หลังพูดคุยกันไปตามประสาครอบครัวสุขสันต์เพราะมีสองแสบเป็นสีสันของครอบครับก็ได้เวลาเตรียมอาหารเย็นซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจากญาดากับรักที่เป็นผู้ทำหน้าที่นี้โดยมีลูกมือเป็นสองแสบเช่นเดิมเพิ่มเติมก็คงจะเป็นน้ำฟ้าที่มาช่วยเสริมอีกคน
“ใครจะไปเก็บกระเพรากับอาฟ้าบ้างเอ่ย” น้ำฟ้าร้องถามสองแสบแต่กลับได้การสายหน้าเป็นคำตอบเอาแต่เกาะโต๊ะดูรักแกะเปลือกกุ้ง “ไม่มีใครไปจริงๆ หรือ” น้ำฟ้าถามย้ำอีกครั้ง ซึ้งคำตอบที่ได้ก็เหมือนเดิม น้ำฟ้ามองสองแสบอย่างสงสัยปกติแทบจะไม่ต้องชวนแท้ๆ
“ลูกคู่ไม่ไปหรอกลูก ไปๆ รีบไปเก็บเร็วๆ เข้า” ญาดาร้องบอกเมื่อเห็นว่าลูกสาวยังรออยู่
“ทำไมละแม่” เธอถามอย่างสงสัย
“ก็ติดอารักเขาจะตาย” ญาดาบอกทั้งรอยยิ้ม
“ไม่ขนาดนั้นสักหน่อยค่ะคุณป้า” รักค้านขึ้นมา
“เกาะไม่ห่างขนาดนี้ไม่ใช่ได้ไง นี้ฉันกลายเป็นอาตกกระป๋องไปแล้วหรือ” น้ำฟ้าว่าทั้งทำหน้าน้อยใจที่ใครมองก็รู้ว่ามันไม่จริงสักนิด แต่กับสองแสบกลับคิดเป็นจริงเป็นจังว่าอาฟ้าคนสวยน้อยใจเลยรีบไปเกาะเอวซ้ายขวาประจบทันที
“โอ๋ๆ ไม่น้อยใจน่าอาฟ้า น้องจันทร์ไปด้วยก็ได้ครับ”
“พี่อินทร์ก็ไปด้วยน่า ไม่งอนน่า” สองแสบเอาใจใหญ่ ทำเอาผู้ใหญ่ยิ้มเอ็นดู
“นั้นไปกัน ใครถึงสุดท้ายแพ้” น้ำฟ้าบอกแล้วรีบวิ่งออกจากครัว โดยมีสองแสบวิ่งตามหลัง ให้รักต้องร้องเตือนแต่คงไม่ทันเพราะวิ่งหายไปกันแล้ว
“พอกันเลยทั้งอาทั้งหลาน” รักบ่นเพื่อนเธอนี้ไม่เปลี่ยนไปจริงๆ เล่นได้ตลอดแบบนี้จะไม่ให้หลานแสบได้ไงอาก็ใช่ย่อยแบบนี้
“เพราะอาเป็นแบบนี้หลานถึงได้ซนนัก” ถึงคำพูดเหมือนจะบ่นแต่น้ำเสียงและรอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นก็ทำให้รู้ว่าญาดารักและเอ็นดูลูกสาวและหลานมาก
“นั้นสิค่ะ” รักตอบทั้งรอยยิ้ม เพราะน้ำฟ้าและสองแสบร่าเริงแบบนี้เขาถึงได้มีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ๆ รักหันมาตั้งใจแกะเปลือกกุ้งตรงหน้าต่อเพราะยังเหลืออีกหลายตัว
“แม่ใบกระเพรา” เสียงลูกชายคนโตร้องบอกเมื่อเดินเข้ามา ญาดาเลยพยักหน้าไปทางรัก เป็นอันรู้กันว่าให้เอาไปให้รักเพราะเธอกำลังแกงกะทิอยู่ สองเท้าเลยก้าวเดินเข้าไปหาอีกคนก่อนจะเอาใบกระเพราวางไว้ให้ใกล้ๆ
“ขอบคุณค่ะ แล้วฟ้าละค่ะ” ถามหาคนไปเอาที่ไม่รู้หายไปไหน ทำไมลมเลถึงเอามาให้แทน
“อยู่เรือนกล้วยไม้กับพ่อนะ”
“ดูลูกสาวคนนี้” พอได้ยินลมเลตอบญาดาก็บ่นขึ้นมาทันทีเพราะฟังอยู่ด้วย
“ให้ช่วยพ่อถอนหญ้าดีแล้วแม่ มาในครัวเดี๋ยวครัวพัง” ลมเลว่า คนฟังยิ้มพยักหน้าเห็นด้วยกับลมเล ก็น้ำฟ้านะเห็นหน้าตาน่ารักแบบนั้นแต่เรื่องในครัวนี้ไม่ได้เลย
“รักหยิบน้ำตาลในตู้ให้ป้าหน่อย” ญาดาร้องบอกทั้งยังดูหม้อแกงไม่ห่าง รักทำท่าจะไปล้างมือเพราะแกะกุ้งอยู่ก็ถูกมือใหญ่แตะไหล่เสียก่อน
“เดี๋ยวฉันหยิบเองแกะต่อเถอะ” บอกแล้วก็เดินเลี่ยงไปทางตู้ใส่ของ รักก็หันมาแกะกุ้งต่อก่อนจะต้องสะดุ้งเพราะเสียงของลมเลที่ร้องถามอยู่ใกล้ๆ
“ให้ฉันช่วยอะไรไหม” ความจริงลมเลตั้งใจจะเดินออกไปแล้วแต่อีกใจก็อยากอยู่ต่อเลยมาหาอะไรทำคงจะดีกว่ายืนเฉยๆ
“ทำหมึกเป็นไหมค่ะ” เธอถาม ในเมื่ออยากช่วยเธอก็ให้ช่วย เมื่อเห็นว่าลมเลพยักหน้ารักก็เดินไปหยิบหมึกตัวโตในตู้เย็นออกมาให้อีกคนทำ ลมเลก็รับไปทำโดยไม่ได้พูดอะไร มือใหญ่ค่อยๆ หยิบหมึกตัวขาวขึ้นมาอย่างเบามือก่อนจะดึงหัวหมึกออกเบาๆ แต่ก็ไม่ยอมหลุดเลยออกแรงมากขึ้นมือที่จับตัวหมึกอยู่ก็จับแน่นพอใช้แรงดึงเพิ่มขึ้นกลับกลายเป็นว่ามากเกินไปจนทำให้น้ำในตัวหมึกกระเด็นกระจายไปทั่วไม่เว้นแม้แต่ที่ตัวรัก
“คุณลม!” รักร้องขึ้นอย่างตกใจเมื่อเห็นน้ำสีดำๆ กระเด็นมาเกาะตามแขน ต้องทำรุนแรงขนาดไหนถึงขี้หมึกแตกกระจายกระเด็นไปทั่วขนาดนี้
“เอ่อ โทษทีดึงแรงไปหน่อยนะ” ลมเลบอกอย่างรู้สึกผิดทั้งในมือยังถือซากหมึกที่ตอนนี้ดำไปทั้งตัว
“ไม่ต้องมายิ้มเลยค่ะ ไปล้างก่อนเลยเลอะหมดแล้ว” รักบอกทั้งเดินไปที่อ้างแต่ลมเลกลับยืนนิ่งไม่ตามมาจนรักต้องร้องเรียกอีกครั้ง “มาล้างก่อนค่ะ ชอบหรือไงหน้าดำแบบนั้น”
“หน้าดำ” ลมเลทวนอย่างงงๆ หน้าดำอะไร หน้าเขาหรือ ถามตัวเองอย่างสงสัยพร้อมทั้งก้มมองมือตัวเองที่เริ่มดำไปหมดเพราะขี้หมึก
“ล้างเลยค่ะ” รักหลบให้อีกคนเข้ามาล้างเมื่อตนเองล้างเสร็จเรียบร้อย ลมเลก็ไม่รอช้ารีบล้างมือที่มีคราบดำออก รักเองก็ไปเคลียร์กับซากหมึกดำๆ ตัวนั้นเก็บเอาไปล้างก็ใช้ได้ แต่พอมาที่อ่างกลับเห็นลมเลยืนยิ้มอยู่ทั้งที่หน้ายังไม่ล้าง หรือไม่รู้กันว่าขี้หมึกติดอยู่ที่หน้า ทางญาดาหันมาเห็นก็ต้องสายหัวให้ลูกชายถึงจะหล่อแต่ขี้หมึกติดแบบนั้นก็ไม่ไหว
รักหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาก่อนจะยื่นไปเช็ดหน้าให้ลมเลทำเอาคนตัวโตตกใจยืนนิ่ง รู้สึกหัวใจเต้นผิดจังหวะ มือใหญ่ค่อยๆ ยกขึ้นมาจับมือเล็กที่กำลังเช็คหน้าเขาอยู่ก่อนจะเอ่ยขอบคุณเบาๆทั้งรอยยิ้ม รักพอเห็นแบบนั้นก็รู้สึกเขินอายขึ้นมาเพราะสายตาแพรวพราวจากคนตัวโต ลมเลเองก็เขินอายไม่ต่างกันแต่พยายามเก็บมันไว้
“เมื่อกี้หน้าดำตอนนี้หน้าแดงแล้วไอ้ลูกชาย” ญาดาเอ่ยแทรกความเงียบขึ้นมาจนทั้งสองต้องหันมองก็เห็นว่าญาดากำลังถือกระบวยยืนยิ้มล้อเลียนอยู่ รักเลยต้องเดินหลบไปแกะกุ้งต่อ ลมเลเองก็ยืนเกาหัวอย่างเก้อๆ แม่นะแม่
“แกงไหม้หมดแล้วแม่” ลมเลหาเรื่องเปลี่ยน
“หม้อแกงหรือใครกันที่ไหม้” ญาดาย้อนถามทั้งรอยยิ้ม
“อะไรของแม่ไม่รู้” ลมเลว่าทั้งหันมาช่วยรักต่อ แต่ครั้งนี้เด็ดใบกระเพราแทนหลาบกับหมึก
จากที่วุ่นกันอยู่นานอาหารเย็นก็เสร็จรักยกมาจัดที่โต๊ะเรียบร้อยก่อนจะเดินไปตามสองแสบที่เรือนกล้วยไม้ข้างบ้าน ก็เห็นว่าพายุกำลังตัดแต่งกล้วยไม้ สองแสบก็ช่วยน้ำฟ้ารดน้ำอยู่ใกล้ๆ
“ข้าวเย็นพร้อมแล้วนะคะ” รักร้องบอก สองแสบพอเห็นว่าเป็นอารักก็รีบวิ่งเข้ามากอดทันที น้ำฟ้าก็จัดการเก็บสายน้ำแล้วเดินมาที่รัก
“อารักน้องจันทร์ให้ครับ” รักก้มมองตามเสียงก็เห็นว่ามือเล็กๆ ยื่นดอกกล้วยไม้สีแดงมาให้ทั้งกิ่งจนรักตกใจเพราะรู้ดีว่าเจ้าของนั้นทั้งรักทั้งหวง
“ไปเก็บของคุณปู่มาได้ไงค่ะ” รักร้องถาม แต่ขุนจันทร์กลับยิ้มเป็นคำตอบแล้วไอ้ยิ้มแบบนี้รู้เลยว่าต้องไปซนมาแน่ๆ
“ทั้งลูกทั้งหลานซนพอกันเลย” พายุพูดแล้วชวนให้นึกถึงเหตุการณ์ที่ทั้งสามหยอกล้อกันจนไปเกี่ยวกิ่งกล้วยไม้ที่ชูช่อสวยงามหักลงมา
“พ่ออ่าฟ้าไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย” น้ำฟ้าว่าอย่างอ้อนๆ
“แบบนี้น่าตีทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่เลยนะคะ” รักพูดทั้งมองเพื่อนสาว
“เพื่อนรักอย่าทำอะไรเค้าเลยน่า” พูดอ้อนเพื่อนอีกคน สองแสบก็พยักหน้าช่วยอาฟ้าคนสวยอีกแรง
“คนทำผิดต้องถูกลงโทษ ตอนออกมาก็วิ่งทีหนึ่งแล้ว” รักบอกทั้งลูบหัวสองแสบ แต่ทำน้ำฟ้าหน้ายู่เมื่อได้ยินประโยคต่อมา “เย็นนี้ล้างจานเลยนะอาฟ้าคนสวย ฮาๆ” ว่าแล้วก็พาสองแสบไปล้างไม้ล้างมือกินข้าวและไม่ลืมย้ำสองแสบให้ไปช่วยน้ำฟ้าล้างจานหลังกินข้าวเสร็จเพราะมีส่วนผิดด้วยเช่นกัน
“นี้แกกุ้งตัวโต ฉันรู้แกชอบ” น้ำฟ้าบอกด้วยน้ำเสียงประจบประแจงตักนู้นตักนี้ให้รักไม่หยุด รักเองก็ไม่ได้สนใจเพราะรู้จุดประสงค์ของน้ำฟ้าดี แต่เสียใจด้วยนะเพื่อนวิธีนี้ไม่ได้ผลคนผิดก็ต้องโดนรับโทษ
“พี่อินทร์น้องจันทร์ วันนี้ต้องกินผักเพิ่มนะครับ เพราะซนมาก” รักบอกทั้งตักผักในต้มจืดให้สองแสบที่หน้ามุ่ยเมื่อเห็นผักแต่ต้องรีบยิ้มเมื่อรักมองมา ถึงไม่อยากกินก็ต้องกินเพราะอารักอยากให้กิน
“แกเอาเต้าหู้” ว่าจบก็ตั้งใจวางเต้าหู้ไข่ลงบนจานข้าวรักแต่ลมเลกลับเอาจานข้าวตัวเองมารับแทนเพราะอยากแกล้งน้องสาว
“ขอบใจ” ลมเลบอกอย่างไม่สนใจว่าน้ำฟ้าจะทำหน้ายังไงแต่ลมเลรู้สึกขัดใจมากๆ ที่น้ำฟ้าเอาแต่ตักนู้นตักที่ให้รักไม่หยุด
“พี่ลม” น้ำฟ้าว่า ลมเลก็ยังคงทำเป็นไม่สนใจ แต่พอน้ำฟ้าตักอะไรให้รักลมเลจะยื่นจานไปรับแทนตลอด แล้วตักใหม่ให้รักเอง จนน้ำฟ้ารู้สึกหมั่นไส้
“แกฉันอยากกินหมูทอด แกตักให้หน่อยฉันตักไม่ถึง” น้ำฟ้าร้องบอกรักที่นั่งอยู่ตรงข้ามให้ตักให้ รักเองก็ทำให้อย่างไม่อิดออด พอหมูทอดชิ้นโตถูกวางลงบนจานน้ำฟ้าก็หันไปยักคิ้วอย่างผู้ชนะให้ลมเล ลมเลเองก็นึกหงุดหงิดขึ้นมาเขาก็อยากให้รักตักให้บ้าง แกล้งไปแกล้งมาทำไมกลายเป็นเขาที่หงุดหงิดเสียเอง
“เธอตักกุ้งให้ฉันหน่อย” ลมเลร้องบอกรักที่นั่งอยู่ข้างๆ รักเองก็หันมองลมเลก่อนจะหันมองจานผัดกระเพราทะเลที่อยู่ตรงหน้าลมเล ไม่เข้าใจอยู่ใกล้แค่นี้ทำไมต้องให้เขาตักให้ด้วย แต่รักใช่คนคิดอะไรมากก็เลยตักกุ้งตัวโตไปให้คนตัวโตที่นั่งอยู่ข้างๆ พอได้ก็ยิ้มเสียยกใหญ่ มันต้องดีใจขนาดนั้นเลยหรือรักคิด แบบนี้คงต้องตักให้บ่อยๆ เพราะรักชอบเวลาลมเลยิ้มแบบนี้ที่สุด แต่ทางน้ำฟ้ามองบนอย่างระอากับพี่ชายตัวเอง ส่วนพายุและญาดาได้แต่สายหัวให้กับเด็กๆ ในร่างผู้ใหญ่ เล่นอะไรกันก็ไม่รู้
..........................................................................................................................................
ลูกคู่มาลิ้วววววววววววววววววววววววว ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรเช่นเดิมมม เรื่อยๆๆๆ อีกลิ้วววววววว อิอิอิอิ