บทที่ 36 กระดาษห่อลูกอมที่เสียบไว้ในหนังสือ
ทว่าผู้เฒ่าลู่กลับยืนนิ่งไม่ไหวติง ตอบเจียงหนานว่า “ไม่เป็นไร ฉันจะเป็นลูกมือให้เธอ”
เจียงหนานไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพยักหน้า จากนั้นก็ค่อย ๆ แกะผ้าก๊อซบนใบหน้าเขาอย่างเบามือ
ขณะที่เธอค่อย ๆ เอาผ้าก๊อซออก ชายชราซึ่งเดิมทีประหม่าอยู่แล้วก็พลันสะดุดเท้าโงนเงน
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น ตกใจจนหน้าซีดเผือด
มืออันเหี่ยวแห้งที่ถือยาน้ำอยู่ก็สั่นเทาเล็กน้อย
เจียงหนานมองเขาด้วยความปวดใจ ปลอบโยนเสียงเบาว่า “ไม่เป็นไรนะคะคุณปู่”
ผู้เฒ่าลู่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ สงบสติอารมณ์ ปล่อยให้เจียงหนานทำต่อ
เจียงหนานใช้มือที่ฆ่าเชื้อแล้วโรยผงยาลงบนแผลเบา ๆ จากนั้นค่อย ๆ ฉีดพ่นยาน้ำลงบนบาดแผลแล้วปิดด้วยผ้าก๊อซใหม่
ถัดมาเธอก็ฉีดยาย้ำ โชคดีที่ฉีดผ่านบนผ้าก๊อซได้โดยตรง
หลังจากปิดแผลเรียบร้อยดีแล้ว เจียงหนานก็ช่วยประคองคุณปู่ที่โดนจิตใจกระทบกระเทือนออกนอกประตูไป
ผู้เฒ่าลู่ยังไม่อาจสงบอารมณ์ลงได้จนถึงตอนนี้
วันที่สองที่ลู่ฮ่าวเพิ่งกระทำการหาญกล้า เขาไปโรงพยาบาลในฐานะญาติผู้ป่วย
บาดแผลในตอนนั้นน่ากลัวมาก
หมอปลอบเขาว่าเวลาผ่านไปบาดแผลจะดีขึ้นเอง
แต่ลู่ฮ่าวก็ได้ยินพวกหมอคุยกันกันอยู่ ชายหนุ่มถอนหายใจ เอ่ยออกมาว่า น่าเสียดายใบหน้านี้จริง ๆ
อนาคตเขาคือตัวประหลาดที่ใบหน้าเสียโฉม
แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เวลานี้ เขายังไม่อาจยอมรับความจริงข้อนี้ได้
ฤดูร้อน อากาศร้อนอบอ้าว ผู้เฒ่าลู่กับเจียงหนานนั่งอยู่ในลานบ้าน เจียงหนานปลอบชายชราอยู่ว่าไม่ต้องกังวล ทุกอย่างจะเรียบร้อย
ผู้เฒ่าลู่ได้ฟังเสียงอันนุ่มนวลของเธอ ในใจก็ยิ่งทวีความทุกข์ระทม
เขาเช็ดหน้า ถอนหายใจแล้วพูดว่า “หนานหน่าน ขอโทษนะ”
“คุณปู่ขอโทษหนูเรื่องอะไรคะ?” เจียงหนานถามด้วยรอยยิ้ม
“ฉันมันเห็นแก่ตัว ตัวฉันสุขภาพไม่ดี พอรู้ว่าลู่ฮ่าวได้รับบาดเจ็บ ก็อยากจัดงานมงคลให้เขาโดยเร็วที่สุด ฉันถึงได้ไปคุยเรื่องการหมั้นหมายกับตระกูลเจียง”
เขาถูกใจเจียงหนานตั้งแต่แวบแรกที่เห็น ต่อให้ตระกูลเจียงจะต้องการเงินสินสอดที่สูงกว่าครอบครัวอื่นมาก เขาก็จะกัดฟันยอมรับ
ชายชรายึดมั่นในวัตถุประสงค์ของการแต่งงานตามคำสั่งของบิดามารดาและการชักนำของแม่สื่อ ไม่เคยถามเจียงหนานเลยสักคำว่าหล่อนเต็มใจหรือไม่
“ทำเธอลำบากแล้ว” ผู้เฒ่าลู่ให้คำสัญญากับเจียงหนานว่า “ฉันจะทำให้เจ้าเด็กคนนั้นปฏิบัติต่อเธอดี ๆ”
ชายชราไม่เข้าใจว่าเสรีภาพในความรักคืออะไร นับประสาอะไรกับสิ่งที่เรียกว่าความรักที่ลูกสาวของเขาเคยไล่ตาม
เขารู้แค่ว่าการทำให้หลานชายคนโตทำดีต่อเจียงหนาน ให้หล่อนมีชีวิตที่ดี ก็ถือว่าคือการแต่งงานที่ดีแล้ว
เจียงหนานกล่าวว่า “อย่าโทษตัวเองเลยค่ะคุณปู่ นี่คงเป็นโชคชะตาล่ะมั้งคะ”
“เธอเป็นดาวนำโชคของพวกเราสองปู่หลาน ฉันเองก็ไม่รู้จะพูดอะไร เอาเป็นว่าต่อไปเราจะไม่ทำให้เธอลำบากใจเด็ดขาด”
แรกเริ่มเดิมทีสีหน้าของผู้เฒ่าก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว ยามนี้ยังโทษตัวเองอีก สีหน้าจึงยิ่งย่ำแย่ลง เจียงหนานได้แต่ปลอบโยน “คุณปู่รีบนอนเถอะค่ะ หนูจะไปดูลู่ฮ่าวสักหน่อย”
เจียงหนานเข้าไปในบ้านแล้วปิดประตู
เธอถือขวดยาน้ำเข้าไปใกล้ นั่งบนเตียงเตา มองชายผู้หลับใหลอย่างเหม่อลอย
ความรู้สึกละอายแก่ใจของผู้เฒ่าลู่ เธอย่อมเข้าใจได้
ชายชรารู้ว่าตัวเองป่วย อีกทั้งหลานชายดันได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ เงินสินสอดที่สูงลิ่วในยุคสมัยนี้ก็เอาไปจัดหาภรรยาให้หลานชาย
เรื่องนี้ เดิมก็ไม่ได้ยุติธรรมกับทั้งลู่ฮ่าวและตัวเธอเอง
ชาติก่อน เพื่อเสาะหาความรักอันแท้จริง เธอกับลู่ฮ่าวต่างไม่ได้ออมชอมกับการแต่งงานคลุมถุงชนสักเท่าใด
ต่อมา หลังพวกเขาจำกันได้ก็ล้วนแล้วแต่เสียใจ นึกโทษที่โชคชะตากลั่นแกล้ง
ตอนนี้เจียงหนานมีความทรงจำในชีวิตก่อนติดตัว ย่อมยินดีที่จะอยู่ต่อ
เพราะเขาคือคนในใจของเธอ
ส่วนเธอก็ยังเป็นคนที่เขาเก็บไว้ในใจ
ดังนั้นจึงไม่อาจกล่าวได้ว่าผู้เฒ่าลู่ผิดต่อเธอ
ส่วนลู่ฮ่าว รอจนรักษาใบหน้าของเขาให้หายดีแล้ว ตอนเขาจำเธอได้ เขาจะต้องขอบคุณกับการตัดสินใจในวันนี้ของคุณปู่
เจียงหนานนั่งเหม่ออยู่บนเตียงเตา นึกถึงผู้คนมากมายและหลาย ๆ เรื่องในชีวิตก่อนหน้า
สองชั่วโมงผ่านพ้นไปโดยไม่รู้ตัว เธอพ่นยาน้ำลงบนผ้าก๊อซบนใบหน้าลู่ฮ่าวอีกครั้ง จากนั้นใช้กระดาษทิชชูเช็ดยาน้ำที่ไหลลงมาตามลำคอของเขาเบา ๆ
เธอไม่กล้าหลับ กลัวว่ารู้ตัวอีกทีฟ้าจะสว่างเสียก่อน เดี๋ยวจะไม่ได้รักษาลูฮ่าวตามแผนที่วางไว้
ด้วยเหตุนี้เจียงหนานเลยนั่งอยู่หน้าโต๊ะ อ่านหนังสือของลู่ฮ่าวรอเล่น ๆ
เธอเคยเห็นว่าในห้องของลู่ฮ่าวมีหนังสือเรียนระดับชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลายมากมาย
บนหนังสือเหล่านั้นย่อมต้องมีร่องรอยในช่วงวัยรุ่นของเขา
ไม่รู้เธอนึกครึ้มอะไร ถึงค้นหาหนังสือเรียนสำหรับชั้นมัธยมตอนต้นปีที่หนึ่งออกมาเล่มหนึ่ง
การพบกันของเธอกับเขา คือช่วงปิดเทอมหน้าร้อนในปีที่เขาสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมตอนต้น
ลู่ฮ่าวกำลังจะไปหาคุณปู่ที่ทำงานในเมือง
เพราะเขาโดนคุณปู่ย้ายให้ไปเรียนในเมือง
แล้วเขาก็พบเธอที่ถูกลักพาตัว ณ จุดรอรถ
เขาช่วยเธอจากในเงื้อมมือพวกค้ามนุษย์อย่างชาญฉลาด
เธอในเวลานี้ พยายามหาว่ามีร่อยรอยอะไรของเธอหลงเหลือไว้บนหนังสือในสมัยก่อนของเขาบ้าง
เธอหยิบหนังสือเรียนภาษาจีนมาพลิกเปิดดูตามอำเภอใจ
บนตำราเรียนมีการจดบันทึกมากมาย
มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นผู้เรียนที่พากเพียรศึกษาหาความรู้
เธอพลิกอ่านทีละหน้า กระทั่งเปิดถึงก่อนหน้าสุดท้าย เธอถึงหยุดพลิกหนังสือ
ข้างในเสียบกระดาษห่อลูกอมไว้แผ่นหนึ่ง
นั่นคือ...
นั่นคือกระดาษห่อลูกอมที่เธอให้เขาในตอนนั้น
อันที่จริง เป็นลูกอมผลไม้ที่เขาให้เธอ
ตอนเด็ก เด็ก ๆ ในหมู่บ้านของพวกเขาต่างมีงานอดิเรกสะสมกระดาษห่อลูกอม
หลังจากกินลูกอมแล้วก็ตัดใจทิ้งกระดาษห่อลูกอมไม่ลง
ทุกคนจึงนำมาพับเป็นดอกไม้ ติดไว้บนผนัง หรือเหน็บไว้ในหนังสือ
ดังนั้น ที่จุดรอรถวันนั้น เธอซึ่งไม่มีสิ่งใดติดตัว หลังกินลูกอมแล้ว เลยพับกระดาษห่อลูกอมเป็นรูปดอกไม้แล้วมอบให้เขาเป็นของที่ระลึก
คิดไม่ถึงว่าเขายังเก็บไว้อยู่
อารมณ์อันซับซ้อนปั่นป่วนอยู่ภายในใจของเจียงหนาน
ด้วยความสัตย์จริง หลังได้ชีวิตใหม่อีกครั้ง เรื่องในวัยเด็กกลับกลายเป็นสิ่งห่างไกลสำหรับเธอ
ความทรงจำในวัยเยาว์ที่จุดรอรถของเธอก็พร่าเลือนไปด้วย
ยามเห็นกระดาษห่อลูกอมแผ่นนี้ เธอถึงมั่นใจอย่างแท้จริงว่าลู่ฮ่าวก็คือเด็กชายคนนั้น
พี่ชายตัวน้อยคนนั้นที่ช่วยเธอไว้
ที่ว่างตรงหน้ากระดาษห่อลูกอม มีคำเขียนอยู่บรรทัดหนึ่ง
เป็นลายมือสวยงามดั่งหงส์ฟ้อนมังกรเหิน*[1]
หัวใจเธอโดนสะกิดเข้าอย่างจัง
หลันหลัน แล้วพบกันวันที่ 18 เดือน 7 ปี 1992
วันที่ 18 เดือน 7 ปี 1992 เป็นพันธะสัญญาสิบปีของพวกเขา
วันนี้คือวันที่ 13 เดือน 5 ตามปฏิทินสุริยคติ ยังเหลือเวลาอีกสองเดือน
สองเดือนเท่านั้นเอง…
*[1] หงส์ฟ้อนมังกรเหิน อุปมาว่า ทรงพลังและมีชีวิตชีวา