นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

    ตอนที่ 34 แย่งตัว

             

            ตอนที่ 34 แย่งตัว

             

             

            เสียงเฮอันกึกก้องดังไปทั่วลานซ้อม ผู้พันลาลันตายิ้มอย่างพึงพอใจราวกับญาติผู้ใหญ่ที่กำลังมองเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง

             

            คีตาถอยออกจากร่างของนภาที่ล้มลง คอที่ถูกเขี้ยวแหลมจ่อไว้กลืนน้ำลายลงอย่างหวาดเสียว นิทานลุกขึ้น ยื่นมือให้แก่นภาบนพื้น นภาคว้ามือนั้นไว้ ฉุดตัวเองลุกขึ้นมา

             

            เสียงเฮดังลั่นอีกครั้งเมื่อทั้งสองลุกขึ้นมาได้

             

            จะเฮอะไรนักหนาเนี่ย นิทานถอนหายใจ

             

            “ผู้ชนะ! นิทาน!” ผู้พันลาลันตาประกาศอย่างชัดถ้อยชัดคำ แน่นอนว่าที่ตามมาย่อมเป็นเสียงเฮกู่ร้อง

             

            “นายนี่สุดยอดสุด ๆ เลยนะ เห็นอย่างนี้ฉันก็เป็นหน่วยรบแนวหน้าอันดับต้น ๆ ของเจ้าหน้าที่หน่วยหลัก ตามปกติแล้วการทดสอบนี้แค่ฉัน ให้ผ่านก็พอแล้ว” นภาเกาแก้มอย่างอาย ๆ

             

            “พูดอ้อมไปอ้อมมาอยู่ได้ ก็บอกไปสิว่าเป็นครั้งแรกที่แพ้เด็กใหม่น่ะ!” เจ้าหน้าที่หน่วยหลักคนหนึ่งตะโกนข้ามมา

             

            “หนวกหูน่า! เธอลองมาซัดกับไอ้เด็กนี่มั้ยเล่า ประสบการณ์การต่อสู้โชกโชนสุด ๆ ไม่กลัวเจ็บ ศิลปะการต่อสู้ถึงเกณฑ์ พร้อมใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่ออีกต่างหาก!” นภาตะโกนกลับ

             

            “แพ้แล้วก็เงียบหน่อย!” เจ้าหน้าที่หน่วยหลักอีกคนตะโกนหยอก

             

            รักกันดีสุด ๆ เลยแฮะ สมาชิกของที่นี่ นิทานคิดในใจ

             

            สำหรับตัวเขาที่ไม่ชอบคนจำนวนเยอะ ๆ แล้ว เมื่อมีคนนับร้อยล้อมรอบเช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องน่าลำบากใจสำหรับเขา หากแต่เมื่อได้เจอบรรยากาศเล่นหัวเป็นกันเองแบบนี้เขาจึงเริ่มผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง

             

            “เอ้า เงียบกันได้แล้วไอ้พวกสวะ!” ผู้พันลาลันตากล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

             

            เจ้าหน้าที่ทุกนายต่างเงียบเสียงลงเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากตัวผู้พัน

             

            “ที่ยอดที่สุดคือไอ้หมานั่นต่างหากเล่า” ผู้พันลาลันตาตะโกนก้องชี้ไปที่คีตา

             

            “เคลื่อนไหวว่องไว ฉลาดเฉลียว โจมตีหลอกล่อเป็น รับคำสั่งได้ฉับไว ที่สำคัญ ขนนุ่มตัวใหญ่น่ารักสุด ๆ!” ผู้พันลาลันตากล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

             

            เจ้าหน้าที่ทุกนายเงียบลงไป บรรยากาศนิ่งเงียบราวกับเวลาหยุดลง มีเพียงคีตาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ นิทานเท่านั้นที่กระดิกหางไปมา

             

            เสียงโห่ร้องดังกระจายไปทั่วสารทิศ เจ้าหน้าที่ต่างเป่าปากไล่ ส่งเสียงโห่อย่างไม่พอใจ แม้แต่เจ้าหน้าที่หน่วยหลักที่ไม่เคยเข้าร่วมเวลานี้ต่างเอามือป้องปากโห่ไล่

             

            “ลำเอียงนี่หว่า! ไอ้ผู้พันรักสัตว์ ก็แค่เห็นของน่ารักเข้าหน่อยก็เข้าข้าง!”

             

            “ผู้พันลาลันตาลำเอียงกับอะไรที่น่ารัก ๆ อีกแล้ว!”

             

            “ขอทวงคืนสิทธิ์อันชอบธรรมให้มนุษย์บ้าง!”

             

            เจ้าหน้าที่มากมายต่างโห่ร้องตะโกนไล่

             

            บางที..ไปหาอินจันทร์อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าจริง ๆ นั่นแหละ นิทานคิดในใจเมื่อเห็นฉากตรงหน้า

             

            “เงียบน่าไอ้พวกสวะ! เห็นหน้าพวกแกทุกวันเอียนจะแย่แล้ว หาสัตว์น่ารัก ๆ เข้าหน่วยเพิ่มบ้าง!” ผู้พันลาลันตาตะโกนตอกกลับ

             

            เสียงหัวเราะครืนดังกระจายจากเหล่าเจ้าหน้าที่โดยรอบ บรรยากาศครึกครื้นเป็นกันเองสนุกสนานราวกับที่กำลังคุยกันอยู่ไม่ใช่ผู้พันกับผู้ใต้บังคับบัญชา

             

            “เอ้า เข้าเรื่องกันได้แล้ว! ตกลงนิทานกับคีตาจะไปอยู่หน่วยไหน” ผู้พันลาลันตาหันกลับไปมองที่เจ้าหน้าที่หน่วยหลัก

             

            เมื่อเห็นว่าเรื่องสนุกจบลงแล้ว เหล่าทหารนับร้อยรายจึงแยกย้ายกันกลับไปฝึกตามเขตของตน เหลือเพียงเจ้าหน้าที่หน่วยหลักนับสิบคนที่เดินเข้ามา นิทานแอบสังเกตเห็นว่าเหล่าเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์ล่องหนบนกำแพงยังมีคนหนึ่งที่ยังอยู่ ส่วนอีกคนหายไปตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ

             

            นอกนั้นก็เป็นหน่วยสนามที่แอบเข้ามาฝึกฝนใกล้ ๆ หวังได้ข่าวโดยไวว่าน้องใหม่ผู้แข็งแกร่งคนนี้จะไปอยู่หน่วยใด

             

            “ก็ต้องเป็นหน่วย 3 ของฉันสิ พวกเรายังไม่มีนักตรวจจับสักคน! วัน ๆ อาศัยพวกชาวบ้านที่จ้างไว้เป็นหูเป็นตาเอาเนี่ย ลำบากจะแย่!” สตรีวัยกลางคนพูดขึ้น

             

            สตรีวัยกลางคนผู้นี้พกหอกสองด้ามไว้บนหลัง ร่างอวบเล็กน้อย หากกล้ามเนื้อบนร่างแสดงถึงพละกำลัง

             

            “ตลกแล้วเมย์ ไอ้หนูนี่ต้องมาอยู่หน่วย 8กับข้าต่างหาก ความสามารถในการต่อสู้ล้นเหลือขนาดนี้จะไปเป็นนักตรวจจับให้เสียของทำไมวะ!” ชายสูงวัยเอ่ยขัดอย่างรวดเร็ว

             

            ชายสูงวัยผู้นี้ปิดตาข้างหนึ่ง ใส่สนับมือ ท่าทางเป็นคนโผงผางใจร้อน เพียงมองจากภายนอกก็ทำเอาตัดสินได้เลยว่าเป็นพวกชอบความรุนแรง

             

            “หน่วย 1 ของฉันสิ พวกเราผลงานเป็นอันดับ 1 มาตลอด เพราะงั้นในเมื่อมีความสามารถก็ต้องมาอยู่หน่วยเรา” สตรีวัยกลางคนเสริม

             

            สตรีวัยกลางคนผู้นี้หน้าตาสะสวย ผมยาวถึงกลางหลัง ใส่หมวกทรงสูง ให้ภาพลักษณ์เหมือนผู้ขมังวิชา ต่างกับหัวหน้าหน่วยก่อนหน้านี้ที่แต่ละคนให้ภาพลักษณ์นักรบผู้ชำนาญศึก

             

            “หาเรื่องกันรึไง หน่วย 1 ของพวกแกแค่โชคดีมีนักตรวจจับ 2คนเท่านั้นแหละ!”

             

            “ต้องหน่วย 3 สิ พวกแกมีนักตรวจจับกันหมดแล้ว! ไม่งั้นก็เอานักตรวจจับจากหน่วยอื่นมา!”

             

            “นภาของหน่วยเธอแพ้ไปแล้ว เพราะงั้นหน่วยของเธอถูกตัดสิทธิ์!”

             

            เหล่าผู้ที่แผ่พลังอำนาจระดับนักสลักต่างโต้เถียงกันอย่างดุเดือด ไม่มีใครยอมใคร แม้แต่สมาชิกหน่วยบางส่วนด้านหลังก็เริ่มดูท่าจะเข้าร่วมศึกแล้ว

             

            เสียงโหวกเหวกโวยวายจากเหล่าเจ้าหน้าที่หลักดำเนินต่อไปสักพักจนนิทานเริ่มหัวหมุน หัวหน้าหน่วยหลายคนต่างถกเถียงกันไปมาอย่างดุเดือดจนเขาฟังไม่ทัน ผู้พันลาลันตาก็ไม่ออกหน้าห้ามปรามอะไร ราวกับต้องการให้ไปตกลงกันเอง

             

            ครึกครื้นไปหน่อยละมั้งเนี่ย นิทานบ่น

             

            “เจ้า! ต่อสู้ประชิดเก่งใช่มั้ยล่ะ อยากเข้าหน่วยข้าเป็นแนวหน้าใช่รึเปล่า!” ชายชราปิดตาตะโกนถาม

             

            “เออ..ให้เป็นแนวหน้าก็ได้ครับ” นิทานตอบ

             

            “พลังตรวจจับนายดีขนาดนั้น จะเป็นแนวหน้าทำไม มาเป็นนักตรวจจับให้ฉันสิ!” สตรีร่างท้วมชื่อเมย์พูด

             

            “ก็ถ้าขาดคน ผมเข้าหน่วยคุณก็ได้ครับ” นิทานเอียงคอตอบ

             

            “ไม่โว้ย ชื่อนิทานใช่มั้ย หน่วย 6 ของข้าต่างหาก”

             

            “นิทาน หน่วย 1 ของน้าน่ะผลงานดีที่สุด งานสบาย ไม่เหนื่อยด้วยนะ”

             

            เสียงโต้เถียงยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้พันลาลันตาหัวเราะอย่างครึกครื้น ไม่คิดจะยื่นมือห้ามแม้แต่น้อย

             

            “เอ่อ.. ขอผมพูดอะไรหน่อยได้มั้ยครับ” นิทานยกมือขึ้นมาท่ามกลางการโต้เถียงอันดุเดือด

             

            “เอาเลยไอ้หนู บอกพวกมันไปเลยว่าแกอยากมาอยู่หน่วย 8 กับข้า ข้าจะพาแกไปซัดคนทุกวันเลย!”

             

            ฉันก็ไม่ได้อยากซัดคนทุกวันซะหน่อย..

             

            “หน่วย 1 ของน้าสิ ผลงานยอดเยี่ยมไร้ที่ติ ยิ่งคนมีความสามารถอย่างเธอมาอยู่ด้วย เผลอ ๆ เดียวก็ได้เลื่อนขั้นแล้ว เงินเดือนเยอะนะ!”

             

            ฉันก็ไม่ได้อยากเป็นผู้พันหรือนายพลสักหน่อย… แต่เงินเยอะขึ้นนี่ก็น่าสนใจ..

             

            เมื่อเหล่าหัวหน้าหน่วยหลักต่างตั้งเค้าจะโต้เถียงกันอีกครั้ง นิทานจึงพูดแทรกขึ้นมา

             

            “ผมให้คีตาช่วยตัดสินใจละกันครับ” นิทานยิ้มแห้ง ๆ พลางมองไปทางคีตาข้าง ๆ

             

            คีตาเงยหน้าตาม มองไปที่นิทาน เอียงคออย่างน่ารัก เหมือนถามว่ากำลังพูดเรื่องอะไรกัน

             

            เมื่อนิทานส่งความรู้สึกผ่านไปให้คีตา อธิบายอย่างคร่าว ๆ แล้ว คีตาจึงเห่าเบา ๆ ตอบรับหมายความว่าเข้าใจแล้ว

             

            คีตาลุกขึ้น หางสั่นไหวไปมา เงยหน้าดมฟุดฟิด ๆ เดินไปทางหัวหน้าหน่วยคนนู้นทีคนนี้ที ก่อนไปหยุดลงตรงด้านหน้าของนภาที่กำลัง รักษาบาดแผลเล็กน้อยบนร่าง นภาสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นคีตาเดินมาด้านหน้าตน แลบลิ้น กระดิกหางไปมาอย่างมีความสุข

             

            นภาเมื่อเห็นคีตาออกจากโหมดนักล่าแล้ว จึงยิ้มแหย ๆ พลางค่อย ๆ ยื่นมือออกไปลูบหัวคีตาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

             

            คีตาก็ตอบรับเป็นอย่างดี ก้มหัวลงให้รูปพร้อมครางหงิง ๆ อย่างน่ารัก

             

            ภาพต่างกับหมาปีศาจตัวยักษ์ที่พร้อมจะขย้ำคอหอยเขาได้ทุกเมื่อเช่นก่อนหน้าราวกับเป็นคนละตัวกัน

             

            “โฮ่ง!” นภาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อคีตาเห่า

            คีตาชอบพี่คนนี้!

             

            นิทานหัวเราะออกมาเล็กน้อยแล้วจึงหันไปพูดกับนภา

             

            “เขาบอกว่าเขาชอบคุณนภาแน่ะครับ คุณนภาอยู่หน่วยของใครเหรอครับ” นิทานถาม

             

            “เอ่อ.. ฉันอยู่หน่วย 3น่ะ” นภาตอบอย่างงง ๆ

             

            “งั้นผมขออยู่หน่วย 3ละกันครับ อย่างน้อย ๆ มีคนรู้จักก็อุ่นใจกว่า” นิทานหันไปบอกเหล่าหัวหน้าหน่วย

             

            สตรีวัยกลางคนชื่อเมย์ฉีกยิ้มกว้างออกมาขณะที่คนอื่น ๆ หน้ามุ่ยลง

             

            “ยัยนั่นโชคดีชะมัด นอกจากได้นักตรวจจับเข้าหน่วยของตัวเองสักทีแล้ว ยังเป็นนักตรวจจับที่สู้ประชิดได้อีกต่างหาก”

             

            “สุนัขตัวนั้นก็มีประโยชน์มากเลยนะ” หัวหน้าหน่วยที่ผิดหวังต่างพึมพำกันอย่างเซ็ง ๆ

             

            “แถมยังน่ารักสุด ๆ” ผู้พันลาลันตาเสริม

             

            “งั้นก็ตามนี้! นับจากนี้ไปนิทานจะอยู่หน่วย 3 ภายใต้หัวหน้าหน่วยเมย์!” ผู้พันลาลันตาประกาศ

             

            “แยกย้ายกันได้แล้วพวกแก เมย์ พานิทานไปที่ห้องของหน่วยแล้วแนะนำคนอื่น ๆ ให้รู้จักกันไว้ด้วย”

             

            “ค่ะผู้พัน!” เมย์และเหล่าเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ขานรับ เดินแยกย้ายกันไปอย่างเซ็ง ๆ

             

            “ส่วนคีตา มากับฉัน ฉันจะพามันไปสอนเรื่องระเบียบของสัตว์คู่หู” ผู้พันลาลันตากล่าวด้วยใบหน้าขึงขัง

             

            เนียนแล้วมั้ง.. นิทานหางตากระตุก

             

            คีตาหันหน้าไปมาอย่างงงๆ มันหันไปมองนิทาน เห็นนิทานพยักหน้าบอกให้ตามไปได้ มันจึงเดินไปหาผู้พันลาลันตา เมื่อร่างของมันใกล้ถึง ผู้พันก็กระโจนคว้าตัวคีตาเข้าสู่อ้อมกอดทันที

             

            “นู้มมม นุ่มมากเลยยย ฉันเล็งไว้ตั้งแต่ตอนอยู่ในห้องทำงานแล้ว! นุ่มฟูสุด ๆ แถมตัวใหญ่อีกต่างหาก อยากกอดตลอดไปเลย” ผู้พันลาลันตาอุ้มคีตาขึ้นมากอดอย่างไม่อายใคร

             

            ภาพพจน์ของผู้พันแห่งหน่วยพิทักษ์เมืองอันแข็งแกร่งไม่เหลืออีกต่อไป

             

            “เอาอีกแล้วว่ะ การรับน้องของผู้พัน” เสียงกระซิบกระซาบจากเหล่าทหารคนอื่นดังขึ้น

             

            “ตอนฉันเข้าหน่วย 4 ครั้งแรก เจ้าดีแลน บาบูนหน้าร้อนของฉันก็โดนผู้พันเอาไปนั่งเล่นด้วยทั้งวันเลย” ทหารอีกนายพูด ลิงบาบูนตัวใหญ่ด้านหลังทหารนายนั้นพลันตัวสั่น

             

            “แถมเจ้าหมายักษ์นั่นเป็นประเภทขนฟูแบบที่ผู้พันชอบอีกต่างหาก โดนแวะไปหาบ่อย ๆ แหง ๆ” ผู้ฝึกสัตว์อีกคนที่มีแมวอยู่บนบ่าถอนหายใจ

             

            เอ่อ…. นิทานฟังแล้วก็เหงื่อตก

             

            “ไง ๆ ก็เพลา ๆ หน่อยนะครับ” นิทานพูดกับผู้พันที่ยังคงกอดคีตาไว้แน่น

             

            นิทานเห็นสีหน้าที่เริ่มอึดอัดของคีตาก็อดขำไม่ได้

             

            ปกติมันออกจะชอบคน แต่รักมากเกินแบบนี้ก็คงอึดอัดสินะ

             

            นิทานส่งความคิดผ่านห้วงจิตไปให้คีตา

             

            สู้ ๆ ล่ะ ไม่ไหวก็รีบหาโอกาสหนีมานะ

             

            ขณะที่นิทานเดินตามหัวหน้าหน่วยเมย์ออกมา เขาพลันสัมผัสได้ถึงความท้อใจของคีตาขณะที่ผู้พันลาลันตากระทำการ 'เติมหมา' อย่างมีความสุข