คุกประจำเขตภาคกลาง ณ ห้องขังแห่งหนึ่ง... แกร่ก แกร่กเสียงตะไบเลื่อยลูกกรงดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ บุรุษผอมสูงโย่ง ใบหน้าหน้าสั้นจมูกโด่ง ผมหยักโศกที่เคยย้อมเป็นสีขาวซีดเริ่มกลับมาเป็นสีน้ำตาลตามเดิมอีกครั้ง ดวงตาลึกโหลพยายามมองลูกกรง ภาวนาให้ลูกกรงมันหลุดออก...เคว้ง!เสียงแตกหักหนึ่งดังขึ้น...หากแต่เป็นตะไบ ไม่ใช่ลูกกรง!“อุบ๊ะ! ลูกกรงทำจากอะไรวะ!? ทนไม่ไหวแล้ว พอกันที! ทำไมมันไม่เห็นง่ายเหมือนเขาว่าเลย!”คนคุกตะโกนลั่นอย่างหัวเสีย พลางปาตะไบแหลมที่หักครึ่งลงพื้น"ลูกพี่ ใจเย็นน่า เดี๋ยวก็โดนราชทัณฑ์เอ็ดอีกหรอก"ชายร่างใหญ่ตัวอ้วนพุงพลุ้ยกล่าว ขณะที่เก็บเศษตะไบแล้วเอาไปวางที่มุมห้องกันคนร่วมห้องเดินเหยียบ เขาก็มองไปยังชายร่างผอมผู้เป็นลูกพี่ด้วยความเป็นห่วง “ข้าว่าพอเถอะนะ กรงขังมันก็ต้องแข็งแรงเป็นธรรมดานี่?”"ข้าจะไม่ยอมติดแหงกในซังเตอยู่แบบนี้ไปตลอดชีวิตหรอกนะ ฟูมู่!"มินอี้ผู้เป็นลูกพี่ประกาศลั่น"ฮึ! มันต้องมีทางหนีออกไปบ้างสิ..."ฟูมู่หน่ายใจ มองลูกพี่ของตนเดินคิดวนไปวนมารอบห้องขังจนชวนเวียนหัว เขาจึงตัดสินใจเอนกายไปยังขอบพนังอีกฝั่งหนึ่งของกรงขัง มันเป็นห้องที่เชื่อมต่อกันหลายห้อง ทว่าโจรที่ถูกขังอยู่ที่นี่ก็มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเป็นที่ทราบกันดีในหมู่ราชทัณฑ์ว่าเป็นห้องขังลืมสำหรับความผิดร้ายแรง..."ลูกพี่พูดแบบนี้มาเป็นเดือนแล้วนะ อยู่มานานจนลูกพี่น่าจะชินได้แล้ว"ฟูมู่กลิ้งตัวมามองลูกพี่ของตน"อีกอย่างอาหารในนี้ก็อร่อยดีนะ"พูดจบก็มีเสียงท้องร้องดังขึ้นอย่างแผ่วเบาจากชายซื่อร่างอ้วน"ข้าจะไม่ขอกลืนข้าวแดงไปมากกว่านี้แล้ว ไม่ไหว!"ชายร่างผอมยังพยายามต่อไปอย่างไม่ลดละ"ข้าจะออกไปจากที่นี่!"สหายอ้วนร่วมห้องเกาพุงก่อนพูดขึ้น"ออกไปได้จริง มีหวังก็โดนจับนานขึ้นนะลูกพี่ แหกคุกมันผิดกฏหมายนะ"เมื่อได้ยินดังนั้นมินอี้ก็หัวเราะดังฮ้า! ก่อนจะก้าวมาหาร่างนอนแผ่พุงที่พื้น"เราเป็นโจรนะ จะกลัวทำไมเรื่องกฎหมาย อีกอย่างปรกติไม่เคยเถียงข้าสักคำ เดี๋ยวนี้พูดต่อร้องต่อเถียงเชียวนะเอ็งเนี่ย"เขาตบพุงของอีกฝ่ายดังเปรี้ยง ก่อนหันไปยังห้องขังข้างๆ"ตั้งแต่ไปคลุกกับเจ้าพวกหน้าใหม่ห้องข้างๆเนี่ย""พวกเขาเพิ่งมาให้นะลูกพี่ เราต้องต้อนรับดีๆหน่อยสิ""ต้อนรับดีในคุกเนี่ยนะ ดีกับผี!"คนตัวสูงโย่งเกาผมหยักศกของตนดังแกรกๆ"ไปหมดล่ะ ลูกน้องชาวโจร! ค่อยๆหายไปทีละคน เหลือแค่ข้ากับเจ้าเนี่ย ชีวิต!"ร่างอ้วนพลิกตัวหันไปยังเพื่อนกรงข้างๆ เขายิ้มซื่อแล้วเอ่ย“อย่าไปถือโทษลูกพี่ข้าเลยนะข้างห้อง ลูกพี่แกก็แบบนี้แหละ เดี๋ยวก็ชินไปเอง!”คนข้างห้องมีอยู่ราวสิบคน พวกเขาเพิ่งถูกส่งมาที่นี่เมื่อไม่นานมานี้ สำหรับสองโจรอ้วนผอม นับเป็นครั้งแรกที่ได้เจอผู้คนแปลกหน้าเข้ามาใหม่"ใจดีกับเขาหน่อยเถอะพี่ชาย"คนจากห้องขังใกล้เคียงกล่าว เขาเป็นชายโผกหัวด้วยผ้าบางๆ อายุราวสี่สิบ หัวล้าน ใบหน้ายิ้มแย้ม"อย่างน้อยยังมีโอกาสคุยกับเพื่อนเก่าในคุก ก็เป็นโชคดีไม่ใช่เหรอ?"ฟูมู่เห็นพ้อง"ใช่ลูกพี่! อย่างน้อยก็อยู่ในห้องขังห้องเดียวกันนะ!""เฮ้อ จะบ้าตาย เซ็งจิต!"ชายร่างสูงกรอกตามองบน"วันหนึ่งข้าจะออกไปให้ได้เลยค่อยดูสิ!"เขาประกาศอีกครั้งก่อนชี้นิ้วไปที่ลูกกรง จ้องแบบอาฆาตแค้น"วันหนึ่ง ใช่! อย่างพี่ชายว่า พวกข้าก็รอวันนั้นอยู่"เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น เขาอายุประมาณสามสิบปีต้นๆ รูปร่างสง่า ผมดำเข้ม มีเอกลักษณ์ที่รอยแผลบนดวงตาประหนึ่งบ่งบอกประสบการณ์ผจญภัยอันโชกโชนของเขา"ว่าแต่พวกเจ้าล่ะ เจ้าหน้าใหม่ไปโดนข้อหาอะไรมาล่ะ? ถึงได้มาอยู่ที่นี่"ฟูมู่ถามด้วยความสงสัย"พวกข้านะหรือ"ผู้ที่มีแผลเป็นบนดวงตาเอ่ย"โดน'หาว่า'ลักลอบค้าทาส ลักพาตัว กักขัง พยายามข้ามน้ำไปอย่างผิดกฎหมาย...อะไรประมาณนั้นล่ะมั้ง""โอ้โห โลกกลมแท้ๆ พวกเราก็โดนข้อหาเดียวกันเลย"ชายร่างอ้วนตอบ"จริงหรือ? ข้อหาค้ามนุษย์เนี่ยนะ? พวกพี่ชายดูไม่เหมือนสักนิด"คนโพกผ้าพูด คนอื่นอีกสิบกว่าคนก็เห็นพ้อง หัวเราะออกมาเล็กน้อย"พวกข้าเป็นแค่ผู้เสียหายที่โดนลากมาเอี่ยวด้วยตั้งหาก!"มินอี้คำรามจนเสียงหัวเราะหยุดไป"ว่าแต่ได้ยินอะไรผิดหูไปใช่ไหมเนี่ย? 'หาว่า'หรือ? ฟังดูต่างจากคำว่า'ข้อหา'มันต่างกันเยอะอยู่นะ...เอ๊ะ? เจ้าโดนใส่ร้ายป้ายสีมาสินะ"ชายร่างผอมดีดปลายนิ้วมั่นใจในสิ่งที่ตนคาดการณ์"เอ๊ะ ถูกใส่ร้ายมาเหรอ?"ฟูมู่ขมวดคิ้วสงสัย"ทำนองนั้น..."เสียงคนหน้าใหม่ของคุกตอบเบาๆ"โอ้ น่าสงสารแฮะ ไม่เป็นไรนะ อย่างน้อยที่นี่ก็อาหารอร่อย ถึงจะน้อยก็เถอะ!""ช่างดวงซวยโดยแท้ ชีวิตพวกข้าว่าโชคร้ายแล้วนะ"มินอี้เดินมายังลูกกรงที่อยู่ตรงข้ามกับห้องขังข้างๆ"แต่เอาเถอะ มาอยู่ในคุกเป็นเพื่อนข้างห้อง ก็ถือเป็นวาสนาอันน้อยนิดระหว่างแห้งตายอยู่ในนี้ล่ะกัน""ขอบคุณพี่ชายทั้งสองที่เมตตา"บุรุษผู้มีแผลเป็นกล่าว"ว่าแต่พี่ชาย พอจะทราบไหมว่าห้องถัดออกไปที่ดูแข็งแรงตรงนั้นคือห้องอะไรหรือ? ตั้งแต่มาข้าได้ยินเสียงเหมือนใครคำรามอยู่ไม่ขาดเลยตอนกลางคืน"
มินอี้เหล่ไปยังห้องที่สร้างจากอิฐที่ดูแปลกตาจากห้องอื่น เขาทำหน้าไม่พอใจอย่างชัดเจน ส่งเสียงสบถแล้วกระซิบตอบกลับมา
"ห้องขังอาคมของปีศาจน่ะ ปีศาจของจริงเลยนะ ของแท้!"เขาอธิบายด้วยสีหน้าเอือมระอา"อธิบายเพิ่มคือ'ห้องพิเศษ'ไว้ขังพวกมารไง จะขังรวมกับนักโทษทั่วไปไม่ได้จริงไหมล่ะ"
"โฮ่"เสียงของคนหน้าใหม่ร้องและมองไปดู
"ก็มีพวกมารถูกจับมาพร้อมกับพวกข้านี่แหละ ให้ตายซิ ถ้ารู้ว่าทำงานให้พวกปีศาจ ข้าไม่พาลูกน้องมาร่วมด้วยหรอก บรรลัยกันหมดแบบนี้ พับผ่า!"ชายร่างตะเบ็งก่อนคุกเข่านั่งลงข้างเพื่อนร่วมห้องตัวอ้วน
"แต่ลูกพี่บอกเองหนิ ว่าเงินมันดี"ฟูมู่พูด ก่อนถูกลูกพี่ของตนตีท้องอีกครั้ง
"คุ้มค่ากับติดคุกแบบนี้ไหมล่ะเอ็ง! ข้อหาที่โดนเนี่ยไม่ใช่เล่น มีหวังอยู่ยาวตายคาคุก...อย่างน้อยก่อนตาย ขอเห็นแม่เทพธิดาจากนิกายต่างแดนคนนั้น อีกครั้งก่อนตายก็ดีน่า ฮ้า!"พูดแล้วทำตาเลื่อนลอยไปถึงนักบวชหญิงนางหนึ่งที่ตนเคยพบก่อนถูกขัง
"ลูกพี่ ขนาดอยู่ในคุยเนี่ย ยังคิดถึงเรื่องผู้หญิงอีกเหรอเนี่ย เพลาๆลงหน่อยนะ"
"เงียบไปเลยเจ้าอ้วน อย่ามาขัดความสุนทรีของข้า"เขาคำราม"ถ้าไม่ติดว่าเจอไอ้ลุงแก่กับดาบหักๆของมันล่ะก็ป่านนี้นะ คงไม่ติดแหงกที่นี่หรอก!"
"เอ่อ ขอโทษที ฟังดูคุ้นจัง ใช่คนที่ข้ารู้จักหรือเปล่านะ?"
"เฮ้ย?"มินอี้สะดุ้งโหยงจนเกือบหงายหลัง เมื่อเห็นชายในชุดดำลึกลับปรากฎขึ้นนอกห้องขัง เขาไม่ใช่ทหารเฝ้ายาม ไม่มีทหารที่ไหนแต่งกายลึกลับเช่นนี้
"เจ้าเป็นใคร เข้ามาในนี้ได้ยังไง?"คนคุกถามออกไป
"ชู่ว! เบาไว้ไอ้น้อง เรามาอย่างสันติ! พอดีผู้มีพระคุณตามหาคนรู้จักน่ะ!"ชายลึกลับกล่าว พลางหันมองคนในห้องขังอย่างพิจารณา
"ท่านกาลิค นั่นใช่ท่านกาลิคหรือเปล่า? "ชายผู้มีแผลเป็นเอ่ย
"ฟิ้ว! เจอตัวแล้ว สวัสดีชุนเหลียงสหายเก่า พาอดีตนายจ้างมาเจอด้วยน่ะ"กาลิคยิ้ม ก่อนผายมือไปยังเนโธเทปที่บรรจงย่องตามมาจากมุมมืด
"ท่านนายห้างใหญ่"คนในห้องขังมาใหม่ทั้งหลายตะโกน พลางมาเกาะลูกกรง
"โอ้ ท่านนายห้าง!? ขอบคุณสวรรค์ ท่านปลอดภัย!?"เสียงผู้คนในห้องต่างไถ่ถามด้วยความเป็นห่วง
"ดีใจที่เจอเจ้าชุนเหลียง แล้วก็ทุกคนด้วย ดีใจที่เจอพวกเจ้า มีคนอื่นอีกไหม!"
"อยู่กันเท่านี้ครับนายห้าง"ชุนเหลียวตอบ"ท่านมาช่วยพวกเราหรือครับ?"
“แหม ใจเย็นสหาย”กาลิคตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย อมยิ้มเล็กๆที่มุมปาก"ทำแบบนั้นมันผิดกฎหมายนะ..."
ตูม!!!!
เสียงระเบิดจากห้องขังห้องหนึ่งระเบิดออกมาด้วยเสียงอันดังสนั่น เศษหินและพนังกำแพงลอยละลิ่วไปทั่ว คนในห้องขังต่างก้มลงหลบกันจ้าละหวั่น ส่วนกาลิคใช้ตัวบังนายห้างเอาไว้ พวกเขาบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น!
"ระเบิด คุกโดนโจมตี!!!"เสียงของทหารนายหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับเสียงระฆังเตือนดังสนั่นไปทั่ว
"ไฟไหม้ ไฟไหม้!"เสียงทหารดังลอยมาจากที่ไกลๆ
"นั่นไม่ใช้ฝีมือข้านะ!"กาลิคพูดเมื่อสายตาทุกคนจับจ้องมาที่เค้า"ข้าจะระเบิดแหกคุกทำไมเล่า?"
"กาลิค ระวัง! ปีศาจ!?"ชุนเหลียวตะโกน ดวงตาของเขามองเห็นร่างอสูรปรากฏกายจากในเปลวไฟและควันโขมง
ฟ้าว!
เสียงหนึ่งแหวกบาดอากาศดังมาแต่ไกล!!
"อันตราย!"
คลื่นพลังคล้ายสายลมแปลกพิศดารหมุนลอยวนบนอากาศ พุ่งเข้ามายังกาลิคและนายห้าง ผู้กล้าจารชนชักอาวุธลับออกมาซัดใส่พลางกระโดดปกป้องนายห้างผู้มีพระคุณของตน
เคร้ง!
อาวุธลับฉาบด้วยอาคมมนตราขลังลึกลับ ปกป้องเขาจากสถานการณ์ครั้งนี้เอาไว้ได้ เสื้อของกาลิคขาดเล็กน้อย
"อาวุธลับหรือ?"มารชายหญิงปรากฏร่างออกมา ในมือยังคงมีกุญแจตรวนล่ามไว้อยู่ กระนั้นก็ไม่อาจเหนี่ยวรั้งทั้งสองเอาไว้ได้"ฝีมือดีไม่เลว เจ้ามนุษย์! แต่ข้าไม่ได้มีธุระกับเจ้า"
พูดจบ ร่างของมารทั้งสองก็หายไปในเปลวไฟ...
"ช่วยด้วย ช่วยพวกข้าด้วย!"เสียงจากห้องขังทั้งสองดังขึ้น เมื่อคลื่นความร้อนและเปลวไฟอันรุนแรงกำลังเริ่มลามมายังภายใน
"เอาว่ะ สถานการณ์เจียนตัวแท้! ขอบคุณทักษะสะเดาะกุญแจไว้ให้ดี สหายทั้งหลาย!"กาลิคตะโกน ก่อนใช้อาวุธปลายแหลมสะเดาะกรงอย่างฉับไว
เมื่อทุกคนเริ่มทยอยออกมา ทหารกลุ่มหนึ่งก็โผล่พรวดเข้ามาที่อักด้านหนึ่งของทางเดินฝั่งตรงข้ามไกลๆ
"หยุดนะเจ้าพวกนักโทษ! พวกเรามีนักโทษพยายามแหกคุก!"ทหารนายหนึ่งตะโกน
"เอ่อ เดี๋ยวไม่ใช่นักโทษนะ คือ แบบว่าต้องเอาตัวรอด..."กาลิคอ้าปากเหวอ ก่อนพยายามแก้ตัว
ตูม!!!
เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้งตรงที่ทหารกำลังวิ่งมา พวกเขากระเด็นไปคนละทางสองทาง
"อ๊ากกกก!?"เสียงทหารแผดเสียงร้องจากที่ไกลๆ
“ระเบิดอะไรเยอะแยะกันเนี่ย!”โจรร่างผอมตะโกน พยายามลากฟูมู่ให้ยืนขึ้น
"พวกเราจะเอาไงต่อดีเนี่ย!?"ฟูมู่ถามอย่างเชื่องช้า พลางมือไล่ปัดควัน
"ไฟจะเผาพวกเราตายกันหมด!"เนโธเทปตะโกน"เราต้องออกไปจากที่นี่ เผ่นเร็วพวกเรา!"พูดจบ เขาก็กวักมือพาลูกน้องพลพรรคของตนไปอีกทาง กาลิคมองเหตุการณ์บานปลายอย่างหัวเสีย ก่อนตัดสินใจวิ่งตามไป
"ทหาร จับพวกมันให้ได้!"หัวหน้าทหารผู้หนึ่งคำรามจากในควันเปลวไฟ
"โอ้!!!"
"ข้าแค่พาท่านมาเยี่ยมนักโทษนะเฮ้ย"กาลิคถามขณะวิ่งข้างอดีตนายห้าง"ทำไมเรื่องกลายเป็นวุ่นวายแบบนี้ไปได้ฟ่ะ!?"พูดจบก็วิ่งนำลิ่วเป็นคนแรก
"ข้าจะไปรู้เหรอว่ามีพวกจะแหกคุกเป็นมาร"เนโธเทปแย้ง วิ่งเร็วชนิดคนวัยเดียวกันเห็นก็ต้องทึ่ง
“แล้วท่านจะไปที่ไหน ทั้งเมืองไล่ล่าเราแน่!”จารชนถามต่อไป
"ไปตั้งหลักกันก่อน!"นายห้างยิ้มที่มุมปาก"ข้ารู้จักที่ซ่อนชั้นดีอยู่ ที่ที่เราไม่ต้องซ่อนอยู่ในเมือง!"
ในขณะเดียวกัน ณ หมู่บ้านแสงจันทรา เมืองเหลียวซู
"พาพวกเด็กๆไปนอนแล้วเหรอ?"ซือหลินถาม ขณะกำลังคุยกับเถ้าแก่ที่โถงรับแขก
"ใช่ พวกเขาดูแลตัวเองได้"
เถ้าแก่มองทั้งสองครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ย"ข้าพอเข้าใจเรื่องเจ้าโดนคำสาปนะซือหลิน" "ว่าแต่แม่นางผมแดงผู้นี้เป็นใครกัน ภรรยาเหรอ?"
"ไม่ใช่ค่ะ"เพตราแย้ง ก่อนมองไปที่ซื หลินแล้วเอ่ย"ไม่เป็นไร ชินแล้วล่ะ!"
ผู้กล้าวัยกลางคนหัวเราะแห้งก่อนตอบเถ้าแก่ออกไป"นางคือผู้กล้าอัศวินหญิงเพตรา มาเทซาร์แห่งนครวาริส สหายของข้าเอง"
ดวงตาเจ้าของที่พักเบิกกว้างขึ้น ก่อนยิ้มออกมาด้วยความประหลาดใจ"โรงเตี๊ยมข้าได้ผู้กล้าคนที่สองมาพักแล้ว บุญปากไปเล่าให้ชาวบ้าน"
"ตอนนี้พอจะเล่าเรื่องในหมู่บ้านให้ฟังได้ไหมครับ เถ้าแก่ป๊อ"ซือหลินเอ่ย
“เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นตำนานเก่าแก่ของหมู่บ้านเรา"เถ้าแก่ตอบอย่างใจเย็น"เชื่อว่าหากมนุษย์ทำให้เทพพงไพรพิโรธ ในคืนที่พระจันทร์สาดแสงลงมา คำสาปอาถรรพณ์ชั่วร้ายจะปรากฏขึ้นโดยอสุรกาย ที่เทพแห่งพงไพรส่งมันมาพาความวิบัติสู่พวกเรา”
“มันเป็นตำนานเก่าแก่เป็นร้อยปีเลยนะ ทำไมเถ้าแก่ถึงแน่ใจว่ามันเกี่ยวข้องกัน?”เพตราแย้ง
“ก่อนเกิดเรื่อง มีการขยายหมู่บ้านเพื่อเตรียมพัฒนาออกไป”ชายเจ้าของร้านให้คำตอบและพูดเสริม“มีต้นไม้อายุนับพันปีถูกโค่นไปหลายต้นในคราวนั้นด้วย คนเฒ่าคนแก่เราเชื่อว่ามีเทพเจ้าอาศัยอยู่ พอเกิดเรื่องก็ไม่มีใครกล้าตัดต้นไม้ตรงนั้นแล้วล่ะ”
“บางทีเรื่องนี้อาจเกี่ยวโยงกัน”อัศวินหญิงหันมายังเพื่อนผู้กล้าด้วยกัน
“ต้นไม้อยู่แถวชานหมู่บ้านฝั่งตะวันออกเฉียงใต้”เถ้าแก่ป๊อชี้นิ้วบอกทิศทางออกไป
“ข้าจะไปตรวจสอบสอบดู”เพตราเอ่ย พลางเตรียมธนูวาเลเทียคู่ใจออกมา
“ข้าไปด้วย ถือฤกษ์ทดลองดาบวิเศษเล่มใหม่เสียหน่อย!”ผู้กล้าวัยลุงกล่าว“เถ้าแก่ ข้าฝากท่านแวะเวียนไปดูเด็กด้วยนะท่าน”
“อย่าห่วงเลย ตลอดเวลาที่เกิดเรื่อง ที่นี่อยู่รอดปลอดภัย”พูดจบ ชายเจ้าของที่พักก็หยิบหน้าไม้อย่างดีออกมา“ไม่ต้องห่วง ข้าเอาชีวิตปกป้องแขกของข้าเสมอ!”
“ไม่ต้องแสดงของไปเถ้าแก่ แล้วพวกข้าจะรีบไปรีบกลับ”เจ้าของดาบวิเศษกล่าว
“ฝากด้วยซือหลิน ท่านผู้กล้าหญิง อนาคตของหมู่บ้านแสงจันทราขึ้นอยู่กับทั้งสองแล้ว!”
ท่ามกลางราตรี...เวลาใกล้ตีสาม
“ฟังเรื่องแล้วเจ้าคิดว่ายังไงบ้าง?”เพตราถาม ขณะที่ทั้งสองเดินไปยังต้นไม้เจ้าปัญหา
“มีปศุสัตว์โดนโจมตีก่อน อาจเป็นหมาป่าหรือสัตว์อสูรก็ได้”ซือหลินตอบตามที่ตนคิด“ยังมีความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นอาถรรพณ์ลึกลับจริง ไม่ก็ใครบางคนพยายามสร้างสถานการณ์ขึ้นมา เราต้องไปตรวจสอบต้นไม้พันปีที่ว่าก่อน จุดเริ่มต้นมันเกิดขึ้นที่นั่น”
ซือหลินหวนถึงความหลังแล้วพูดต่อ“ต้นไม้นั่นข้าเคยไปปีนอยู่ครั้งหนึ่ง รู้สึกมีเด็กไปเล่นแถวนั้นเยอะมาก แล้วก็เดินไปไม่ไกลเท่าไร”
“ดีเลยที่ไม่ไกล"อัศวินหญิงตอบ"รีบไปรีบกลับ”
“ตลอดเวลาที่อยู่ที่ถ้ำอาจารย์เฮอเหลียว เจ้าได้ยิงธนูคู่ใจบ้างหรือเปล่า เพต?”
“น้อยครั้ง ส่วนมากเป็นอสูรตัวเล็กตัวน้อย โชคเข้าข้างเราที่ไม่มีอสุรกายอะไรมาท้าดวลท่านเทพมังกรตอนที่เราอยู่ที่ซุยซาน”
“โชคเข้าข้างเราหลายครั้งเหลือเกิน” ซือหลินกอดอก พลางเดินมองท้องถนนที่เงียบสงบ
“เจ้าคิดบ้างไหมว่ามันราบลื่นดี”เพตราเอ่ย "บางทีเมย์คงตั้งใจให้เป็นแบบนี้..."เธอพูดถึงเพื่อนผู้กล้าด้วยสายตาเศร้าๆ
“ข้าว่ามันลำบากนะ ไม่ใช่เรื่องดีเลย ที่ต้องออกเดินทางในฐานะผู้กล้าอีกครั้งแบบต้องคำสาปเป็นตาลุง ต้องดูแลฟานกับเวทิน หรือพาเจ้าออกมาเสี่ยงอันตรายแบบนี้ ข้าเป็นห่วงพวกเจ้าจริงๆ”
“เป็นห่วงเหรอ”หญิงสาวย้อนถาม
“เป็นห่วงสิ”
“อย่างนั้นเหรอ เป็นห่วงสินะ...อื้ม นั่นสินะ”เพตรายิ้มเล็กน้อย
ในระหว่างที่เดินอยู่นั่นเอง ซือหลินก็ขยับมาใกล้ๆเพื่อนสนิท
“เอ๊ะ เอ่อ...ซือหลิน อะไรเหรอ?”อัศวินหญิงถามเมื่ออีกฝ่ายมาเดินใกล้ตัว
“ข้าได้ยินเสียงฝีเท้าเล็กๆ”ชายวัยกลางคนตอบ“ตามเรามาได้สักพักแล้ว”
เพตราเดินต่อแม้จะชะงักเล็กน้อย“เสียงฝีเท้า...จากด้านหลัง”เธอพูดก่อนพยายามฟัง“จริงด้วย หูดีขึ้นหรือเปล่า ไหนว่าแก่แล้วหูเจ้าตึงไง?”
“เคล็ดวิชาดูแลลูกสาวตัวน้อยฉบับที่หนึ่ง…หูต้องไว ช่างสังเกต!” ซือหลินพูดพลางชี้นิ้วไปที่ตรงหน้า“...และเรามาถึงต้นไม้ที่ว่าแล้ว”
เพตรามองต้นไม้ใหญ่ตรงหน้าของเธอ แผนการแล่นเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว
“เราจะเดินไปที่ต้นด้านหน้า”เธอเอ่ยแผนอย่างแผ่วเบา“ข้าจะหันไปด้านหลังแล้วใช้ธนู เจ้าก็ใช้ดาบ พยายามอย่าเพิ่งลงมือรุนแรงล่ะ”
“ระวังตัวด้วย ถ้าทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ร้างได้ ไม่น่าจะธรรมดา”
“หยุดนะ”
เพตราตะโกนตามแผน เป้าหมายหยุดชะงักด้วยความตกใจ!!
ร่างปริศนาพลันหลบเลี่ยง วิ่งหันไปอีกทาง เป็นจังหวะเดียวกับซือหลินชัดดาบวิเศษออกมา
“มันกำลังไปทางเจ้า ซือหลิน!”เพตราตะโกน พลางเตรียมธนูของตนออกมา
“รอเวลาได้ลองของใหม่มานานแล้ว!”
กึง!
ประกายไฟเกิดขึ้นระหว่างดาบวิเศษและมือของร่างปริศนา!!!
ดาบโจมตีไม่เข้า ! ?
“รับดาบวิเศษได้อย่างนั่นเหรอ!?”ซือหลินตะลึงงันกับภาพตรงหน้า“ข้าเสียเลือดไปเป็นถัง กลับได้ดาบฟันไม่เข้ามาเหรอเนี่ย อาจารย์เฮอเหลียว?”
“...”อีกฝ่ายถายใต้ผ้าคลุมยังคงนิ่ง ไม่พูดจา ก่อนจะปล่อยมือและถอยห่างจากซือหลิน
“จะหนีไปไหน ฮึ้บ!" ผู้กล้ามนุษย์ลุงพูดพลางคว้าผ้าคลุมของอีกฝ่ายเอาไว้
ผ้าคลุมของร่างปริศนาเผยให้เห็นโฉมหน้าออกมา
“ดะ...เด็กเหรอ!?”
ตัวตนที่ซือหลินและเพตราพบเหมือนกับภูตผู้ลึกลับ ที่มีเขาสัตว์คู่น้อยบนศีรษะของเธอ
เรือนร่างที่ปรากฏท่ามกลางแสงจันทร์สาดส่อง คือเด็กสาวผิวพรรณขาวบริสุทธ์ดุจหิมะ ไร้อาภรณ์ห่มผิวกายอันละเอียดอ่อน
ดรุณีแรกรุ่นกับผมยาวสลวยสีดำและขาวพริ้วไหวกลางสายลม ดวงตากลมโตอันงดงามจดจ้องซือหลินตาไม่กระพริบ ประหนึ่งแฝงด้วยความนัยบางประการที่มิอาจเอ่ยออกมาให้รู้ได้...

วันนี้มาเร็วกว่าทุกวันตั้งหนึ่งชั่วโมง จบกันไปแล้วนะครับ ความยาวตอนนี้จัดเต็มมากมาย สำหรับตอนนี้ที่เต็มไปด้วยเรื่องผิดกฎหมาย โปรดติดตามชมตอนต่อไปนะครับ To Be Continue
