บทที่ ๓
หลังจากเข้าเฝ้าขุนหลวงอินทร์เฟือน จมื่นก็พาช่อฟ้ากลับมาที่เรือนยังต้องเร่งให้คนเตรียมของให้ร่างบางไปอยู่ที่วังหลวงเพื่อเรียนกฎ ต้องจำใจควักเงินหลายส่วนเพื่อไปซื้อชุดใหม่ให้นางสวมใส่ยามอยู่ในวัง จักให้ใส่เสื้อผ้าเก่าไม่ได้เด็ดขาด
“คุณพี่กลับมาแล้ว ไปหาน้ำหาท่ามาเร็ว” นางปิ่นสั่งบ่าวให้เร่งไปหาน้ำมาให้สามี สายตาพลันเหลือบไปเห็นร่างบางที่กำลังเดินตามมา
“มึงทำตามที่กูสอนครบหรือไม่?” จากสายตาออดอ้อนสามีเปลี่ยนเป็แข็งกร้าวใส่ลูกสาวของเมียรองทันที เปลี่ยนสีไวเสียยิ่งกว่ากิ้งก่า
“ครบเ้าค่ะ” ร่างบางตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ให้คนไปซื้อชุดมาสักหลายชุดหน่อย ขุนหลวงรับสั่งให้ส่งมันไปอยู่เรียนกฎในวังกับพระมเหสี”
“ต้องทำขนาดนี้เลยหรือเ้าคะคุณพี่” นางปิ่นแอบขัดใจเมื่อได้ยินคำพูดสามี
“จักทำอย่างไรได้ เ้าจะยอมส่งลูกเราไปแต่งแทนหรือไม่ล่ะ” จมื่นแสงหล้าเอ็ดเตือนสติเมียตนเอง ว่าปลายทางแล้วช่อฟ้าต้องไปที่ใด นางจึงได้สติขึ้นมาจากความเกลียดชัง
“จริงของคุณพี่..”
“เอามานี่อันนี้สร้อยกู!” บัวตองน้องสาวของจินดาเอื้อมมือกระชากสร้อยที่ช่อฟ้าใส่อยู่ออกมา ขอบสร้อยที่มีคมบาดตรงคอของนางเป็รอยแดง
“โอ๊ย!” ร่างบางร้องใเมื่อบัวตองมากระชากมันไปกระทันหัน
“คนอย่างมึงมันไม่เหมาะกับของแบบนี้หรอก” จินดาจับข้อมือของช่อฟ้าขึ้นเพื่อจะถอดกำไลออก ไม่ชอบใจนักที่ต้องเห็นนางมาใส่ข้าวของตนเอง
“อย่าทำมันแรงนัก จักให้มันมีแผลไม่ได้ วันพรุ่งต้องส่งมันเข้าวัง” นางปิ่นกล่าวเตือนลูกสาวทั้งสองคน หลังสามีเดินเข้าเรือนไปพักผ่อน
“ลูกไม่ชอบมันเลย ทำไมลูกอีตัวอย่างมันต้องมาสวมใส่ของ ๆ ลูกด้วยเ้าคะ! เสนียดติดหมดแล้ว!” บัวตองทำท่ารังเกียจ ทั้งยังเน้นคำว่าลูกอีตัวใส่ช่อฟ้าอีกต่างหาก
ร่างบางกำหมัดแน่น ด่านางยังพอทน แต่มาด่าเหยียดหยามแม่ที่จากไปของนาง มันเกินไปจริง ๆ ทนมาหลายครั้งหลายคราแล้ว ครั้นนึกได้ จมื่นบอกว่าห้ามช่อฟ้ามีแผลใช่หรือไม่…
“ลูกคุณหญิงเช่นพวกมึงมันมีดีอะไรกัน ปากสกปรกยิ่งกว่าบ่าวไพร่ คำพูดต่ำตมเหมือนไม่มีใครสั่งสอน!” ช่อฟ้าด่ากลับออกมาในรอบหลายปี ครั้งนี้จะไม่ทนแล้ว อย่างไรก็ต้องไปจากที่นี่พรุ่งนี้ ขอตบก่อนจากสักคราแล้วกัน!
“มึงว่ากระไรนะ!” จินดาะโใส่หน้า หลังได้ยินคำพูดของร่างบาง
“กูบอกว่าพวกมึงมันต่ำยิ่งกว่ากูเสียอีก อีชาติหมา!” ช่อฟ้าะโด่ากราดกลับไป คำไหนที่เคยได้ยินพวกบ่าวด่ากัน วันนี้จักเค้นมาด่าพวกมันให้สมใจ
“มึงกล้าด่ากูรึ!” จินดาชี้หน้าร่างบาง โมโหจนหน้าบิดเบี้ยว
จินดาเตรียมเข้ามาประชิดจะตบสั่งสอนช่อฟ้า แต่ยังไม่ทันทำอะไรก็ถูกเท้างาม ๆ ของนางถีบเข้าที่ท้องน้อยจนหงายหลังล้มตึง
“พี่จินดา!” บัวตองะโใเมื่อเห็นพี่สาวโดนถีบ จึงง้างมือจะตบร่างบาง แต่ก็ต้องหน้าหันไปเสียก่อน เพราะช่อฟ้ามือไวกว่า
“กรี๊ด!!!” เสียงจินดากับบัวตองกรีดร้องแหลมสูงบาดแก้วหู เมื่อถูกช่อฟ้าตี
เมื่อความโมโหเข้าครอบงำร่างบางไม่สนใจสิ่งใดอีก คำนวณความเสี่ยงแล้ว คนชั่วพวกนี้ยังคงต้องใช้นางทำการใหญ่ ไม่กล้าแตะต้องนางหนักมือหรอก ช่อฟ้ายอมแลก
ลูกบ้าจากความแค้นที่สั่งสมมาหลายปีะเิออกมา ร่างบางขึ้นคร่อมตัวจินดาตบอีกฝ่ายจนหน้าหัน
เพียะ!
“นี่สำหรับปากเน่า ๆ ของมึงที่ด่าแม่กู!” ตบหนึ่งฉาดที่ไม่ใช่ตบธรรมดา แต่ใช้เล็บข่วนไปด้วย จนหน้าจินดามีเืซิบ
เพียะ!
“อันนี้สำหรับที่มึงรังแกกูมาตั้งหลายปี อีเห็บควาย!” ร่างบางะโด่าใส่หน้าจินดา ทั้งยังเปลี่ยนจากแบมือตบเป็กำปั้นแน่น ทุบเข้าที่เบ้าตาของจินดาสุดแรง ทั้งยังจิกผมจับหัวจินดาโขลกพื้นหลายที
“กรี๊ด! มึงบ้าไปแล้วหรืออีช่อฟ้า” จินดาพยายามปัดป้องก็ไม่เป็ผล
นางปิ่นได้แต่ยืนอึ้งกับภาพตรงหน้า ก่อนจะเร่งสั่งให้บ่าวไปจับแยก
“ไปจับมันไว้ ไปจับแยกเดี๋ยวนี้! อีช่อฟ้ามันบ้าไปแล้ว!” นางปิ่นเห็นสภาพลูกตนเองถูกตีแทบจะเป็ลม
“ปล่อยกู!” ร่างบางหันไปตวาดลั่นจนบ่าวที่จะไปจับแยกผงะใ เพราะปกติช่อฟ้าเงียบไม่ค่อยพูด
“อีช่อฟ้า มึงเจอดีแน่!” บัวตองยกเท้าจะถีบใส่ แต่ก็ถูกจับขาเอาไว้ก่อน
มือเรียวจับขาบัวตองไว้แล้วดึงจนอีกฝ่ายล้มก้นจ้ำเบ้า ขึ้นไปคร่อม สายตาหันไปเห็นสร้อยที่บัวตองพึ่งกระชากออกจากคอตนเอง มือคว้ามาได้ก็จับยัดปากบัวตองเต็ม ๆ ตบหน้าอีกหนึ่งครั้งเพื่อสั่งสอน
“เสนียดกูมันจะติดสร้อยมึงใช่ไหม งั้นกูจะให้มึงแดกเข้าไป แดกเสนียดกูเข้าไปนี่ล่ะ เผื่อมึงจะสันดานดีขึ้นมาบ้าง อีเด็กเปรต!”
ช่อฟ้ามองสายตาของบัวตองที่จ้องมาด้วยความกลัวสุดขีด น้ำหูน้ำตาไหล อยากร้องก็ร้องไม่ได้เพราะปากเต็มไปด้วยสร้อยที่ถูกยัดไว้
ยังไม่ทันได้ทำอะไรมากกว่านั้นก็ถูกจับแยกออกช่อฟ้ายังคงถีบเท้าอยากทำต่อให้หนำใจกว่านี้ แต่ก็รู้ว่าดิ้นไปก็ไม่เป็ผลจึงสงบลง
“เอ็งเป็อะไรไปช่อฟ้า” จันถามเสียงแ่เบา ตกอกใเมื่อเห็นช่อฟ้าตีจินดากับบัวตอง
“อยู่นิ่ง ๆ เถิด เดี๋ยวเื่มันจักวุ่นวายกว่านี้หนาช่อฟ้า” สร้อยกระซิบเตือนช่อฟ้า
“นี่มันเื่กระไรกัน!” จมื่นแสงหล้าออกมาดูเมื่อได้ยินเสียงโวยวาย เห็นลูกสาวสองคนนอนร้องไห้มีรอยแผลเต็มไปหมดก็ใ
“คุณพี่เ้าคะ อีช่อฟ้ามันบ้าไปแล้ว!” นางปิ่นฟ้องสามีทันที “มันตบตีลูกจินดากับลูกบัวตองเ้าค่ะ” นางปิ่นเดินมาหมายจะตบสั่งสอนช่อฟ้าสักฉาดแต่ก็ถูกสามีคว้ามือไว้ก่อน
“บอกแล้วไงว่าอย่าให้มันมีรอย วันพรุ่งมันต้องไปอยู่วัง จักให้คนสงสัยหรือไรว่าบ้านเราทำกระไรมัน!” จมื่นแสงหล้าเตือนสติเมีย ก่อนที่จะทำให้เสียเื่ไปมากกว่านี้
“ลูกไม่ยอมนะเ้าคะคุณพ่อ มันทำลูกเจ็บ!” จินดาประท้วงพ่อ แต่ก็ต้องเงียบปากเมื่อเห็นสายตาดุของจมื่นแสงหล้า
“พาคนเจ็บไปทายาทำแผล อย่าก่อเื่อีก วันพรุ่งมันก็จักไปแล้ว ให้คนเฝ้าให้ดี” จมื่นสั่งบ่าว ก่อนจะเดินมาทางช่อฟ้า มือใหญ่จิกผมช่อฟ้าจนหน้าแหงน
“มึงอาละวาดพอหรือยัง อย่าก่อเื่ให้กูต้องปวดหัวอีก อยู่เงียบ ๆ ไปซะ เข้าใจที่กูพูดหรือไม่? เสร็จเื่นี้มึงก็จักไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก หัดตอบแทนค่าข้าวที่กูเลี้ยงมึงมาจนโต ปีกกล้าขาแข็งมาตีลูกกู ขุนหลวงจะพระราชทานรางวัลให้กู ที่ยอมส่งมึงไปอภิเษกกับขุนหลวงสิงขร มึงจักได้โอกาสไปเป็ถึงมเหสีแล้ว อย่าทำตัววุ่นวายให้มาก” พูดจบจึงปล่อยมือออกจากผมของช่อฟ้า และหันหลังจะเดินจากไป
“แล้วข้าไม่ใช่ลูกพ่อหรืออย่างไร? ข้าทำกระไรผิดนักหนา? ทำไมต้องทำกันเช่นนี้! แม่ข้าทำกระไรผิดจึงได้เกลียดแม่ข้านัก เพียงแค่อัปลักษณ์อย่างนั้นหรือ? เป็พ่อเองไม่ใช่หรือที่เมามายไปขืนใจแม่ พอเื่แดงก็อับอายโทษว่าเป็ความผิดแม่ ไม่โทษที่ตนมักมากขาดสติ ขี้ขลาดไม่กล้ารับความผิดของตนเอง เช่นนี้อย่าเกิดเป็ชายเลย! ไปเอาผ้าถุงมานุ่งแทนเสีย!” ช่อฟ้าะโไล่หลังชายได้ชื่อว่าเป็บิดา พรั่งพรูทุกคำที่ค้างคาใจออกมาจนหมดสิ้น วันนี้จักไม่ต้องมีสิ่งใดติดค้างอีก อยากด่า วันนี้ก็จักด่าให้หายอยาก
“ชั่วทั้งบ้าน! ขอให้พวกมึงไม่มีวันเจริญ!” ช่อฟ้ากัดฟันกรอด พยายามระงับสติอารมณ์ตนเอง
ทั้งสองฝั่งถูกแยกคนละทาง ร่างบางถูกพาตัวมาทำแผลที่เรือนครัว ตัวนางไม่มีรอยฟกช้ำ มีเพียงรอยบาดของสร้อยเพียงเล็กน้อย
“ช่อฟ้าเอ๊ย เอ็งไปกินดีหมีหัวใจเสือจากที่ใดมา จึงได้กล้าอาละวาดหนักเพียงนี้ ดีเท่าไรแล้วเขาไม่สั่งโบยเอ็ง” มือเหี่ยวย่นของยายไพรป้ายยาทาแผลให้ช่อฟ้าอย่างเบามือ ปากก็บ่นให้นางไปด้วย
“คนพวกนั้นไม่กล้าทำให้ข้ามีแผลหรอกจ้ะยาย วันพรุ่งข้าจักถูกส่งไปอยู่วัง ไปศึกษาระเบียบในวัง ก่อนถูกส่งไปแคว้นสิงขรแล้ว” มือเรียวลูบที่มือเหี่ยวย่นบอกยายไพร
“เช่นนั้นหรือ เคยได้ยินมาว่าขุนหลวงสิงขรนั้นโเี้ หวังให้มันเป็เพียงข่าวลือทีเถอะ ข้าอวยพรให้เอ็งไม่ต้องตกระกำลำบากอีกเลยหนา” ยายไพรอวยพรให้ช่อฟ้า นางเอ็นดูช่อฟ้าเหมือนลูกหลาน สงสารที่เด็กคนหนึ่งคล้ายบุญมีแต่กรรมบัง ต้องถูกกลั่นแกล้งั้แ่เด็กจนโต หวังให้ชีวิตต่อจากนี้ของนางมีแต่ความสุข
“ข้าเป็ห่วงยาย ข้ารักยายเหมือนแม่คนหนึ่ง หากได้ดีข้าจักกลับมารับยายไปอยู่ด้วยนะจ๊ะ” ช่อฟ้าน้ำตาคลอเบ้า คนที่ผูกพันธ์ของนางเหลือเพียงแค่ยายไพรคนเดียว
ร่างบางพนมมือขึ้นก้มกราบแทบตักหญิงชรา พรั่งพรูความรู้สึกทุกอย่างออกมา รู้สึกใจหายไม่น้อยที่วันนี้ต้องจากกันไป ไม่รู้ว่าจะมีวันได้กลับมารับยายอย่างที่ลั่นวาจาไว้ไหม แต่นางพูดออกมาจากใจจริง ๆ
“โถ่ช่อฟ้าเอ๊ย ไม่ต้องห่วงข้าหรอก ข้าแก่แล้วจักตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ ข้าอยู่ที่นี่ก็สบายดี ไม่มีใครมาทำอะไรข้าหรอก ห่วงแต่เอ็งนั่นล่ะ ไม่ว่าเอ็งจักเจอเื่อะไรก็ให้เอ็งเข้มแข็ง และผ่านมันไปให้ได้หนาช่อฟ้า” มือเหี่ยวย่นของหญิงชราลูบหัวให้พรร่างบาง
“ขอบคุณนะจ๊ะยายไพร หากไม่มียายป่านนี้ข้าไม่รู้จักเป็อย่างไร”
เสียงหรีดหริ่งเรไรตอนกลางคืนดังระงม ช่อฟ้านั่งรับลมอยู่ตรงชานเรือนนอน คิดเหม่อลอยถึงชีวิตที่ผ่านมา นั่งทบทวนชีวิตตนเองั้แ่จำความได้ ก็ต้องกอดลาแม่ที่สิ้นใจจากอาการป่วยหนัก ถูกพ่อเมินเฉย ไม่เคยได้รับสิ่งดี ๆ เลยในชีวิต ครั้งนี้ถูกส่งให้ไปแต่งกับขุนหลวงวิปลาส ไม่รู้จะเป็ตายร้ายดีอย่างไร
ใบหน้างามเงยมองดวงจันทร์สว่างเต็มดวง ในใจขอพรให้ชีวิตต่อจากนี้มีสิ่งดีเกิดขึ้นบ้างสักเล็กน้อยก็ยังดี สิ้นคำขอพรในใจก็พรูลมออกเพียงแ่เบา ก่อนจะลุกขึ้นไปเข้านอน วันพรุ่งต้องเตรียมตัวเข้าไปวังหลวง
รุ่งเช้าร่างบางก็ถูกเรียกมาเตรียมตัวแต่เช้า สวมใส่ชุดผ้าสไบสีฟ้าสวยงาม ทาแป้งแต่งหน้า แต้มชาติที่ปากบางจนสีระเรื่อ
ชุดเสื้อผ้าอาภรณ์ถูกจัดเตรียมไว้อย่างดี ที่รถม้ามีเพียงจมื่นแสงหล้าผู้ต้องทำหน้าที่ส่งช่อฟ้าไปวังหลวง ส่วนคุณหญิงปิ่นและลูกสาวเพียงยืนมองจากบนเรือนอย่างแค้นเคือง สภาพของจินดาและบัวตองดูยับเยิน ตาเขียว ปากแตก ซ้ำยังมีรอยเล็บข่วนหลายจุด ดวงตางามเหลือบหันไปเห็นคนทั้งสาม พิจดูสภาพของจินดาและบัวตอง ปากอิ่มก็ยกยิ้มน้อย ๆ แอบขำขันอยู่ลึก ๆ สะใจไม่น้อยที่ได้เอาคืน แม้จะไม่สาสมกับที่ถูกรังแกมาหลายปีก็ตาม
อีกมุมหนึ่งมียายไพรยืนส่งอยู่ห่าง ๆ พอให้ใจชื้นบ้างว่ามีคนมาส่ง เมื่อได้รู้ว่าจะเป็อิสระจากที่นี่แล้ว ความรู้สึกโล่งอกก็เข้ามาแทนที่ ขาก้าวขึ้นรถม้าครั้งนี้คือการได้ไปจากนรกแห่งนี้ถาวร เมื่อรถม้าเคลื่อนที่ช่อฟ้าไม่คิดจะหันกลับไปมองมันอีก
????????????