ต่างคนต่างเงียบลูกหยีหันไปนอกหน้าตาและปิดเปลือกตาไม่อยากคุยกับคนดื้อ ฟ้าครามเหลือบมองเธอเป็บางครั้งสลับกับการมองท้องถนน เขาเปิดเพลงฟังในรถ ฝนเริ่มตกมาปรอยๆและแรงขึ้นจนแทบจะมองไม่เห็นถนน ลูกหยีลูบแขนตัวเองเพราะเริ่มหนาวมากขึ้น เสื้อคลุมก็อยู่ในกระเป๋าท้ายรถ
ฟ้าครามหรี่แอร์ลงจนเหลือน้อยที่สุด ขับรถช้าลงเพราะไม่เห็นทางข้างหน้า เขามองหามินิมาร์ทหรือปั๊มน้ำมันเพื่อจะเอารถเข้าจอด ขับมาได้ไกลหลายกิโลจึงเจอปั๊มน้ำมันมีทั้งเซเว่นและร้านค้าข้างเคียง เขาหันหัวรถเข้าไปด้านในทันที
ครามเปิดประตูลงไปท้ายรถและค้นอะไรบางอย่าง เสื้อคลุมตัวหนาถูกนำมาโยนบนหัวเธอ ลูกหยีมองหน้าสบตาคมเข้ม
ฟ้าครามเดินไปที่เซเว่น แค่ครู่เดียวจึงกลับมาพร้อมกาแฟร้อนสองแก้ว เขาเปิดประตูนั่งที่คนขับและยื่นให้ลูกหยีหนึ่งแก้ว เธอรับมาถือไว้สร้างความอุ่น สักพักก็วางไว้บนที่วาง
“ขอบคุณนะคราม”ลูกหยีขอบคุณเขาแม้ตั้งใจว่าจะไม่คุยกับเขาอีก แต่สิ่งที่เขาทำให้เล็กๆน้อยทำให้ความงอนหายเป็ปลิดทิ้ง รอยยิ้มหวานที่ส่งให้มีแต่ความ้าจะคืนดีด้วย
“หายหนาวบ้างหรือยัง”เขาเอ่ยปากถามเพราะร่างบางยังกอดตัวเอง และอากาศหนาวในรถก็เย็นเพราะยังเปิดแอร์หรี่ไว้ ฝนฟ้าข้างนอกยังตกแรงอยู่
“หนาวอยู่สิ”พูดลอยๆให้เขาได้ยินสบตาคมเข้ม ดวงตาของเขาจับจ้องมาที่เธอแล้วก็ตัดสินใจดึงร่างบางมากอดไว้ หญิงสาวตัวแข็งทื่อระคนใ
“ผมจะทำให้พี่หายหนาวเอง”อ้อมกอดที่อบอุ่นไปจนถึงขั้วหัวใจ ได้ยินเสียงหัวใจเต้นไม่รู้ของใคร เธอยอมให้เขากอดนิ่งๆมองสายฝนที่ตกไม่ลืมหูลืมตา ยอมรับว่าอ้อมกอดของเขาเป็สิ่งที่้าที่สุดในยามนี้
ฝ่ามือหนาประคองใบหน้าหวานมองเข้าไปในตาคู่สวย ริมฝีปากกดลงบนปากบาง เขาบดจูบอย่างช้าๆปลายลิ้นสอดเข้าไปเกี่ยวในโพรงปากทั้งหวานและเร่าร้อนปนกัน
เสียงครางเบาๆอย่างคนที่ตกในอารมณ์ ฝ่ามือบางกอดเอวของเขาไว้แแ่เหนื่อยเหมือนวิ่งมาแสนไกล ฟ้าครามปล่อยให้เธอได้หายใจ กดใบหน้าลงบนหน้าผากกลมมนของเธอ สายตาคมที่มองอย่างสื่อความหมายทำให้แก้มร้อนฉ่า
ลูกหยีหลบตาคมเข้มด้วยความเขินอาย ซบกับหน้าอกแกร่งหัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบทะลุ
ฝ่ามือหนาลูบผมสลวยอย่างเบามือ สายตาที่ใช้มองอ่อนโยนลึกซึ้งในความเงียบเขาไม่ได้พูดอะไรให้เธอขัดเขิน
“หิวไหม”น้ำเสียงอ่อนโยนถามร่างเล็กที่ซบกับหน้าอก
“พี่ไม่หิว ครามละหิวไหมเมื่อเช้าทานอะไรแค่นิดเดียว”เขากดจูบที่เรือนผมสลวย พอใจที่เธอใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อย
“หิวเหมือนกัน แต่หิวอย่างอื่นไม่ใช่ข้าว”เขาพูดทีเล่นทีจริง ดวงตาคู่ใสกระพริบตาปริบๆพลางประสานสายตากับเขาอย่างใสซื่อทำให้เขาเก้อไปเลยทันที เขาพูดเท่าที่เขารู้สึกไม่ทันคิดว่าจะใช้กับลูกหยีไม่ได้ อิสระและความมักง่ายทางเพศในตอนที่อยู่เมืองนอกทำให้เขาทำอะไรเคยตัว
“ครามหมายความว่าไง” ไม่ได้ไร้เดียงสาจนเกินไปนักรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร”
“ก็หิวอย่างอื่น ต้องให้บอกด้วยเหรอ”เขาส่งคำตอบเป็แววตาเ้าเล่ห์แทน และเธอก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ถ้าจะมาเล่นๆกับพี่เหมือนที่ทำกับผู้หญิงคนอื่นครามคิดผิดแล้ว ถึงพี่จะดูทำตัวง่ายต่อคราม แต่พี่ก็มีศักดิ์ศรีมีหัวใจ”ลูกหยีพูดเสียงสั่นคิดไปไกลว่าเขาเห็นเธอเป็ผู้หญิงใจง่ายที่ยอมให้กอดให้จูบจนเกือบจะมีอะไรด้วย
“ใครบอกว่าผมเล่นๆกับพี่ ผมบอกเหรอว่าเห็นพี่เป็แค่ของเล่น”
“ครามไม่ได้บอก แต่การกระทำของครามมันบอกว่าครามไม่จริงใจกับพี่”
“ที่ผมทำเพราะรู้สึก ผมมีความสุขเมื่อได้ใกล้พี่ได้แตะต้องัั มันเป็สัญชาติญาณของผู้ชายผู้หญิง ผม้าพี่เหมือนที่พี่เองก็้าผมเช่นกัน”เขาบอกอย่างมั่นใจและที่เขาพูดมันก็ถูกทีเดียวตรงที่ว่าเธอเองก็้าเขาเช่นกัน แต่ไม่ใช่อย่างที่เขาคิด
“วัยรุ่นแบบครามคง้าความสัมพันธ์ฉาบฉวยอย่างที่คนสมัยใหม่เขาทำกัน แต่พี่ไม่้าความสัมพันธ์ข้ามคืน”
“งั้นเราลองคบกันดูไหมละ ให้คนอื่นได้รู้เลยว่าเรารู้สึกดีต่อกัน”
“ไม่ครามเราคบกันไม่ได้เราห่างกันเกินไป ครามยังเด็กแค่สิบเก้า แต่พี่เป็ผู้ใหญ่เรียนจบทำงานแล้ว แก่กว่าครามตั้งหลายปีมันไม่เหมาะ”
“ความเหมาะสมมันวัดจากอะไร ไหนพี่บอกมาดิ”
“ก็ทุกอย่างฐานะ วัยวุฒิ คุณวุฒิ พี่กับครามไม่มีอะไรใกล้เคียงกันสักอย่าง”
“แล้วผมต้องสนใจด้วยเหรอ ในเมื่อผมรู้สึกกับพี่ไปแล้ว แค่ไอ้ห่านั่นเข้าใกล้ยิ้มให้พี่รู้ไหมผมหวงพี่แค่ไหน สุดท้ายพี่ก็มองผมเป็แค่เด็กงอแงไม่ประสาเท่านั้นเอง ในสายตาพี่ผมเป็ได้แค่นั้นเหรอ”สายตาเขาดูเ็ปเมื่อเอ่ยประโยคนั้นออกมา
“เราถึงต้องห้ามใจไงคราม พี่รู้ว่ามันลำบากนิดหน่อย แต่อีกหน่อยครามจะรู้ว่าพี่คิดไม่ผิด ครามต้องกลับไปเรียนหนังสือและทำให้ท่านประธานภูมิใจ กลับไปทำหน้าที่ที่ดีของคนเป็ลูก”
“ผมไม่ทำอะไรทั้งนั้นถ้าไม่อยากทำ ถึงพี่ไม่อยากคบผมก็ไม่เป็ไร แต่จะมาบอกให้เลิกคิดกับพี่ผมทำไม่ได้ ในเมื่อรู้สึกไปแล้ว”เขาพูดอย่างเอาแต่ใจและจ้องหน้าเธอเขม็ง
“ครามพูดไม่รู้เื่เลย พี่ไม่อยากคุยอีกแล้ว”เธอทำเหมือนเดิมนั่นคือกระเถิบหนีเขาและมองไปยังข้างนอก แต่ช้ากว่าครามที่คว้าเอวบางไว้ไม่ให้หนี กดริมฝีปากหนาบดจูบเธออย่างเร่าร้อน
“อย่าคราม”แม้ฝ่ามือเล็กจะคอยผลักไสแต่ก็พ่ายแพ้หัวใจและความ้าในส่วนลึก ยอมให้เขาบดจูบสูบเอาความหวานไปจนหมดพลัง
กว่าฝนจะหยุดตกและพาทั้งคู่กลับมาถึงกรุงเทพฯได้ก็เกือบทุ่ม เขาจอดที่คอนโดของลูกหยี ลงไปเอากระเป๋ารวมถึงถุงอาหารทะเลที่ซื้อมาหลายอย่างเดินนำหน้าลูกหยี
“ส่งหน้าลิฟท์ก็พอเดี๋ยวพี่จัดการเอง”ประกายตาคมเข้มมองหน้าเธออย่างขัดใจไม่ทำตามที่เธอบอก เมื่อลิฟท์เปิดออกก็เดินเข้าไปทันที ร่างบางต้องตามเข้าในลิฟท์ เธอสแกนคีย์การ์ดและเปิดประตูกว้างให้เขานำกระเป๋าไปวางตรงโซฟา เขาวางลงแล้วไม่ยอมออกไป
“ครามกลับได้แล้ว นมจันทร์คงรอครามแล้วมั้ง”การเอานมจันทร์มาอ้างน่าจะดีที่สุดสำหรับคนที่ไม่ค่อยให้ความสนใจใครอย่างเขา
“ก็คงรอแหละ พร้อมไปกันหรือยัง”
“อะไร ใครจะไปกับครามเพิ่งมาเหนื่อยๆ”
“อ้าวพูดแล้วต้องทำให้ได้สิ พี่บอกกับนมจันทร์เองไม่ใช่เหรอว่าจะแวะมาสวัสดีพร้อมของฝาก นมยังบอกว่าไม่เป็ไรไม่อยากรบกวนขอแค่พาหลานถึงบ้านอย่างปลอดภัย แต่พี่ยังยืนยันคำเดิม จะไม่รักษาสัญญา”
เขายกมาอ้างหน้าตาเฉยจากที่ไม่ได้คิดอะไรเริ่มผูกเื่ให้เข้ากัน พออารมณ์เย็นลงไม่ได้ทะเลาะกันทำให้เริ่มมองอะไรชัดเจนขึ้น เริ่มจะคุยกันมากขึ้น
“ไม่ได้ลืมแต่มันดึกแล้ว เมื่อกี้ทำไมครามไม่ไปที่บ้านก่อนแล้วค่อยแวะมาส่ง”
“ก็ผมอยากไปพร้อมพี่แล้วกลับพร้อมกัน นมบอกเองไม่ใช่เหรอว่าให้พี่ส่งผมเข้าบ้านก่อนค่อยกลับ”
เขายังยืนยันคำเดิมท่าทางเป็เด็กดื้อที่พูดไม่ค่อยรู้เื่ เธอเลยไม่อยากโต้เถียงแต่เดินตามเขาไปเงียบ
ถึงบ้านอมรกิจเกือบสามทุ่ม โชคดีที่พ่อของเขาไม่อยู่บ้านนมจันทร์ลงมารับที่รถและเป็อย่างที่คิดไว้ แกตั้งหน้าตารอเขาอย่างจดจ่อ หญิงชราขอบคุณลูกหยีที่ดูแลครามทำเหมือนเขาเป็เด็กเล็กๆ
“นมไปนอนเถอะดึกแล้ว เดี๋ยวผมไปส่งหยีเอง”เขาไล่นมให้ไปนอนปกตินมจันทร์นอนแค่สองทุ่มคนแก่เข้านอนเป็เวลา ตอนเช้าตีห้าก็ตื่น
“ถ้างั้นนมไปก่อน หยีให้ครามไปส่งเถอะดึกแล้วนั่งแท็กซี่ไม่ปลอดภัย” คนแก่พูดด้วยความเป็ห่วงและก็เข้าทางหลานชายที่ยิ้มเ้าเล่ห์รอรับคำสั่ง
“ไปเถอะ”เขาจูงมือเธอเดินออกมาจากบ้าน ลูกหยีมองซ้ายขวากลัวคนอื่นเห็นบิดฝ่ามือหนา แต่เขาไม่ยอมปล่อย
“พี่หนีผมไม่พ้นหรอก”เขาบอกสั้นๆก่อนจะดันตัวเธอให้เข้าไปในรถ
“ครามดึกแล้วพี่ง่วง กลับซักทีเถอะขอร้อง”มาถึงฟ้าครามก็ยังไม่ยอมกลับแม้จะไล่หลายครั้ง ตอนที่ไปบ้านอมรกิจ ฟ้าครามขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยพร้อมกระเป๋าเดินทางไปย่อมที่นำติดตัวมาด้วย ตอนแรกก็นึกว่าเขาจะไปค้างที่อื่นแต่คงไม่ใช่ น่าจะค้างที่ห้องนี่ต่างหาก
“ง่วงพี่ก็หลับสิ หรืออยากให้ผมตบตูบ”ดวงตาเขาเป็ประกายเมื่อได้ล้อเลียนเธอ กระเถิบเข้ามานั่งและโอบไหล่บอบบาง ลูกหยีเบะปากและผลักเขาออก แต่เขาก็ทำเหมือนเดิมมีรอยยิ้มบนใบหน้า
“ครามอย่าทะลึ่ง”
“ไม่ได้ทะลึ่ง ผมไม่ทำอะไรพี่หรอกถ้าไม่เต็มใจให้ทำ”
“เพี๊ยะ” ฝ่ามือเล็กตีที่แขนของเขาเป็การตอบแทน
“โอ๊ย เจ็บนะพี่”เขาร้องเสียงดังเกินจริง ลูกหยีส่ายหัวกับท่าทางไม่รู้จักโต เธอลุกขึ้นยืนเขาก็เดินตามมาแล้วรั้งเธอนอนบนเตียง เมื่อห้ามไม่ได้จึงปล่อยเลยตามเลย เธอรู้ด้วยตนเองว่าครามคงไม่หักหาญน้ำใจ ตราบใดที่เธอไม่ยินยอม
เขาตะคองกอดเธอไว้ในอก ร่างสองร่างแนบชิดเบียดกันแม้จะกอดกันหลายครั้งแต่มันก็ไม่เคยชินสำหรับเธอ หัวใจจึงเต้นรัวเร็วทุกครั้ง
“ใจพี่เต้นแรง เขาว่ากันว่าถ้าเราอยู่ใกล้คนที่ชอบจะมีอาการแบบนี้ พี่เป็เหมือนผมหรือเปล่าที่อยู่ใกล้พี่หัวใจผมทำงานหนัก”เขาถามเธอด้วยประกายตาแห่งความหวัง เธอเงยหน้ามองมีร่องรอยของความเขินและแก้มใสเริ่มขึ้นสี
“พี่ไม่ตอบคำถามผม เพราะพี่รู้สึกดีกับผมใช่ไหม”เขาสรุปให้เธอแบบคนที่มั่นใจตัวเอง ลูกหยีก็ยังไม่ตอบเขินเกินกว่าจะบอกเขาได้ในตอนนี้
“ถ้าพี่ไม่ตอบ ผมจะจูบพี่เพื่อยืนยันว่าใจเราตรงกัน”เขาก้มหน้าลงมาหาเธอช้าๆและฉกริมฝีปากแดงสด ปลายลิ้นลากผ่านแนวปากดูดเม้มจนรู้สึกวาบหวาม ลิ้นร้อนสอดเข้าในโพรงปากดูดดื่มความหวาน จูบที่ทั้งหวานและเร่าร้อน
“อ่าส์ พี่ทำให้ผมไม่อยากหยุดเลย”
ดวงตาคมเข้มหวานฉ่ำมองหน้าหวานแดงซ่านด้วยความเขิน เขาเชยใบหน้าของเธอไว้ในฝ่ามือ จูบหนักๆที่หน้าผากและเอาหน้าผากชนกัน ถ่ายทอดความรู้สึกอ่อนโยนจากหัวใจ
“คราม”เสียงเรียกของเธอเบาหวิวรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของเขา มันไม่ถูกต้องที่จะปล่อยตัวให้เขาเชยชม ถ้อยคำหวานๆที่กลั่นออกมาจากปากของเขาจะจริงไม่จริงก็ไม่รู้ได้ แต่หัวใจที่อ่อนปวกเปียกมันยอมรับให้เขามีอิทธิพลต่อหัวใจ ในเวลาเช่นนี้ความปรารถนาลี้ลับได้ฉุดให้เธอจมดิ่ง