ระบบ AI พิชิตแดนเซียน

    บทที่ 76 การต่อสู้ของระดับหลอมพลัง

            บทที่76

            การต่อสู้ของระดับหลอมพลัง

            “ในห้องแห่งนี้ ต่อให้เป็นตัวตนระดับขอบเขตกายาขั้นสูงสุด...ก็หนีออกไปไม่ได้และก็ไม่มีผู้ใดสามารถฝ่าเข้ามาได้” เสียงของชายชราดังขึ้นช้าๆ ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลน้ำเสียงหนักแน่นก้องสะท้อนอยู่ภายในห้องโถงที่ปิดสนิท

            จากนั้น มุมปากของเขาค่อย ๆฉีกออกเป็นรอยยิ้ม หากแต่รอยยิ้มนั้นหาใช่ความอ่อนโยนหรือเมตตาไม่แต่เป็นรอยยิ้มของงูพิษ ที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น 

            หยุนโม่ยังคงยืนสงบท่วงท่ายังมั่นคงไม่ไหวติง ใบหน้าใต้หน้ากากเหล็กไม่แสดงอารมณ์ใด

            เขาเอ่ยตอบอย่างเรียบเฉยราวกับเพียงกล่าวสนทนาธรรมดา

            “ตัวตนระดับหลอมพลัง...จะสังหารข้ายังต้องใช้อักขระผนึกห้องถึงเพียงนี้หรือ?”

            คำถามนั้นไม่มีแววเสียดสีหรือตำหนิใดๆ หากแต่น้ำเสียงเรียบเย็นของเขากลับราวกับมีเข็มซ่อนอยู่ปลายลิ้น

            ชายชราหรี่ตาลงแววตาเย็นชาขึ้นอีกระดับ

            “รู้ไว้ก็ดีแล้ว...ข้าเพียงแค่รัดกุมเอาไว้ก่อนเพื่อเจ้าจะหนีไปก็เท่านั้น”

            “อย่าคิดว่าแค่สังหารตัวตนระดับหลอมกายาได้แล้วเจ้าจะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของเมืองอวี้หยางนี้ได้”

            คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันปนเหยียดหยาม แต่ไม่ทันสิ้นเสียงฝ่ามือข้างขวาของเขาก็ถูกยกขึ้นกลางอากาศในทันที!

            ปราณวิญญาณระดับหลอมพลังปะทุออกมาราวกับระลอกคลื่นจากบึงลึกซัดปกคลุมทั่วทั้งห้องในพริบตา แรงกดดันแผ่กว้างบดขยี้ทุกสรรพสิ่งราวกับสวรรค์ถล่มปฐพีสะเทือน

            จากนั้นฝ่ามือของเขาก็กดลง!พร้อมกับเสียงตวาดต่ำกังวานสะท้านอากาศ

            “...คุกเข่า!”

            พลังปราณที่แฝงอยู่ในคำสั่งถูกปลดปล่อยออกไปอย่างบ้าคลั่งพุ่งกระแทกเข้าสู่ร่างของหยุนโม่ราวกับพายุพัดกระหน่ำแผ่นดินทั้งห้องสะเทือนเล็กน้อย เศษฝุ่นฟุ้งขึ้นจากพื้นหินเสียงครืนของอักขระผนึกสั่นไหวทั่วทุกทิศ

            แต่ทว่า…

            ก่อนที่พลังทั้งหมดจะกระแทกลงสู่ร่างของหยุนโม่ได้เต็มแรง สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

            ภายใต้แสงสลัวของอักขระและเปลวปราณในห้องเงาร่างของหยุนโม่กลับค่อย ๆ ถูกห่อหุ้มด้วยแสงโลหะสีดำสนิทเกราะเทคโนโลยีโบราณรูปทรงแปลกตาปรากฏขึ้นเงียบงัน แต่หนักแน่นและแข็งแกร่งยิ่ง

            ชิ้นส่วนของชุดเกราะราวกับโผล่ออกมาจากมิติอื่นทีละส่วนกลไกภายในสอดประสานอย่างแนบสนิท เกราะอก เกราะแขน ข้อขา สนับไหล่ และในที่สุดหมวกเหล็กปิดหน้า ทั้งหมดรวมกันเป็นชุดเกราะเต็มรูปแบบอันดุดันโครงสร้างแฝงอักขระเร้นลับและกลิ่นไอเทคโนโลยีล้ำยุคที่แตกต่างจากพลังของผู้ฝึกตนทั่วไป

            หยุนโม่...ยืนอยู่อย่างมั่นคงไม่ไหวติงแรงปราณที่ถาโถมเข้าใส่ร่าง กลับคล้ายปะทะเข้ากับภูผาเหล็กไร้รอยบุบสลาย

            ชายชราผู้อยู่ตรงหน้าเบิกตากว้างสีหน้าที่เคยเยือกเย็นเปลี่ยนเป็นตื่นตะลึงอย่างชัดเจน

            “อันใดกัน!?”

            เสียงอุทานนั้นหลุดออกมาจากปากของเขาโดยไม่รู้ตัว

            “ดีเหมือนกัน...ข้ากำลังอยากจะทดสอบพลังของตนเองอยู่พอดี” เสียงของหยุนโม่ดังลอดออกมาจากภายในเกราะรบสีดำสนิทคลื่นเสียงที่แฝงด้วยกลไกโลหะสะท้อนกลับดังก้องต่ำดุดันราวกับเสียงคำรามของอสูรจักรกล

            เขาขยับร่างกายเบา ๆเสียงเกราะเหล็กเสียดสีกันดังกังวาน แกร๊ง... แกร๊ง! 

            แรงกดดันจากปราณวิญญาณที่ชายชราปลดปล่อยออกมาปกคลุมทั่วห้องแม้จะหนักหน่วงถึงขั้นสามารถสยบผู้ฝึกตนทั่วไปให้คุกเข่าลงได้แต่กับหยุนโม่ในยามนี้…

            มันแทบจะไม่ส่งผลใดเลย แม้แต่น้อย

            ภายในชุดเกราะอันแข็งแกร่งพลังจากระบบขับเคลื่อนระดับสูงและกลไกสนามพลังที่เชื่อมโยงกับร่างกายโดยตรงกลับสะท้อนพลังบีบอัดเหล่านั้นออกไปเหมือนเพียงลมแผ่วผ่าน

            หยุนโม่ก้าวเท้าเพียงหนึ่งก้าว

            วูบ!

            ในพริบตาเดียวร่างของเขาก็พุ่งทะลวงผ่านความว่างเปล่า เคลื่อนไหวอย่างไร้เสียงเงาร่างสีดำสนิทปรากฏขึ้นอีกครั้ง เบื้องหน้าชายชรา

            ชายชราที่อยู่ตรงหน้าแม้จะตื่นตระหนกในคราแรก แต่ในฐานะผู้ฝึกตนระดับหลอมพลัง ตัวตนที่ผ่านศึกมาไม่น้อยย่อมไม่อาจตกใจจนเสียท่า

            เพียงเสี้ยวลมหายใจที่หยุนโม่ปรากฏตัวตรงหน้าแววตาของชายชราก็พลันเปลี่ยน จากตกใจกลายเป็นดุดัน จากลังเลกลายเป็นแน่วแน่

            เขาคำรามลั่น “มา!!”

            ปราณวิญญาณภายในร่างของชายชราปะทุขึ้นอย่างรุนแรงร่างทั้งร่างของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อยด้วยแรงสั่นสะเทือนของพลังภายในที่ถูกผลักดันถึงขีดสุด

            ทว่าคราวนี้… พลังปราณของเขาไม่ได้ระเบิดออกมาเป็นเพียงคลื่นลมทั่วไปแต่กลับหลอมรวมเข้ากับอากาศโดยรอบในทันที!

            ในพริบตานั้นเองกลิ่นคาวไหม้แปลกประหลาดพลันแผ่กระจายไปทั่วห้อง เปลวเพลิงสีแดงฉานค่อย ๆก่อตัวขึ้นกลางอากาศโดยไร้เชื้อไฟหรือเชื้อปราณใด ๆ พลังที่ควบแน่นไม่ใช่เพียง “ปราณ” หากแต่คือพลัง ธาตุที่ถูกหลอมรวมขึ้นภายในอากาศโดยตรง

            ชายชราแผดเสียง “เพลิงพิโรธ!”

            เสียงตะโกนดังกึกก้องพร้อมกับที่เขาประสานมือไปด้านหน้าอย่างรุนแรงพลังปราณธาตุเพลิงที่หมุนวนกลางอากาศพลันแปรสภาพเป็นเส้นสายพลัง เปลวเพลิงสีแดงสดพุ่งตรงเป็นเส้นสังหารราวกับหอกเพลิงที่แหวกอากาศด้วยความรุนแรงถึงขีดสุด

            สองเท้าของหยุนโม่ฝังแน่นลงกับพื้นหินอย่างมั่นคงราวกับรากไม้ใหญ่ที่หยั่งลึกสู่พื้นดินไม่อาจสั่นคลอน พริบตานั้นเองแขนขวาของเขาก็เหวี่ยงง้างไปด้านหลัง

            เสียงกลไกโลหะจากชุดเกราะดัง ครืน…เบา ๆ ตามจังหวะขยับ ทันใดนั้น จุดรวมพลังบนแขนขวาของชุดเกราะก็สว่างวาบ

            พลังปราณวิญญาณจากทั่วทั้งระบบในร่างชุดรบหลอมรวมกันที่จุดเดียวเส้นแสงสีเงินและดำสลับพันกันเป็นสายพลังวิญญาณทั้งหมดไหลทะลักเข้าสู่กำปั้นข้างขวาอย่างรุนแรง

            เสียงคำรามของพลัง ดังก้องอยู่ในเกราะ

            “ปล่อย!!”

            หมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณวิญญาณระดับสูงระดับเดียวกับผู้ฝึกตนพุ่งออกไปพร้อมเสียงแหวกอากาศ ฟวู่วววว!! ตรงเข้าสกัดกระแสเปลวเพลิงสีแดงฉานที่ชายชราปล่อยมา!

            ปะทะกันกลางอากาศ!

            ตูม!!

            เสียงกระแทกระเบิดสะท้านกึกก้อง เปลวเพลิงที่รวบรวมมาจากพลังธาตุภายในอากาศแหลกกระจายออกเป็นสายแสงและกลุ่มควัน

            พลังจากหมัดของหยุนโม่ระเบิดกลางเปลวเพลิงสลายการควบแน่นของปราณธาตุในพริบตา

            เปลวเพลิงที่เคยร้อนแรงราวกับสามารถเผาทุกสรรพสิ่งกลับถูกหมัดนั้น กระแทกแหลก อย่างสิ้นเชิง!

            กลุ่มเพลิงกระจายออกรอบทิศละอองไฟแหวกกระแทกผนังห้องจนสั่นสะเทือนอักขระผนึกที่ฝังไว้บนผนังส่องแสงขึ้นตามแรงสะเทือน

            ชายชราที่อยู่เบื้องหน้า เบิกตากว้าง

            “นี่มัน...เป็นไปได้เยี่ยงไร!?” เสียงอุทานของเขาดังขึ้นอย่างไร้การควบคุมใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง

            พลังที่เขาเพิ่งปล่อยออกไปเมื่อครู่หาใช่พลังธรรมดาไม่นั่นคือหนึ่งในท่าไม้ตายของผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมพลัง…

            แต่กลับถูกมนุษย์ธรรมดาเพียงหนึ่งคนสวมเกราะลึกลับต้านไว้ได้อย่างง่ายดาย!

            เขาไม่ใช่คนโง่ ในวินาทีนั้นเองความเฉลียวฉลาดของชายชราแล่นวาบในสมองทันที เขารู้ ไม่ใช่เพราะร่างกายของอีกฝ่ายแข็งแกร่ง

            แต่เป็นเพราะ... “ชุดเกราะ” นั่นต่างหาก!

            ดวงตาของเขาพลันเปล่งประกาย

            ประกายที่มิใช่แสงแห่งปัญญา...หากแต่คือ ประกายแห่งความละโมบ

            “หากข้าได้มันมา...ชุดเกราะเช่นนั้น...” “ข้าก็จะกลายเป็นผู้ไร้เทียมทานในขอบเขตหลอมพลัง!”

            คิดได้ดังนั้น ชายชราก็กัดฟันแน่น

            “ข้าจะต้องได้มันมา!”

            พริบตานั้นเองปราณวิญญาณภายในร่างของเขาก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง!

            ครั้งนี้ เขาไม่ออมมือแม้แต่น้อยพลังที่เคยไหลเวียนสงบนิ่ง ตอนนี้กลับทะลักออกจากจุดตันเถียนราวกับน้ำหลากอุณหภูมิภายในห้องสูงขึ้นอย่างฉับพลัน ผนังโดยรอบสั่นสะเทือนอักขระเรืองแสงทั่วทั้งทิศ

            ทันใดนั้น เปลวเพลิงสีแดงฉานขนาดเท่ากำปั้นสิบ... ยี่สิบ...สามสิบลูกทยอยปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างรวดเร็วล้อมรอบร่างของหยุนโม่ที่ยืนอยู่ตรงกลางอย่างแน่นหนา ราวกับกับดักเพลิง 

            “ตายซะ!!” ชายชราตวาดลั่น พร้อมกับตวัดแขนทั้งสองไปด้านหน้า

            เปลวเพลิงทั้งหมดที่ลอยค้างอยู่ในอากาศพุ่งทะยาน เข้าหาตัวหยุนโม่ทันทีราวกับฝูงอสรพิษไฟบ้าคลั่ง!

            ตูม!!

            เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวเปลวเพลิงลุกโหมทั่วทั้งห้อง ผนังสั่นสะเทือน ฝ้าเพดานกึกก้องอักขระผนึกแทบแตกกระจาย!

            คลื่นระลอกพลังวิญญาณกระแทกสาดไปทั่วทั้งโถงไฟ

    คล้ายกับเรื่องระบบ AI พิชิตแดนเซียน ที่คุณอ่าน