกักเก็บ
ช่างเป็นมังกรน้อยที่โหวกเหวกเสียจริงเลยเจ้าค่ะ
ทันใดนั้นเองเสียงๆหนึ่งดังขึ้นในห้วงความคิดซึ่งเอเลนจดจำมันได้เป็นอย่างดีเพราะเขาไม่ได้ยินเสียงของเธอมาซํกพักแล้ว
“แอนทาเรส ตื่นแล้วเหรอ”
เอเลนกล่าวด้วยน้ำเสียงยินดีเพราะนี่ก็เป็นเวลาหกเดือนแล้วหลังจากที่แอนทาเรสไม่ตอบสนองต่อเขาอีกเลย
ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งเจ้าค่ะนายท่าน ข้าน้อยฟื้นฟูโดยสมบูรณ์หลังจากการตื่นครั้งแรก นับแต่วันนี้เป็นต้นไปข้าน้อยจะอยู่ข้างกายนายท่านไม่มีห่างเจ้าค่ะ
“แล้วทำไมครั้งแรกถึงได้หลับไปนานตั้งครึ่งปี?”
เพราะถึงแม้ข้าน้อยจะเป็นมหาศาสตราที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อนายท่าน แต่ข้าน้อยเพิ่งจะได้พบกับนายท่านจริงๆก็เมื่อหกเดือนก่อน ข้าน้อยเลยต้องใช้เวลาเพื่อปรับตัวตนให้เหมาะสมแก่นายท่าน
“แบบนี้นี่เอง”
เอเลนพยักหน้าอย่างเข้าใจดูเมือนศาสตราวุธระดับสูงจะมีเงื่อนไขการใช้งานที่ยุ่งยากมากแต่ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อเสียงของแอนทาเราก็กล่าวขึ้น
เมื่อครู่ข้าน้อยได้ยินมาว่านายน้อยไม่ทราบว่าจะจัดการมังกรน้อยตนนั้นอย่างไรดี ใช่ไหมเจ้าคะ?
“มังกรน้อย? หมายถึงเจ้านั่นนะเหรอ”
เอเลนชี้ไปยังแก่นผลึกมังกรที่ยังคงปล่อยพลังไฟฟ้าอย่างเกรี้ยวกราดออกมาอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเกาหัวอย่าจนปัญญา
“เจ้านั่นทำชั้นปวดมาหลายเดือนแล้วล่ะ พอจะเอาไปประกอบกับอาวุธชิ้นไหนมันก็เล่นระเบิดซะจนอาวุธพังเละเทะนี่ยังไม่รวมชุดเกราะอีกหลายตัวอีกนะ”
เอเลนบ่นออกมาพลางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อหลายเดือนก่อน เจ้าแก่นผลึกมังกรชิ้นนี้ค่อนข้างพยศและหัวรุนแรง มันระเบิดยุทธภัณฑ์ที่เขาสร้างขึ้นเป็นว่าเล่นไม่ว่ายุทธภัณฑ์ชิ้นนั้นจะมีค่าความต้านทานธาตุสายฟ้ามากแค่ไหนก็ตามทำเอเลนต้องตัดสินใจปิดผนึกมันเอาไวในตู้กระจกราคาแพงในฐานะของจัดแสดงแทนแต่แล้วแอนทาเรสกลับกล่าวในสิ่งที่เขาคาดไม่ถึง
นั่นคงเป็นเพราะ เจ้ามังกรน้อยยังไม่ยอมศิโรราบต่อนายท่านโดยสมบูรณ์เจ้าค่ะ
“หืม...หมายความว่ายังไง?”
ในการต่อสู้กันคราวนั้น ขอเรียนตามตรงว่าที่นายสามารถเอาชนะเจ้ามังกรน้อยตนนี้ได้กว่าครึ่งก็เพราะข้าน้อยทำให้เจ้ามังกรตนนี้ตายอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ ซึ่งมันต่างกับกรณีในตอนที่ท่านพิชิตไวร์เวิร์นที่ตนนั้นท่านสามารถฆ่ามันได้แม้จะไม่มีอาวุธในมือเลยก็ตาม
เพราะเหตุนั้นไวท์ไวร์เวิร์นแม้จะยังไม่ถูกยกระดับเป็นมังกรแต่ก็ให้การย้อมรับท่านที่เป็นผู้ปลิดชีพ ส่วนในรายของมังกรน้อย ข้าน้อยสัมผัสได้ถึงจิตครุ่นแค้น ความพยาบาท และความไม่พอใจจากมัน นั่นคงเป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงปล่อยสายฟ้าออกมา
ในอดีตข้าน้อยเคยเห็นดรุณีน้อยนางหนึ่งนางชื่นชอบในการประดิษฐ์เครื่องมือเช่นเดียวกับนายท่าน แม้นางจะเป็นเทพแต่ก็ใช่ว่าวัสดุทุกชนิดบนโลกจะยอมศิโรราบเพียงเพราะสถานะเผ่าพันธ์ของนาง ท้ายสุดนางเลือกที่จะใช้วิธีสยบด้วยการใช้ไฟและค้อนของนางนวดมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนความโอหังของมันอ่อนโทรมลงไปเอง
“เป็นวิธีที่ดูไม่ค่อยมีหลักการเท่าไหร่เลยนะ ว่าแต่เทพองค์นั้นคือ...”
รู้แล้ว! นายหญิงเคยเรียกนางว่าเซเลสเทียร์! ตอนนั้นรู้สึกว่านางจะชอบพาพี่ชายที่มีนนิสัยสอดรู้สอดเห็นนามมว่าทราฟาก้ามาด้วย
“....”
เอเลนพูดอะไรไม่ออกได้แต่ส่ายหัวอย่างอ่อนใจ การมีอยู่ของแอนทาเรสนั้นนับเป็นเรื่องใหญ่เกกินกว่าที่เขาจะรับผิดชอบได้ด้วยตนเองดังนั้นนอกจากเขาแล้วแอนทาเรสจะต้องไม่ถูกเปิดเผยการมีอยู่ให้แก่ใครรับรู้โดยเด็ดขาด
เมื่อได้รับคำบอกใบ้มาแล้วเอเลนก็คิดจะลงมือในทันทีแต่ก็เป็นแอนทาเรสนั่นแหละที่ส่งเสียงห้ามเอาไว้เสียก่อน
ข้าน้อยขอบังอาจแนะนำว่าอย่าเพิ่งลงมือตอนนี้จะดีกว่าเจ้าค่ะ แก่นผลึกมังกรชิ้นนี้อัดแน่นไปด้วยโทสะมากเกินไป ขืนนายท่านสยบมันในตอนนี้ละก็สถานที่แห่งนี้ได้แหลกเป็นจุลแน่เจ้าค่ะ
“ร้ายแรงขนาดนั้นเชียว?”
เอเลนขมวดคิ้วด้วยความฉงนซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้มีคำอธิบายอยู่
แก่นผลึกมังกรคือแหล่งที่เก็บงำพลังของมังกรเอาไว้เจ้าค่ะ พูดง่ายมันก็คือมังกรที่ไม่มีร่างกายไม่สามารถคุกคามสิ่งมีชีวิตอื่นได้เว้นเสียแต่ว่าตัวมันเองจะถูกคุกคาม
“เธออาจจะไม่รู้มาก่อน แต่ห้องนี้ถูกเสริมพลังจากภูติธรณีระดับกลาง มันจะป้องกันพลังมังกรไม่ได้เชียวหรือ”
เมื่อได้ยินดังนั้นแอนทาเรสก็ยิ่งงันไปครู่หนึ่ง เธอลอบตรวจสอบสภาพของโรงหลอมโดยรอบก็ต้องพบกับความประหลาดใจเพราะตลอดทุกอณูของห้องนั้นอัดแน่นไปด้วยพลังของภูติธาตุดินที่โดดเด่นเรื่องพลังป้องกันที่สุดแต่นี่น่าทึ่งกว่าคือการที่เอเลนสามารถเปลี่ยนโรงหลอมให้กลายเป็นมิติเอกเทศน์ที่มีช่วงเวลาตัดขาดกับโลกภายนอก
ข้าน้อยลืมไปเสียสนิทเลยว่านายท่านคือนายเหนือหัวของเหล่าภูติแต่ที่น่าเหลือเชื่อคือระดับความเข้าใจในพลังแห่งกาลอวกาศของท่านที่ก้าวหน้ามาก คาดว่านายท่านคงศึกษามันมาตลอดในช่วงที่ข้าน้อยกำลังหลับใหล
หกเดือนไม่ใช่เวลาที่สั้นแต่ก็ยาวนานพอที่เอเลนจะสามารถบรรลุความเข้าใจในพลังของตนเองเพิ่มเติมในระดับหนึ่ง ซึ่งโรงหลอมแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในผลลัพธืจากการศึกษาพลังแห่งกาลเวลาอย่างลึกซึ้ง
“ถ้าอย่างนั้นเรื่องห้องระเบิดคงไม่ใช่ปัญหาแล้ว ต่อไปคือการหาทางสยบเจ้าแก่นผลึกมังกร”
เอเลนกล่าวก่อนจะดึงค้อนตีเหล็กที่เปี่ยมไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้ออกมา
“ถ้าใช้ผสานศาสตตราวิญญาณภูติกับภูติธรณีชั้นน่าจะสยบแก่นผลึกมังกรได้”
เอเลนกล่าวพลางนึกถึงกฎการแพ้ทางตามธรรมชาติซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นฐานที่นักผจญภัญควรเรียนรู้ 4 ธาตุพื้นฐานประกอบไปด้วย ดิน น้ำ ลม และไฟ ไฟชนะดิน ดินชนะลม ลมชนะน้ำ และน้ำชนะไฟ วนเวียนเป็นวงกลมเป็นวัฏจักร ตามด้วยสี่ธาตุแตกแขนงอย่างสายฟ้า พฤกษา น้ำแข็ง และโลหะที่มีวิธีชนะทางที่เฉพาะเจาะจง
ในกรณีนี้ที่เอเลนจำต้องเผชิญหน้าคือพลังธาตุไฟฟ้าข้อดีของมันคือมีวิธีการโจมตีที่รวดเร็วชนะทางทุกธาตุเพียงเล็กน้อย จะโจมตีรุนแรงขึ้นเมื่อผสานการโจมตีเข้ากับธาตุน้ำแต่จะโจมตีพลังธาตุดินเข้าเบากว่าธาตุอื่นๆ
ถ้าเช่นนั้นข้าแนะนำว่าท่านควรใช้พลังสายฟ้ามากกว่าพลันธาตุดิน
แอนทาเรสกล่าวพร้อมกับเน้นย้ำอีกด้วยว่า
นายท่านต้องไม่ลืมนะเจ้าคะว่าธาตุสายฟ้าจะทำอะไรธาตุดินไม่ได้ก็จริงแต่ก็ธาตุดินก็โจมตีธาตุสายฟ้าไม่ได้เหมือนกัน
“อืม นั่นสินะ”
เอเลนพึมพำก่อนจะได้ข้อสรุป แต่ก็ยังไม่ได้ลงมือทำอะไรในตอนนี้เนื่องจากเขาต้องรอเวลาเลิกงานซะก่อน
งานในวันนี้จลลงอย่างเรียบง่ายได้การส่งสินค้าตามรายการสั่งซื้อทั้งหมดตามแผน ส่วนยอดขายสินค้าหน้าร้านยังคงมั่นคงจนน่าตกใจแม้ว่าจะเพิ่งมีเรื่องกับพวกสมาคมช่างตีเหล็กไปเมื่อไม่กี่วันก่อน หลังจากแน่ใจแล้วว่าเรกิลและเคทสามารถถึงบ้านอย่างปลอดภัยในที่สุดเอเลนก็ได้มีเวลาส่วนตัวเสียที
หลังจากเสียเวลาย้ายข้าวของที่เสียหายได้ง่ายออกไปก่อน นอกจากจัดเตรียมพื้นที่ทั้งหมดใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงแล้วเขายังสวมเกราะอ่อนลูกมังกรซ้อนทับด้วยชุดเนื้อผ้าธรรมดาอีกชั้นหนึ้งก่อนที่จะตรงมายังตู้นิรภัยพร้อมกับภูติทั้งสี่
“พวกนายสามคนคอยดูอยู่รอบนอก ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ลงมือได้เลย”
สลามันเดอร์ โนม และคาไมทาจิพยักหน้าอย่างเงียบงัน มันสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่แฝงมาในน้ำเสียงของผู้เป็นนายก่อนจะกระจายตัวออกไปรอบๆเหลือเพียงคามิทาชิที่เป็นพระเอกของงานที่ยังคงเกาะไหล่ของเอเลนอยู่เงียบๆ
“เอาละนะ”
เอเลนปลุกปลอบใจตัวเองก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดตู้นิรภัยแบบพิเศษที่จะตอบสนองต่อพลังเวทมนต์ของเขาเท่านั้น
กริ๊ก กี้ซซ
ทันใดนั้นเองตู้กระจกตอบสนองต่อพลังเวทย์พร้อมกับกลไกลที่บังคับให้บานกระจกแตกตัวเป็นกระจกชิ้นเล็กๆแหวกออกเป็นช่องขนาดใหญ่พอเพียงแค่ให้มือหนึ่งข้างสามารถสอดเข้าไปได้
ตอนนั้นเองที่แก่นผลึกมังกรของทันดร้าที่เคยนอนสงบนิ่งพลีนมีปฏิกิริยามันกรีดร้องเสียงแหลมก่อนที่จะปลดปล่อยพลังสายฟ้าออกมาในรูปของมังกรขนาดเท่างูดินแม้เอเลนจะเตรียมตัวล่วงหน้าแต่มันกระทันหันและมังกรสายฟ้ามีขนาดตัวที่เล็กเกินไปเผลอเพียงอึดใจเดียวเจ้ามังกรอัสนีก็กระแทกเข้าที่หน้าทท้องของเขาอย่างแรง
เปรี้ยง
3,923!
“อึก”
เอเลนถูกกระแทกจนลอยละลิ่วพร้อมกับค่าความเสียหายที่ลอยขึ้นเหนือหัว ร่างสูงกระแทกกับข้าวของเครื่องใช้จนล้มระเนระนาด ภูติตัวน้อยทั้งสามกำลังจะปรี่เข้าช่วยแต่เอเลนส่งเสียงหห้ามเอาไว้
“อย่าเข้ามา ชั้นยังไหว!”
เอเลนร้องขึ้นก่อนจะประคองร่างกายขึ้นแม้พลังโจมตีจะไม่มากแต่นี่ก็สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่าแม้จะไม่มีร่างกายแต่แก่นผลึกมังกรก็ยังมีพิษสงรอบตัว
ฝ่ายแก่นผลึกมังกรหลังจากเล่นงานได้ทีหนึ่งก็เริ่มย่ามใจ มันสร้างเมฆของรอบตัวก่อนจะพุ่งออกมาจากตู้นิรภัยก่อนจะตรงไปยังประตฝูที่เป็นทางออกเดียว ตอนนั้นเองที่สามภูติพลันปลดปล่อยพลังเวทย์สร้างเป็นกรงขังขนาดใหญ่ขึ้นมาภายในพื้นที่ปิด
แม้จะมีพิษสงแต่ก็ไม่แข็งแกร่งเท่ากับตอนที่ยังมีชีวิต แก่นผลึกมังกรกระแทกเข้ากับเกราะพลังงานผสนามสามธาตุมันระเบิดพลังสายฟ้าออกมาอีกหลายครั้งแต่ก็ไม่อาจจฝ่าออกไป
“ฤทธิ์เยอะนักนะ”
เอเลนกัดฟันกรอดก่ออนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นดุร้ายเขาคว้าเอาค้อนคู่ใจออกมาถือด้วยมือข้างขวา ตอนนั้นเองที่คามิทาชิไต่มาตามมือข้างซ้ายที่เลื่อนไปจ่อที่ค้อน
“ผสานศาสตราวิญญาณภูติ”
ศาสตราวิญญาณภูติ ค้อนทัณฑ์สายฟ้า
เปรี้ยะ
คามาทาชิกู่ร้องก่อนจะกลายเป็นลำแสงพุ่งไปรวมกับค้อนตีเหล็กที่เปี่ยมไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้ ค้อนตีเหล็กระเบิดพลังสายฟ้าออกมาพร้อมกับรายละเอียดที่เปลี่ยนแปลง
ท่าเท้าทะยานเมฆ
ไวเท่าความคิดร่างสูงพลันหายวับไปโผล่หน้าแก่นผลึกมังกรก่อนจะฟาดค้อนด้วยความเร็วราวสายฟ้าฟาด แก่นผลึกมังกรกระเด็นไปทางเตาหลอม แก่ผลึกมังกรพลันหนาววูบทั้งที่มันควรจะร้อนเพราทิศทางที่มันถูกส่งมานั้นคือขอบเหวของขุมนรกๆ
โครมม
แก่นผลึกมังกรระเบิดพลังออกมาอย่างบ้าคลั่งมันไม่ยินยอมที่จะสยบต่อมนุษย์ชั้นต่ำเยี่ยงเอเลนเป็นแน่ แรงระเบิดทำให้มันเบี่ยงจากวิถีเดิมไปเล็กน้อยก่อนแต่ยังไม่ทันตั้งตัวได้เอเลนก็โผล่ออกมาจากความว่างเปล่าพร้อมหวดค้อนลงมาอีกคราหนึ่ง
คราวนี้ไม่เหมือนรอบที่แล้ว มันไม่ยอมถูกทุบตีเยี่ยงสุนัขอีกต่อไปเมื่อค้อนเข้ามาให้มันระเบิดพลังเพื่อหลบไปอีกทางหนึ่งส่งผลให้เอเลนได้แต่เดาะลิ้นอย่างขัดใจ
“ชิ รู้มากจริง”
เมื่อลงมือแล้วไม่ได้ผลเขาก็ไม่ดันทุรังเพราะถึงแม้แก่นผลึกมังกรจะหลบค้อนของเขาได้แต่มันก็ยังหนีไม่พ้นระยะโจมตี นิ้วมือซ้ายทั้งห้าอ้าออกก่อนจะพุ่งไปด้านหน้าราวกับกรงเล็บพยัคฆ์ลงมือทีหลังบรรลุถึงก่อนคว้าจับเอาไว้ที่แก่นผลึกมังกรที่มั่นใจว่าตนเองหนีรอดแล้ว
ปล่อยมือสกปรกจากตัวข้านะเจ้ามนุษย์ชั้นต่ำ
ทันทีที่สัมผัสกับแก่นผลึกมังกรเสียงตวาดก็ดังขึ้นในห้วงความคิดทันที แม้จะแปลกใจที่ทันดร้าเป็นผู้หญิงเพราะเสียงเหมือนหญิงสาวแรกรุ่นที่กำลังเกรี้ยวกราดแต่คาดว่าที่มันสามารถสื่อสารกับเขาได้เป็นเพราะเขากำลังถือมันอยู่ในมือ
นอกจากคำตวาดที่เต็มไปด้วยโทสะทันดร้ายังระเบิดพลังสายฟ้าออกมาอีกระลอกเผาไหม้เสื้อที่เขาสวมอยู่ไหม้ตั้งแต่แขนซ้ายจนถึงหน้าอก ตอนนี้เอเลนเริ่มได้กลิ่นเหม็นไหม้ลอยออกมาจากฝ่ามือพร้อมกับพลังชีวิตที่ลดลง แอนทาเรสที่เงียบมานานพลันแค่นเสียงอย่างดูแคลน
ชั้นต่ำงั้นรึ? ช่างนะขันสำหรับคำอวดดีของมังกรชั้นต่ำอย่างเจ้า นายท่านเจ้าคะได้โปรดมอบโอกาสให้ข้าร้อยลงมือสั่งสอนมารยาทมันด้วยเจ้าค่ะ
“ไม่อนุญาต แค่วัสดุชิ้นเดียวชั้นรับมือได้”
เสียงนั่น! เป็นแกเองงั้นรึเจ้าเครื่องมือของมนุษย์ที่สังหารข้าจงออกมาเดี๋ยวนี้คราวนี้ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ
ทันดร้ายังคงพ่นถ้อยคำดูหมิ่นและหยาบคายออกมาไม่หยุดทั้งยังปลดปล่อยพลังออกมาเรื่อยๆ แต่แทนที่จะกังวลเอเลนกลับฉีกยิ้มกว้างระหว่างที่กำลังกระดกน้ำยาฟื้นฟูพลังชีวิตไปด้วย
“ดีมาก แรงเหลือเยอะขนาดนี้แสดงว่าแกเองก็มีดีใช่ย่อย ชั้นจะสยบแกเอง”
น้ำหน้าอย่างเจ้าน่ะรึจะสยบข้า ฝันไปเถอะ
ไม่ปากดีเปล่าทันดร้าระเบิดพลังสายฟ้าออกมาอีกครั้ง เอเลนรีบตรงไปยังเตาหลอมก่อนจะโยนเจ้าแก่นผลึกมังกรเข้าไปในเปลวไฟ แต่แทนที่จะกังวลทันดร้ากลับไม่สะทกสะท้าน
ไฟแค่นี้นะรึที่เจ้าคิดจะใช้สยบเรา ช่างน่าหัวเราะ
“ไม่เคยได้ยินเหรอว่าหัวเราะทีหลังดังกว่า”
เอเลยยิ้มร้ายก่อนจะเปล่งเสียงขึ้น
“สลามันเดอร์”
พรึบ!
ทันใดนั้นเองเปลวไฟในเตาหลมพลันแปรเปลี่ยนจากไฟธรรมดากลายเป็นเพลิงภูติ สลามันเดอร์ลงทุนเข้าไปอยู่ในเตาหลอมเพื่อคววบคุมเปลวไฟด้วยตนเอง
กรี้ด! เล่นสกปรกนี่ที่พึ่งพาพลังแห่งภูติ
ทันดร้าไม่ยอมรับทั้งยังพยายามจะกลับออกมาจากเตาหลอมแต่มันเจอด่านสกัดกั้นจากโนมและคาไมทาจิ เมื่ออกมาไม่ได้มันจึงเริ่มก่นด่าสาปแช่งแต่เสียงของมันเริ่มแผ่วลงเรื่อยๆเพราะเอเลนไม่ได้ถือมันด้วยมือ
“เร่งไฟขึ้นอีก”
พรึบ
เพื่อตอบแทนคำก่นด่าสาปแช่งสลามันเดอร์จึงเพิ่มความร้อนเข้าไปอีกส่งผลให้ผิวนอกของแก่นผลึกมังกรเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม
ย หยุดนะ
ทันดร้าเริ่มกรีดร้องโหยหวนแต่เอเลนทำหูทวนลมดวงตาสีทับทิมจับจ้องแปลวไฟผ่านช่องมองเล็กๆโดยไม่เกรงกลัวความร้อนหลายพันองศาเลยแม้แต่น้อย แรงต่อต้านของทันดร้าเริ่มอ่อนโทรมลงเอเลนจึงคว้าคีมเหล็กเพื่อหยิบมันออกมา
“ว่าไง จะยอมรึยัง”
เอเลนถามขึ้นแต่ไม่มีเสียงตอบกลับ ทันดร้ายังคงดิ้นไปมาแสดงถึงการไม่ยอมรับซึ่งก็เป็นไปตามที่เอเลนคาดเอาไว้ทุกประการ เขาจัดแจงวางมันลงบนทั่งเหล็กก่อนจะเงื้อค้อนขึ้นทันดร้าที่รับรู้พลันสะดุ้งเฮือกก่อนจะโวยวายขึ้นเสียงดัง
นะ นั่นเจ้าคิดทำอะไร หยุดเดี๋ยวนี้นะ
“อ่าวก็พูดได้นี่ เริ่มคิดจะยอมสยบแล้วรึยังละ”
ทันดร้าพลันนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ใช่แล้วมันกำลังลังเลระหว่างที่ยอมสยบเพื่อหลบหนีความเจ็บปวดหรือยินยอมให้มนุษย์ที่มันมองว่าเป้นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำทุบตี แต่กับเอเลนความเงียบนั้นคือคำตอบของความเป็นปรปักษ์เขาจึงจัดการหวดค้อนที่อาบด้วยพลังสายฟ้าลงไป
เปรี้ยงง
เสียงฟาดค้อนดังสนั่นจนมวลอากาศโดยรอบเกิดการกระเพิ่มผสมปนเปไปกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของทันดร้าที่ดังขึ้นพร้อมกัน แม้มันจะอ้อนวอนแค่ไหนเอเลนก็ไม่สนใจยังคงกระหน่ำตีต่อไปเรื่อยๆ
เมื่อตัวแก่นผลึกมังกรเริ่มเย็นลงเช่นเดียวกับความทรมาณของทันดร้าที่เริ่มทุเลา มันจึงเล็งเห็นว่าเป็นอากาสดีที่จะหลบหนีแต่เอเลนคือใคร? เขาคือช่งฝีมือทั้งยังเป็นยอดฝีมือที่มองอุบายเล็กน้อยนี้ออกโดยง่าย ก่อนที่ทันดร้าจะรวบรวมเรี่ยวแรงเพื่อหลบหนีเขาจัดแจงโยนมันกลับเข้าไปในเตาหลอมอีกครั้ง
“ช่วยเร่งไฟให้แรงกว่าเมื่อกี้ทีนะ”
เอเลนออกคำสั่งซึ่งสลามันเดอร์ก็ยินดี มันระเบิดเปลวไฟออกมาจากร่างกายร้อนกว่าทุกๆการตีเหล็กที่ผ่านมา หากไม่ใช่เตาหลอมที่เสริมพลังโดยโนมแล้วล่ะก็เตาหลอมคงจะระเบิดไปนานแล้ว ทันดร้ายังคงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดในขณะที่แอนทาเรสหัวเราะด้วยความสะใจ
ฮ่าๆๆ สมน้ำหน้าเป็นแค่มังกรตัวจ้อยริอาจมาลองดีกว่านายท่าน
เสียงหัวเราะของแอนทาเรสดังขึ้นผสมปนเปไปกับเสียงร้องของทันดร้าทำเอาเอเลนอดที่จะต้องนวดขมับไม่ได้ ไม่รู้ว่าในเซลิออนมีเขาเพียงคนเดียวรึเปล่าที่มีเสียงของอาวุธและมังกรกำลังดังตีกันในหัวแล้วเขาต้องพึมพำอยู่คนเดีวราวกับคนบ้า
********************************************
ช่วงบ่นท้ายตอน
สัปดาห์นี้เป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่าง ทั้งหน้าที่การงานและสภาพจิตใจที่ต้องแบกภาระมากกว่าปกติ ไม่รู้มีใครเป็นเหมือนกันไหมแต่เวลาเราอยู่ที่ทำงานเราแทบไม่พูดกับใครถ้าไม่ใช่เรื่องงานจนถูกตำหนิบ่อยๆว่าบกพร่องเรื่องการเข้าสังคม
ถ้าให้เลือกระหว่างปั้นหน้ายิ้มไปคุยเรื่องที่เราไม่สนุกด้วยกับคนอื่นหรือนั่งเงียบๆฟังเพลงอยู่คนเดียวเราเก็ยังยืนยันว่าเลือกอย่างหลังนะแม้จะถูกตำหนิยู่ทุกวันก็เหอะจนบางทีเราก็ตั้งคำถามกับตัวเองบ่อยๆว่าเราจะทนได้อีกนานแค่ไหน?
สนับสนุนค่ากาแฟ ค่าไฟ และอื่นๆได้ที่ QR Code ด้านล่าง
Zero Times
