ตรงกันข้ามมู่หลินมองพวกเขาอย่างแปลกๆ ก็เห็นๆกันอยู่ว่าเขาอยู่นี่แล้วจะไปให้เป็นคนอื่นไปได้ไง?
สมองน้อยจริงๆ!
กลับกันตอนนี้สือเมิ่งนั้นตื่นตะหนก เพราะเขากลัวว่าชายหนุ่มจะโกรธจนใช้อิทธิพลมาจัดการเขาและครอบครัวดังนั้นเขาจึงไม่กล้าที่จะรอช้าและมองหน้าลูกชายด้วยความโกรธ “บัดซบ!ไอ้ลูกสารเลว! วันๆเอาแต่สร้างเรื่อง รีบขอโทษเขาซะ!’’
“พ่อไอ้เชี่ยนี่แหละที่ทําผมแล้วพ่อจะให้ผมไปขอโทษมันได้อย่างไร?’’ ได้ยิน สือกวงก็ผงะไปเต็มๆเขารู้สึกไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเป็นอย่างมาก พ่อของเขาเป็นอะไรไปคงไม่ได้เป็นไข้จนสมองเพี้ยนไปแล้วหรอกนะ
ถึงได้ให้ลูกชายตัวเองขอโทษคนที่ทําร้ายตัวเองกับมือ!
โอ๊ยยยย!ตอนนี้มันเกิดเชี่ยไร้ขึ้นวะเนี่ย?
สือกวงสับสนเป็นอย่างมากเพราะดูจากท่าทางแล้วพ่อของเขาโกรธน่าดูเขาจึงไม่เข้าใจว่าพ่อของเขาโกรธเขาเรื่องอะไร
“ไอ้ลูกหน้าโง่!ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว! คุกเข่า! คุกเข่าขอโทษเขาเดี๋ยวนี้!’’ความกลัวของสือเมิ่งมากกว่าที่ลูกชายของเขาจะคาดคิดเขาจึงไม่คิดที่จะอธิบายและตะโกนเสียงดังลั่นอย่างเกรี้ยวกราด
“พ่อ!’’เห็นว่าพ่อของตัวเองเริ่มคุมสติไม่อยู่ สือกวงก็โกรธขึ้นมา
ผมเป็นลูกชายของพ่อนะแล้วพ่อจะให้ไปคุกเข่าขอโทษคนอื่นได้ยังไง?
นี่ยังเป็นพ่อของผมอยู่รึเปล่า!
สือกวงนั้นรู้สึกว่าสือเมิ่งไม่เป็นธรรมต่อเขาอย่างมากถึงเขาจะไม่เข้าใจ แต่เขาก็พอเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นแม้จะเป็นอย่างนั้นเขาก็มีศักดิ์ศรี
ศักดิ์ศรีอันยิ่งใหญ่!
เพราะอย่างนั้นไม่ว่าชายหนุ่มจะยิ่งใหญ่มาจากไหนหรือแม้จะทําให้พ่อของเขากลัวได้ เขาจะไม่คุกเข่าต่อมันเด็ดขาด!
นั่นแหละศักดิ์ศรีของเขา!
มู่หลินที่เห็นท่าทางไม่ยอมใครของอีกฝ่ายก็ดูประหลาดใจเขาจึงขี้เกียจจะแยแสแล้วเอ่ย “พอได้แล้วผมขี้เกียจเสียเวลาเอาล่ะเรามาคุยเรื่องของเรากันต่อ!’’เดิมทีเขาตั้งใจจะให้ผู้กํากับหลิวจัดการหมอนี่แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะไปกันใหญ่ ดังนั้นเขาขี้เกียจเสียเวลาดูอะไรที่มันไร้สาระแบบนี้อีกแล้ว
“ได้สิ!’’เห็นว่าชายหนุ่มไม่แยแส หลันเอ๋อร์ที่คิดว่าเธอเข้าใจนิสัยของชายหนุ่มดีจึงพยักหน้าแล้วนําโทรศัพท์เดินไปตรงมุมอื่นทันที
อย่างไรก็ตามทางด้านสือเมิ่งนั้นไม่ได้คิดเช่นนั้นเขาในตอนนี้ตื่นตะหนกจนเหงื่อเย็นเยียบหลั่งไปทั่วทั้งแผ่นหลัง “ไอ้ลูกชายตัวดี!รออยู่นั่นเลย! ฉันจะไปหาแกเดี๋ยวนี้!’’
ในความคิดของสือเมิ่งชายหนุ่มคงไม่อยากเสียเวลาและตั้งใจจะจบๆเรื่องในแบบของตัวเองซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน!
ด้านสือกวงที่ได้ยินก็ชักโกรธ แต่เขาก็ไม่พูดอะไรเพราะเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าพ่อของเขาจะมาไม้ไหน
ไม่ช้าหลันเอ๋อร์ที่เดินแยกออกมาก็เริ่มเข้าเรื่องอีกครั้ง“ภารกิจครั้งนี้ฉันคิดว่าน่าจะไม่เกินมือนายอีกอย่างฉันจะพากองกําลังรบพิเศษไปด้วย ดังนั้นมันคงไม่ยากเย็นอะไรมาก’’
เธอคิดว่าภารกิจที่ยากอยู่แล้วถ้ามีชายหนุ่มมาด้วยการทํามันให้สําเร็จย่อมง่ายขึ้นบ้างดังนั้นเมื่อรวมเข้ากับกองกําลังรบพิเศษที่ไปด้วย สามารถอธิบายได้ว่าไม่มีทางที่จะไม่สําเร็จ!
“ก็ได้แต่เธอต้องบอกมาก่อนว่าเป็นภารกิจแบบไหน!’’ มู่หลินกลอกตาแล้วถามเขาไม่ใช่คนโง่ที่จะเอาตัวเองไปเสี่ยงกับสิ่งที่ไม่รู้ ยิ่งเมื่อเป็นตอนนี้ที่ไม่ได้ยืนอยู่ในจุดสูงสุดหรือมีความแข็งแกร่งเพียงน้อยนิดเขาจะไปกล้าบ้าระหํ่าได้อย่างไร?
ขืนเป็นงั้นเขาคงตายห่าแน่ๆ!
ถูกถามหลันเอ๋อร์ก็ประหลาดใจ เธอคิดไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะฉลาดและระมัดระวังตัวเช่นนี้เธอจึงได้บอกเกี่ยวกับภารกิจทั้งหมดออกไป
หลังจากที่ได้รับรู้ว่าภารกิจคือการทลายแก๊งผลิตยาเสพติดขาใหญ่ มู่หลินก็ตอบตกลงโดยไม่ลังเล “ตกลงเธอสามารถส่งสถานที่มาได้เลย พอถึงเวลาแล้วฉันจะตามไป!’’
“โอเค’’เห็นว่าชายหนุ่มไม่ปฏิเสธ หลันเอ๋อร์ก็ยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจซึ่งรอยยิ้มของเธอนั้นหากเป็นชายหนุ่มธรรมดาพวกเขาคงจะหลงใหลมัน
ทว่า!ทว่าชายหนุ่มคนนี้กลับไม่ ซํ้ายังตัดสายทิ้งอีกด้วย!
“...’’ เห็นแบบนั้นหลันเอ๋อร์ก็อึ้ง
นี่ฉันสวยไม่พอรึไง?
…
ที่มู่หลินตอบตกลงอย่างง่ายๆเป็นเพราะเวลาที่ต้องไปทลายแก๊งผลิตยาเสพติดนั้นอยู่ในช่วงเวลาว่างของเขาพอดีดังนั้นหลังจากที่คุยโทรศัพท์กับหลันเอ๋อร์เสร็จเขาก็เตรียมที่จะมุ่งหน้าไปหาพวกวั่งซูทันที
อย่างไรก็ตามเขาก็ต้องถูกหยุดเอาไว้อีกครั้ง ถูกหยุดไว้โดยหญิงสาวคนหนึ่ง!
“มู่หลิน!’’ห่างออกไป หญิงสาวผู้ทรงเสน่ห์และมีรอยยิ้มยั่วยวนได้เดินเข้ามา
“ว่าไงผู้หญิงแย่ๆ!’’เห็นอีกฝ่ายทักทายมา มู่หลินก็ยิ้มทักทายกลับไปเช่นกัน
อย่างไรก็ตามจื่อหลิงกลับผงะและคิดไม่ถึงว่าเขาจะยังคงมองเธอเป็นผู้หญิงแย่ๆอยู่เธอจึงกระแอ้มไอแล้วยิ้มเขินๆ “นายก็น่าจะรู้แล้วนะว่าฉันได้ช่วยนายเอาไว้ดังนั้นเราหายกัน!’’
“โอเค’’ได้ยิน มู่หลินก็พยักหน้า เขาไม่ใช่คนเรื่องมากอะไรอยู่แล้วยิ่งเมื่อรู้ว่าคืนนั้นมีตระกูลจื่อเข้ามาช่วย เขาก็พอเดาสาเหตุได้
แม้จะเป็นอย่างนั้นสิ่งที่มู่หลินไม่คาดคิดว่าจะได้ยินในวินาทีต่อมาจากปากหญิงสาวก็ดังขึ้น“ไปเดทกันไหม?’’
โดยไม่ต้องรอให้ชายหนุ่มตอบหญิงสาวขยับไปข้างๆแล้วโอบแขนชายหนุ่มเอาไว้ซึ่งตอนที่หน้าอกของเธอสัมผัสเข้ากับเขาถึงเธอจะรู้สึกอายแต่เธอก็ไม่พูดอะไรนอกจากยิ้มหวานแสดงให้เห็นถึงใบหน้าแดงระเรื่อ
รับรู้ถึงสิ่งนุ่มๆที่โอบแขนเขาเอาไว้มู่หลินก็แปลกใจ เขาชักเริ่มสงสัยแล้วสิว่าผู้หญิงคนนี้จะมาไม้ไหน
ถึงจะอย่างนั้นไม่ว่าจะยังไงถ้าไม่ได้เข้ามาจีบเขา ก็ไม่มีข้อละเว้น!
“คุณต้องการจีบผมงั้นเหรอ?’’คิดได้ มู่หลินก็ยิ้มบางถามกลับไป เพราะถ้าไม่ใช่แล้วเธอก็จะไม่ต่างไปจากเสี่ยวหนิง
“ใช่!ฉันต้องการจีบนาย!’’ รู้ดีว่าชายหนุ่มเป็นคนแปลกๆแต่จื่อหลิงก็เพียงประหลาดใจเท่านั้นเธอจึงพยักหน้าด้วยรอยยิ้มกลับไปอย่างไม่ลังเล
“...’’ ทางด้านมู่หลินที่ได้รับคําตอบก็ผงะไปเต็มๆ
นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?
แต่ก็ช่างเถอะคําไหนคํานั้น!
“ได้สิ!ฉันจะไปเดทกับเธอ!’’ มู่หลินยิ้มอ่อนให้กับหญิงสาวแล้วเปลี่ยนเป็นฝ่ายโอบเอว
จื่อหลิงที่สัมผัสได้ก็รู้สึกอายๆความจริงแล้วที่เธอทําไปทั้งหมดแม้จะไม่ใช่การแสดงแต่เธอก็แค่อยากรู้ว่าผู้ชายคนนี้มีดีพอที่จะเป็นคนรักของเธอไหม
ไม่อย่างนั้นแล้วจะเป็นอะไรได้?
ภายใต้เวลาที่เริ่มเดินหนุ่มสาวทั้งสองก้าวเดินไปดั่งคู่รักอย่างไรก็ตามทุกสิ่งทุกอย่างกลับอยู่ภายใต้สายตาของคนๆหนึ่งหมด
มุมๆหนึ่งหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูแสบซ่าห์และเพิ่งมาถึงมีรอยยิ้มกระตุกๆให้เห็นเห็นได้ชัดว่าสายตาของเธอในเวลานี้จ้องมองไปยังหนุ่มสาวที่เพิ่งเดินจากไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
ถูกต้อง!เสี่ยวหนิงไม่อยากเชื่อเป็นอย่างมากว่าคนที่ไม่สนใจเธอแม้แต่น้อยจะไปเดทกับผู้หญิงคนอื่นทั้งยังสวยมากอีกด้วย!
นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น!
หรือว่าแท้จริงแล้วเธอจะสวยไม่พอกันนะ?