บทที่ 61: เถ้าถ่านที่ยังคุกรุ่น
ค่ำคืนในเมืองหลวงอันแสนวุ่นวาย แสงไฟจากตึกระฟ้าและยวดยานพาหนะบนท้องถนนสาดส่องระยิบระยับราวกับหมู่ดาวที่ร่วงหล่นลงมาบนผืนดิน คอนโดมิเนียมหรูระดับไฮโซใจกลางกรุงเทพมหานคร ชั้น VIP ที่มีความเป็นส่วนตัวสูงสุดคือสถานที่พักพิงของ 'พราว' หญิงสาวผู้เพียบพร้อมไปด้วยรูปโฉมงดงาม สติปัญญาเฉียบแหลม และความสำเร็จในหน้าที่การงาน
ร่างระหงในชุดเดรสซาตินสีแดงเบอร์กันดีแนบเนื้อ ตัวชุดทิ้งตัวพลิ้วไหวไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งอันสมบูรณ์แบบของสตรีวัยสะพรั่ง พราวยืนทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างบานกระจกใสจรดเพดาน ในมือเรียวสวยถือแก้วไวน์คริสตัลเจียระไน ภายในบรรจุน้ำอมฤตสีแดงเข้มที่แกว่งไกวไปมาตามแรงข้อมือเบาๆ ทว่าแม้ทัศนียภาพเบื้องหน้าจะงดงามและราคาแพงลิบลิ่วเพียงใด มันกลับไม่อาจกลบความรู้สึกว่างเปล่าและโดดเดี่ยวที่เกาะกุมอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจเธอได้เลย
หญิงสาวหมุนตัวกลับหลังหัน เดินทอดน่องอย่างเชื่องช้าไปหยุดยืนอยู่หน้าบานกระจกเงาบานใหญ่ที่กรอบประดับด้วยลวดลายสีทองอร่าม นัยน์ตาคู่คมเฉี่ยวจ้องมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจก... หญิงสาวที่ใครๆ ต่างก็มองว่าสมบูรณ์แบบ เป็นที่ปรึกษาด้านจิตวิทยาบำบัดที่เก่งกาจ เป็นเพื่อนที่แสนดีและเข้าอกเข้าใจผู้อื่นเสมอ แต่จะมีใครสักกี่คนที่รู้ว่า ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งแกร่งและสง่างามนั้น ซุกซ่อนบาดแผลแห่งความอ้างว้างในวัยเยาว์เอาไว้
พราวเกิดมาในครอบครัวที่แตกแยก พ่อแม่ต่างคนต่างมีเส้นทางชีวิตของตนเอง ทิ้งให้เธอเติบโตมากับพี่เลี้ยงและโรงเรียนประจำ ความรักความอบอุ่นที่แท้จริงคือสิ่งที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต แต่กลับไม่เคยได้รับมันอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เธอต้องดิ้นรนสร้างคุณค่าให้ตัวเองเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ ต้องสวมหน้ากากของผู้หญิงเก่งที่พึ่งพาตัวเองได้ ทั้งที่ในใจลึกๆ แล้ว เธอเพียงแค่ต้องการใครสักคนที่มองเห็นเธอเป็น 'คนสำคัญ' อย่างแท้จริง ใครสักคนที่พร้อมจะโอบกอดเธอไว้ในยามอ่อนแอและมอบความรักให้อย่างไม่มีเงื่อนไข
ภาพตัดสลับไปที่ 'แพรพิมพ์' เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอ... พิมพ์ผู้ซึ่งตรงข้ามกับเธอแทบทุกอย่าง พิมพ์เติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น เป็นคุณหนูที่ได้รับการทะนุถนอมประดุจไข่ในหิน และเมื่อแต่งงาน เธอก็ได้ครอบครองผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่าง 'ภพ' แม้ชีวิตคู่ของพิมพ์จะเคยสะดุดล้มและเผชิญหน้ากับความมืดมนจากอาการเสื่อมสมรรถภาพของสามี แต่พิมพ์ก็ยังโชคดีเหลือเกินที่มี 'ภัทร์' น้องชายของสามีที่พร้อมจะถวายตัวและหัวใจเข้ามาปกป้อง ดูแล และเติมเต็มความปรารถนาให้
และที่สำคัญ... พิมพ์มี 'พราว' เพื่อนที่ยอมสละทุกอย่างแม้กระทั่งศีลธรรมจรรยา เพื่อช่วยกอบกู้ความรักของเพื่อนให้กลับมาสมบูรณ์แบบอีกครั้ง
พราวหลับตาลงช้าๆ เมื่อภาพเหตุการณ์ในเซสชั่นบำบัด 4P ที่บ้านพักตากอากาศริมทะเลจังหวัดระยอง ตลอดจนความลับที่ซ่อนอยู่ในเซฟเฮ้าส์และคลินิก ไหลบ่าเข้ามาในมโนสำนึกราวกับกระแสน้ำป่า...
สัมผัสอันเร่าร้อนปะทุพลุ่งพล่านจากเรือนร่างกำยำของชายหนุ่มทั้งสอง... ภพและภัทร์... ยังคงตราตรึงอยู่ในทุกอณูความรู้สึก ผิวกายของเธอยังจำจดความสากระคายของฝ่ามือใหญ่ที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วน ความร้อนผ่าวจากลมหายใจที่รินรด และความหนักหน่วงของท่อนลำสวาทที่แทรกซึมเข้ามาฝากฝังรอยรักเอาไว้
เถ้าถ่านแห่งความรักและความเสน่หาที่ถูกจุดประกายขึ้นในกระบวนการบำบัดนั้น บัดนี้ไม่ได้มอดดับลงตามหน้าที่ที่เสร็จสิ้น แต่มันกลับยังคงคุกรุ่น แผดเผาจิตใจของเธอให้รุ่มร้อนและโหยหาอย่างห้ามไม่ได้... เธอปรารถนาอ้อมกอดอันแข็งแกร่งของภพ ปรารถนาจุมพิตอันดุดันของภัทร์ ปรารถนาที่จะเป็นศูนย์กลางของความรักและความใคร่เช่นเดียวกับที่แพรพิมพ์ได้รับ
ความริษยา... ความอิจฉาที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด บัดนี้กำลังก่อตัวเป็นพายุลูกใหญ่ในใจของพราว ทำไมพิมพ์ถึงได้ครอบครองทุกสิ่ง? ทำไมผู้ชายที่ยอดเยี่ยมทั้งสองคนถึงต้องหมอบกราบอยู่แทบเท้าของพิมพ์? แล้วเธอล่ะ... เธอเป็นแค่ 'เครื่องมือ' เป็นแค่ 'ทางผ่าน' ที่ช่วยให้พวกเขาค้นพบความสุขอย่างนั้นหรือ?
"ไม่..." พราวกระซิบกับเงาตัวเองในกระจก เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ "ฉันไม่ยอมเป็นแค่คนนอก... ฉันจะไม่ยอมเป็นแค่ทางผ่าน..."
ดวงตาคู่สวยเบิกโพลงขึ้น เปล่งประกายวาวโรจน์ด้วยไฟแห่งความปรารถนาและการแย่งชิง เธอยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะเครื่องแป้งอย่างแรง... คืนนี้ เธอมีนัดรับประทานอาหารค่ำที่คฤหาสน์หรูของภพและพิมพ์ อาหารมื้อนี้คงจะเป็นบททดสอบสำคัญที่เธอต้องเผชิญหน้ากับความจริง... และเป็นจุดเริ่มต้นของแผนการบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นในเงามืดของจิตใจ
...
รถสปอร์ตเปิดประทุนคันหรูของพราวแล่นเข้าสู่พื้นที่คฤหาสน์สองชั้นอันโอ่อ่าใจกลางเมืองหลวง ประตูรั้วเหล็กดัดลวดลายวิจิตรเปิดอ้าต้อนรับอย่างรู้หน้าที่ บรรยากาศภายในบริเวณบ้านเงียบสงบและร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ แสงไฟสีวอร์มไวท์จากตัวตึกส่องสว่างนวลตา ขับเน้นความหรูหราอลังการของสถานที่ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
เมื่อรถจอดสนิทที่หน้ามุข ประตูไม้สักบานใหญ่ก็เปิดออก พร้อมกับร่างบอบบางของแพรพิมพ์ที่เดินออกมารับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม วันนี้พิมพ์อยู่ในชุดเดรสชีฟองสีขาวบริสุทธิ์ ดูอ่อนหวานและบอบบางราวกับดอกลิลลี่ที่เพิ่งแรกแย้มในยามเช้า
"พราว! มาถึงแล้วเหรอ เข้ามาสิ อาหารเย็นใกล้จะเสร็จพอดีเลย" พิมพ์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงร่าเริงสดใส สองมือเอื้อมมาจับมือเพื่อนสนิทอย่างสนิทสนมและจริงใจ
"สวัสดีจ้ะพิมพ์ วันนี้สวยจังเลยนะ ดูสดใสขึ้นเยอะเลย" พราวยิ้มตอบ เป็นรอยยิ้มที่ฝึกฝนมาอย่างดีจนดูเป็นธรรมชาติ ไร้ซึ่งร่องรอยของความริษยาที่คุกรุ่นอยู่ในใจ
พิมพ์หัวเราะเบาๆ แก้มเนียนซับสีระเรื่อ "ก็เพราะได้พราวช่วยนั่นแหละจ้ะ... พี่ภพบอกว่าวันนี้อยากจัดมื้อพิเศษเพื่อขอบคุณพราวโดยเฉพาะเลยนะ"
คำว่า 'ขอบคุณ' ราวกับเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงลงกลางใจพราว... ขอบคุณสำหรับการบำบัด ขอบคุณที่ช่วยให้ครอบครัวกลับมามีความสุข... ใช่สินะ บทบาทของเธอจบลงแล้ว เธอเป็นแค่ 'หมอ' ที่รักษาคนไข้จนหายดี แล้วก็ต้องถอยฉากออกมา
พราวเดินตามพิมพ์เข้าไปในห้องอาหารสุดหรู โต๊ะอาหารตัวยาวทำจากไม้โอ๊คขัดเงาถูกปูด้วยผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาดตา บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารฝรั่งเศสเลิศรสที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีต แสงเทียนจากเชิงเทียนคริสตัลตรงกลางโต๊ะส่องแสงพลิ้วไหว สร้างบรรยากาศโรแมนติกและอบอุ่น
ที่หัวโต๊ะ... ภพนั่งอยู่ด้วยท่วงท่าสง่างามและผ่าเผย ร่างกายที่เคยซูบผอมและเต็มไปด้วยความเครียด บัดนี้กลับมากำยำล่ำสันและดูมีชีวิตชีวา ชุดสูทลำลองที่เขาสวมใส่รับกับสรีระสมบูรณ์แบบ ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นยามที่มองมายังภรรยา
"สวัสดีครับพราว เชิญนั่งเลยครับ" ภพเอ่ยทักทาย น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของเขาทำเอาหัวใจของพราวสั่นสะท้าน เธอจำได้ดีถึงจังหวะที่น้ำเสียงนี้กระซิบข้างหูเธอในค่ำคืนอันเร่าร้อน
"สวัสดีค่ะพี่ภพ ดูสดชื่นขึ้นเยอะเลยนะคะ" พราวนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับพิมพ์ โดยมีภพอยู่หัวโต๊ะ
และในตอนนั้นเอง ร่างสูงใหญ่ของภัทร์ก็เดินเข้ามาจากทางห้องครัว ในมือของเขาถือขวดไวน์วินเทจราคาแพง ภัทร์ยังคงหล่อเหลาและดุดันเช่นเคย มัดกล้ามแกร่งซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมบน เผยให้เห็นแผงอกสีน้ำผึ้งที่ดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ
"อ้าว พี่พราวมาแล้วเหรอครับ รับไวน์หน่อยไหมครับ" ภัทร์ยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่เคยทำให้หัวใจของพราวละลายมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง
"ขอบใจจ้ะภัทร์ รบกวนด้วยนะ" พราวยิ้มรับ มองดูมือหนาที่รินไวน์ลงในแก้วของเธออย่างนุ่มนวล สัมผัสเฉียดฉิวเพียงปลายกิริยาทำให้พราวรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นปราดไปทั่วร่าง
มื้ออาหารดำเนินไปอย่างราบรื่นและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ แพรพิมพ์คอยตักอาหารและสบตาเอาอกเอาใจภพด้วยความรักใคร่ เธอเลื่อนจานสเต็กเนื้อวากิวระดับพรีเมียมไปตรงหน้าสามี พร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดย้อย
"พี่ภพทานเยอะๆ นะคะ ช่วงนี้ทำงานหนัก ต้องบำรุงหน่อย"
ภพยิ้มรับ มือหนาเอื้อมไปกุมมือบางของภรรยาไว้ บีบเบาๆ อย่างแสนรัก "ขอบคุณครับคนดี พี่จะทานให้หมดเลย" เขาไม่พูดเปล่า แต่ยังโอบแขนกอดเอวบางของพิมพ์ดึงเข้ามาใกล้ๆ โชว์ความรักหวานชื่นอย่างเปิดเผย
ในขณะเดียวกัน ภัทร์ก็ทำหน้าที่น้องชายและผู้ช่วยที่ดี เขาคอยชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย และคอยดูแลเติมน้ำเติมไวน์ให้ทุกคนอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง สายตาที่ภัทร์มองพิมพ์ยังคงมีความอ่อนโยนและห่วงใยเจือปนอยู่ แม้จะถูกจำกัดให้อยู่ในขอบเขตของ 'น้องสามี' อย่างชัดเจนแล้วก็ตาม
พราวนั่งรับประทานอาหารเงียบๆ มองดูภาพความอบอุ่นตรงหน้า... ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ความสัมพันธ์สี่เส้าที่ถูกปรับจูนจนลงตัว... เธอยิ้มแย้มภายนอกอย่างแสนดี ทำตัวเป็นกุลสตรีที่น่ารักและเพื่อนที่คอยสนับสนุน พยักหน้าและหัวเราะไปกับมุกตลกของภัทร์ ชื่นชมความหวานของภพและพิมพ์
แต่ในส่วนลึกของจิตวิทยาที่เธอเชี่ยวชาญ... เธอกำลังวิเคราะห์และกักเก็บอารมณ์อันบิดเบี้ยวของตนเอง ดวงตาคู่คมจ้องมองรอยยิ้มของพิมพ์ด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย... มันคือความอิจฉาที่ร้อนรุ่มดั่งไฟนรก มันคือความแค้นลึกๆ เมื่อนึกถึงสัมผัสเสน่หาที่เธอเคยได้ลิ้มรส... สัมผัสที่ควรจะเป็นของเธอ... บัดนี้เธอถูกกีดกันออกไปและลดบทบาทลงเป็นเพียง "บุคคลภายนอก" อีกครั้ง
'ไม่ยุติธรรมเลย...' พราวคิดในใจ ขณะที่หั่นเนื้อสเต็กเข้าปาก รสชาติของอาหารเลิศรสกลายเป็นความขมปร่าในลำคอ 'พิมพ์ได้ทุกอย่าง... ได้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ได้ความรักจากสามี ได้ความหลงใหลจากน้องสามี... แล้วฉันล่ะ? ฉันได้อะไร?'
สายตาของพราวลอบมองไปที่ภพ... แผงอกกว้างที่เธอเคยซบ ใบหน้าคมเข้มที่เธอเคยจูบ... จากนั้นก็เลื่อนไปที่ภัทร์... ท่อนแขนแข็งแรงที่เคยรัดรึงเธอไว้ จังหวะรักอันดุดันที่เคยทำให้เธอแทบขาดใจ...
ความปรารถนาที่ถูกกดทับเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง มันรุนแรงและบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม เถ้าถ่านที่คุกรุ่นบัดนี้ได้กลายเป็นเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า
'ฉันจะไม่ยอมจบลงตรงนี้...' พราวให้คำมั่นสัญญากับตัวเองในใจ ภายใต้รอยยิ้มหวานละมุนที่เคลือบแฝงไว้ด้วยยาพิษ 'สัมผัสรักของพี่ภพและภัทร์... ความเร่าร้อนที่ฉันเคยได้รับ... มันต้องกลับมาเป็นของฉันอีกครั้ง... และคราวนี้ ฉันจะไม่ใช่แค่ตัวสำรอง หรือเครื่องมือบำบัดอีกต่อไป...'
มื้ออาหารค่ำจบลงด้วยของหวานรสเลิศและการลากลับที่เต็มไปด้วยมารยาททางสังคม พราวสวมกอดพิมพ์อย่างแนบแน่น กระซิบคำอวยพรและคำยินดีข้างหูเพื่อนรัก ก่อนจะหันไปยิ้มให้ภพและภัทร์ด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
เมื่อรถสปอร์ตคันหรูแล่นออกจากคฤหาสน์ พราวมองดูภาพสะท้อนของตัวตึกผ่านกระจกมองหลัง... ริมฝีปากอวบอิ่มเหยียดยิ้มเย็นเยียบ
เกมบำบัดรักสี่เส้าอาจจะจบลงไปแล้วในสายตาของพิมพ์... แต่สำหรับ 'พราว' นักจิตวิทยาสาวผู้ลุ่มหลงในกิเลสตัณหา... เกมกระดานใหม่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น! และเป้าหมายของเกมนี้... คือการทวงคืนทุกสัมผัสสวาทให้กลับมาเป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว... ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการใดก็ตาม.