กลางดึกเย่เฉินได้แอบออกมาจากสวนแห่งิญญาอีกครั้ง
เขามองหาผืนป่าเขียวชอุ่มจากนั้นเขาก็ได้มานั่งเอาขาพาดบนเข่าอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง
แกร็ก!
แกร็ก!
ไม่นานเสียงของกระดูกที่กระทบกันก็ดังขึ้น
สามชั่วยามของการปลีกวิเวกฝึกตนทำให้ทั่วทั้งร่างของเขาอ่อนแรงลง และเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ แต่เขากลับค่อยๆรู้สึกชินกับความเ็ปที่รุนแรงนี้
ประโยชน์ของการฝึกตนนั้นชัดเจนมากเย่เฉินรู้สึกลึกๆ ว่าทุกครั้งที่เขาใช้เคล็ดวิชาลับผลาญเวหาร่างกายของเขาจะได้รับการขัดเกลามากขึ้นและเขายังััได้ถึงพละกำลังที่ซ่อนอยู่ในกล้ามเนื้อซึ่งนั้นทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก
เมื่อกำลังอ่อนแรงลงเย่เฉินที่อยู่ภายใต้ดวงดาราและแสงจันทรา ก็กลืนกินพลังิญญากลิ่นอายบริสุทธิ์จากูเา
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยามเขาก็ะโลงจากก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนนั้น
การฝึกตนต่อมาคือการต่อสู้ระยะประชิดของอสูรเดือดดาล และด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งทำให้พลังโจมตีของเขานั้นรุนแรงและทรงพลัง
เมื่อเย่เฉินได้รับพลังลมปราณแล้วลำแสงสีแดงก็ปรากฏขึ้นทางทิศตะวันออก
กลิ่นหอมกรุ่นของพลังิญญาในเช้าตรู่ ่สุริยันจันทราหมุนเปลี่ยนแทนที่นั้นนับว่าเป็่ที่บริสุทธิ์ที่สุดเย่เฉินเดินขึ้นไปยังูเาิญญาของสำนักเหิงเยว่ บรรดาศิษย์ของสำนักเหิงเยว่จำนวนมากก็ได้เดินออกมาจากถ้ำที่พำนักของตนเอง
เย่เฉิน!
เมื่อเหล่าบรรดาศิษย์ที่กำลังนั่งขัดสมาธิกลืนกินพลังิญญาอยู่บนหินนั้นได้เห็นเย่เฉินเข้าต่างก็ส่งสายตามองเขาอย่างสงสัย
ในตอนนี้ผู้คนจำนวนมากล้วนแต่ไม่กล้าดูถูกศิษย์ฝึกหัดที่เพิ่งเข้ามาใหม่คนนี้การต่อสู้เมื่อวานนั้น เขาได้แสดงเกียรติศักดิ์ออกไปทั้งยั่วยุประมุขแห่งยอดเขาตี้หยางอย่างโจ่งแจ้งแสดงให้เห็นถึงนิสัยของเขาที่ใช้กลอุบายง่ายๆ
“เ้าเด็กคนนี้เป็ผู้มีชื่อเสียงในเื่การต่อสู้แต่ถึงอย่างไรในวันข้างหน้า ชีวิตของเขาก็คงไม่พบเจอกับความสงบสุขเป็แน่”
ศิษย์จำนวนไม่น้อยแอบวิจารณ์กันโดยชี้ไปทางเย่เฉิน
“เก๋อหงเป็คนใครกันที่จะมาช่วยเขาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้?”
“ข้าได้ยินมาว่าเก๋อหงสละตำแหน่งให้ศิษย์เอกคนหนึ่งออกไปก่อนเวลา และขู่ว่าจะทุบตีเย่เฉิน”
“จริงหรือ? อย่างนั้นตอนนี้ก็คงมีเื่สนุกให้ดูแล้วสินะ”
บทสนทนาที่กระซิบกระซาบอยู่รอบๆนั้นได้ยินตามมาจากด้านหลังติดๆ เย่เฉินค่อยๆ เดินเข้ามา พร้อมกับกระบี่ของเขาประสาทััการได้ยินของเขานั้นดีมากเขาอดที่จะเก็บรายละเอียดที่เป็ประโยชน์เช่นนี้ไว้ไม่ได้
“ศิษย์เอก”เมื่อได้ยินคำนี้ประกายแสงก็สว่างวาบเข้ามาในดวงตาของเขาเย่เฉินรู้ดีว่าชีวิตต่อไปในวันข้างหน้าของเขานั้นคงจะไม่ราบรื่นอีกแล้ว
แม้ว่าจะเข้ามาที่สำนักเหิงเยว่ได้ไม่นานแต่เขาก็ได้ยินกิตติศัพท์และความเ้าคิดเ้าแค้นของเก๋อหงอยู่ไม่น้อยสองอย่างนี้คือการแก้แค้นศัตรูทุกวิถีทาง ซึ่งสามารถตีความได้จากนิสัยของเก๋อหงที่เหลือคงจะต้องเป็แก้แค้นอย่างบ้าคลั่ง
“ดูเหมือนว่าข้าจะต้องรีบฝึกระดับความแข็งแกร่งเสียแล้ว”เย่เฉินพึมพำพลางเร่งฝีเท้า
หลังจากเดินเลี้ยวอยู่สองสามครั้งเย่เฉินก็หยุดอยู่ตรงหน้าอาคารแห่งหนึ่ง
อาคารแห่งนี้ใหญ่โตโอฬารมีบริเวณโดยรอบหมื่นจ้าง มีบรรยากาศที่งดงามตระการตาสัญลักษณ์อย่างหนึ่งในการปกครองของที่นี่ คือมีแผ่นโลหะแขวนอยู่ที่ประตูว่าหอหมื่นสมบัติ
หอหมื่นสมบัตินี้ก็คือร้านค้าร้านหนึ่งของสำนักเหิงเยว่ ซึ่งจะขายของจิปาถะทุกชนิด อย่างเช่นสมุนไพริญญา น้ำยาิญญา ผลไม้ิญญา หยกิญญา เคล็ดวิชาลึกลับ และอาวุธิญญาสิ่งเหล่านี้เป็สิ่งที่ควรมีเพราะว่ามันล้วนแต่เป็สิ่งของที่มีประโยชน์ต่อผู้ฝึกตน
นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้วยังมีของแปลกๆ อีกมากมาย ที่กล่าวกันว่าเป็ของวิเศษสิ่งใดเป็ของแท้สิ่งใดเป็ของปลอมก็ไม่อาจรู้ได้
ศิษย์ของสำนักเหิงเยว่สามารถซื้อของที่นี่ด้วยหินิญญาอีกทั้งยังสามารถนำสิ่งของของตนเองมาขายที่นี่ได้อีกด้วยเช่นเดียวกับสำนักเจิ้งหยางก็มีร้านค้าประจำสำนักประเภทนี้มาก่อนการค้าขายเป็ที่เฟื่องฟูอย่างมาก
“ไม่รู้ว่าหอหมื่นสมบัติของสำนักเหิงเยว่นี้จะมีของวิเศษไหมนะ” เย่เฉินพึมพำเบาๆ และก้าวเข้าไป
ผู้ที่รับผิดชอบหอหมื่นสมบัตินี้เป็ชายชราร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์คนหนึ่งที่มีหน้าท้องกลมโตผู้คนในสำนักเหิงเยว่ต่างเรียกเขาว่าผางต้าไห่ซึ่งเขานั้นแตกต่างจากโจวต้าฝูที่เป็ผู้ดูแลหอศัสตราิญญาโดยสิ้นเชิงเพราะคนนี้นั้นมีดวงตาที่กลมโตเอาไว้คอยจับจ้องว่ามีผู้ใดแอบเข้ามาขโมยสิ่งของที่นี่เรียกได้ว่าไม่มีใครเล็ดลอดจากสายตาของเขาไปได้
“คารวะผู้าุโ”เย่เฉินเดินเข้าไปและโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
“อือ เชิญดูตามสบาย” ผางต้าไห่ยืนเปลือยอก ดวงตาเปล่งประกายราวกับพระเมตไตรย “เ้าหนุ่ม อย่าขโมยของล่ะ”
“ศิษย์จะกล้าได้อย่างไร!” เย่เฉินยิ้มและเดินเข้าไปด้านใน
ด้านในของหอหมื่นสมบัติกว้างขวางมากไปตรงไหนก็สามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพริญญาและผลไม้ิญญาเมื่อกวาดสายตาดู เย่เฉินก็เห็นของวิเศษล้ำค่ามากมายดวงตาของเขาส่องแสงเป็ประกายแวววาว
“ดอกบัวเพลิง”
เย่เฉินจ้องมองไปยังดอกบัวดอกหนึ่งด้วยแววตาที่สดใสดูเหมือนว่ามันจะมีเปลวไฟลุกอยู่้าและมีพลังปราณของธาตุไฟอันบริสุทธิ์พุ่งออกมาอีกทั้งยังมีพลังิญญาอยู่หนาแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับแก่นิญญาที่บริสุทธิ์
เย่เฉินกวาดสายตามองไปที่ราคาเขาเลียริมฝีปากของตนเอง และกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“ห้าร้อยหินิญญา”เย่เฉินส่ายหน้าด้วยความเสียดาย ต้องฝืนใจเดินจากไปในอ้อมแขนของเขามีหินิญญาอยู่ก็จริงแต่อย่างมากก็แค่เกินหนึ่งพันกว่าก้อนเล็กน้อยแม้ว่าของชิ้นนี้จะมีพลังิญญาที่น่าอัศจรรย์ แต่เขาก็ยังลังเลที่จะซื้อมัน
หลังจากก้าวไปเพียงไม่กี่ก้าวสายตาของเย่เฉินก็ถูกดึงดูดอย่างต่อเนื่อง
“หญ้ามนุษย์”
“ดอกตะวันคราม”
“โสมจื่อถิง”
พลังงานิญญาของสมุนไพริญญาที่มีชีวิตชีวาทำให้เย่เฉินถึงกับกลืนน้ำลาย หากได้กลืนสมุนไพริญญาเหล่านี้ลงไปและนำมันไปกลั่น การฝึกตนของเขานั้นจะต้องพัฒนาขึ้นอย่างแน่นอน
“เพียงแต่ราคานี่...” เย่เฉินส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ ทนไม่ได้ที่จะหันไปมองราคา ยิ่งดูก็ยิ่งเ็ป
เดิมทีเขาคิดว่าพกติดตัวมากว่าหนึ่งพันหินิญญาคงจะต้องได้จับจ่ายเล็กน้อยเพื่อโชคดีสักก้อน แต่เมื่อมองดูแล้ว เขาวาดฝันเกินไปที่หอหมื่นสมบัติแห่งนี้ ด้วยหินิญญาของเขานั้นคงจะไม่ได้อะไรกลับไปจริงๆ
จากนั้นเย่เฉินก็เดินชมต่อไปกว่าหนึ่งชั่วยาม
เขาไม่ค่อยสนใจชั้นสำหรับขายอาวุธิญญาสักเท่าไรในเมื่อเขามีกระบี่เทียนเชวียอยู่แล้วจึงไม่มีอาวุธิญญาชิ้นอื่นอยู่ในสายตาของเขา
เมื่อมาถึงส่วนของเคล็ดวิชาลึกลับเย่เฉินก็หยิบม้วนตำราโบราณขึ้นมาทีละเล่ม เพียงแต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องผิดหวังก็คือที่นี่มีแต่เคล็ดวิชาควบคุมโลหิตและลมปราณ ซึ่งสำหรับเขาแล้วมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย
“น้ำยาิญญาหยก?” ในมุมนี้ของหอหมื่นสมบัติ เย่เฉินหยิบม้วนตำราโบราณที่ชำรุดออกมาเล่มหนึ่งบนนั้นเขียนด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ว่า คัมภีร์ิญญาหยก
เขาเกิดความสงสัยขึ้นมาในใจและยิ่งประหลาดใจเมื่อพลิกไปที่หน้าแรก เพราะหน้าแรกของคัมภีร์ิญญาหยกนั้นมีการบันทึกวิธีการกลั่นน้ำยาิญญาหยกเอาไว้
“หอหมื่นสมบัติขายแม้กระทั่งของแบบนี้หรือ?” ไม่แปลกที่เย่เฉินจะประหลาดใจ เพราะน้ำยาิญญาหยกก็เหมือนกับหินิญญาซึ่งสามารถใช้เป็เงินตราแลกเปลี่ยนได้อีกทั้งยังเป็สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการฝึกตนของศิษย์สำนักเหิงเยว่
เป็เวลาเนิ่นนานมาแล้วที่สำนักเหิงเยว่ทำการผูกขาดน้ำยาิญญาหยก และมันจะต้องถูกแจกจ่ายโดยสำนักเท่านั้น
เดิมทีเย่เฉินคิดว่าวิธีการกลั่นน้ำยาิญญาหยกจะไม่มีการสืบทอดต่อแต่ในตอนนี้ วิธีการกลั่นน้ำยาิญญาหยกได้ถูกวางไว้ที่นี่อย่างเป็ระเบียบพวกเขาไม่กลัวว่าจะมีศิษย์ขโมยไปศึกษาเลยหรือ?
เย่เฉินได้แต่เกาศีรษะและอดไม่ได้ที่จะมองไปยังราคาของคัมภีร์ิญญาหยก เขาตกตะลึงในทันที
“ให้ตายเถอะ!วิธีการกลั่นน้ำยาิญญาหยกล้ำค่าขนาดนี้ แต่กลับขายเพียงยี่สิบหินิญญา”เย่เฉินมองไปยังคัมภีร์โบราณที่อยู่ในมืออีกครั้งโดยแอบคิดในใจว่าคัมภีร์ิญญาหยกเล่มนี้เป็ของปลอมหรือไม่
ในตอนนี้ผางต้าไห่ที่อยู่ด้านนอกได้เบียดร่างกายอันอวบอ้วนของเขาเดินเข้ามาเมื่อเห็นว่าเย่เฉินกำลังถือคัมภีร์ิญญาหยกเอาไว้ก็ถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น “เ้าหนุ่ม เ้าสนใจคัมภีร์ิญญาหยกหรือ?”
เย่เฉินส่ายหน้าจากนั้นก็เกาศีรษะพลางถามขึ้นมา “ผู้าุโคัมภีร์ิญญาหยกนี้ติดราคาไว้ผิดหรือไม่”
“จะเป็ไปได้อย่างไร!”
“วิธีการกลั่นน้ำยาิญญาหยกมีค่าแค่ยี่สิบหินิญญาหรือ?”
“จริงๆแล้วราคาของคัมภีร์โบราณก็แพงอยู่หรอก แต่ผู้ฝึกตนทั่วไปได้มันไปก็ไร้ประโยชน์!”
“เพราะเหตุอันใด”
“การกลั่นน้ำยาิญญาหยกจำเป็จะต้องใช้ไฟที่กำเนิดจากฟ้าดินอย่างน้อยที่สุดมันก็ต้องเป็เพลิงธรณี ไม่มีประโยชน์อะไรกับพวกผู้ฝึกตนธรรมดาเพราะพวกเขาไม่มีเพลิงธรณี” ผางต้าไห่เขี่ยหูของเขา แล้วพูดต่อว่า“สำนักเหิงเยว่ของเรามีเพลิงธรณีอยู่สายหนึ่งซึ่งถูกปิดผนึกเอาไว้ที่หอโอสถิญญา และถูกสวีฝูจัดให้เป็ของวิเศษอันเป็ะ หอโอสถิญญาของเขาทำเงินได้มากกว่าหอหมื่นสมบัติของข้าเสียอีกนะ”
“เพลิงธรณี?” ดวงตาของเย่เฉินเปล่งประกายวาว แล้วกระซิบถามไปว่า“หากใช้อัคคีเที่ยงแท้จะสามารถกลั่นได้หรือไม่”